... ในขนาดที่ จงโป ถอยทัพกลับไปแล้ว
" บัดซบเอ้ย. ครั้งนี้พวกเราพ่ายย่อยยับ เพราะ เจ้าขุนพลหนุ่มนั่นคนเดียว ดูท่าหากคิดจะตีเมืองชายแดนอีกรอบคงจะเป็นเรื่องยากแล้ว " จงโป เอ่ยออกมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แววตาของเขามองไปยังกองทหารของตน. ในใจก็อดเวทนา ตัวเองไม่ได้ กองทัพใหญ่หนึ่งแสน. หวังจะสร้างผลงานแต่กับกลายเป็นว่า ถูกขุนพลไร้ชื่อผู้นึงทำลายเสียย่อยยับ เขาถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยขึ้น " เห็นที่ว่า พวกเราจำต้องถอยทัพกลับ. เมืองหลวงก่อน. "
" ท่านแม่ทัพ หากเรากลับเมืองลู่หนิง. ตอนนี้ ตัวท่านคงไม่พ้นโดนอาญา ข้าคิดว่า เหตุใดเราไม่ลองบุกอีกซักครั้งหละครับ. " ขุนพลตู้เอ่ยออกมา
" นั่นหละสิท่านแม่ทัพ ข้าก็คิดเช่นเดียวกับ ขุนพลตู้ แม้เราจะเสียทหารไปเกินครึ่งแต่ว่า แคว้นเหลียงเองก็เสียหายไม่น้อย อีกทั้ง. วันนี้พวกมันได้ชัย คงจะกำลังเลี้ยงฉลองกันอยู่แน่ๆ หากเราแต่งทัพกับไปรอยามดึกสงัดแล้วบุกตีเมืองในขนาดที่พวกมันยังไม่ทันตั้งตัว เห็นที่ว่า เมืองชายแดนแห่งนี้คงจะไม่พ้นมือท่านไปแน่ " ขุนพลเสิ่นพูดเสริมพร้อมกัยอธิบายแผนการออกมา
จงโป และแม่ทัพนายกองทุกท่าน ได้ฟังดังนั้น แววตาเกิดความหวังขึ้นมา. เนื่องด้วยว่าลึกๆแล้วพวกเขาทุกคนก็หวังจะสร้างผลงานในศึกครั้งนี้ . หากพวกเขาถอยทัพกลับตอนนี้ พวกเขาคงถูกแม่ทัพนายกองคนอื่นๆหัวเราะเป็นแน่. แต่ว่า ก็มีเสียงทัดทานดังขึ้น.
" ท่านแม่ทัพจง หากพวกเราคิดได้เช่นนี้. ข้าเกรงว่า แคว้งเหลียงเองก็คิดได้เช่นกัน ท่านลืมไปแล้วหรือว่า ขุนพลหนุ่มผู้นั้นมากด้วยฝีมือและสติปัญญา การที่เราแตกทัพครั้งนี้ ล้วนเป็นแผนของเขาทั้งสิ้น " เตงฮองเอ่ยออกมา
" ใช่แล้วท่านแม่ทัพ ข้าเองก็เห็นด้วยกับ ท่านเตงฮอง ขุนพลหนุ่มผู้นั้นเราจะประมาทไม่ได้. แม้อายุเค้าจะน้อยแต่เก่งกาจยิ่งนัก นับว่าเป็นอัจฉริยะหายากในยุคนี้ " เตงอี้รีบพูดเสริม
ทุกคนได้ยินดังนั้น ต่างก็หัวเราะออกมา ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮูดดดดด. ก่อนที่ ขุนพลเสิ่นจะพูดขึ้น " เพียงแค่ประมือกับขุนพลไร้ชื่อผู้นั้นเพียงครั้งเดียว ท่านทั้งสองก็หวาดกลัวแล้วหรือ. ขุนพลหนุ่มคนนั้นแม้จะเก่งกาจ แต่ยังไงซะก็ยังเป็นเด็ก. มีความทนงตัวอยู่บ้าง. การรบครั้งนี้เขาได้รับชัยชนะ คงจะต้องฉลองกันอยู่เป็นแน่ หากเราถือโอกาสนี้โจมตี เมืองชายแดน ชัยชนะจะไปไหนเสีย "
เตงฮอง ได้ยินเช่นนั้น หวังจะเอ่ยทัดทาน. แต่ว่า กับถูก จงโปยกมือห้ามเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น " เอาล่ะ เอาล่ะ สิ่งที่ท่านทั้งสองพูดมาก็มีเหตุผล เอาแบบนี้แล้วกัน ให้ส่งคนไปดูสิว่า เมืองชายแดนเป็นยังไง หากพวกมันวางกำลังป้องกัน พวกเราจะถอยทัพทันที แต่ว่า หากพวกมันกำลังเสพสุขกันหละก็ พวกเราจะช่วยให้พวกมันไปเสพสุขกันต่อในนรก "
เตงอี้ ได้ยินเช่นนั้นก็รีบพูดขึ้น. " ท่านแม่ทัพ หากว่ามันเป็นแผนการของศัตรูเล่า ไม่เท่ากับมาพวกเราติดกับเสียเองหรือ "
ขุนพลที่เหลือได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาอีก. ว้ะ หะ หะ หะ หะ ... ก่อนที่ขุนพลเสิ่นจะพูดขึ้น. " ท่านเตงอี้ ดูท่านจะเกรงกลัวเด็กน้อยผู้นั้นยิ่งนัก. ข้าจะบอกให้ พวกแคว้นเหลียง เมื่อเห็นเราปราชัยย่อยยับ ป่านนี้คงกำลังเลี้ยงฉลองกันอยู่เป็นแน่ ไหนเลยพวกมันจะคิดว่าพวกเราจะย้อนกลับไปโจมตีพวกมัน. อีกอย่าง ตอนนี้ทหารของพวกมันก็มีแค่สองหมื่น เราจะทิ้งโอกาสที่ฟ้าประทานมาให้หรือ. ท่านเตงฮองท่านเตงอี้ "
เตงฮอง และเตงอี้ ได้ฟังดังนั้น ก็ถอนหายใจออกมา เขาทั้งสองรู้ดีว่า ขุนพลเหล่านี้หาได้ไร้ปัญญา เพียงแต่ถูกฐิติบังตาถึงได้ เบาปัญญาลงเช่นนี้.
จงโป เห็นว่า. แผนการนี้ก็ไม่เลว จึงสั่งทหารสอดแนมรีบย้อนกลับไปยัง เมืองชายแดน เพื่อสืบข่าว
" ที่นี้หละ ข้าจะได้แก้แค้นให้กับทหารที่ตายไป. อีกทั้งยังมีผลงานกลับไปยังเมืองหลวงอีกด้วย " จงโปอุทานออกมา
เหล่าแม่ทัพนายกอง ได้ยินเช่นนั้น ก็เฮโลออกมาอย่างชอบใจ. มีเพียงแค่ เตงอี้กับเตงฮอง ที่ได้แต่ถอนใจและส่ายหัวไปมา.....
กลับมายัง เมืองชายแดนที่ตอนนี้มีแต่เสียงโหร้องด้วยความดีใจ. ทหารและชาวบ้านต่างก็ดื่มกินกันอย่างมีความสุข แต่ว่า งานฉลองครั้งนี้กับไม่มีแม้แต่เงาของ กองทหารของเฟยหลง และ จางชิง
เมื่อทหารสอดแนมมาถึง ก็ได้ยินเสียงเฮฮา กันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งประตูและกำแพงเมือง ก็มีทหารเฝ้าเพียงน้อยนิด จึงรีบกับไปรายงานทันที.
" ท่านแม่ทัพ เป็นอย่างที่ ท่านขุนพลเสิ่นคาดการณ์ขอรับ ทหารและชาวเมืองต่างก็ดื่มกินเลี้ยงฉลองกันอย่างสนุกสนาน. อีกทั้งประตูและกำแพงเมืองก็หละหลวมยิ่งนัก " ทหารสอดแนนเอ่ยออกไป
เหล่าแม่ทัพนายกอง ได้ยินเช่นนั้น ต่างก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ก่อนที่ ขุนพลเสิ่นจะเอ่ยขึ้น " เห็นมั้ยขอรับ ข้าว่าแล้ว. พวกมันจะต้องทำเช่นนี้ เห็นที่ว่า เมืองชายแดนคงไม่พ้นมือท่านแน่ขอรับท่านแม่ทัพ ว้ะ ฮะ หะ หะ หะ "
เตงอี้กับเตงฮอง ได้ยินเช่นนั้น ก็ส่ายหัวไปมา แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะพวกเขารู้ดีว่า เวลานี้ ถึงพวกเขาจะพูดอะไรออกไป มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง. พวกเขาเพียงแต่ภาวนาให้แผนการสำเร็จไปด้วยดี. ....
จงโป ได้ยินเช่นนั้น ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่นึง ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วพูดขึ้น. " เอาหละ. ขุนพลเสิ่น ขุนพลตู้ พวกเจ้าสองคนเป็นทัพหน้านำทหารสองหมื่นบุกตีเมืองทันที "
" ขอรับท่านแม่ทัพ " ทั้งสองรับคำ
" ส่วนรองแม่ทัพทั้งสอง กุมทหารหมื่นนึงคอยเป็นกองหนุน หากมีอะไรผิดพาดให้เข้าช่วยทันที " จงโปสั่งออกไป
ทั้งสองได้ยินเช่นนั้น ก็รับคำถึงแม้จะอยากคัดค้านเพียงใดก็ตาม
" ส่วนข้าจะนำทหารสองหมื่นตามไปสมทบท่าน ขุนพลเสิ่นและขุนพลตู้. เอาหละพวกเราไปได้ " จงโปเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ. แต่ทว่า เขากับหารู้ไม่ว่า ความหายนะกำลังรอพวกเขาอยู่
เมื่อพวกเขามาถึงเมืองชายแดน ทุกคนต่างก็ได้ยินเสียงเฮฮากันอย่างสนุกสนานของคนในเมือง ขุนพลเสิ่น จึงเอ่ยขึ้น " ทหารบุกตีเมืองได้ๆๆๆๆๆๆ "
เสียงกลองดังขึ้น ตึงๆๆๆๆๆๆๆๆ. เหล่าทหารได้ยินเช่นนั้น ต่างก็บุกเข้าตีเมืองทันที เสียงเฮเสียงโห่ร้องดังขึ้น ด้าน จงโปเห็นเช่นนั้น ก็สั่งทหารของตนบุกตีประตูเมือง
แต่ทว่า ภายในกำแพงเมืองกับมีการต่อต้านเพียงนิดเดียว. ไม่ช้าประตูเมืองชายแดนก็แตกออก จงโป เห็นเป็นโอกาส สั่งทหารทั้งหมดบุกเข้าเมืองทันที " พวกเราเร็วเข้าประตูเมืองเปิดแล้ว บุกเข้าไปฆ่าพวกมันให้หมด " เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะ ขี่ม้านำหน้าเข้าไป
เตงอี้เห็นเช่นนั้นก็ผิดสังเกต รีบพูดกับ เตงฮองว่า " ท่านเตงฮอง แย่แล้ว ท่านแม่ทัพติดกับแล้ว "
เตงฮองได้ยินเช่นนั้น ก็สะดุ้งตกใจ ก่อนจะรีบเอ่ยขึ้น. " มีอะไรอย่างนั้นหรือท่าน เตงอี้ ข้าก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรหนิ "
" ไม่ ท่านรองคิดดีๆสิ. ทหารในเมืองน่าจะมีเกินสองหมื่นไม่ใช้หรือ เหตุได้ประตูถึงถูกตีแตกได้ง่ายๆเช่นนี้ " เตงอี้อธิบายออกไป
เตงฮอง ได้ยินเช่นนั้นก็รีบอุทานออกมา. " แย่แล้ว แผนเมืองร้าง " พูดจบ เค้าก็รีบเร่งขี่ม้าหวังจะไปห้าม จงโป.
แต่ทว่า จู่ๆ ประตูเมืองชายแดนปิดลง ก่อนจะมีเสียงโห่ร้อง ขึ้นมาบนกำแพง พร้อมกับ กองทหารขนาดใหญ่ ที่นำทัพโดย จางชิงแม่ทัพที่ชำนาญศึก
" พวกเรา ฆ่า พวกหนานไห่ให้หมด. " จางชิงเอ่ยออกไป
เหล่าทหารได้ยินเช่นนั้นก็ใช้ธนูไฟ ยิงเข้าใส่ทัพ หนานไห่อย่างไม่ปรานี. เสียงร้องโหยหวนดังออกมาไม่ขาดสาย กองทหารสี่หมื่นของ จงโป บัดนี้ไม่ต่างจากตะพาบในให ต่างก็ล้มตายกันเป็นว่าเล่น.
จงโป เห็นเช่นนั้น ก็ตกใจ มารู้ตัวว่าตนเองติดกับมันก็สายไปแล้ว. ก่อนที่เขาจะมีคำสั่ง ให้ทหารฝ่ากลับออกไปทางประตูเมือง " เร็วเข้า พวกเราฝ่ากลับออกไปทางประตูเมือง ขุนพลเสิ่น ขุนพลตู้ นำทหารคุ้มกันด้านหลังเอาไว้ "
ขุนพลมีชื่อทั้งสอง ได้ยินเช่นนั้น ก็รีบสั่งพลโล่ป้องกันธนูไฟเอาไว้ แต่ว่าก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนัก
ด้าน จงโป ที่ตอนนี้ นำกองทหาร วิ่งมาถึงประตูเมือง. เขาหวังจะเปิดประตูเมืองออกไป. แต่โชคร้าย. ผู้ที่ยืนรักษาประตูเมืองอยู่ คือ ขุนพลหนุ่มหน้าใส่นามว่าหลี่เฟยหลง และกองทหารปีศาจของเขา จงโป เห็นเช่นนั้นก็ตกใจสุดขีด ตัวเขาเองได้ประจักแก่สายตาแล้วว่า ฝีมือของขุนพลหนุ่มผู้นี้ร้ายกาจเพียงได้ ขนาดขุนพลมีชื่ออย่าง เตงอี้และเตงฮอง ยังไม่สามารถเอาชนะเขาได้ แล้วนับประสาอะไรกับเขา.
เฟยหลง ที่ขี่ม้าขาวยืนเด่นเป็นสง่า ในมือถือทวนยาว แววตาจ้องมองไปที่ จงโป ก่อนที่เค้าจะเอ่ยขึ้น. " จะรีบไปไหน แม่ทัพจงโป. วันนี้ยังไงเจ้าก็หนีไม่รอด "
จงโป ได้ยินเช่นนั้น เหงื่อกานใหลออกมา ก่อนจะเอ่ยขึ้น " จะ จะเจ้า รู้ได้อย่างไรว่า พวกเราจะบุกเข้าตีคืนนี้ "
หมีดำได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา. ก่อนจะพูดขึ้น. " แผนการของเจ้า ไหนเลยจะตบตาท่านขุนพลของเราได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
( จงโป คงจะงงสินะว่าตนเองติดกับได้ยังไง เดี๋ยวตอนหน้าผู้แต่งจะเล่าให้ฟัง อิอิ หากชอบนิยายเรื่องนี้ยังไงก็ช้วยรีวิวเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ )