
ตื่นเช้ามาทิพรดาเธอก็ยังรู้สึกไม่สบายใจกับเื่ของจินดาพร เธอจึงจัดเตรียมทุกอย่างที่จินดาพรชอบไว้ให้เ้าตัว เพื่อเป็การไถ่โทษที่เธอนั้นทำผิดกับเ้าตัวเมื่อคืนนี้ พอจินดาพรลงมาข้างล่างจินดาพรเธอก็ไม่ทักแล้วก็ไม่คุยกับทิพรดาเลยสักคำ แถมยังทำหน้าบึ้งใส่ทิพรดาให้รู้ตัวเองว่าเ้าตัวนั้นไม่พอใจ ทิพรดาเธอจึงไม่ชอบแบบนี้เลยที่จินดาพรไม่สนใจตัวเอง แถมยังข้าวเช้าก็ไม่ยอมให้เธอตักให้เหมือนกับทุกวันด้วย น้ำทับทิมที่บอกว่าชอบวันนี้ก็ไม่อยากกินด้วยอีกเหมือนกับ ทิพรดาเธอจึงไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงให้จินดาพรเหมือนเดิมกับเธอ
“คุณ…คุณจินดาไม่สบายเป็ยังไงบ้างคะ”
“………….”พอได้ยินเสียงของทิพรดาถามตัวเองจินดาพรเธอก็นรู้สึกดีมากๆเลย แต่เธอก็ทำเป็นิ่งไม่ได้สนใจในสิ่งที่ทิพรดาถาม เพราะเธออยากรู้ว่าทิพรดานี้นจะทำยังไงถ้าเธอไม่ตอบ
“พี่กุ้ง คุณจินดาเป็ยังไงบ้างหรอจ๊ะ เมื่อคืนคุณจินดาไม่สบายหนักหรือเปล่า”เมื่อถามแล้วไม่ตอบทิพรดาเธอจึงหันไปถามกุ้งสาวใช้เบาๆ เพราะอยากรู้ว่าตอนนี้จินดาพรเป็ยังไงบ้าง
“เห็นบอกว่ายังปวดหัวอยู่เลยนะ เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาก็ยังบ่นว่าปวดหัวไม่หยุด ดีนะที่วันนี้เป็วันหยุดของคุณหนู จะได้นอนพักผ่อนให้เต็มที่”
“ดอกบัว มานี่สิ”
“คะคุณจินดา”พอได้ยินเสียงของจินดาพรเรียกตัวเองทิพรดาก็รีบเข้ามาหาจินดาพรทันทีอย่างดีใจ ที่เมื่อกี้นี้จินดาพรเรียกตัวเองให้เข้าไปหา
“อยากเป็หมอใช่ไหม ตอนนี้ฉันไม่สบายเธอเป็หมอจะทำยังไง”จินดาพรเธออยากให้ทิพรดาสนใจตัวเองและดูแลตัวเอง เธอจึงอยากจะลองดูอีกครั้งว่าทิพรดาจะยังสนใจเธออีกไหม
“เออ…คือว่า”
“จะคือว่าอะไรล่ะ ตอนนี้ฉันก็เป็คนป่วยจริงๆ แล้วถ้าตอนนี้ฉันอยู่กับเธอแค่สองคนเธอจะทำยังไง จะยืนดูฉันอย่างนี้หรอแล้วจะรู้หรอว่าอาการฉันเป็ยังไง”จินดาพรเธอสอนทิพรดาไปในตัวด้วยว่าการที่จะเป็หมอนั้นจะต้องจริงจังและใส่ใจ ต้องห่วงใยคนไข้และรีบรักษาคนไข้ให้หาย
“เออ…คุณจินดาปวดหัวไหมคะ ตอนนี้คุณจินดามีอาการยังไงบ้างคะ”ทิพรดาเธอจำต้องขยับเข้าไปใกล้ๆจินดาพรแล้วก็ยื่นมือเรียวไปแตะััดูว่าจินดาพรมีไข้หรือเปล่า แล้วก็ถามอาการของจินดาพรว่าเป็ยังไงบ้าง ซึ่งตอนนี้ทุกคนก็จ้องมองดูทิพรดาอยู่ว่าจะทำยังไง
“ต้องจับอย่างนี้ให้เต็มๆฝ่ามือ ถ้าจับตรวจดูอย่างนี้เดี๋ยวคนไข้ก็คิดว่าหมอรังเกียจคนไข้หรอก”
ตึก ตึก ตึก
“………….”ทิพรดาเกร็งตัวแข็งทื่อทันทีที่ถูกจินดาพรจับมือตัวเอง แล้วก็จับมือเธอเลื่อนให้ััที่แก้มที่หน้าผากแล้วก็ที่คออย่างช้าๆ ทิพรดาเธอจึงรู้สึกหวั่นไหวและหัวใจเต้นแรงที่ถูกจินดาพรจับมือตัวเองอย่างนี้ จนใจเธอนั้นไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว กุ้งที่อยู่ด้วยก็จ้องมองด้วยความรู้สึกว่ามันน่ารัก ที่เห็นจินดาพรจ้องมองด้วยสายตาที่เธอไม่เคยเห็นจินดาพรจ้องมองใครอย่างนี้มาก่อน
“ตอนนี้ตอบฉันได้หรือยังว่าฉันมีอาการยังไงบ้าง”
“ดอก…ดอกบัวเหมือนไม่สบายเลยค่ะตอนนี้”ทิพรดาเธอพูดอแกมาเบาๆอย่างไม่รู้ตัว เพราะว่าเธอนั่นตื่นเต้นมากจนทำอะไรไปไม่เป็แล้ว
“แล้วมีอาการยังไงบ้างล่ะที่บอกว่าไม่สบาย”
“ใจ…ใจดอกบัวเต้นแรงมาก สงสัยดอกบัวจะเป็โรคหัวใจแน่นอนเลยค่ะ”ทิพรดาเธอพูดออกมาอย่างห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้ จินดาพรที่จ้องมองดูพอทิพรดาบอกว่าหัวใจเต้นแรง เธอก็จับแขนทั้งสองข้างทิพรดาดึงเข้าหาตัวแล้วก็แนบหูฟังเสียงหัวใจของทิพรดาทันที ซึ่งนั่นมันทำให้ทิพรดานั้นหัวใจเต้นแรงขึ้นมากกว่าเดิมอีก จินดาพรเธอได้ฟังแล้วก็ยิ้มออกมาเพราะหัวใจของทิพรดานั้นเต้นแรงจริงๆ แถมเ้าตัวยังตัวสั่นนิดๆด้วยที่อยู่ใกล้เธออย่างนี้ ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นไปมองทิพรดาเธอก็เห็นว่าใบหน้าของทิพรดานั้น ค่อยๆแดงระเรือขึ้นมาให้เธอเห็นได้ชัดเจน ซึ่งเธอก็ไม่อยากจะคิดเองหรอกว่าทิพรดานั้นกำลังเขินหรือว่ารู้สึกหวั่นไหวกับตัวเอง เธอจึงอยากรู้ว่าทิพรดานั้นรู้สึกอะไรกับเธอบ้างหรือเปล่า
“หมอมีเื่อยากจะคุยด้วย ตามหมอขึ้นไปบนห้อง”ทิพรดาเธอพยักหน้าอย่างรู้สึกอะไรแล้ว เธอตัวแข็งทื่อจนขยับร่างกายไม่ได้ ก็เพราะว่าเมื่อกี้นี้จินดาพรนั้นค่อยๆขยับตัวขึ้นกระซิบที่ข้างหูเธอ แต่เธอนั้นกลับรู้สึกว่าจินดาพรค่อยๆหอมััเธออย่างอ่อนโยน ก่อนที่เธอจะรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงของจินดาพรหันไปบอกกุ้งสาวใช้
“พี่กุ้งคะ อย่าให้ใครขึ้นไปรบกวนจินดาบนห้อง จินดารู้สึกอ่อนเพลียจะขึ้นไปนอนต่ออีกสักพัก”
“ได้ค่ะคุณหนู”กุ้งสาวใช้รับคำสั่งแต่ก็มองตามด้วยความงุนงงว่าทำไมต้องจูงมือของทิพรดานั้นไปด้วย แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนอกจากทำตามคำสั่งที่จินดาพรบอก ทิพรดาที่เดินตามจินดาพรขึ้นมาบนห้องนี่สิที่ใจไม่อยู่กับน้อยกับตัว เข้าห้องของจินดาพรมาก็ยิ่งรู้สึกใจเต้นไม่หาย ทิพรดาเธอยิ่งมั่นใจแล้วว่าตอนนี้เธอนั้นรู้สึกกับจินดาพรที่พิเศษกว่าคนอื่น แต่ไม่ใช่ในแบบรู้สึกดีที่จินดาพรช่วยเหลือและดีกับเธอ แต่มันเป็ความรู้สึกที่ทำให้เธอนั้นหัวใจเต้นแรงเหมือนคนกำลังแอบรัก
“จะไปไหน”
“คุ...คุณจินดา...”ทิพรดาเธอถูกจินดาพรกอดไว้ไม่ให้ออกไปจากห้องทันที ซึ่งทิพรดานั้นเธอก็ใอยู่เหมือนกันแล้วก็ทำตัวไม่ถูก ที่จินดาพรกอดเธอไว้อย่างนี้อีกทั้งเ้าตัวก็ขยับหน้าก้มมองดูเธออย่างใกล้ๆอีกด้วย
“เรียกทำไม เรียกแล้วก็พูดสิถ้าไม่พูดหมอไม่ปล่อยนะ”
“แต่...แต่ดอกบัวหายใจไม่ค่อยออก”
“ทำไมถึงหายใจไม่ค่อยออก อย่างนี้หมอคงต้องตรวจทางเดินหายใจดูนะคะว่าเป็เพราะอะไร”จินดาพรเธอก็เหมือนว่าจะห้ามความรู้สึกของตัวเองไม่ค่อยได้เหมือนกัน ยิ่งได้อยู่ใกล้ๆได้กลิ่นหอมๆจากร่างเล็ก ร่างกายของเธอมันเืสูบฉีดขึ้นมาอย่างห้ามความรู้สึกไม่ได้ แต่เธอก็รู้ตัวเองว่าตัวเธอนั้นเป็อะไร
“พอแล้วค่ะ อย่าแกล้งดอกบัวอีกเลยนะคะ แค่นี้เวลาที่ดอกบัวอยู่ใกล้ๆหมอดอกบัวก็แทบจะห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้แล้ว”
“..............”ทิพรดาเธอผลักจินดาพรให้ถอยออกห่างอย่างพยายามห้ามความรู้สึกของตัวเอง จินดาพรที่ได้ยินเธอก็รู้สึกดีไม่น้อย เพราะได้รู้แล้วว่าทิพรดานั้นมีความรู้สึกหวั่นไหวกับเธอ เหมือนกับที่เธอนั้นรู้สึกอย่างเดียวกับทิพรดาเหมือนกัน การที่เธอได้เห็นหน้าทิพรดามันก็ทำให้เธอนั้นมั่นใจความรู้สึกของตัวเอง เธอเคยมีความรักมาแล้วเธอจึงพอรู้ว่าตอนนี้ทิพรดานั้นรู้สึกยังไงกับเธอ
“หมายความว่ายังไง หมอไม่เข้าใจที่ดอกบัวพูด”
“เออ...ดอกบัวขอตัวก่อนนะคะ ดอกบัว...ดอกบัวมีงานต้องทำต่อ”ทิพรดาเธอพยายามที่จะหลบหน้าจินดาพรแล้วตอนนี้ เมื่อเธอนั้นเผลอพูดความรู้สึกของตัวเองออกไป เธอจึงจะออกไปจากห้องของจินดาพรเพื่อที่จะได้ไม่ต้องตอบคำถาม แต่ว่าจินดาพรนั้นเธอไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ เธอจึงจับแขนของทิพรดาไว้แล้วก็ดึงเข้าหาตัว
“ทำให้หมออยากรู้แล้วก็จะไม่บอกหมอหรอฮึ”จินดาพรเธอถามพร้อมกับเอานิ้วชี้ของเธอจิ้มที่ปลายจมูกของทิพรดาเล็กน้อย ทิพรดาก็ยิ่งรู้สึกหวั่นไหวกับสิ่งที่จินดาพรทำ
“ถ้าไม่บอกหมอ เราก็ยืนอยู่ในท่านี้กันจนกว่าดอกบัวจะบอกแล้วกันนะ”
“ไม่...ไม่นะคะ”ทิพรดาเธอรีบเงยหน้าขึ้นปฏิเสธจินดาพรทันที เพราะถ้าให้เธออยู่ในท่านี้กับจินดาพรเธอมีหวังได้เผลอทำอะไรบ้าๆลงไปแน่ ก็เพราะยิ่งเธอได้อยู่ใกล้ๆจินดาพรมันยิ่งทำให้เธอนั้นอยากจะมองดูใบหน้าหวาน หรือว่าอาจจะกอดจินดาพรเสียเอง ที่เธอนั้นอยู่ใกล้ๆแล้วรู้สึกดีอยากจะอยู่แบบนี้นานๆ
“ถ้าอย่างนั้นบอกหมอได้ไหมคะ ว่าดอกบัวรู้สึกยังไงกับหมอ”จากเมื่อคืนนี้ที่เธอตั้งใจอยากอยู่ด้วยกับเ้าตัว มันก็ทำให้เธอนั้นนอนไม่หลับ เมื่อเ้าตัวนั้นไม่ทำตามที่บอกกับเธอไว้ มันทำให้เธอรู้สึกงอนแล้วก็น้อยใจเ้าตัวที่ไม่ได้นอนด้วยกัน
“ดอกบัว...ดอกบัว...ดอกบัวรู้สึกแปลกๆเวลาที่อยู่ๆหมออย่างนี้ หัวใจดอกบัวมันชอบเต้นแรงๆเวลาที่ได้อยู่ใกล้ เวลาที่ดอกบัวได้เห็นหน้าหมอดอกบัวก็รู้สึกดีใจ อยากเข้าไปหาอยากอยู่ใกล้ๆ ดอกบัวขอโทษดอกบัวไม่รู้ว่าอาการแบบนี้มันเกิดขึ้นั้แ่ตอนไหน ดอกบัวจึงไม่อยากอยู่ใกล้ๆอื้อ...”ทิพรดาเธอพูดยังไม่จบจินดาพรเธอก็ก้มลงมาจูบที่ปากอวบอิ่มของเ้าตัว พร้อมกับรั้งเอวเล็กไว้ไม่ให้ขยับถอยหนีออกห่างจากตัวเอง ทิพรดาเธอก็ต่างอึ้งไปในทันทีแต่เธอก็ไม่ได้ผลักจินดาพรให้ถอยห่างออกจากตัวเอง ซึ่งจินดาพรเธอก็ก้มลงมาจูบแค่ริมฝีปากัักันไว้เท่านั้น ก่อนที่เธอจะถอนจูบออกจ้องมองดูทิพรดาว่ารู้สึกยังไง ทิพรดานั้นเธอค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองจินดาพรอย่างช้าๆด้วยความสงสัย ว่าสิ่งที่จินดาพรนั้นหมายความว่ายังไง ทั้งที่ตอนนี้หัวใจของเธอเต้นแรงแทบจะไม่เป็จังหวะหัวใจแล้ว
“...............”ทั้งสองคนจ้องมองดูใบหน้าหวานของกันด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน ก่อนที่จินดาพรนั้นเธอจะค่อยๆขยับเข้าไปจูบทิพรดาอีกครั้ง ว่าเ้าตัวนั้นจะต่อว่าอะไรให้ตัวเองหรือเปล่า เพราะเธอกลัวว่าทิพรดานั้นจะต่อว่าตัวเองที่ทำอย่างนี้กับเ้าตัว แต่ทุกครั้งที่เธอได้อยู่ใกล้ๆทิพรดามันก็ทำให้เธอนั้นอยากจะทำอย่างนี้อยู่บ่อยครั้ง ก็เพราะว่าความน่ารักและมีเสน่ห์ของทิพรดานั่นแหละที่ทำให้เธอเปลี่ยนไป หลังจากที่เธออกหักจากคนรักเธอก็ไม่เคยรู้สึกหวั่นไหวกับใครอีก จนได้มาเจอทิพรดามันเลยทำให้เธออยากจะมีความรักอีกครั้ง แต่ทิพรดายังเป็เด็กและยังไม่บรรลุนิติภาวะ มันจึงทำให้เธอนั้นพยายามห้ามความรู้สึกของตัวเองมาตลอด แต่ตอนนี้เธอยิ่งได้อยู่ใกล้ชิดทิพรดามากขึ้นกว่าเดิม มันก็เลยทำให้เธอนั้นไม่สามารถที่จะควบคุมรู้สึกของตัวเองได้แล้ว
“อื้อ...เมาะหมอคะ”ทิพรดาเธอหันหน้าหนีเมื่อเธอนั้นรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ที่เธอยอมให้จินดาพรทำอย่างนี้กับตัวเอง
“ดอกบัวรู้ไหมว่าดอกบัวกำลังบอกชอบหมออยู่”
“..............”ทิพรดาเธอยิ่งรู้สึกทำตัวไปไม่เป็ เธออึ้งไปเลยที่จินดาพรบอกกับเธออย่างนี้ ซึ่งเธอไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะมีความรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงด้วยกัน ก่อนที่จินดาพรเธอจะก้มลงมาจูบที่ปากอวบอิ่มของทิพรดาอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้จินดาพรนั้นเธอััมากขึ้นมากกว่าเมื่อกี้นี้ ที่เธอนั้นค่อยๆใช้ลิ้นอุ่นััตามริมฝีปากของเ้าตัว พร้อมกับดูดดึงริมฝีปากอวบอิ่มของเ้าตัวให้เริ่มรู้สึกของการจูบกับเธอเป็ยังไง และตอนนี้เธอกำลังจะสอดแทรกลิ้นอุ่นๆเข้าไปััลิ้นเล็กของทิพรดาเป็ครั้งแรก ทิพรดาเธอสะดุ้งเล็กน้อยที่ไม่เคยถูกััแบบนี้ เธอจึงเกร็งตัวยืนนิ่งให้จินดาพรนั้นทำอะไรตัวเองก็ได้ ซึ่งเธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรือว่าไม่อยากให้จินดาพรทำอย่างนี้กับตัวเองเลย ก่อนที่จินดาพรเธอจะถอนจูบออกแล้วจ้องมองดูใบหน้าหวานอีกครั้ง
“โกรธให้หมอไหมที่ทำแบบนี้”จินดาพรเธอถามทิพรดาให้แน่ใจว่าเ้าตัวนั้นรู้สึกชอบเธอจริงๆหรือเปล่า ทิพรดาเธอจึงส่ายหน้าไปมาว่าไม่ได้โกรธอะไรเลยที่จินดาพรทำอย่างนี้กับตัวเอง
“ขอบคุณนะที่รู้สึกดีๆกับหมออย่างนี้”จินดาพรเธอขอบคุณทิพรดาแล้วก็ดึงเ้าตัวเข้ามากอดไว้ ซึ่งทิพรดาเธอไม่รู้หรอกว่าเธอนั้นรู้สึกดีมากแค่ไหนที่เ้าตัวรู้สึกกับตัวเอง ที่ก่อนหน้านี้เธอก็คิดว่าทิพรดานั้นที่ยอมทำตามที่เธอบอก ก็เพราะว่าเธอนั้นเป็คนคอยช่วยเหลือเ้าตัว เ้าตัวจึงอยากจะตอบแทบบุญคุณตัวเองด้วยการยอมทำตามที่ตัวเองบอก พอรู้ว่าทิพรดานั้นรู้สึกกับเธอแบบนี้ มันก็ทำให้เธอนั้นมีความสุขและดีใจมากกว่าเดิม ต่อจากนี้ไปเธอจึงจะต้องทำให้ทิพรดานั้นรู้สึกกับเธอมากกว่านี้ และให้เ้าตัวแน่ใจว่าเ้าตัวนั้นรู้สึกกับเธอไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่ววูบ ที่ยังไม่แน่ใจตัวเองเท่าไหร่ว่าที่แท้จริงแล้วเ้าตัว้าอะไร หรือเป็เพียงแค่ความใกล้ชิดกันเท่านั้นจึงทำให้ทิพรดารู้สึกแบบนี้กับตัวเอง ถ้าวันหนึ่งทิพรดาเจอคนอื่นอีกทิพรดานั้นจะรู้สึกแบบนี้กับเธออยู่ไหม
รวิภาเธอมาหาจินดาพรที่บ้านหลังจากที่เธอนั้นได้รับโทรศัพท์จากจุ๋ม ว่าจินดาพรนั้นพาทิพรดาขึ้นไปบนห้องตั้งนานแล้วยังไม่ออหมาสักที พอรวิภามาถึงที่บ้านของจินดาพรเธอก็บอกว่า จะขึ้นไปดูอาการของจินดาพรเพราะว่าเธอเป็หมอจะได้รู้ว่าอาการของจินดาพรเป็ยังไงบ้าง ทั้งที่กุ้งนั้นบอกแล้วว่าจินดาพรไม่ให้ใครขึ้นไปรบกวน แต่รวิภาบอกว่าเป็ห่วงจินดาพรก็เลยยอมให้รวิภาขึ้นไปดูอาการจินดาพร
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ไม่ต้องเปิดหรอก”
“ทำไมล่ะคะ”ทิพรดาเธอกำลังจะลุกขึ้นไปเปิดประตูให้กับคนที่มาเคาะห้อง แต่จินดาพรจับมือของทิพรดาไว้ไม่ให้ไปเปิดประตู
“หมอไม่อยากให้ใครมารบกวน”จินดาพรเธอพูดแล้วก็จ้องดูใบหน้าหวานของทิพรดาอย่างมีความหมาย แต่ทิพรดาเธอไม่เข้าใจความหมายที่จินดาพรจะสื่อให้เธอรู้หรอกนะ แต่เธอรู้สึกเขินอายกับสายตาที่จ้องมองดูเธอมากกว่า
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณหนูอาจจะนอนอยู่ก็ได้นะคะคุณหมอฟาง”
“ถ้าอย่างนั้นก็เปิดประตูเข้าไปเลย ฟางกลัวว่าพี่จินดาจะเป็อะไรมาก”รวิภาเธอไม่ฟังคำที่กุ้งบอกเธอก็เปิดประตูเข้าไปในห้องทันที จินดาพรเธอก็แกล้งหลับทันทีเพราะไม่อยากคุยกับรวิภาในตอนนี้ แต่มือของเธอนั้นก็ยังจับมือของทิพรดาไว้ไม่ปล่อย ถึงแม้ว่าเ้าตัวนั้นจะพยายามดึงออกก็ตาม
“คุณหมอฟาง”ทิพรดาเธอจะดึงมือตัวเองออกจากจินดาพรแต่จินดาพรไม่ยอมปล่อยเลย รวิภาที่ยืนมองดูมันเลยทำให้เธอนั้นรู้สึกเจ็บใจไม่น้อย เธอจึงกำมือแน่นด้วยความเจ็บใจแต่ใบหน้าเธอนั้นยังยิ้มให้กับทิพรดาเหมือนเดิม
“พี่กุ้งบอกว่าพี่จินดาไม่สบายน่ะ ฉันก็เลยจะขึ้นมาดูอาการพี่จินดาหน่อยว่าเป็อะไรมากหรือเปล่า”
“ก็ลุกมานี่สิยัยดอกบัว คุณฟางจะตรวจดูอาการคุณจินดา”จุ๋มดึงแขนทิพรดาให้ลุกออกมาจากจินดาพรทันที ทิพรดาเธอจึงเซไปตามแรงที่จุ๋มดึงจนจินดาพรต้องปล่อยมือของทิพรดา รวิภาเธอจึงนั่งลงข้างๆจินดาพรเพื่อที่จะตรวจดูอาการ แต่จินดาพรก็ลืมตาตื่นขึ้นมองรวิภาก่อน
“พี่จินดาเป็ยังไงบ้างคะ ฟางจะตรวจดูอาการให้นะคะ”
“ไม่ต้องหรอก พี่ไม่ได้เป็อะไรพี่แค่อยากให้ดอกบัวมาอยู่เป็เพื่อนพี่เฉย”จินดาพรเธอขยับตัวลุกขึ้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รวิภาเธอนี้อึ้งไปเลยเพราะไม่คิดว่าจินดาพรจะทำแบบนี้เพื่อเรียกร้องความสนใจจากทิพรดา
“คุณหนูหายไม่สบายแล้วหรอคะ”
“ดีขึ้นมากแล้วพี่กุ้ง ดอกบัวช่วยดูแลหายแล้วค่ะ แล้วทำไมพี่กุ้งไม่ทำตามที่จินดาบอกล่ะคะ”จินดาพรเธอก็ถามไปอย่างนั้นแหละ ไม่บอกเธอก็พอรู้ได้ว่ารวิภาคงไม่ยอมจนเข้ามาข้างในห้องนี้จนได้
“เออ...คือว่าคุณ...”
“เป็เพราะยัยจุ๋มนี่แหละคะพี่จินดา ที่โทรไปบอกฟางให้มาดูอาการพี่จินดา ยัยจุ๋มบอกว่าพี่ฟางเป็ไข้หนัก”รวิภาเธอโทษไปที่จุ๋มทันทีเมื่อกุ้งกำลังบอกว่าเธอนั้นพยายามจะขึ้นมาให้ได้ จุ๋มก็งงไปเลยเพราะว่าเธอไม่ได้บอกอย่างนั้นเลย
“พี่ขอบคุณน้องฟางมากเลยนะคะที่เป็ห่วงพี่ แต่ตอนนี้พี่รู้สึกง่วงพี่ขอตัวนอนก่อนนะ ดอกบัวอยู่ในห้องนี้ไม่ต้องออกไป ส่วนคนอื่นมีอะไรทำก็ไปทำนะ”จินดาพรเธอพูดบอกทุกคนทุกอย่างให้เข้าใจทันทีว่าเธอ้าอะไร กุ้งก็ออกไปจากห้องทันทีเมื่อได้ยินในสิ่งที่จินดาพร รวิภากับจุ๋มก็จำต้องออกไปจากห้องด้วยความไม่พอใจ ที่จินดาพรนั้นไม่สนใจตัวเองเลยแถมยังแสดงออกให้เห็นอีกว่าทิพรดานั้นสำคัญกับเ้ามากกว่าเธอแค่ไหน
“ยัยดอกบัวมันร้ายนะคะคุณฟาง คุณฟางจะให้ฉันไปตบมันเพื่อแก้แค้นให้ไหมคะ”
“เธอก็ลองไปทำดูสิ เธอนั่นแหละที่จะถูกไล่ออก เธอไม่เห็นหรือไงว่านางนั้นมันสำคัญกว่าเธอ”รวิภาเธอรู้ว่าการทำแบบนี้มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย เธอจึงคิดหาทางอื่นแทนดีกว่าที่มันดีกว่านี้
“คุณฟางจะไปไหนคะ”
“ฉันก็กลับนะสิ จะให้ฉันทนอยู่มองดูพี่จินดาสนใจมันมากกว่าฉันหรือไง”พูดจบรวิภาเธอก็เดินไปจากตรงนั้นทันทีด้วยความโกรธแค้นให้กับทิพรดา
“แล้วเงินค่าจ้างของจุ๋มล่ะคะคุณฟาง”จุ๋มเธอพยายามถามเื่เงินค่าจ้างที่เธอบอกข่าว แต่รวิภาไม่สนใจจึงทำให้จุ๋มนั้นอดได้เงินค่าจ้างครั้งนี้เลย จึงทำให้เธอนั้นหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ที่ไม่ได้เงินตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะให้ค่าจ้างทุกครั้งที่คอยรายงานว่าจินดาพรกับทิพรดาทำอะไรกันบ้าง
ขจรเดินกลับมาบ้านด้วยความเซ็งที่วันนี้นั้นเขาเงินอีกแล้ว เขาตั้งใจจะเอาทุนคืนแท้ๆแต่กลายเป็ว่าเขานั้นต้องเสียเงินมากกว่าเดิมอีก เขาจึงอารมณ์ไม่ดีที่ยิ่งเล่นยิ่งเสีย จนตอนนี้เงินของเขานั้นเริ่มหมดลงไปเรื่อยๆแล้ว จากเงินเป็ล้านตอนนี้เหลือเงินแค่สามหมื่นกว่าบาทเอง พอกลับมาถึงบ้านกุลจิราก็ขอเงินเขาไปซื้อกับข้าวทันที เขาจึงบอกกับกุลจิราว่าเงินหมดแล้ว กุลจิราเธอใมากเพราะไม่คิดว่าขจรจะติดการพนันมากขนาดนี้
“โอ๊ยพ่อ แล้วต่อจากนี้ไปฉันจะเอาเงินที่ไหนใช้ จะเอาเงินที่ไหนไว้ซื้อข้าวกินล่ะพ่อ”
“เอ็งอย่าบ่นฉันมากได้ไหม ฉันสัญญาว่าพรุ่งนี้ฉันจะเอาเงินคืนมาให้ได้”ขจรเขาก็ยังหวังว่าพรุ่งนี้เขาจะต้องได้เงินมาอย่างแน่นอน
“นี่พ่อยังจะไปเล่นอีกหรอพ่อ พ่อเล่นมันทุกวันฉันยังไม่เห็นว่าพ่อจะได้เงินมาเลยนะ เงินตั้งเกือบล้านที่พ่อเอาไปเล่นต่อการพนันบ้าบออะไรนั่น”
“นี่ฉันเป็พ่อเอ็งนะ หยุดพูดแล้วก็ไปหาซื้ออะไรมากินได้แล้ว”
“ไหนล่ะเงินพ่อ ฉันไม่มีเงินหรอกนะ”กุลจิราเธอนั่งลงข้างๆขจรอย่างหมดแรง แล้วก็รู้สึกเสียดายเงินตั้งเยอะที่ขจรนั้นเอาไปเล่นการพนันจนเกือบหมดอย่างนี้
“เงินที่ฉันให้เอ็งเอ็งก็เก็บไว้บ้างสิว่ะ”
“นี่พ่อ เงินที่พ่อให้ฉันมันไม่กี่บาทเองนะ แต่ดูพ่อสิเงินตั้งเยอะแยะพ่อเอาไปเล่นแต่การพนันนั่น มันไม่ใช่ความผิดของฉันเลยนะที่เงินหมดอย่างนี้”
“อย่าทะเลาะกันเลย ฉันสามารถพาพวกคุณไปหาเงินใช้ได้นะ”เสียงของผู้ชายคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นเมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังทะเลาะกันอยู่ ขจรกับกุลจิราหันหน้ามามองผู้ชายคนนั้นด้วยความแปลกใจว่าเป็ใครกัน ที่จู่ๆก็เดินเข้ามาในบ้านของตัวเองอย่างนี้
“นายเป็ใคร”
“ไม่ต้องรู้หรอกว่าผมเป็ใคร แต่ก่อนหน้านี้พวกคุณไม่ได้อยู่กันแค่สองคนใช่ไหม ผมสามารถพาพวกคุณไปหาสองคนที่เคยอยู่ที่นี่ได้นะครับ”เขาบอกในสิ่งที่ทำให้ขจรกับกุลจิราสนใจทันที ขจรได้ยินอย่างนั้นก็ทำให้เขานั้นคิดออกทันทีว่าเป็ใคร
“นายรู้ได้ยังไง”
“นั่นสิ นายตามสืบเื่ของพวกเราหรอห๊ะ”
“ไม่ต้องสนใจหรอกว่าผมรู้ได้ยังไง นี่คือแผนที่บ้านของสองคนนั้นที่ไปอยู่ พวกคุณอยากได้เงินไม่ใช่หรอไปขอพวกเธอสิ”เขาเอากระดาษที่เขียนแผนที่ให้กับทั้งสองคนแล้วก็เดินออกไปจากบ้านทันที กุลจิราเธอจึงจับกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู
“เอามานี่พ่อดูเอง พ่อจะไปเงินกับพวกมัน พวกมันคงคิดว่าจะทิ้งให้กูอยู่แบบนี้ได้สินะ”
“พ่อจะทำอะไร พ่ออย่าลืมนะว่าเขาเอาเงินให้เรามาใช้แล้ว แต่พ่อเองนั่นแหละที่บ้าการพนันจนเอาเงินไปเล่นจนหมด”กุลจิราเธอก็กลัวเพราะเธอจำคำพูดของจินดาพรได้ และเธอก็เชื่อว่าจินดาพรคงไม่ยอมปล่อยพวกเธอแน่ๆ
“เอ็งจะไปกลัวทำไม ยังไงพวกมันก็ต้องยอมพวกเรา เพราะพ่อเป็เ้าชีวิตของพวกมัน”
“แต่พ่ออย่าลืมนะ ว่าพ่อรับปากสัญญากับผู้หญิงคนนั้นไว้แล้ว”
“ก็เอาสิว่ะ ระหว่างคนที่ช่วยมันให้มีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ ฉันนี่แหละจะทำให้มันไม่มีที่อยู่ในสังคมอีกเลย”ขจรเขาไม่ยอมอยู่อย่างอดๆอยากๆอย่างนี้หรอก เขาคิดเพียงแค่ว่ายังไงทิพรดากับทิพกาจะต้องเป็หนี้บุญคุณเขาไปตลอดชีวิต และคอยหาเลี้ยงเขาอย่างนี้ต่อไปไม่มีวันพอ กุลจิราเธอก็ไม่รู้ว่าขจรนั้นจะทำยังไง แต่เธอก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเื่นี้เท่าไหร่เพราะไม่อยากเข้าไปนอนอยู่ในคุก เธอคิดว่าจินดาพรนั้นคงไม่ปล่อยไว้แน่ๆถ้ารู้เื่เข้า
จบตอน