กำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง]

    No.45 ออกเดินทาง

    2 เดือนต่อมา
    หลังจากที่ครอบครัวได้เริ่มจัดการงานต่างๆ ใช่ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาก็เริ่มเป็นรูปร่างขึ้นมาบ้างแล้ว คาดว่าอีกไม่เกินหนึ่งปี ภายในเกาะยูโทเปียนั้น คงจะได้มีเมืองเล็กๆ ปรากฏขึ้นมาเป็นอย่างแน่นอน
    ในช่วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมานี้ น็อกกับมินมินโดนพ่อกับแม่สั่งห้ามออกไม่ให้ไปข้างนอกเด็ดขาด ทั้งคู่จะต้องคอยบ่มเพาะพลังที่พึ่งจะได้มาใหม่ให้เสถียรที่สุด ภายในห้องเดียวกัน และพยายามเพิ่มพลังให้ได้มากที่สุดในช่วงเวลานี้ เพราะพ่อกับแม่ของเขาเป็นกังวลว่า การไปทดสอบครั้งนี้อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับพวกเขาทั้งสอง แม้จะรู้ว่าลูกชายของพวกเขานั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่ความเป็นห่วงของพ่อกับแม่นั้นย่อมมีมากกว่า น็อกเองก็เข้าใจในความหวังดีและเป็นห่วงของพ่อกับแม่จึงยอมทำตามแต่โดยดี
    "ตู้มมมมมมมมมม!!!!?"
    เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งบ้าน โชคดีที่แถวบ้านของน็อกไม่ค่อยมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่งั้นคงได้ เกิดการโกลาหลเป็นแน่ ทุกคนภายในบ้านตื่นตัวกันถึงขีดสุด พ่อกับแม่และลิลลี่รีบวิ่งขึ้นมาดูด้วยความเป็นห่วง ก็เห็นสภาพของน็อกที่ลอยมาติดกับม่านพลัง และภายในรอบๆ ม่านพลังก็ปรากฏฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่ว ผ่านไปไม่กี่อึดใจมินมินก็เป็นคนที่คลายม่านพลังออก ทั้งหมดรีบวิ่งเข้ามาดูอาการของน็อกทันที ก็พบว่าเขานั้นบาดเจ็บสาหัส และหมดสติไป เมดสาวทั้งสามรีบเร่งรักษาอาการให้ทันที โดยมีลิลลี่ยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง พ่อกับแม่ของน็อกมองไปทางมินมินที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามอย่างร้อน
    "มินมิน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!! ทำไมน็อกกับเธอถึงบาดเจ็บได้"
    "หนูเองก็ไม่รู้ค่ะ อยู่ดีๆ น็อกก็บอกให้หนูกางม่านพลังเอาไว้ เพราะเขาจะลองทดสอบอะไรบางอย่าง แล้วจู่ๆ ก็เกิดพลังมหาศาลระเบิดขึ้น ม่านพลังของหนูเองยังไม่สามารถป้องกันได้" มินมินพูดจบก็หันไปมองทางน็อกอย่างเป็นห่วง
    พ่อกับแม่ของน็อกถึงกับปรากฏสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้น และเริ่มดูอาการของมินมินที่มีแผลถลอกไปทั่วทั้งร่าง และอาการบาดเจ็บภายใน ไม่นานนักนีน่าก็ขึ้นมาถึงห้อง เมื่อมาเห็นอาการของมาม๊าเธอ ก็รีบเร่งรักษาให้ทันที จนบาดแผลต่างๆ สมานกันอย่างรวดเร็วไม่ปรากฏให้เห็นแม้แผลเป็นใดใด พอมองไปทางป๊ะป๋าที่มีเมดสาวทั้งสามกำลังรักษาอยู่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา
    "คุณตา คุณยาย ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกค่ะ ป๊ะป๋าไม่เป็นอะไรแล้ว หนูคิดว่าป๊ะป๋าคงต้องการจะดูดกลืนเปลวเพลิงโลกันต์ เพื่อนำไปหลอมรวมกับเปลวเพลิงทั้งสองที่ป๊ะป๋ามี เพื่อฝึกขั้นต่อไปของทักษะปราณหยินหยาง แต่เปลวเพลิงโลกันต์นั้นรุนแรงเกินไป ป๊ะป๋าในตอนนี้ยังไม่สามารถควบคุมหรือหลอมรวมได้ ทำให้เปลวเพลิงที่ป๊ะป๋ามี กับเปลวเพลิงโลกันต์ของหนูต่อต้านกัน จนระเบิดขึ้นค่ะ"
    เมื่อทุกคนได้ยินที่นีน่าบอก พลางมองไปที่น็อกอย่างเป็นห่วงทันที พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าน็อกนั้นฝึกทักษะที่อันตรายขนาดนี้ เพราะหากพลาดพลั้งแม้เพียงนิดเดียวก็อาจถึงตายได้ พวกเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าที่น็อกต้องฝึกฝนหนัก ก็เพราะสิ่งที่เขาแบกรับไว้มันมากมายกว่าคนอื่นหลายเท่า ถึงแม้จะมีพวกเขาคอยช่วยแบ่งปันกันไปบ้าง แต่มันก็ยังน้อยนิดเมื่อเทียบกับสิ่งที่ลูกของเขากำลังเผชิญอยู่
    ไม่นานนักอาการของน็อกก็เริ่มดีขึ้น แต่ในตอนนี้แค่เพียงยังไม่ได้สติ ก่อนที่ทุกคนจะพาน็อกไปพักผ่อนที่ห้องของมินมิน เพราะห้องของน็อกนั้นเป็นจุลไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนมินมินก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเธอเองก็เริ่มชินกับการอยู่กับน็อกแล้ว เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนน็อกก็ได้มินมินและนีน่าคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง
    2 วันผ่านไป [ในยามค่ำคืน]
    ร่างของน็อกที่พลันเริ่มได้สติขึ้นมา ค่อยๆ เปิดตาช้าๆ และกวาดสายตาไปมองรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่กับนีน่าที่นอนอยู่ข้างๆ เขา ถัดไปอีกหน่อยก็เป็นมินมินที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ น็อกถึงกับสะดุ้งตื่นลุกขึ้นมาทันที และเมื่อมองไปรอบๆ อีกครั้งก็พบว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของเขา ก่อนจะพยายามเรียกคืนความทรงจำต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่ก็จำอะไรไม่ได้เลย ขณะนั้นเองเขาก็มองไปที่มินมิน พลันในใจของเขาปรากฏความรู้สึกแปลกๆ เขาจ้องมองเธออยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าหัวใจของเขานั้นเต้นแรงผิดปกติ จนกระทั่งผ่านไปพักใหญ่มินมินก็เริ่มขยับตัว น็อกจึงรีบล้มตัวลงนอนทันที ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาพยายามข่มตานอน เพราะต่อให้มีเรื่องอะไร เอาไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยเคลียก็แล้วกัน
    เช้าวันรุ่งขึ้น
    น็อกที่ตื่นขึ้นมาด้วยท่าทางที่กระปรี้กระเปร่า พอหันไปมองมินมินกับนีน่าก็เห็นว่าพวกเธอยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ เขาค่อยๆ ลุกออกจากเตียงไปอย่างเงียบเชียบที่สุด เพื่อไม่ให้ทั้งสองตื่นก่อนจะรีบออกจากห้องเพื่อกลับไปที่ห้องของเขา
    เมื่อเข้ามาภายในห้องก็พบว่ามันกลายเป็นห้องโล่งๆ ที่ไม่มีอะไรเหลือเลยสักอย่าง น็อกถึงกับถอนหายใจอย่างเซงๆ ขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบไปอาบน้ำแล้วใส่ชุดเดิม ในใจก็อดสงสัยไม่ได้เพราะชุดที่เขาสวมใส่อยู่นั้นมันเป็นของพ่อเขา ก่อนจะกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ หรือว่าเธอจะเป็นคนเปลี่ยนให้กับเรากันนะ ก่อนจะเลิกคิดไร้สาระ
    พอกลับลงมาด้านล่างน็อกก็ต้องแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะพบว่าทุกคนกำลังรอเขาอยู่เลย ทั้งครอบครัวและเพื่อนสนิทอย่างนพกับพรีม เขาจึงอดที่จะรู้สึกแปลกใจไม่ได้ ก่อนจะเดินไปนั่งรวมกับทุกคน แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
    "ทุกคน ทำไมถึงอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ล่ะครับ!!?"
    "วันนี้ลูกจะต้องออกเดินทางแล้วนะ พ่อก็เลยโทรไปบอกเพื่อนๆ ของลูกน่ะ เพื่อให้มารอส่งลูก ครั้งนี้ลูกจะต้องเดินทางไปกับหนูมินมินและนีน่า พ่อและคนอื่นๆ ไม่สามารถตามไปส่งได้ พ่อขอให้ลูกเดินทางอย่างปลอดภัยนะ"
    "แม่เองก็หวังว่าลูกทั้งสองจะดูแลซึ่งกันและกันนะ โดยเฉพาะลูกอย่าได้ไปก่อเรื่องระหว่างการเดินทางล่ะ"
    "พี่จ๋า ดูแลตัวเองดีๆ นะค่ะ หนูรักพี่นะ"
    "ไอ้น็อก ข้าสัญญาว่าจะตั้งใจฝึกฝนอย่างหนัก และจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เป็นภาระของนายแน่นอน เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องทางนี้นะ" นพทุบอกตกปากรับคำอย่างดี
    "ดูแลตัวเองดีๆ นะเราจะรอเธอกลับมา" พรีมกลับกลายมาเป็นคนพูดน้อยอีกครั้ง
    และอีกหลายๆ คนที่เข้ามาอวยพรให้เขาและมินมิน ทั้งอดีตตระกูลเสิ่น เหม่ยเอ๋อ หลานฮัว ทำให้พวกเขาทั้งสองที่เคยชินกับการอยู่กับครอบครัว ถึงกับใจหายไปวูบนึง แต่กระนั้นพวกเขาเองก็เข้าใจดี ว่าการที่ต้องจากไปในครั้งนี้ของพวกเขานั้นเพื่อสิ่งใด จึงค่อยๆ สงบใจและเอ่ยขอบคุณทุกๆ คน
    ส่วนเรื่องการสร้างตระกูลในเกาะยูโทเปียนั้น ทุกคนในครอบครัวของเขาจะเป็นคนจัดการเองทั้งหมด น็อกได้มอบของทุกอย่างที่ได้รับมาจากระบบ รวมถึงโอสถบ่มเพาะพลัง โอสถรักษา และโอสถพิษต่างๆ ที่เขาพยายามเค้นสมองปรุงอย่างหนักให้กับครอบครัวของเขา รวมไปถึงมุกสยบฟ้า มุกเหมันต์ และมุกโลกันต์ โดยให้มินมินเป็นคนอธิบายวิธีการใช้งานอย่างละเอียด เพราะว่าเธอนั้นรู้เยอะกว่าเจ้าของอย่างเขาซะอีก
    เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ทุกคนก็ออกไปส่งน็อก มินมิน และนีน่าที่สนามบิน ท่ามกลางบรรยากาศที่น่าโศกเศร้า สำหรับครอบครัวของของเขาแล้วนี่คือการออกสู่โลกภายนอกครั้งแรกของลูกชายเขา ในใจก็อดห่วงไม่ได้ มินมินเองก็อยู่ในอาการเดียวกัน เพราะเธอเองก็พึ่งจะสัมผัสกับคำว่าครอบครัวได้ไม่นานนัก แต่มันก็ทำให้เธอมีเป้าหมายใหม่อย่างแรงกล้านั่นคือ การฝึกฝนให้แข็งแกร่งเพื่อที่จะได้กลับมาดูแลครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวของเธอ
    ส่วนน็อกเองก็ไม่ต่างกัน เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองมีระบบคอยช่วยเหลืออย่างเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ทว่าในตอนนี้มันกลับไม่ป็นอย่างนั้น เพราะพักหลังๆ มานอกจากไม่มีภารกิจอะไรมาให้เขาทำเลย มิหนำซ้ำไอ้ระบบหัวขวดนี่ ยังระงับการทำชั่วแล้วได้แต้ม แถมแบนการแลก Point เพิ่มอีก บอกแต่เพียงว่าทักษะของเขาเต็มหมดแล้ว หากอยากแข็งแกร่งขึ้น ที่เหลือก็ต้องฝึกฝนเพิ่มเอง และระบบแต้มสีดำกับร้านค้า จะสามารถกลับมาใช้งานได้ก็ต่อเมื่อ เขามีทักษะต่อสู้ใหม่ หรือคิดค้นทักษะการต่อสู้ขึ้นมาเอง อย่างน้อย 3 ทักษะ และจะต้องฝึกฝนเองจนกว่าจะสำเร็จ หรือก็คือหมายความว่าจะไม่สามารถใช้ Point อัพทักษะได้อีกแล้ว ทำเอาเขาถึงกับหดหู่ไปพักนึง
    ในตอนนี้เขานั้นไม่ต่างไปจากการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง แต่ไม่ใช่สำหรักโลกเดิม เพราะถ้าหากเขาสามารถผ่านการทดสอบนั่นได้ ก็หมายความว่าเขาจะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นไปอีกนาน ถึงแม้มันจะกลับมาที่บ้านได้ก็จริง แต่การกลับมาแต่ละครั้งนั่นก็หมายความว่า ตัวเขานั้นได้สูญเสียเวลาที่มีค่าในการฝึกฝนไปเป็นอย่างมาก
    เมื่อทุกคนต่างร่ำลากันเสร็จสิ้น น็อก มินมิน และนีน่า ก็พากันเดินไปขึ้นเครื่อง และจุดหมายปลายทางของพวกเขาครั้งนี้ก็คือประตูมิติใน นครวาติกัน ของประเทศอิตาลี น็อกที่อยู่บนเครื่องบินที่กำลังบินข้ามประเทศ สายตาของเขาเหม่อมองออกไปยังท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ไพศาล พลันในใจของเขาก็ปรากฏอารมณ์ที่หลากหลาย ก่อนจะสบถในใจด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา
    "อะไรก็ตามที่คิดทำร้ายครอบครัวของข้า ต่อให้เป็นพระเจ้าข้าก็จะสู้ให้ถึงที่สุด"

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง] ที่คุณอ่าน