บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดแม้กระทั่งลมที่คอยพัดโชยต้นหญ้าให้ไหวเอนตลอดมาก็หยุดนิ่ง
ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้สายลมอบอุ่นได้เริ่มพัดพาอีกครั้ง เสียงหญ้าเสียดสีกันเป็จังหวะตามสายลม อลิสที่ตกอยู่ในห้วงภวังค์พลันรู้สึกตัวเมื่อมีสายลมกระทบร่างกาย
ทั้งสองถอนริมฝีปากออกจากกันอลิสเห็นการินยิ้มออกมาอย่างสนุกสนานทันใดนั้นหญิงสาวพลันรู้สึกว่าบรรยากาศโดยรอบแตกต่างจากเดิม
เธอจำได้ว่าเธอกับการินกำลังอยู่ในถ้ำที่มีเพียงแสงสลัวจากคริสตัลสีฟ้าทว่าตอนนี้ทุกอย่างสว่างจ้าราวกับยืนอยู่กลางทุ่งโล่ง
อลิสถอนสายตาจากใบหน้าชายหนุ่มแล้วมองไปโดยรอบร่างกายของเธอพลันแข็งทื่อ
รอบด้านตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่าผู้มีรอยประทับในเขตตะวันออกนั่งล้อมรอบอยู่ทุกคนมีท่าทางแบบเดียวกันคือตาเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง ห่างไปไม่ไกลมาเรียเพื่อนสนิทของเธอก็กำลังมีท่าทางตกตะลึงไม่แพ้คนอื่นๆ อีกด้วย
อลิสสะดุ้งโหยงรีบโดดออกจากอ้อมกอดของการินใบหน้าแดงดุจมะเขือเทศ เธอมองมาที่การินพร้อมกล่าวอย่างตะกุกตะกัก
“ระเรามาที่นี่ ดะ ได้ยังไง!?”
การินพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถกล่าวด้วยสีหน้าเบิกบานสนุกสนาน
“อ๋อก่อนหน้านี้ฉันเลื่อนเป็ผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรพอดีน่ะแล้วหนึ่งในพลังใหม่ของฉันก็คือการเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังจุดที่นักรบจิติญญาอยู่ได้ทั้งยังพาคนอื่นไปได้ด้วย”
อลิสชะงักไปเล็กน้อยเธอไม่แปลกใจเท่าไหร่เื่ที่เขาเลื่อนระดับ เพราะได้รู้ถึงที่มาของพร์เขาจากกลาซิสแล้ว
“แล้วทำไมนายต้องพา...!”
อลิสที่้าถามว่าแล้วทำไมเขาต้องมาเธอมาในตอนที่กำลังจูบกันด้วยแต่เธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรอยยิ้มสนุกสนานของชายหนุ่มตรงหน้า
“นายแกล้งฉันเหรอ?”
การินผิวปากทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“นายแกล้งฉัน!ไปตายซะไอ้บ้าการิน!”
อลิสสร้างหอกเพลิงพุ่งไปยังตำแหน่งที่การินอยู่
ร่างของการินหายไปจากจุดเดิมแล้วไปโผล่กลางอากาศในจุดที่เคยมีนักรบจิติญญาลอยอยู่และเมื่อสังเกตไปโดยก็เห็นจะนักรบจิติญญาหลายร้อยตนกระจายไปตามทิศต่าง ๆ
“อย่าหนีนะ!”
เมื่อมีความอับอายเป็เชื้อเพลิงความโกรธของอลิสย่อมไม่ดับลงง่าย ๆ หญิงสาวเหาะตรงไปยังจุดที่การินอยู่ข้างกายมีิญญาเพลิงสามตนปรากฏขึ้น
ิญญาเพลิงทั้งสามไล่ทำลายนักรบจิติญญาของการิน
อลิสเสกลูกไฟให้พุ่งไปยังตำแหน่งที่การินอยู่ทว่าร่างของชายหนุ่มก็หายไปอีกครั้งแล้วโผล่ที่จุดห่างไกลจากเดิม
มาเรียกับเหล่าผู้มีรอยประทับในเขตตะวันออกมองหน้ากัน
หญิงสาวผมสีทองถอนหายใจกล่าวตัดพ้อ
“ปล่อยให้คู่รักเขาเล่นกันไปเถอะ”
ทุกคนพยักหน้าโดยไร้คำพูดที่พวกเขา้าจริง ๆ ตอนนี้คือกลับไปที่เมืองกลาซิสโดยเร็วที่สุด ใครจะไปคาดคิดว่าการเดินทางที่ควรจะไม่ยากลำบากกลับต้องมาเจอกับสัตว์ร้ายระดับอาณาจักร
...
ตกเย็นมาชายหญิงที่ไม่รู้ว่าไป‘เล่น’กันถึงไหนก็กลับมาทว่าท่าทางของทั้งสองกลับแตกต่างจากที่ทุกคนคิด
การินที่ควรมีสภาพอเนจอนาถกลับเดินนำหน้าเปี่ยมด้วยความสุขมือข้างหนึ่งจับจูงมือขาวเนียนของอลิสที่มีใบหน้าแดงเล็กน้อยตามมา
การินสั่งให้ผู้มีรอยประทับจากเขตตะวันออกเตรียมอาหารไว้จากนั้นเขา อลิส และมาเรียก็ได้ไปเดินเล่นกลางทุ่งหญ้า
ทุกคนไม่ได้รู้สึกไม่ดีเวลาโดนการินสั่งเพราะถึงอย่างไรชายหนุ่มที่พวกเคยคิดว่าเป็คนไม่เอาไหนตอนนี้ได้กลายเป็ผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรที่อยู่สูงเกินพวกเขาจะเอื้อมถึงแล้ว
ระหว่างเดินไปเรื่อยๆ การินและอลิสก็ได้เล่าเื่ที่พบกลาซิสให้มาเรียฟัง
ตอนที่ได้ยินว่าพวกการินเจอกับเศษเลี้ยวจิติญญาที่กลาซิสทิ้งไว้มาเรียใเป็อย่างมากยิ่งได้ฟังที่มาของพร์ในตัวการิน เื่ตำนานหนึ่งหมื่นปีผู้มีรอยประทับระดับดวงดาว และภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในป่าวงกต
เป็ครั้งแรกหลังจากรอยประทับตื่นขึ้นที่มาเรียรู้สึกจะเป็ลม
“ถ้าพวกผู้าุโในเมืองรู้เข้าคงต้องใมากแน่ๆ”
หญิงสาวทอดถอนใจสะบัดหน้าเลิกคิดเื่ใหญ่เทียมฟ้าเหล่านี้จากนั้นจึงมองสลับกันระหว่างการินกับอลิส เธอพลันยิ้มออกมา
“รู้สึกว่าหลังจากหนีตายสัตว์ร้ายระดับอาณาจักรด้วยกันความสัมพันธ์ของพวกเธอสองคนจะเพิ่มกว่าเดิมมากเลยนะ~ถึงขั้นปากประกบปาก จุมพิตกันอย่างดูดดื่ม”
หญิงสาวหน้าบางอย่างอลิสพวงแก้มเริ่มออกสีแดงอีกครั้งเธอบ่นเสียงแ่
“อย่าให้เห็นเป็แบบฉันตอนเธอคบกับเฟย์ก็แล้วกัน”
ครั้งนี้มาเรียเป็ฝ่ายอึ้งบ้างแต่แล้วเธอก็ยิ้ม กล่าวพร้อมหัวเราะ
“อย่างน้อยฉันก็คงไม่แสดงความรักต่อหน้าคนมากมายแบบเธอก็แล้วกัน”
ใบหน้าอลิสเห่อแดงด้วยความอับอายหญิงสาวตีแขนการิน‘เบา ๆ’ จนชายหนุ่มเซไปเล็กน้อย
“เป็เพราะนายนั่นแหละ!”
การินลูบแขนบริเวณที่ถูกตี
“เพราะฉัน้าแสดงให้ทุกคนเห็นว่าอลิสเป็ของฉันคนเดียวยังไงล่ะ”
พร้อมกับกล่าวชายหนุ่มใช้แขนโอบอลิสเข้าสวมกอดเสียงอ่อนโยนที่ดังข้างหูเป็เหตุให้หญิงสาวต้องซบเข้าแผงอกของเขา ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความขวยเขิน
มาเรียกลอกตาเดินจากไปโดยเร็ว
...
วันรุ่งขึ้นมาเรียบอกทุกคนว่าจากนี้จะเดินทางกลับไปที่เมืองเพราะมีเหตุไม่คาดคิดอย่างสัตว์ร้ายระดับอาณาจักร
ทุกคนแสดงท่าทางโล่งอกออกมาอย่างชัดเจนเพราะกลัวว่าหลังที่การินกลายเป็ผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรแล้วพวกอลิสจะกลับเข้าไปในป่าวงกตเพื่อจัดการกอลิล่าเขี้ยวอสูรปล่อยให้พวกตนรออยู่ด้านนอกของป่าเกิดว่ามีสัตว์ร้ายระดับเมืองผ่านมาพวกเขาคงไม่รอด
การเดินทางขาไปใช้เวลาเกือบเดือนกว่าจะถึงป่ามรกตที่ใช้เวลามากขนาดนี้เป็เพราะระหว่างเดินทางมาเรียต้องฝึกเหล่าผู้มีรอยประทับในเขตตะวันออกด้วยทว่าตอนกลับใช้เพียงเวลาสองสัปดาห์ก็ถึงเมืองกลาซิสแล้ว
ตอนที่คณะเดินทางผ่านประตูเมืองเข้าไปไม่นานหัวหน้าหน่วยนักรบหน่วยที่สองก็เดินทางมาต้อนรับอย่างเร่งรีบและแปลกใจ เพราะตอนประชุมร่วมกันทุกคนเห็นตรงกันว่าภารกิจครั้งนี้ควรใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสามเดือนทว่านี่ผ่านไปเพียงเดือนเศษทุกคนก็กลับมาแล้ว
อลิสไม่สนใจเขาปล่อยให้คนในคณะคนอื่นอธิบายเธอเพียงบอกกับทุกคนว่าการเดินทางครั้งนี้ผิดไปจากแผนเดิมมากดังนั้นเธอกับมาเรียจึงต้องกลับไปรายงานเื่ให้เหล่าบุคคลชั้นสูงของเมืองให้รับทราบ
ณบ้านพักของการิน
ตรงระเบียงบ้านด้านนอกอลิสยืนพิงเสาใบหน้านิ่งสงบในสวนหน้าบ้านมาเรียกำลังเดินดูดอกไม้ที่การินปลูกไว้
ประตูบ้านพักถูกเปิดออกการินที่แต่งตัวโดยสวมเสื้อผ้าลินินคอวีสีขาวแขนสั้น กางกางผ้าลินินสีขาวขาบานรองเท้าแตะสาน ที่เอวมัดด้วยผ้าสีขาว
อลิสกับมาเรียมองชายหนุ่มไม่แปลกใจอะไรเพราะนี่การแต่งตัวของคนทั่วไปในเมืองกลาซิสทว่าค่อนข้างแปลกตาสำหรับที่แห่งนี้ที่เป็หน่วยของนักรบที่มีแต่คนใส่ชุดเกราะ
“พวกเราจะไปบ้านตากับยายนายก่อนใช่ไหม?”
มาเรียเอ่ยถามพร้อมเดินมาหยุดอยู่ข้างเพื่อนสนิท
การินบิดี้เีครั้งหนึ่งตอบเสียงอู้อี้
“ใช่เพราะต้องบอกเื่อลิสกับพวกท่าน”
“ถ้าจำไม่ผิดตากับยายของนายอยู่เขตแม่น้ำทิศใต้สินะเพราะในเมืองมีกฎห้ามเหาะเราเลยต้องเดินเท้าไม่ก็ขึ้นรถม้า”
ได้ยินสิ่งที่มาเรียพูดการินพลันอมยิ้ม
“แต่ฉันมีวิธีที่จะไปถึงในพริบตาโดยไม่ต้องเหาะ”
พูดจบชายหนุ่มก็เดินไปคว้าแขนของสองสาวไว้
การมองเห็นของทั้งสามพลันพร่าเลือนก่อนที่บรรยากาศโดยรอบจะเปลี่ยนไป
ชายหนุ่มปล่อยมือทั้งสองกล่าวด้วยสีหน้าภูมิใจ
“ฉันให้นักรบจิติญญาล่องหนเหาะมารอที่บ้านตากับยายได้สักพักแล้ว”
“เฮ้อ~ฉันล่ะอิจฉานายจริง ๆ ที่มีรอยประทับแบบนี้”
มาเรียพูดด้วยความอิจฉา
ก่อนหน้านี้การินเคยบอกความสามารถใหม่ที่ได้จากรอยประทับทั้งสองหลังจากเลื่อนเป็ระดับอาณาจักรให้พวกเธอฟังแล้ว
พลังที่ได้จากรอยประทับตรงหน้าอกคือพลังรักษาตัวเองการินบอกไม่ได้ว่ามันรักษาได้ขนาดไหนแต่จากความรู้สึกของเขาชายหนุ่มบอกว่าขอแค่ไม่ตายก็น่าจะรักษาให้หายเป็ปกติได้
ส่วนพลังที่จากได้รอยประทับกลางหลังพลังใหม่คือเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังจุดที่นักรบจิติญญาอยู่ได้จำนวนนักรบจิติญญาที่สามารถอัญเชิญออกมาได้เพิ่มขึ้นเป็หนึ่งพันตนถ้าเอาทั้งหนึ่งพันตนนี้มารวมเป็หนึ่งเดียวจะกลายเป็ระดับอาณาจักรระยะการควบคุมเพิ่มเป็ห้าร้อยกิโลเมตร
ตอนที่ได้ยินถ้าไม่ติดตรงที่มีสัตว์ร้ายระดับทวีปซ่อนตัวอยู่ในป่าวงกตมาเรียคงเสนอให้พวกเขากลับไปจัดการสัตว์ร้ายในป่าวงกตแล้ว
มาเรียกับอลิสเลิกสนใจชายหนุ่มมองสำรวจบริเวณโดยรอบ
บ้านของตากับยายของการินเป็บ้านไม้สองชั้นขนาดถือว่าไม่เล็กแต่ก็ไม่ใหญ่จนเกินไปบ้านหลังนี้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพราะแถวนี้ไม่เห็นมีบ้านคนอื่นเลย
ห่างไปไม่กี่ร้อยเมตรจะเป็แม่น้ำสายใหญ่สายเดียวที่ตัดผ่านเมืองกลาซิสริมแม่น้ำมีศาลาปลูกอยู่ขณะนี้มีหญิงชราสวมชุดขาวอายุราวหกสิบปีกำลังนั่งก้มทำอะไรสักอย่างอยู่ ข้าง ๆก็มีชายชราอายุใกล้เคียงกันนั่งหันหลังให้ ในมือถือคันเป็ดตกปลานิ่งชัดเจนว่ากำลังตกปลาอยู่
การินเองก็สังเกตเห็นทั้งสองท่านแล้วเช่นกันเขาก้าวยาว ๆ ไปหาทั้งสอง ปากก็ะโเสียงดัง
“ท่านตา! ท่านยาย! หลานกลับมาแล้ว!”
อลิสกับมาเรียได้แต่เดินตามเขาไป
บุคคลวัยชราทั้งสองท่านหันมาตามต้นเสียงเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเดินเข้ามาเป็การินดวงตาของทั้งคู่ก็ฉายแววดีใจอย่างปิดไม่มิด
หญิงชราที่มีผมหงอกขาวเกินครึ่งศีรษะวางมีดลงบนหินลับมีดแล้วลุกขึ้นยืนแขนทั้งสองข้างกางออกให้ชายหนุ่มโผเข้ากอดได้ถนัด
“หลานสองของยายไม่เจอกันแค่ครึ่งปีหล่อขึ้นตั้งเยอะแหนะ”
หญิงชราที่กำลังกับการินอยู่กล่าวพร้อมลูบหลังชายหนุ่มเบาๆ
“ท่านยายเองก็สวยขึ้นมากเหมือนกันหลานคิดถึงท่านยายมากเลยนะ”
ชายชราทิ้งเบ็ดตกปลาลงแม่น้ำกล่าวอย่างทอดถอนใจ
“ก็คิดถึงแต่ท่านยายนั่นแหละไม่คิดถึงตาบ้างเลย”
การินผละออกจากหญิงชราแล้วโผเข้ากอดชายชราเอ่ยเสียงออดอ้อน
“แน่นอนว่าหลานต้องคิดถึงท่านตาผู้หล่อเหลาอยู่แล้ว”
ชายชราลูบศีรษะการินอย่างเอ็นดู
หญิงชรามองภาพนี้แล้วก็หัวเราะ
“แล้วนี่หลานสองกลับมาได้ยังไง?ยายจำได้ว่าเ้าลูกเขยเคยบอกว่าหัวหน้าหน่วยอะไรนั่นเป็แล้วยากจะลากลับบ้านได้ถ้าไม่มีเหตุผลที่ดี
พอ”
การินพลันอมยิ้มชายหนุ่มผละออกจากชายชรามองไปที่อลิส
“ก็หลานต้องพาหลานสะใภ้มาให้ท่านยายดูเื่นี้ต้องสำคัญอยู่แล้ว”
คนแก่ทั้งสองหันขวับไปหน้าศาลาริมน้ำตรงนั้นมีหญิงสาวสองคนยืนอยู่
ชายชราโพล่งขึ้นด้วยความใ
“เ้าหลานสอง! หลานจะแต่งเมียสองคนทีเดียวเลยเหรอ!?”