บทที่ 2 หลักฐานสำคัญ
“ข้าก็ใคร่ที่จะได้ัับรรยากาศของคุกในกรมอาญาสักครั้ง แต่เกรงว่าท่านแม่ทัพคงไม่กล้าจับข้าหรอก”
เซียวฝานหัวเราะเบา ๆ
“เหตุใดข้าจะไม่กล้า” ซูซีหัวยังไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่เผยให้เห็นส่วนหนึ่งของเส้นด้ายสีแดงที่ปลายแขนเสื้อ ยกมันขึ้นโบกไปมา
“ก็เพราะสิ่งนี้ไง” เซียวฝานเห็นของในมือของนาง ถึงกับรีบเอื้อมมือไปคลำที่แขนเสื้อของตนเอง ก็ไม่พบสิ่งใดจริง ๆ นึกในใจว่าคงถูกนางคว้าเอาไปตอนที่เข้าประชิดตัวเมื่อครู่ เซียวฝานทำเป็ไม่สนใจและหัวเราะออกมา
“ก็แค่ของใช้ส่วนตัวของข้าเอง หากเ้าปรารถนาเช่นนั้นนัก มอบให้เ้าก็ได้ไม่มีปัญหาอันใดนี่”
“เช่นนั้นหรือ” นางขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำทีครุ่นคิด “ตามธรรมเนียมแล้ว ข้าเป็หญิงสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือน พกพาสิ่งของของบุรุษอื่นอยู่ติดตัวย่อมมิเหมาะสม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้าก็เกรงว่าหากจะปฏิเสธน้ำใจของท่านแม่ทัพก็จะดูเป็การไม่รู้จักค่าของ…… ไม่เช่นนั้น เรานำไปให้ท่านผู้ว่าการพิจารณาเป็หลักฐานเสียเลยดีหรือไม่ ท่านว่าเช่นไรเ้าคะ”
เซียวฝานหรี่ตามอง คิดในใจว่าหากจะแย่งคืนมาคงไม่ใช่เื่ง่าย น่าเสียดายที่ซูซีหัวนั้นก็แสนฉลาด นางรีบย้ายหยกที่แตกจากปลายแขนเสื้อไปไว้ที่หน้าอก แล้วก็ผายอก
“ท่านแม่ทัพเป็บุรุษที่มีเกียรติ อย่ามาทำตามอย่างข้า” ทำตามสิ่งใดกัน แอบขโมยหรือ เซียวฝานถูกนางทำให้โมโหจนอดหัวเราะไม่ได้ เมื่อเห็นว่ายามอู่*[1] ผ่านไปแล้ว เซียวฝานก็หมดความอดทนที่จะต่อล้อต่อเถียงกับนาง จึงกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า
“เ้ามีเงื่อนไขอันใด” ซูชีฮัวเมื่อได้ดั่งใจก็ยิ้มน้อย ๆ
“ข้าไม่ได้้าสิ่งใดอื่น เพียงแค่ขอให้ได้เห็นศพผู้ตาย”
“เ้านะหรือ” เซียวฝานแสดงท่าทีคลางแคลงใจอย่างเห็นได้ชัด ซูซีหัวไม่อาจบอกได้ว่าตนเองเป็ผู้มาจากอีกภพหนึ่ง หรือเป็หมอชันสูตร เมื่อผ่าศพ ความจริงก็จะกระจ่างนางจึงได้แต่หาเื่มาพูด
“ไม่ปิดบังท่านแม่ทัพ ข้าสนใจในศาสตร์การรักษามาั้แ่เด็ก แต่เสียดายที่ไม่มีพร์ ต่อมาได้มีโอกาสรู้จักกับผู้าุโท่านหนึ่ง จึงคิดว่าความเป็ความตายก็เป็เื่ธรรมดา ช่วยคนเป็มิได้ ก็ยังช่วยคนตายได้ จึงได้เรียนรู้วิชาการชันสูตรศพกับท่านอยู่่เวลาหนึ่ง” ฟังดูก็อาจจะเป็เหตุเป็ผล แต่เซียวฝานก็ยังไม่อาจปักใจเชื่อ ถึงตายแล้ว ศพก็ยังตั้งอยู่ที่กรมอาญา แพทย์ชันสูตรก็ตรวจสอบไปหมดแล้ว นางจะยังพลิกอะไรขึ้นมาใหม่ได้อีก
“ได้” ท่านแม่ทัพยื่นมือมาที่นาง “ส่งของให้ข้า ข้าจะพาเ้าไปกรมอาญา”
ซูซีหัวยิ้มส่ายหัวก่อนกล่าว “ซื้อของยังต้องจ่ายเบี้ยพร้อมส่งของเลย ท่านแม่ทัพเซียว ท่านจะมาได้ของเฉย ๆ แบบนี้หรือ”
เซียวฝานไม่ขยับ นางก็ไม่ขยับ บอกให้ชัดเจนว่าไม่เห็นศพไม่ให้หยก จำเป็ที่เซียวฝานต้องเก็บความโกรธไว้ ชิงออกประตูไปก่อน ซูซีหัวยิ้มวิ่งตามหลัง พอลงบันไดก็เจอฮวามาม่าเดินวนเวียนอยู่
“โอ้ ท่านแม่ทัพกับคุณชายจะไปแล้วหรือ อยู่กินข้าวด้วยกันสักมื้อเถอะ” ซูซีหัวยิ้มกลัวจะถูกจับได้เื่ปลอมตัวขึ้นไปชั้นสองขณะที่เซียวฝานยังไม่ทันจะตอบว่าอะไร นางก็รีบพูดขึ้น
“ไม่ต้องลำบาก ข้ากับท่านแม่ทัพยังมีงานที่กรมอาญา” พูดจบก็เอื้อมมือไปสอดตรงระหว่างแขนและเอวของเซียวฝานหมายจะอุ้มร่างนั้นขึ้นเพื่อพาเดินไป ทว่าเมื่อตระหหนักได้ว่าพยุงไม่ไหว นางจึงเงยหน้าขึ้นแล้วบีบยิ้ม
“ท่านแม่ทัพ ใกล้ยามเว่ย*[2]แล้ว เราไม่รีบไปหรือ?” เซียวฝานไม่สนใจ เบนสายตาไปที่ฮวามาม่า
“เ้ารู้จักคนนี้หรือ” ฮวามาม่าชะงัก แล้วถามอย่างระมัดระวัง
“ท่านชายผู้นี้มิใช่คนของท่านแม่ทัพหรือ” เซียวฝานยิ้มอย่างมีนัยซ่อนแฝง จ้องไปที่ซูซีหัวแล้วยิ้ม
“ฮวามาม่าสายตาดีจริง ๆ แต่ว่าข้าเคยพูดตอนไหนว่าเ้าเป็คนของข้า” สิ้นเสียง ฮวามาม่าและซูซีหัวยิ้มก็ใกันทั้งคู่ เพียงแค่ประโยคธรรมดา ๆ แต่ยามออกมาจากปากท่านจึงได้กำกวมเช่นนี้ ฮวามาม่าดูกิริยาท่าทีของซูซีหัวอีกครั้ง ก่อนจะสบตากับท่าทีสนิทสนมเกินเพื่อนของเขาทั้งสอง นางก็เผยรอยยิ้มที่เหมือนจะสื่อว่า 'ฉันเข้าใจทุกอย่าง' ออกมา
“ท่านแม่ทัพวางใจได้เลย ข้าปากหนักนัก ทั้งสองท่านไปดี” เมื่อเป็เช่นนี้ นางก็คงเข้าใจผิดว่าพวกเขากำลังเกี้ยวพากัน หากวันหนึ่งมีข่าวลือแพร่สะพัดออกมาว่าท่านแม่ทัพเซียวเป็บุรุษตัดแขนเสื้อ*[3] อย่ามาโทษนางเชียวล่ะ คิดได้ดังนั้น นางจึงเดินเข้าไปหาเซียวฝานแล้วกล่าวว่า
“ท่านแม่ทัพ พวกเราไปกันเถอะ ตอนนี้ยามอู่แล้ว” นางแทบอดใจรอที่จะได้เห็นศพไม่ไหวแล้ว เมื่อเซียวฝานรู้ว่านางเข้ามาอย่างไร เขาก็ไม่ได้ถือสา เพียงแต่กลืนน้ำลายแล้วหัวเราะเบา ๆ ทำให้นางรู้สึกขนลุกขึ้นมา กรมอาญาไม่ได้อยู่ใกล้หอจุ้ยฮวาเซียวฝานจึงขี่ม้ามา
เมื่อออกจากหอจุ้ยฮวา เขาก็ตรงมาอุ้มซูซีหัวขึ้นหลังม้าทันทีโดยไม่ฟังคำพูดของนางแล้วก็หนีบม้าควบออกไปแรงลมตีเข้าใบหน้าของซูซีหัวอย่างจัง บวกกับอานม้าที่เสียดสีเอวของนางจนแทบหัก แถมยังมีอาการคลื่นไส้ เขาตั้งใจทำอย่างแน่นอน เส้นทางที่ต้องใช้เวลาสองก้านธูป*[4] เขากลับย่นให้เหลือเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น
เมื่อมาถึงประตูกรมอาญา ผมของนางยุ่งเหยิงไปหมด ร่างกายเหมือนจะหลุดออกจากกัน ตอนที่เหยียบลงบนพื้นดินก็รู้สึกหน้ามืดเล็กน้อย ซูซีหัวมองเซียวฝาน แล้วกัดฟันพูดว่า
“นี่ท่านชำระแค้นส่วนตัวชัด ๆ”
“ข้ายังเมตตาเ้าอยู่เลย ไม่งั้นเ้าคงถูกมัดลากมากับด้านหลังม้าแล้ว” เซียวฝานกล่าวก่อนจะหันหลังกลับเข้าไปในกรมอาญา หลายคนหยุดและกล่าวทักทายเขา ซูซีหัวคิดยังไงก็ยังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก นางเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์แล้ววิ่งตามเขาไป ก่อนจะะโให้คนทั้งกรมได้ยิน
“ท่านแม่ทัพ รอข้าด้วยสิ ในเมื่อท่านพาข้ามาจากหอจุ้ยฮวา ท่านต้องรับผิดชอบข้าด้วย” ทุกคนเงียบกริบ คนทั้งกรมต่างใกลัว เหลือบมองซูซีหัว พบว่าเป็เด็กหนุ่มรูปร่างหน้าตาสะอาดสะอ้าน จากนั้นก็หันไปมองใบหน้าไร้อารมณ์ของเซียวฝาน แล้วต่างก็ก้มหน้าทำเป็หูหนวก โดยทำหน้าที่ของตนต่อไป เซียวฝานหยุดแล้วดึงซูซีหัวเข้ามาข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงที่คลุมเครือ
“เป็เื่ปกติ ข้าจะต้องรับผิดชอบเ้าให้ดี”
“อุ๊ย” ซูซีหัวยิ้มแหย ๆ “ข้าหยอกท่านเล่นน่ะ ศพอยู่ไหน?”
เซียวฝานเหนื่อยหน่ายที่จะทะเลาะกับนางเื่การกระทำที่ไร้สาระเหล่านี้ เขาจึงพานางไปที่คุกใต้ดิน ยิ่งเดินลึกลงไป ซูซีหัวก็ยิ่งรู้สึกเย็นะเื นางทนต่อความรู้สึกนี้จนกระทั่งไปจนถึงศพของชุนฮวาที่ซึ่งแม้จะผ่านมาหลายวันแล้ว แต่ด้วยความเย็นะเืภายในคุกใต้ดินนี้ ศพจึงยังไม่เน่าเปื่อย
“มีถุงมือไหม?” ซูซีหัวถามเซียวฝาน
เซียวฝานหยิบถุงมือคู่หนึ่งออกมาจากตู้ข้าง ๆ แล้วโยนให้นาง ถุงมือเนื้อดีเป็พิเศษ เรียบลื่นและเหนียวแน่น แต่กลับบางเหมือนขนนกราวกับว่าทำมาจากหนังของสิ่งใดบางอย่าง เข้ามือยิ่งนัก ยามที่สวมถุงมือเรียบร้อยแล้ว ซูซีหัวก็เอื้อมมือไปเปิดผ้าขาวที่คลุมศพ นางแตะตัวชุนฮวาไปทั่ว แล้วพูดไปตามนิสัยของตน
“เวลาเสียชีวิตของผู้ตายน่าจะอยู่ในตอนเช้าของสามวันก่อน สาเหตุการตาย... ขาดอากาศหายใจหรือ?” มีรอยฟกช้ำที่คอศพเป็วงกลมเห็นได้ชัด รวมถึงรอยนิ้วมือเป็รอยช้ำด้วย ซึ่งน่าจะเกิดจากการรัดคอก่อนตาย ริมฝีปาก ลิ้น และเล็บไม่มีการเปลี่ยนสี ซึ่งเป็หลักฐานว่าไม่ได้ถูกวางยาพิษ…
เซียวฝานเห็นสตรีที่จดจ่ออยู่ตรงหน้าแล้วอดไม่ได้ที่จะมองอย่างพินิจพิเคราะห์ ั้แ่แรกเริ่มที่นางััศพ ลมหายใจของนางก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง นางดูมั่นใจและเด็ดเดี่ยว มั่นใจราวกับว่านางได้รู้ทั้งหมด แม้จะเทียบกับหมอชันสูตรเก่า ๆ ที่เขาเคยพบก็ไม่แพ้กัน
ครู่ต่อมา ซูซีหัวก็ลุกขึ้น ถอดถุงมือ
“เป็อย่างไรบ้าง?”
[1] ยามอู่ : ่เวลา11.00-12.59 หรือ ่เที่ยงวัน
[2] ยามเว่ย : ่เวลา 13.00-14.59
[3] บุรุษตัดแขนเสื้อ : ผู้ชายที่นิยมไม้ป่าเดียวกัน หรือ ชายที่รักชาย
[4 ] ก้านธูป : หน่วยนับเวลาโดยหนึ่งก้านธูปเท่ากับครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง