ในเวลานั้นเมลตี้ที่เฝ้ามองตัวตนประหลาดทั้งสองอยู่ก็ตาเบิกกว้างพร้อมกับรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา ใบหน้าของเธอเห็นได้ชัดว่ามันแสดงออกถึงความกลัวออกมา เธอหันไปหาเลโอคนรักของเธอพร้อมกับดึงเข้าออกมาไม่ให้เข้าใกล้ตัวตนประหลาดทั้งสองนั้น
“เจ้าทำอะไรของเจ้ากัน?”
เลโอกล่าวถามด้วยความสงสัย อย่างไรก็ตามเมื่อเธอเห็นท่าทางหวาดกลัวที่แสดงออกมาอย่างผิดปกติของเมลตี้เขาถึงกับหยุดชะงักไปในทันที
“ดูเหมือนจะต้องฆ่าไอสองตัวนี้สินะ พวกมันดูเหมือนจะไม่รู้จักหมาหมู่จึงได้กล่าวคำพูดที่บ้าบอเช่นนั้นออกมา…ให้เวลายี่สิบวินาที? พวกข้าต่างหากที่ให้เวลาพวกเจ้าไอเตี้ย!”
เดมิทัชกล่าวออกมาอย่างงขบขัน ในขณะที่สหายนักผจญภัยคนอื่นๆ ต่างหัวเราะกับคำพูดของเขากันหมด อย่างไรก็ตามในเวลานั้นเมลตี้ก็ได้กล่าวคำพูดกับเลโอ
“เลโอเราต้องรีบหนีไป เราไม่มีโอกาสที่จะชนะเขาได้…”
เมื่อเลโอได้ยินแฟนสาวของตนกล่าวดังนั้นออกมา ก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
“เมลตี้เจ้า…”
ขณะที่เลโอต้องการจะกล่าวบางอย่างให้กับหญิงสาวเพื่อให้เธอเบาใจลง แต่อย่างไรก็ตามหญิงสาวนั้นกลับขึ้นเสียงขัดเขา
“แค่เรื่องนี้ ครั้งนี้เท่านั้น ข้าขอร้องเจ้า…เราต้องรีบหนี”
เมื่อเลโอถูกขอร้องเช่นนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาสงสัยอย่างมากว่าเมลตี้นั้นมองเห็นอะไรกันจากสองตัวตนประหลาดนั้น แต่สุดท้ายแล้วในครั้งนี้จิตใจของเขาก็เลือกที่จะทำตามหญิงสาว
“หนึ่ง….”
ท่ามกลางเสียงหัวเราะเฮฮาของนักผจญภัยทั้งหลาย เรดแฮ็ทก็ได้เริ่มนับเวลาแล้ว ในขณะเดียวกันเลโอและเมลตี้ทั้งสองก็ได้ออกวิ่งหนีไปพร้อมกันสร้างความประหลาดใจให้กับคนในกลุ่มอย่างมาก และนั่นทำให้พวกเขาต่างมองหัวหน้าทีมของพวกเขาต่างไปจากเดิม
“ข้าไม่คิดเลยว่าเลโอจะขี้ขลาดขนาดนี้…”
“ดูท่าทางแล้วจะกลัวหัวหดเลยนะ”
นักผจญภัยคนอื่นเลือกที่จะไม่คบเลโอเป็นสหายต่อเมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของเลโอ เดมิทัชที่เป็นสหายที่สนิทที่สุดของเลโอเองก็รู้สึกผิดหวังอย่างมาก
“ข้าคงจะผิดเองที่เลือกคบเจ้านั่นเป็นสหาย…ต่อจากนี้ข้าเดมิทัช! และเลโอจะไม่มีทางเป็นสหายกันได้อีก!”
ในขณะที่ทั้งสองคนหนีไปนั้น เรดแฮ็ทก็ยังคงนับเวลาต่อไปอย่างใจเย็น ในขณะที่กริมอายนั้นส่งเสียงร้องออกมาอย่างประหลาดใจพร้อมกับกล่าว
“ดวงตาแห่งความจริง ดูเหมือนหญิงสาวผู้นั้นจะเป็นเผ่าพันธุ์ภูตพงไพรที่หายาก ข้าพเจ้ารอไม่ไหวแล้วสิ”
…..
ห่างออกไปไม่ไกลนั้น เมลตี้และเลโอต่างวิ่งหนีออกมาอย่างไม่คิดชีวิต แม้ว่าเลโอจะรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นผิดกับอุดมการณ์ที่เขาตั้งเอาไว้อย่างมาก แต่เขาก็เลือกที่จะทิ้งมันไปเพื่อเชื่อใจคนรักของตน เขาเชื่อว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ของเขานั้นไม่ผิดแน่นอน
และในเวลานั้นเสียงกรีดร้องของเหล่าสหายของเขาก็ได้ดังขึ้นเมื่อครบยี่สิบวินาที
“อ้ากกกกกกกกกกกก!”
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวาดกลัวดังสะท้อนไปทั่วทั้งพื้นที่ทะเลทรายแห่งนี้ นั่นยิ่งทำให้ฝีเท้าของทั้งสองคนนั้นขยับเร็วขึ้นเรื่อยๆ ด้วยสัญชาตญาณ อย่างไรก็ตามในเวลานั้นเสียงที่ฟังดูสยดสยองก็ได้ดังขึ้นในข้างหูของทั้งสองคน
“จะหนีไปไหนเหรอ ฮิๆ”
เลโอแกว่งดาบออกไปด้วยสัญชาตญาณบริเวณที่มาของเสียง อย่างไรก็ตามดาบของเขานั้นกลับฟันผ่านอากาศอันว่างเปล่าไปเท่านั้น ก่อนที่ทั้งสองจะต้องถูกบังคับให้หยุดวิ่งเนื่องจากเรดแฮ็ทนั้นได้มาปรากฏเบื้องหน้าพวกเขาแล้ว
“มันตามมาทันได้ยังไง เมื่อกี้มันอยู่ห่างออกไปไกลไม่ใช่เหรอ!?”
เลโอกล่าวถามออกมาแน่นอนว่าไม่มีใครสามารถตอบคำถามของเขาได้แม้แต่เมลตี้ก็ตาม ตอนนี้ร่างกายของเธอกำลังสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอกำลังถูกความกลัวเข้าครอบงำจิตใจ
เมื่อเรดแฮ็ทปรากฏตัวขึ้น เคียวของเขาก็เปลี่ยนไป เคียวที่มันวาวและดูแหลมคมตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยเลือดที่อาบย้อม ไม่ใช่แค่นั้นเขายังเลียเลือดบนเคียวนั้นอย่างพึงพอใจอีกด้วย เลโอและเมลตี้รู้ได้ทันทีว่าเลือดที่อยู่บนเคียวนั้นเป็นเลือดของสหายของพวกเขา
“พวกเจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่…”
เลโอกล่าวถามออกมา และในเวลานั้นเองร่างของกริมอายก็ได้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของพวกเขาราวกับหายตัวมา กริมอายเปิดคัมภีร์ของตนเองขึ้นพร้อมกับกล่าวบางอย่าง
“ถึงอย่างไรมนุษย์ก็ยังคงเป็นแค่มดปลวก พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะต่อต้านด้วยซ้ำน่าเบื่อจริงๆ”
เรดแฮ็ทส่ายหัวพร้อมกับกล่าวบางอย่างเช่นกัน
“ถึงแม้ว่าพวกมันจะอ่อนแอ แต่ก็นับว่าอร่อยไม่ใช่หรือ? เจ้าเองก็ไม่ได้ดื่มเลือดของพวกมันมานานทำไมไม่ลองหน่อยล่ะ?”
เรดแฮ็ทยังคงเลียเลือกที่เคียวของตนเองต่อไป นั่นทำให้ทั้งสองนั้นดูไม่เหมือนมนุษย์อีกต่อไปในสายตาของเมลตี้และเลโอ ครั้งนี้นั้นเลโอไม่เคยรู้สึกว่าการเกิดเป็นมนุษย์นั้นไร้ค่าขนาดนี้มาก่อน เขาตระหนักได้ว่าตัวตนของมนุษย์ในสายตาของพวกที่แข็งแกร่งนั้นพวกเขามันก็แค่มดปลวก ฝีมือดาบของพวกเขาที่ฝึกกันมาอย่างอยากลำบากมันกลายเป็นไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้าตัวตนเช่นนั้น
“ข้าพเจ้ากินแต่เลือดของสิ่งมีชีวิตขั้นสูงเท่านั้น เลือดของหนอนแมลงไม่มีความหมายสำหรับข้าพเจ้า…”
“ช่างเถอะ…ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ทำไมเราไม่ให้พวกเขาฆ่ากันเองล่ะ ดูเหมือนมนุษย์สองคนนี้จะเป็นคู่รักกันนะ”
กริมอายเมื่อได้ยินสิ่งที่เรดแฮ็ทเสนอมาเขาก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“นั่นก็ดูน่าสนุก ข้าพเจ้าเห็นด้วย”
ในขณะที่ตัวประหลาดทั้งสองกำลังสนทนากัน ดูเหมือนทั้งเมลตี้และเลโอนั้นจะไม่ได้สนใจอะไร ทั้งสองกำลังคิดหาหนทางที่จะหลบหนีจากที่นี่อย่างไรก็ตามยิ่งในสถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้การจะคิดอะไรออกเป็นไปได้ยากอย่างมาก
“เมลตี้ เมื่อข้าให้สัญญาณเจ้าจงหนีไป ข้าจะซื้อเวลาให้เอง”
“แต่ว่า…”
เมลตี้ต้องการจะกล่าวบางอย่าง แต่เมื่อในเวลานั้นมือของเลโอได้กุมมือของเธอไว้แน่นก่อนที่จะค่อยๆ คลายออก พร้อมกับทำให้เธอได้เห็นสายตาที่มุ่งมั่นของเลโอ ทำให้เธอยากที่จะปฏิเสธ หากเธอเลือกที่จะอยู่ที่นี่ต่อแน่นอนว่าเลโอจะไม่ให้อภัยเธอแน่ๆ
“ไปซะเมลตี้!”
เลโอให้สัญญาณอย่างรวดเร็ว ซึ่งหญิงสาวก็ได้ออกวิ่งทันทีในขณะเดียวกันชายหนุ่มได้ใช้วิชาดาบของตัวเองออกมา
“ดาบชั่วพริบตา!”
ดาบคาตานะถูกชักออกจากฝักอย่างรวดเร็วจนตาของมนุษย์แทบจะมองไม่ทันนี่คือวิชาดาบที่เลโอนั้นภาคภูมิใจอย่างมาก
“เคร้ง!”
อย่างไรก็ตามความภาคภูมิใจที่มีในเวลานี้กับดาบของเขานั้นต้องพังทลายไปในพริบตา เมื่อมันถูกเรดแฮทสามารถหยุดได้ด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียว
“ย้ากกกกกกก!”
เลโอแม้จะหวาดกลัวแต่เขาก็ยังคงฟันดาบออกไปอย่างต่อเนื่องและทุกครั้งที่ฟันมันก็รวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามมันกลับถูกหยุดด้วยเรดแฮ็ทโดยที่ฝ่ายหลังนั้นแทบจะไม่มองทิศทางของดาบด้วยซ้ำแถมยังเปิดปากหาวอย่างน่าเบื่อ
“แก…แกมันสัตว์ประหลาด ปีศาจ!”
เลโอกลายเป็นบ้าคลั่ง เขายังฟาดฟันดาบไปมากกว่าร้อยดาบ เพื่อไ่ม่ให้กริมอายนั้นสามารถไล่ตามเมลตี้ไปได้ จึงมีบางครั้งที่เลโอจะฟาดดาบไปที่กริมอาย อย่างไรก็ตามดาบของเลโอกลับสัมผัสเพียงอากาศว่างเปล่าแม้จะดูเหมือนว่าดาบของเขานั้นฟันผ่านร่างของกริมอายไป
“เป็นมนุษย์ที่ดูน่าเวทนาจริงๆ ดูเหมือนจะชื่อ…เลโอ ไลออนฮาร์ท”
กริมอายกล่าวชื่อของเลโอออกมาอย่างถูกต้องในขณะที่ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่คัมภีร์ พร้อมกับกัดนิ้วพร้อมกับใช้เลือดของตนเองเขียนบางอย่างลงไป
“เวทมนตร์ตุ๊กตาต้องสาปทำงาน!”
เมื่อกริมอายกล่าวจบร่างกายของเลโอก็หยุดเคลื่อนไหวราวกับถูกควบคุม นั่นทำให้เลโอรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก
“พวกเจ้าทำอะไรกับร่างกายของข้า เจ้าปีศาจ!”
“ข้าพเจ้ากำลังจะบังคับร่างของท่านไปสังหารคู่รักของท่านที่กำลังวิ่งหนีไป…”
กริมอายกล่าวขึ้นพร้อมกับแสดงรอยยิ้มที่ดูสะใจออกมา