7 มารจอมป่วน
“สวัสดีค่ะ สายน้ำผึ้งเรียนสายค่ะไม่ทราบว่าจะติดต่อเื่อะไรคะ” เอ่ยถามเสียงใสแจ๋วยื่นมือไปคว้าสมุดโน้ตและดินสอมาเตรียมจดรายละเอียด
“อยากรับเธอมานอนด้วย ได้ไหมล่ะ”ตอบกลับน้ำเสียงเจือหัวเราะกลั้วคอ ปกติเขาเป็คนไม่ค่อยชอบแช่น้ำอุ่นด้วยว่ามันเสียเวลา สู้อาบจากฝักบัวไม่ได้ทว่าคราวนี้กลับเลือกที่จะหย่อนตัวเองลงในอ่างให้สายน้ำที่ไหลวนเวียนอยู่นวดผ่อนคลายร่างกายที่อ่อนล้า ก่อนไปทำกิจกรรมสำคัญต้องใช้ทั้งเรี่ยวแรงและพละกำลังอันมากมาย
‘ไอ้บ้า!’เพราะอยู่ในที่ทำงานสายน้ำผึ้งจึงทำได้แค่ขบกัดฟันจนมีเสียงดังกรอดๆทั้งที่ใจอยากยกมือตบโต๊ะแรงๆ ระบายเพลิงโทสะที่พุ่งลิ่วขึ้นมาราวกับรถแข่งเมื่อรู้ว่าปลายสายที่ก่อกวนนั้นคือใคร!
“ไปตายซะ!” ข่มกัดฟันพูดเสียงลอดไรฟันหายใจเข้าปอดแรงเร็วๆ
“แหม...ทักฉันซะไม่น่ารักเลยนะสายน้ำผึ้งอย่างนี้ถ้าอยู่ใกล้ ฉันคงจะทำ...”
“หยุดพูดบ้าๆ เลยนะนอกจากโทรมากวนแล้ว ไม่มีธุระสำคัญอะไรอีกใช่ไหมเพราะฉันไม่อยากเสวนากับผู้ชายเลวๆ อย่างคุณ!”
ภาสวรหัวเราะหึหึในลำคอ เคาะปลายนิ้วกับขอบอ่างเบาๆ“ผิดกับฉันนะ ไม่ได้อยากเจอหน้าเธอสักเท่าไหร่เหมือนกันแต่อยากกินพวกน้ำผึ้งรสชาติฝาดหวานจากดอกกุหลาบมากกว่า”
ริ้วลมร้อนผ่าวไหลไปรวมตัวกันที่พวงแก้มนุ่มจนสายน้ำผึ้งคิดว่าคงแดงปลั่งราวกับผลเชอร์รี่“ไปตายซะ!”
“ไม่ล่ะ ฉันยังไม่ได้ขึ้น์กับเธอเลยเื่อะไรจะไปจากโลกนี้ง่ายๆ ล่ะ” ยกมือสอดรองรับศีรษะทุย“คืนนี้เราจะไปขึ้น์ชั้นเจ็ดกันที่ไหนดีละ กินอาหารอร่อยๆจากนั้นเราก็ไปเต้นรำเรียกเหงื่อสักนิดเขาว่ากลิ่นเหงื่อช่วยกระตุ้นความ้าเวลาที่เราอยู่บนเตียงได้ชะงัดเลยนะ”
สายน้ำผึ้งอยากเป็ลม ผู้ชายคนนี้เป็โรคจิตแน่ๆถึงได้เอ่ยพูดเื่บ้าๆ นี่อย่างหน้าไม่อาย กลีบปากอิ่มคลี่ยิ้มเล็กน้อยั์ตาวามวาว “อยากมากขนาดนั้นฉันว่าไปเก็บเอาใต้ต้นมะขามข้างถนนสักคนสองคนดีกว่ามั้งคุณแต่อย่าสนุกจนลืมสวมคอนดอมล่ะ เดี๋ยวเจอตอโดยไม่รู้ตัว”
“ขอบใจที่เป็ห่วง แต่ไม่ล่ะฉันไม่ใช่ผู้ชายสั่วๆ ที่คลำดูไม่มีหางแล้วจับโยนขึ้นเตียงหมดอีกอย่างผู้หญิงที่ฉัน้าคือเธอต่างหากล่ะ เจอพวกยอมไปหมดลีลาเด็ดดวงมากไปไม่เร้าใจ สู้บางคนรสชาติเปรี้ยวจี๊ดสะใจ ไม่ยอมง่ายๆสนุกกว่ากันเยอะเลย”
“ฉันไม่มีเวลาว่างมาฟังคำพูดทุเรศๆของคุณหรอกนะคุณภาสวร มีธุระอะไรกับฉันกัน ช่วยพูดให้จบๆ ไปเสียที”
“บอกไปเมื่อกี้แล้วไง อ๊ะๆจะตอบอะไรมานะ ช่วยคิดดีๆ ก่อนนะสายน้ำผึ้ง เพราะฉันไม่ชอบการถูกปฏิเสธ”
แม้เสียงที่ตอบกลับมาจะเรียบเรื่อยเป็เอื่อยเฉื่อยแต่บางอย่างบอกสายน้ำผึ้งว่านั้นไม่ใช่คำพูดปกติธรรมดาแต่เป็ ‘คำขู่’ั์ตากลมโตเป็ประกายกร้าวแข็ง ท่องคำว่า ‘อดทน’ จนเส้นเืบนขมับปูดโปน
“ที่ไหน...” กัดฟันถามเสียงลอดไรฟันรับฟังที่นัดหมายอย่างร้อนรุ่มในอก ศีรษะปวดตุบๆด้วยต้องหาทางเอาคืนภาสวรให้เจ็บแสบที่สุด
“หวังว่าฉันคงไม่รอเก้อนะสายน้ำผึ้ง”
“ไอ้บ้า! เป็ใครมาจากไหนยะถึงได้สั่งๆ อย่างกับฉันเป็ลูกไล่ไม่มีความคิดน่ะ” สายน้ำผึ้งสบถเสียงเขียว วางโทรศัพท์ไปบนแป้นแทบเป็กระแทกเพลิงโทสะไหลเวียนทั่วร่างทำเธอถึงกับสั่นเทิ้มหายใจหอบแรงเร็วอย่างกับคนซึ่งวิ่งระยะทางไกลอยู่
‘ไอ้คนทุเรศ ไอ้คนเฮงซวยฉันจะทำให้แกกระอักออกมาเป็เืให้ได้!’ ขบกัดฟันจนมีเสียงดังในหูกำหมัดแน่นจนเส้นเอ็นผุดขึ้นตามข้อ ั์ตากลมใสเป็ประกายกระจ่างวาบด้วยเปลวเพลิงไฟเผาไหม้อก
หลายวันผ่านพ้นไปคิดว่านอกจากเื่ซึ่งตามกำหนดการแล้วยังเหลือเวลาอีกเกือบสองอาทิตย์เวลาซึ่งเธอจะอยู่อย่างสบายๆ ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับอีตาบ้านั่นส่วนเื่ที่เกิดขึ้นก็คิดเสียว่าให้ทานกับพวกอดอยากปากแห้งไป ความจริงไม่ใช่คนดีเด่นอะไรปกติไม่เคยวางเฉยให้คนที่เกลียดลอยนวลไปได้
แต่ก็เช่นกันเมื่อรู้ว่าสู้แล้วลางแพ้วิ่งมาแปะหน้าผากมากกว่าชนะเธอฉลาดพอเลือกถอยมากกว่าดื้อรั้นดันทุรังแต่ก็ไปทำบุญกรวดน้ำแผ่ส่วนกุศลให้พวกจิตไม่ปกติ แต่ใครจะคิดไอ้ที่เขาเงียบๆ ไปนั้นเพราะวางแผนพาตัวเข้ามาก่อกวนความสงบสุขของเธอ!
“เป็อะไรไปอีกละสายน้ำผึ้งนึกว่าได้รับโทรศัพท์จากหนุ่มๆ แล้วจะอารมณ์ดีแต่ทำไมถึงร้อนเป็ไฟราวไอ้ด่างสี่ขาถูกน้ำร้อนสาดอย่างนั้นล่ะ”น้ำเสียงผู้ชายที่โทรมาหาสายน้ำผึ้งนั้นห้าวทุ้มน่าลุ่มหลงชะมัดยาด จนอยากเห็นหน้าจะหล่อเหลาอย่างน้ำเสียงหรือเปล่า
“เงียบไปเลยนะลาวัลย์”ตวัดเสียงเข้มใส่คนพูดเหลือบสายตาจิกกัดไปให้กับลูกคู่ของอีกฝ่ายที่หัวเราะคิกคักอย่างกับเจอเื่สนุกสนานคนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ ยังกวนน้ำให้ขุ่นเพิ่มมากขึ้น อยากเจอดีหรือไง
“อ้าว...โกรธคนอื่น อย่ามาพาลเพื่อนร่วมงานซิเธอ”วิลาวัลย์ยังไม่สนใจคำเตือน มุมปากอิ่มหยัดยกขึ้น
หน้าตาสายน้ำผึ้งหรือก็เทียบชั้นเธอไม่ได้เลยการศึกษาก็ด้อยกว่าเธอ ประสบการณ์ทำงานก็น้อยกว่า แต่อีกฝ่ายกลับได้รับโอกาสดีๆเสมอ งานดีๆ โยนให้กันเข้าไป คงกลัวเธอจะเด่นเกินหน้าเกินตา แล้วตัวเองจะตกกระป๋องถึงได้ขยันเกินหน้าเกินตาคนอื่น วันหยุดยังเสนอหน้ามาทำงาน อยากเลื่อนขั้นอยากได้เงินเดือนขึ้นหรือไง
“ไม่ใช่หรอกลาวัลย์ หน้าตาอย่างนี้คงไม่แคล้วเจอเข้ากับเ้ากรรมนายเวรที่จองล้างจองผลาญให้ตายกันไปข้างหนึ่งมากกว่าหรือไม่ก็ประเภทถูกผู้ชายโทรมาบอกเลิกหลังจากที่กลายเป็ของเล่นบนเตียงเขาเรียบร้อยแล้วแบบว่าผู้หญิงที่ยอมง่ายๆ ก็ทิ้งง่ายๆ ประมาณนั้นน่ะ”
แม้จะรู้ว่านวลนุชเอ่ยว่าคนอื่นไม่ใช่เธอทว่าวิลาวัลย์ก็อดโกรธกรุ่นจนหน้าตึง “พูดไม่ถูกก็เงียบไปเลยนวลนุช”
“อ้าว!” นวลนุชทำหน้าเหรอ“ฉันพูดอะไรผิดละลาวัลย์ ไม่ใช่เื่จริงหรือไง ที่ยายนั่นน่ะ อ่อยผู้ชายเป็อาชีพกินผู้ชายแทนอาหารเย็นน่ะ”
“เพราะเธอพูดถูกไงนวลนุชแทงใจดำใครบางคนเข้าเลยร้อนราวกับไอ้ด่างสี่ขาที่วิ่งผ่านหน้าโรงแรมแล้วโดนคนใจร้ายเอาน้ำร้อนลวกนะ”โต้กลับด้วยคำพูดซึ่งอีกฝ่ายพูดใส่หน้าเมื่อครู่ พลางทรุดกายลงนั่งเอนหลังอิงกับเบาะนุ่มๆ มองวิลาวัลย์อย่างใช้ความคิด
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า งานที่ทำให้เธอต้องไปเจอกับคนบ้าๆก่อนหน้านั้นก็อยู่ในมือของวิลาวัลย์นี่น่าวันนั้นเธอยังถูกอีกฝ่ายเอ่ยกระแทกแดกดันเกือบทั้งวันหาว่าที่ได้งานไปเพราะใช้เต้าไต่บ้างล่ะเป็เพื่อนประสาอะไรแทงข้างหลังเพื่อนได้ลงคอบ้างล่ะอยากเด่นกว่าคนอื่นหรือไงถึงได้เหยียบหัวเพื่อนโดยไม่ละอายใจบ้างฟังแล้วเบื่อจนอยากหาสำลีอุดหู จะได้ไม่ต้องทนฟังคำพูดจากพวกสติไม่เต็มเต็ง
“ฉันเคยได้ยินคนแก่ๆ แถวบ้านพูดไว้คนเราเป็ยังไง คิดยังไงก็อยากให้คนอื่นคิดและเป็อย่างนั้นด้วยไอ้ที่พูดมาน่ะมักเป็ตัวเองไม่ใช่หรือไง” ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบกลับ สายน้ำผึ้งรีบลุกขึ้นเดินเพราะไม่อยากอยู่สนทนากับพวกโลกทัศน์คับแคบทำให้สมองไม่พัฒนา
“เดี๋ยว! ด่าเสร็จแล้วจะหนีไปอย่างนี้หรือไงกลับมานะ มาคุยกันให้รู้เื่ก่อน สายน้ำผึ้ง!”
“ลาวัลย์”มือดึงชายเสื้อคนเป็เพื่อน พร้อมฉีกยิ้มแหยๆ ให้กับคนที่มายืนอยู่ั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้คนที่มีอำนาจพอทำให้เธอสองคนเดินเตะฝุ่นได้
“อะไร!” หมุนตัวกลับมาพร้อมดวงหน้าหงิกงอก่อนปรับเปลี่ยนสีให้ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ในใจนั้นอาฆาตแค้นสายน้ำผึ้งเต็มพิกัดรอวันจะได้ชำระแค้น!