ตอนที่ 3 ยอมรับความจริง
ฉันยอมเดินตามเขาเข้าไปในบ้านในแบบไม่มีทางเลือก กวาดสายตามองไปรอบๆบ้าน ภายในบ้านสะอาดสะอ้านเรียบร้อยกว้างขวางเหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว
“นั่งลงสิ มองอยู่ได้ จะกลัวอะไรนักหนา บ้านคนนะครับไม่ใช่บ้านผีไม่ต้องกลัว” ตอนนี้อะไรๆมันก็เริ่มชัดเจนขึ้น เธอคงไม่ได้ดื่มเหล้าซึ่งผมก็คงไม่ได้เมา สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือเื่จริง
“คุณ...” ตอนนี้ฉันปวดฉี่จนจะอั้นเอาไว้ไม่อยู่แล้วแต่ฉันกลัว...ในสมองตอนนี้คิดดีไม่ได้จริงๆทำไมเื่แบบนี้จะต้องเกิดขึ้นกับฉันด้วยนะ
“เป็อะไรยืนบิดอยู่ได้” บอกให้นั่งลง เธอก็ไม่ยอมนั่ง
“ฉันปวดฉี่...” อ้าว...ผมลืมไปสนิทเลยเธอคงอั้นไว้นานแล้วเพราะตอนที่ผมเดินชนกับเธอ ผมกำลังจะไปเข้าห้องน้ำแต่ยังไม่ทันได้เข้าดันเกิดเื่ขึ้นซะก่อน
“ก็ไปฉี่สิ ใครห้ามครูล่ะโน่นห้องน้ำ”น้ำเสียงสบายๆของเขาทำให้ฉันเม้มปากแน่นหนักกว่าเดิม...เขาไม่เข้าใจ!
“ฉันไม่กล้า...”
“เป็อะไรกลัวผีเหรอ ที่นี่ไม่มีผีหรอกมีแต่ตุ๊กแก”บ้านป่าบ้านดงจิ้งจกตุ๊กแกมันเป็เื่ธรรมดา ยิ่งหน้าฝนแบบนี้ตะขาบแมงป่องก็เยอะ...ผมไม่ได้โกหก
“ว้าย!! ตุ๊กแกเหรอฉันกลัว” ฉี่จะราดแล้วนะ!
“ทำท่าให้มันแมนๆหน่อย แบบนี้ผมรับไม่ได้ เสียชื่อเฮียัหมด”ท่าทางอ้อนแอ้นของเธอะโเข้ามาเกาะแขนผมเอาไว้แน่น ผมรีบแกะมือของเธอออกใครมาเห็นเข้าคงเข้าใจผิดคิดว่าผมเป็ตุ๊ด
“ฉันกลัวจริงๆนะ ฉี่จะราดแล้วด้วย”
“ตกลงคุณกลัวอะไรกันแน่น” ผีหรือจิ้งจกตุ๊กแก
“ฉันกลัว...ไอ้นี่ของคุณ” ฉันก้มหน้าลงชี้มาที่เป้ากางเกงของตัวเองจะทำยังไงดีฉันไม่อยากเห็น!
“มันน่ารักจะตาย จะจับจะมองตามสบายเลยผมไม่หวง แต่อย่าทำร้ายมันก็พอ”ไอ้บ้านี่! คนกำลังจะตายอยู่แล้ว ยังจะมาพูดเล่นอีก
“ฮื่อๆๆ” ฉันร้องไห้จริงๆ ฉันกลัว ฉันอึดอัด ฉันไม่ชิน ทำไมชีวิตของฉันจะต้องมาเจอเื่อะไรแบบนี้ด้วยนะ
“ครูใจเย็นๆนะ ไม่ต้องร้อง ผมไม่อยากเห็นตัวเองร้องไห้ คุณฟังผมนะคุณต้องทำใจยอมรับและอยู่กับมันให้ได้ ไปฉี่เถอะ หรือจะให้ผมช่วยก็ได้”
“ฉันต้องทำใจยอมรับความจริง จริงๆเหรอเนี่ย”ตัวผมเองก็ต้องทำใจยอมรับความจริงเหมือนกัน
“ไปๆผมพาไป เดี๋ยวคุณหลับตา ผมจะปลดกางเกงให้”ผมพาเธอเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องน้ำแล้วเอ่ยถามเธออีกครั้ง...
“แน่ใจนะว่าจะไม่ทำเอง นอกจากฉี่แล้วอย่างอื่นคุณก็ต้องทำเองอยู่ดี”วันนี้ไม่ทำ พรุ่งนี้ก็ต้องทำเองอยู่ดี สิ่งเดียวที่จะทำให้เธออยู่กับมันได้คือทำใจยอมรับความจริงให้ได้
“อย่างอื่นอะไร” ทุกอย่าง! ทุกเื่!
“คุณจะไม่อาบน้ำหรือไง” ผมยกตัวอย่าง...เพราะมันไม่ได้มีแค่นี้
“ฉันไม่อาบ!”
“จะบ้าเหรอ!”
“ก็ได้ๆ...ตอนนี้ฉันไม่ไหวแล้ว” ฉันรีบเข้าห้องน้ำแล้วปิดประตูล็อคกลอนทันที
“ผมรออยู่ข้างนอกนะ จับมันด้วยล่ะระวังจะฉี่ลดเท้า”ผมะโคุยกับเธออยู่หน้าห้องน้ำ ด้วยน้ำเสียงขบขัน
“ไอ้บ้า! ฉันนั่งย่ะ”เธอะโกลับมา...ซึ่งผมก็ยังคงยืนพิงผนังหน้าห้องน้ำรอเธออยู่
“ครับๆ คุณครูจะนั่งหรือจะยืนก็ตามสบายเลย”
ฉันเข้ามายืนอยู่ในห้องน้ำได้รีบปลดตะขอกางเกงออก รูดซิปลง และกดขอบกางเกงชั้นในลงด้วยความรีบร้อนพยายามไม่มองมัน แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร จากที่ฉันรู้สึกอึดอัดอยู่แล้วมันแข็งขืนชูคอสูงออกมาทันที
“ว๊าย!!!”
“ครูเป็อะไร!” เงียบ...ไม่มีเสียงตอบกลับมาแต่อย่างใดไม่ใช่ว่าเป็ลมไปแล้วล่ะ
สักครู่เธอก็เปิดประตูเดินออกมาตาลอยๆ เหมือนคนไม่มีจิติญญาอย่างไรอย่างนั้น
“เสร็จแล้วเหรอ เป็ยังไงบ้าง”
“ใหญ่...” เธอตอบคำถามด้วยสายตาลอยๆ ัน้อยของผมออกจะน่ารักดูทำหน้าเข้า
“ไม่ใช่! ผมหมายถึงว่าฉี่เสร็จแล้วเป็ยังไงบ้าง ดีขึ้นมั้ย”
“โล่ง...” ฉันเกือบจะช๊อกตาย นี่ฉันจะต้องอยู่กับัน้อยของเขาจริงๆเหรอ...ฉันไม่โอเคเลยสักนิด!
“้าอะไรอีกมั้ยเดี๋ยวจะดึก เราต้องคุยเื่สำคัญกัน” เธอพยักหน้าผมจึงเดินนำเธอมานั่งลงที่ห้องนั่งเล่นกลางบ้าน
“คุณอยู่กับใคร”
“ผมอยู่คนเดียว”
“คุณไม่มีพ่อแม่พี่น้องเหรอ”
“มี...แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่กับผม ถามเื่พวกนี้ก็ดีเราจำเป็ต้องรู้เื่ของกันและกันแบบละเอียดได้ยิ่งดี”
“ทำไมฉันจะต้องบอกเื่ส่วนตัวกับคุณด้วย”
“แล้วครูคิดว่ายังไงล่ะ” ผมเลิกคิ้วถาม...เพราะอะไรไม่น่าถามคุยกับผู้หญิงนี่มันน่าเบื่อจริงๆ
“ก็ได้ คุณก่อน...”
“ได้...แต่ก่อนอื่นเราต้องมาตกลงกันก่อน คุณอยู่บ้านพักครูกับใคร”
“ฉันอยู่คนเดียว”
“ดีเลย งั้นคุณย้ายมาอยู่กับผมที่บ้านหลังนี้”เพราะผมจะไม่มีทางยอมให้ร่างกายของผมออกห่างจากสายตาของผมเด็ดขาด ถ้าไม่จำเป็
“ไม่มา ทำไมฉันจะต้องย้ายด้วย” ยังจะถามคำถามแบบนี้อีกผมเริ่มจะหมดความอดทนแล้วนะ
“ดูสภาพของคุณกับผมตอนนี้สิ คุณต้องทำงานคุมลูกน้องแทนผมผมต้องไปสอนหนังสือแทนคุณ...หรือเปล่า” ผมเริ่มโมโห พูดยากพูดเย็นน้ำเสียงจึงฟังดูดุไปหน่อยแต่เสียงหวานๆของเธอที่ผมเปล่งออกไปทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด
“เื่นี้...ฉันไม่เลี้ยงวัวแน่!” แค่คิดก็เหม็นแล้ว ฉันทำไม่ได้หรอก
“แล้วครูคิดว่าผมอยากจะไปสอนหนังสือเด็กหรือไง ถ้าคุณไม่ทำงานของผมผมก็จะไม่ทำงานของคุณ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ที่จริงผมมีลูกน้องมันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก ขอแค่ให้เธอเปิดใจยอมรับมันสักหน่อยก็เท่านั้น
“ฉันต้องทำอะไรบ้าง แค่นึกก็เหม็นแล้ว” ดูทำท่าเข้าถ้าลูกน้องในฟาร์มของผมเห็นเข้าคงต้องสงสัยแน่...สงสัยว่าผมป่วยหรือไม่ก็เป็ผู้ชายกลับใจ
“ก่อนอื่นเลย ห้ามทำท่าดัดจริตแบบนี้อีก โดยเฉพาะต่อหน้าคนอื่นทางที่ดีฝึกเป็ผมให้ได้”
“นี่คุณ! กล้าดียังไงมาว่าฉันดัดจริต มันไม่แรงไปหน่อยเหรอเกิดมายังไม่เคยมีใครเคยว่าฉันแบบนี้เลยนะ”
“โอเคๆ คุณก็แค่อ้อนแอ้นไปหน่อยเท่านั้น ตอนนี้คุณต้องเป็ผมช่วยรักษาหน้าผมหน่อยจะได้มั้ย ขอร้องล่ะ”
“.............”
“เอาล่ะ ผมมีคนงาน เอาอย่างนี้แล้วกันก่อนอื่นเลยช่วยทำตัวแข็งแรงกว่านี้หน่อยได้มั้ย นั่งไม่ต้องหนีบเห็นแล้วขัดตาจริงๆ”
“นี่! ฉันเป็ผู้หญิงนะ นายนั่นแหละ นั่งให้ดีๆนั่งแบบนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน น่าเกลียดมากเลย”ผมรีบหุบขาทันทีลืมไปเลยว่าใส่กระโปรงอยู่
“ถ้าอย่างนั้นผมจะเป็คุณ แต่คุณก็ต้องเป็ผมให้ได้เหมือนกัน”
“ข้อนี้ฉันเห็นด้วย แต่เื่ที่ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่กับคุณฉันจะบอกทุกคนยังไง”
“บอกทุกคนไปว่าเราเป็ผัวเมียกัน...แค่นี้ก็จบ” ห๊ะ! พูดง่ายจังสถานะอื่นยังมีให้เลือกอีกตั้งเยอะ
"เป็น้อง เป็ญาติห่างๆได้มั้ย" ฉันเสนอ...
"โอ้ย...ไม่ได้หรอกคุณ คนแถวนี้เขารู้จักผมกันหมดทั้งตำบลยิ่งพูดออกไปแบบนั้นคนยิ่งจับตามอง บอกไปแบบนี้แหละดีแล้ว"ร้อยวันพันปีไม่เคยมีน้อง พี่ผู้หญิงก็ไม่เคยมีชีวิตเพลย์บอยของผมที่ผ่านมามีแต่ผู้หญิงที่เข้ามาอยู่ในบ้านใครจะเชื่อ...บอกวัวในฟาร์มมันยังไม่เชื่อเลย
“แต่ฉันไม่ได้อยากเป็เมียคุณ”
“ผมก็ไม่ได้อยากเป็ผัวครูสักหน่อย”
“.........”ชีวิตของฉันมันจะไม่มีทางเลือกอื่นให้ฉันได้เลือกแล้วเหรอ
“เอาน่า เอาตามนี้ไปก่อน ถ้าเราคืนร่างกันได้เมื่อไหร่ ก็ต่างคนต่างไปคุณว่าแบบนี้เป็ไง”
“แต่ฉันแคร์สายตาคนรอบข้าง...เขาจะคิดยังไง ย้ายมาที่นี่แค่สองอาทิตย์ก็มีผัวซะแล้ว”ทำแบบนี้ฉันคงเสียหาย...ดีที่ที่นี่ไม่มีคนรู้จัก จะมีก็แต่เพื่อนร่วมงานต่อจากนี้ไปฉันคงต้องหัดหน้าหนาเข้าไว้สินะ
“คนที่ถูกมองไม่ดีคือผมต่างหาก เพราะผมอยู่ในร่างคุณ เอาน่าทำใจให้สบาย ทางนี้เป็ทางเดียวที่ทำให้ร่างกายของผมสามารถอยู่ที่บ้านของตัวเองได้ส่วนคุณ่เช้าก็ขับรถไปทำงาน ไม่สิ...ผมจะขับรถไปทำงาน แทนคุณ”
“คุณสอนหนังสือเด็กเป็เหรอ”
“ก็เพราะอย่างนี้ไง เราถึงต้องอยู่ด้วยกัน คุณก็สอนผมเป็วันๆไปส่วนงานที่คุณต้องทำผมก็จะค่อยๆสอนให้” ข้อเสนอนี้ฟังดูไม่เลว
“ฉันไม่มีทางเลือก...”
“คุณมีรถขับมั้ย”
“มีค่ะ ฉันขับรถเก๋ง”
“ไปเอารถของคุณมา เพราะผมต้องใช้รถคุณ ส่วนคุณใช้รถผมคุณน่าจะขับรถผมได้แหละ อ่อ...เสื้อผ้า ข้าวของทุกอย่างของคุณด้วย เอามาให้หมด”
“ยังไปตอนนี้ไม่ได้ ที่โรงเรียนจัดงาน คนน่าจะเยอะ รอดึกๆหน่อยแล้วกัน”
“อือ...รอบคอบดี”
-------------------