“ ท..ที่นี้มันที่ไหนฟะเนี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!! ”
โซมะะโอุทานออกมาอย่างสุดเสียงความแตกตื่นของเขาทำให้เขาลนลานเป็พิเศษ เนื่องจากร้านของเขาควรที่จะตั้งอยู่ที่ย่านการค้าแต่ตอนนี้เขามาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ สภาพรอบๆเต็มไปด้วยบ้านหลังขนาดใหญ่เป็บ้านไม้ที่ดูเหมือนกับบ้านสมัยยุคกลาง ถนนถูกปูไปด้วยก้อนหินที่ถูกจัดว่างเป็บล็อกๆอย่างปราณีตและดวงจันทร์ที่ใหญ่โตทั้งสองดวงอย่างเห็นได้ชัด
ด้วยความที่เขาะโออกมาเสียงดังทำให้ผู้คนที่อยู่แถวนั้นมองมาที่โซมะ แต่ด้วยความมืดทำให้โซมะมองเห็นคนพวกนั้นไม่ชัดด้วยความตื่นตระหนกทำให้เขาต้องรีบวิ่งกลับเข้าร้านทันที
“ เกิดบ้าอะไรขึ้นว่ะเนี่ย!? นี่เราอยู่ที่ไหนกัน…หรือว่า!? ”
โซมะรีบวิ่งที่หน้าเครื่องบันทึกเงินสดทันทีหลังจากนั้นเขากดปุ่มรายการสินค้ามาหนึ่งอย่างโยนเหรียญสีเงินที่เขาถืออยู่นั้นลงช่องตรงกลางคิดเงิน หลังจากนั้นลิ้นชักเก็บเงินก็ได้เก็บเข้าไปในตัวเครื่องทันทีและเขาก็ได้กดปุ่มเงินทอนทำให้ลิ้นชักเด้งออกมา และเหรียญสีเงินที่เขาเก็บลงช่องกลางก่อนหน้ากลายมาเป็เงินเยนในช่องเงินรวม
สามัญสํานึกของเขาคิดได้ในทันทีว่าร้านของเขานั้นมาโผล่ที่ต่างโลก
แต่เพราะอะไร?
เพราะเครื่องบันทึกเงินสดอย่างงั้นเหรอ ?
เขาไม่ลังเลที่จะดังปลั๊กมันออกมาทันจากนั้นเขาวิ่งไปที่หน้าร้านอีกครั้งเผื่อเขาจะกลับไปที่โลกเดิมของเขา แต่ทว่ามันก็ยังเป็เหมือนเดิม ด้านหน้าของเขายังมีพระจันทร์ที่ใหญ่โตทั้งสองดวงทำให้เขาเข่าทรุดลงกับพื้น เขาวิ่งกลับไปที่ร้านของเขาและวิ่งเข้าไปที่ห้องเก็บของและหยิบไม้เบสบอลออกมาใช้แรงทั้งหมดของเขาฟาดไปที่เครื่องบันทึกเงินสดอย่างสุดแรง
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเครื่องบันทึกเงินสดไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเลย ความเหนื่อยล้าทำให้เขาเข่าทรุดลงกับพื้นเขารู้สึกเศร้าและเสียใจว่าเขาจะไม่ได้กลับไปที่บ้านของเขาอีกแล้ว เขาร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวังและคิดว่าเขาจะใช้ชีวิตยังไง มันไม่เหมือนกับการ์ตูนหรือนิยายที่ไปต่างโลกด้วยเหตุผลบางอย่างพร้อมกับพลังวิเศษ แต่เขากลับเป็เพียงเ้าของร้านเหล้าธรรมดาๆ
เขาใช้เวลานอนอยู่ตรงนั้นสักพักเพื่อปลอบใจตัวเองและใช้เวลาทำใจจากนั้นเขาได้ลุกขึ้นและเรียกกำลังใจตัวเองออกมา
“ เอาหน่อยสิวะ! ไหนๆก็ไหนๆละ ความฝันอันยิ่งใหญ่ของฉันมันได้เริ่มต้นขึ้นแล้วจะมาท้อใจกับอีเื่แค่นี้ได้ยังไงกัน! ”
“ เื่แค่นี้ไม่สามารถหยุดความฝันอันยิ่งใหญ่ของฉันได้หรอกนะ ฮ่าๆฮ่าๆฮ่าๆ ”
โซมะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งทั้งน้ำตาเพื่อกระตุ้นตัวเอง จากนั้นเขาหยิบหนังสือมาเพื่อจดบางสิ่งบางอย่าง มันคือวิธีการใช้เครื่องบันทึกเงินสด
เครื่องบันทึกเงินสดเครื่องนี้จะเป็ตัวสื่อกลางราวกับว่าสามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินได้ จากสกุลเงินจีที่เป็ของโลกใบนี้กลายเป็เงินเยนของโลกก่อนหน้านี้ แต่ทว่าในเมื่อถูกส่งมาอยู่ต่างโลกแล้วทำไมยังต้องได้ใช้เงินเยนอยู่อีกละ?
เขานั่งครุ่นคิดอยู่นานจนเวลาผ่านไปเร็วกว่าที่คิด มันสมควรได้เวลาเก็บร้านและทำความสะอาดแล้ว เขาเริ่มต้นด้วยการล้างจานและแก้วที่เหลือจากนั้นทำความสะอาดเช็ดโต๊ะเช็ดบาร์และพื้นและนำถุงขยะไปทิ้งที่หลังร้าน
ด้วยความเคยชินของเขาที่ต้องนำขยะไปทิ้งหลังร้านเขาเดินไปที่ประตูหลังร้านทันทีแล้วมองเห็นถังขยะใบใหญ่ตั้งไว้อยู่ เขาถือถุงดำที่ใส่ขยะโยนทิ้งและปิดฝาลงทันทีและเดินเข้าปกติแต่ทว่า….
“ เดี๋ยวนะ!? ”
เขารีบเปิดประตูหลังออกมาด้านนอกอีกครั้งแล้วพบกับตึกสูงตระหง่านฟ้าที่คุ้นเคย เสียงของรถยนต์ที่วิ่งผ่านและกลิ่นของควันท่อไอเสีย
“ ฉันกลับมาแล้วโว้ยย!! ”
เขาะโออกมาอย่างสุดเสียงและะโโลดเต้นด้วยความดีใจที่ว่าเขากลับมายังโลกเดิมแล้ว ด้วยสาเหตุอะไรเขาก็ไม่สนและรีบวิ่งเข้าไปในร้านเก็บของปิดไฟและล็อคร้านให้รีบร้อย จากนั้นเขาเดินออกทางหน้าร้านเพื่อที่จะล็อคประตูหน้าร้านและกลับบ้านแต่ทว่า เมื่อเขาเปิดประตูมายังหน้าแล้วพบว่าดวงจันทร์ที่ใหญ่โตทั้งสองดวงยังอยู่มันทำให้เขาใเป็อย่างมาก
ด้วยความร้อนรนทำให้เขารีบวิ่งไปที่ประตูหลังร้านอีกครั้งแล้วพบกับตึกสูงตระหง่านฟ้าอีกครั้ง เขารู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมากและเขาคิดว่ามันเกิดเื่บ้าอะไรขี้นแบบนี้ เขาสงสัยว่าเขายังไม่ได้กลับไปที่โลกเดิมของเขาอย่างงั้นเหรอ
เพื่อความชัวร์เขาเดินไปที่หน้าร้านอีกครั้งและพบกับดวงจันทร์สองดวงที่ใหญ่โตเหมือนเดิมและเขาเดินกลับไปที่หลังร้านและพบกับตึกสูงตระหง่านเหมือนเดิม ซึ้งเขาสรุปได้ว่าประตูหน้าร้านของเขาเชื่อมต่อกับอีกโลกและประตูหลังร้านของเขาเชื่อมต่อกับโลกของเขา
เพื่อความชัวร์อีกครั้งเขาล็อคประตูหน้าร้านจากด้านในให้เรียบร้อยและเดินออกจากประตูหลังและมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านของเขาทันที ระหว่างทางทุกอย่างยังดูปกติ ผู้คนที่เดินเพ่นพ่าน ตึกบ้านช่อง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม และเขากลับมาถึงบ้านทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม
สรุปได้อย่างชัดเจนว่าประตูหน้าร้านจะเชื่อมต่อไปยังต่างโลกแต่ประตูหลังร้านยังคงเชื่อมต่อกับโลกเดิมของเขา ซึ้งมันเห็นได้ชัดว่าทำไมเครื่องบันทึกเงินสดถึงแลกเปลี่ยนนสกุลของต่างโลกมาเป็สกุลเงินเยน
“ คงเป็เพราะเ้าเครื่องบันทึกเงินสดนี้แน่ๆตอนที่ฉันเปิดเครื่องขึ้นมาแสงสีเขียวส่องสว่างอย่างอลังการแบบนั้น ”
“ งั้นก็หมายความว่าลูกค้าของฉันคือผู้คนจากต่างโลกสินะ จะมีพวกเผ่าอื่นๆด้วยไหมน่ะ ”
“ แล้วพวกเผ่าอื่นๆเขากินอะไรกัน ? ….. ”
“ โอ้ยคิดแล้วปวดหัวยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอกนะ! ต้องหาข้อมูลแล้วเตรียมตัวไปซื้อของมาเพิ่มสำหรับพรุ่งนี้เช้า ”
โซมะได้เริ่มอ่านหนังสือการ์ตูนและนิยายของตนและค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เวลาได้ล่วงเลยผ่านพ้นไปอย่างโดยเร็วทำให้เขาเผลอหลับไปกับกองหนังสือและกระดาษโน๊ตจำนวนมาก
04:48 เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาในกองหนังสือและกระดาษโน๊ตที่ทับถมเขา เขารีบไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วรีบตรงดิ่งออกไปข้างนอกทันทีเพื่อจ่ายตลาด ซื้อของต่างๆตามที่เขาโน๊ตไว้เมื่อคืน
09:05 หลังจ่ายซื้อของเสร็จเขาตรงดิ่งไปที่ร้านทันทีเพื่อเตรียมของไว้ขายสำหรับคืนนี้ ใช้เวลาราวๆ 5 - 6 ชั่วโมงในการเตรียมของเสร็จ จากนั้นใช้เวลาที่เหลือทำความสะอาดร้านโต๊ะและจัดโต๊ะเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเปิดร้าน
“ เฮ้อเสร็จสักที เตรียมของเพื่อเปลี่ยนร้านในทุกๆครั้งคงเหนื่อยประมาณนี้สินะ ”
“ เหลือเวลาก 1 ชั่วโมงก่อนจะเปิดร้านวันนี้จะมีลูกค้าเข้ามากี่คนกันนะ หวังว่าจะไม่มีลูกค้าแปลกๆเข้ามานะ ”
เสียงสุดเสียงขอโซมะได้มีเสียงกระดิ่งที่ประตูหน้าร้านดังออกมามันบ่งบอกว่ามีคนเข้ามาในร้านของเขา แต่ทว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่เขาต้องเปิดร้านทำให้เขารู้สึกใเล็กน้อยและรีบลุกขึ้นมองไปที่หน้าตูทางเข้าทันที
ลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามาในประตูทำให้โซมะรู้สึกหนาวขนลุกแบบแปลกๆ ชายปริศนาผมสีแดงอ่อนที่ส่วมเสื้อเกราะสีน้ำตาลที่พกดาบยาวมาและหญิงสาวผมยาวสีน้ำตาลที่ส่วมชุดคลุมพร้อมกับถือคฑาสีเงินที่มีลูกแก้วลอยได้อยู่บนเหนือคฑา ทำให้โซมะตกตะลึงเป็อย่างมากกับสิ่งที่เขาเห็น
“ ( นี้สินะที่เขาเรียกว่าจอมเวทน่ะ !? ) เอ๋อ…ขอโทษนะครับพอดีร้านเรายังไม่ถึงเวลาเปิด ” โซมะกล่าวทักทายก่อนเป็อันดับแรก
“ อ้าวงั้นเหรอครับ พอดีผมเห็นร้านนี้เป็ครั้งแรกและเห็นแสงไฟจากในร้านก็เลยแวะเข้ามาดูว่ามันคือร้านอะไร ” ชายคนนั้นกล่าวถาม
“ ว่าแต่ที่นี้อุ่นจังเลย ไม่เหมือนกับร้านอื่นที่มีคนเต็มร้านเพราะอากาศมันเริ่มหนาวน่ะสิ ” หญิงสาวบ่นพึมพำออกมาทำให้โซมะมึนงงกับคำพูดของเธอ
“ เอ๋? ”
“ ฮ่าๆเธอหมายถึงพวกเราไปที่ร้านอื่นมาก็ไม่มีโต๊ะว่างให้พวกเราใช้บริการเลยน่ะครับ ่นี้ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้วด้วยผู้คนส่วนใหญ่ชอบไปอยู่ตามร้านอาหารและที่พักต่างๆน่ะครับ ”
“ ง..งั้นเหรอครับ ” โซมะยิ้มแห้งออกมาด้วยความประหลาดใจ
“ ว่าแต่ร้านของคุณพึ่งเปิดใหม่สินะครับ ” ชายคนนั้นกล่าวถามอีกครั้ง
“ ใช่ครับร้านเราบริการเครื่องดื่มและกับแกล้มน่ะครับ ”
“ โอ้งั้นเหรอครับ แต่น่าเสียดายจังยังไม่ถึงเวลาเปิดสินะครับ ”
โซมะครุ่นคิดอยู่สักพักเพราะอีกไม่นานก็ถึงเวลาเปิดร้านแล้วแต่ในเมื่อมีลูกค้าเดินเข้ามาในร้านแล้วเขาก็ต้อวต้อนรับซะก่อน จากนั้นโซมะตัดสินใจที่จะเปิดร้านทันที
“ ว่าแต่พวกคุณรับอะไรดีครับ ”
“ อืม…นั้นสินะ ” ชายส่วมเสื้อเกราะนั่งครุนคิดอยู่นาน
“ ฉันอยากกินเบียร์! ” หญิงสาวอุทานออกมาอย่างสุดเสียง
“ เดี๋ยวก่อนสิมิคาเอลเรายังมีงานทำต่อนะ แถมเธอจะกินเบียร์ตอนสภาพอากาศแบบนี้น่ะเหรอ? ”
โซมะทำท่าทีสงสัยกับคำว่าฤดูหนาวของพวกเขาก่อนหน้า ที่โลกของเขาตอนนี้มันพึ่งจะเข้าสู่่ฤดูใบไม้ผลิ
“ งั้นเหล้าก็ได้! ”
“ ด..เดี๋ยวก่อนเส้! ”
“ ก็ฉันเหนื่อยนี่น่า พึ่งกลับมาจากทำภารกิจและมาสเตอร์ก็สั่งงานพวกเราออกไปอีกครั้งแถมไม่มีเวลาพักเลยด้วยซ้ำ ” มิคาเอลแสดงท่าทีที่ไม่พอใจออกมาพร้อมกับอาการเหนื่อยล้าของเธอ
“ เฮ้อ…ว่าแต่มีเมนูอะไรบ้างครับ ” ชายส่วมเสื้อเกราะกล่าวถามโซมะขึ้นมาทำให้โซมะชะงักเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าพวกเขาจะอ่านป้ายเมนูที่ติดอยู่ผนังได้ไหม
“ อ..เอ่อป้ายตรงนั้นพวกคุณพอจะอ่านมันออกไหมครับ ” โซมะชี้นิ้วไปที่ป้ายเมนูด้วยท่าทีที่เป็กังวล
“ เอ๋? ”
“ นี้มันตัวอักษรอะไรเนี่ย คล้ายกับอักษรรูนแต่ก็ไม่ใช่ ” หญิงสาวหันไปมองและกล่าวถามด้วยความสงสัย
โซมะถอนหายใจออกมาและคิดว่าป้ายชื่อเมนูที่เขาอุส่าเขียนมันด้วยลายมือของตนเอง แต่ลูกค้าของเขาดันอ่านไม่ออกซะงั้น
“ พวกคุณอยากท่านอะไรร้อนๆอุ่นๆสินะครับ ( ร้านอิซากายะของฉันกลายเป็ร้านตามสั่งไปแล้วสินะ ) ” โซมะกล่าวออกมาทั้งน้ำตา
“ ช..ใช่ครับ ” ชายส่วมเสื้อเกราะประหลาดใจกับท่าทีของโซมะและเดินไปนั่งที่หน้าบาร์ทันที
โซมะหันหลังเข้าครัวเพื่อที่จะเตรียมของทำอาหาร แต่พอนึกขึ้นได้เขาหันกลับมาและนำเสนอเครื่องดื่มอีกครั้ง “ พอดีผมมีเครื่องดื่มที่ทำให้พวกคุณรู้สึกอบอุ่นอยู่นะครับ สนใจจะรับไหมครับ ”
“ โอ้วเอาฉันเอา! ” หญิงสาวยกมือชูขึ้นสูงแสดงท่าทีที่ดีใจ
“ งั้นรอสักครู่นะครับ ”
โซมะตั้งหม้อและเทน้ำลงในหม้อจากนั้นเอาขึ้นเตาแก๊สและจุดไฟ เมื่อน้ำในหม้อเริ่มเดือดได้ที่เขาเทน้ำร้อนออกมาลงในถ้วยที่เตรียมไว้ จากนั้นเขาหยิบขวดสาเกออกมาแล้ววางลงในถ้วยที่มีน้ำอุ่นและใช้ขวดสาเกคนไปรอบๆถ้วยเพื่อให้ความร้อนของน้ำร้อนส่งผ่านไปในขวดขาสาเก
จากนั้นเขายกไปเสิร์ฟทั้งถ้วยที่มีขวดสาเกแช่น้ำร้อนอยู่ในนั้น จากนั้นเขาหยิบแก้วเล็กออกมาและรินให้หญิงสาวทันที
“ เชิญครับ ” โซมะกล่าว
“ ว้าว?! นี้มันคืออะไรน่ะ ”
“ สาเกอุ่นครับ หรือจะเรียกว่าเป็น้ำเหล้าสีใสก็ว่าได้ ”
“ กลิ่นมันหอมมันๆเลย คงเป็เพราะความร้อนสินะที่ทำให้กลิ่นของเหล้าลอยโชยออกมา งั้น… ” หญิงสาวยกแก้วและจิบชิมสาเกทันที
“ เข้มข้นมาก!? มันไม่เหมือนกับเหล้าทั่วไป ความร้อนที่ไหลลงสู่คอและไหลผ่านทั่วทั้งร่างกาย ความเข้มข้นของมันทำรู้สึกผ่อนคลาย!? ” หญิงสาวไม่รอช้าเธอยกดื่มหมดแก้วในคราวเดียว
“ อ๊าห์สุดยอด! ”
“ เฮอะๆ ถ้าดื่มแบบนั้นระวังเมาด้วยนะครับ ” โซมะยังรู้สึกประหลาดใจกับท่าทีของพวกเขา
“ น..นี่มิคาเอลขอฉันลองหน่อยสิ ” ชายชุดเกราะเห็นท่าทีของมิคาเอลที่ดื่มสินี้ลงไปทำให้เขารู้สึกอยากลองขึ้นมา
“ ไม่ได้! ไหนว่ามีภารกิจทำต่อไง!? ” มิคาเอลโอบกอดขวดสาเกด้วยความหึงหวง
“ เอ๋!?…ผมขอเ้านี้ด้วย!! ”
“ ฮ่าๆคร้าบๆ ”
หลังจากนั้นโซมะได้เสิร์ฟสาเกให้ชายส่วมชุดเกราะอีกขวดและกลับไปเตรียมทำอาหารต่ออีกครั้ง เสียงเฮฮาปลาบปลื้มหลังกินสาเกนี้เข้าไป ไม่แปลกที่พวกเขาจะเมาเพราะเล่นกระดกหมดในคราวเดียว และหลังจากนั้นไม่นานอาหารที่โซมะได้ทำก็เสร็จอันเป็ที่เรียบร้อย
“ ขอโทษที่ให้รอครับ มันเสร็จแล้ว ”
“ โอ้ว~ ” พวกเขายังคงตกตะลึงกับอาหารที่ยื่นออกไปเสิร์ฟ
“ นี้มันคืออะไรน่ะ? สตูว์? แต่กลิ่นแบบนี้หัวไชเท้างั้นเหรอ ” มิคาเอลดมกลิ่นอาหารที่นำมาเสิร์ฟและแทรกถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“ อาหารจานนี้มีชื่อว่า โอเด้ง ครับ ”
“ กลิ่นของหัวไชเท้าหอมมาก ” ชายส่วมชุดเกราะกล่าวชม
“ แถมยังมีไข่ด้วย แต่ว่าไอ้ลูกสีขาวๆม้วนๆสีชมพูนี้คืออะไร? ” มิคาเอลคีบลูกชิ้นปลาขึ้นมาและถามด้วยความสงสัย
“ อ๋อมันคือนารุโตมากิ หรือลูกชิ้นปลาน่ะครับลองชิมเ้านั้นดูก่อนก็ได้นะครับ ”
โซมะแนะนำให้ลองชิมลูกชิ้นปลาก่อน พวกเขาทั้งสองมองหน้ากันและกลืนน้ำลายออกมาจากนั้นพวกเขาทั้งสองไม่รอช้าที่จะคว้าตะเกียบแล้วชิมมันทันที
“ หือ? เนื้อััที่เหนียวนุ่มนี้มัน!? แถมยังมีรสชาติที่เผ็ดเล็กน้อยติดที่ปลายลิ้นด้วย ”
“ น้ำซุบที่แทรกเข้าไปในลูกชิ้นนี้สินะ ทำให้รสชาติของมันอร่อยมากขึ้น! ”
“ อืม~ ความนุ่มและชุ่มฉ่ำของหัวไชเท้านี่มันอร่อยสุดๆไปเลย! ”
“ น้ำซุบยังมีความกลมกล่อมและหวานเล็กน้อยทำให้รู้สึกว่าร่ายการกำลังถูกแผดเเผาไปด้วยไฟของั! ”
“ ความเผ็ดที่จือจางพวกนี้ถ้ากินพร้อมกับสาเกก็ทำให้เข้ากันได้อย่างลงตัว ”
“ กรี๊ดดดด ฉันมีความสุขที่สุดเลย! ”
“ ( น..นี้พวกเขาเป็บ้าอะไรกัน!? มันอร่อยขนาดนั้นเลยหรือไง ) ” โซมะเกิดความสงสัยในฝีมือการทำอาหารของตัวเอง เขาเดินไปตักชิมในหม้อโอเด้งที่เขาทำก่อนนี้ดูแล้วพบว่ามันก็คือโอเด้งธรรมดาๆ
“ หือ? ว่าไงมิล่า…อ๋อฉันอยู่ที่ร้านอาหารที่เปิดใหม่น่ะอยู่ข้างๆร้านคุณป้าเมโธ……จริงอ๋องั้นรีบตามมาเลยนะ ” จู่ๆหญิงสาวกล่าวพูดออกมาอย่างหน้าตาเฉยทำให้โซมะรู้สึกมึนงง ชายคนที่นั่งอยู่ข้างๆก็ไม่ได้เปิดปากพูดอะไร “ ( ร..หรือว่าจะเป็โทรจิต!? ) ”
“ นี่คุณเ้าของร้าน…เอ่อว่าแต่คุณชื่ออะไร ? ” มิคาเอลกล่าวถาม
“ อ่อฉันชื่อโซมะ ”
“ ยินดีที่รู้จัก ฉันมิคาเอลส่วนนี้คือแซม ”
“ โอ้ยินดีที่รู้จัก ” พวกเขากล่าวทักทายอย่างเป็มิตร
“ พอดีเดี๋ยวเพื่อนของพวกเราจะมาที่ด้วยล่ะนะ ”
“ เอ๋พวกมิล่าจะมาที่นี้น่ะเหรอ ? ”
“ ใช่ๆยิ่งมีคนเยอะๆยิ่งสนุก ”
“ ย..ยินดีครับ ”
ถือเป็โอกาสที่ดีที่จะได้มีลูกค้าเพิ่มเข้ามาทำให้โซมะรู้สึกดีใจที่จะมีลูกค้าคนอื่นเข้ามาเพิ่ม แต่ลึกๆก็แอบเป็กังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับเพื่อนๆของมิคาเอล และหลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงกระดิ้งดังขึ้นมา
“ หือ? ”
“ มิล่า เอมอส ทางนี้ ”
มิคาเอลกล่าวทักทายเพื่อนของตัวเองที่กำลังเดินเข้ามาในร้าน โซมะที่กำลังเตรียมสาเกอีกขวดให้แซมพอได้ยินเสียงกระดิ่งเขาหันไปมองและกล่าว “ ยินดีต้อนรับครับ ” หลังจากนั้นเมื่อเขามองไปที่ลูกค้าที่มาใหม่ทำให้เขาใเป็อย่างมาก
หญิงสาวผมสั้นสีขี้เถ้าส่วมชุดที่ลักษณะคล้ายกับชุดเดรสกระโปรงสั้นสีขาวลายดำ ดวงโตตานัยต์ที่ฟ้าอ่อนๆ จุดเด่นที่สะดุดตาและเห็นได้ชัดคือ หูแมวสีครามและหางสีคราม ใบหน้าของเธอคล้ายกับมนุษย์และคล้ายกับแมวด้วย
คนที่สองชายร่างั์สูงประมาณ 2 เมตร ส่วมชุดราวกับนายพร่านในป่ามีคมเขี้ยวอย่างเห็นได้ชัดลักษณะรูปร่างและหน้าตาคล้ายกับสิงโต
โซมะใเป็อย่างมากที่ได้เห็นเผ่าพันธุ์อื่นๆนอกจากมนุษย์จึงอุทานออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวว่า “ แมวกับสิงโต! ”
“ ฉันคือเสือเฟย!! ” ชายร่างั์อุทานกลับ
“ อ..เอ่อขอโทษครับ เชิญเลยครับ ”
“ ฮ่าๆ ทำไมคุณเ้าของร้านทำหน้าใอย่างกับไม่เคยเห็นเผ่าอสูรเลยอย่างงั้นน่ะ ” มิล่าที่เป็อสูรครึ่งแมวแทรกถามขึ้นมา
“ ก..ก็ไม่เคย ค..ครับ ” โซมะตอบกลับด้วยสีที่แ่เบา
“ ฮ่าๆอย่าไปแกล้งเขาแบบนั้นสิ สงสัยคุณโซมะเขาพึ่งย้ายมาอยู่ที่นี้และพึ่งเปิดร้านใหม่ขึ้นมาน่ะ ก็ไม่แปลกที่จะไม่ค่อยจะเห็นเผ่าอสูรที่เมืองนี้ ” มิคาเอลกล่าวเพื่อพูดปลอบโซมะ
“ ฮ่าๆล้อเล่น ”
“ ว่าแต่จะรับอะไรดีครับ ” โซมะแทรกถามขึ้นมา
“ นั้นสินะ ว่าแต่พวกเธอกินอะไรอยู่น่ะ? ” มิล่าถามมิคาเอลที่กำลังดื่มสาเกและกินโอเด้งในขณะที่เดินไปนั่งที่หน้าบาร์
“ มันคือโอเด้งกับสาเกน่ะ พวกนี้มันช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นมาได้ ”
“ เอ๋แต่ฉันไม่ชอบคนร้อนนี่สิ ”
“ ฉันก็เหมือนกัน ”
“ เน้ๆ คุณโซมะใช่ไหมคะ ช่วยแนะนำอาหารให้เราหน่อยสิขอแบบไม่ร้อนนะ ”
“ แล้วก็ขอเบียร์ด้วย นายก็เอาด้วยใช่ไหมเอมอส ” มิล่าหันไปถามชายร่างั์ที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ อ่า ”
“ อืม…งั้นรอสักครู่นะครับ ”
“ ( ถ้านึกถึงแมวก็ต้องนึกถึงเ้านี้สินะ ) ” โซมะยืนครุ่นคิดอยู่สักพักเพื่อคิดเมนูที่จะมานำเสนอเผ่าอสูรสองตนนี้แต่ก่อนอื่นเขาต้องเสิร์ฟเบียร์ก่อนเป็อันดับแรก
“ เอ๋!? แก้วกระจก! ” พวกเขาอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความใที่โซมะเสิร์ฟเบียร์ด้วยแก้วแบบนี้ ทำให้โซมะรู้สึกเอะใจกับรีแอคชั่นเหมือนกับลูกค้าคนแรกของเขา
“ ด..ดูนี้สิมีไอเย็นออกมาจากแก้วด้วย!? ” มิล่าอุทานออกมา
“ จริงด้วยแค่จับที่ใบหูของแก้วก็รู้สึกถึงความเย็นของมัน ” เอมอสไม่รอช้ารีบยกเบียร์กระดกขึ้นในทันที
อึก อึก อึก อึก อึก อึก อึก อึก ตึง!! “ อ๊าห์มันสดชื่นสุดๆไปเลยเป็เบียร์ที่หอมหวานและอร่อยที่สุดที่สุดเลย ”
มิล่าเห็นท่าทีของเอมอสที่ดื่มเบียร์เข้าไปเธอก็ไม่รอช้าที่จะกระดกหมดในคราวเดียว ท่าทีของพวกเขาทั้งสองหลังจากดื่มเบียร์นี้ไปทำให้มิคาเอลและแซมอยากจะลองชิมมันเหมือนกัน
“ นี่คุณโซมะ ฉันขอเบียร์ด้วย! ” มิคาเอลเรียกโซมะในขณะที่เขากำลังทำอาหาร
“ เอ๋!? เอ่อ…แบบนั้นจะดีเหรอครับถ้าคุณกินเบียร์เข้าไปหลังจากที่กินสาเกมาก่อนหน้านี้แล้ว… ”
“ ไม่เป็ไรคะ อย่าดูถูกฉันสิคะ ” มิคาเอลยืดอกกล่าวออกมาอย่างภูมิใจแต่แซมก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกันที่จะดื่มเบียร์ต่อและหักห้ามตักเตือนเื่ที่จะไปทำภารกิจต่อ แต่มิคาเอลก็ไม่ฟังเธอยืนกรานที่จะดื่มมันให้ได้
“ ฮ..ฮ่าๆงั้นรอสักครู่นะครับ ”
ในเมื่อเธอยืนกรานแบบนั้นโซมะคงขัดไม่ได้และเดินไปหยิบเบียร์และเสิร์ฟให้เธอทันที หลังจากนั้นก็กลับมาทำอาหารที่มิล่าสั่ง ขั้นตอนสุดท้ายเขาหยิบขวดที่ใส่วาซาบิและตักมาขึ้นมาวางลงในแผ่นไม้ที่ถูกหุ่มด้วยหนังปลาฉลามและพร้อมเสิร์ฟ
“ ขอโทษที่ให้รอนะครับ มันเสร็จแล้ว ” ซาซิมิแซลมอนที่ถูกจัดใส่จานทั้งตัวในขนาด 800 กรัมพร้อมเสิร์ฟ
“ ว้าวนี้มันปลาอะไรเนี่ย!? ฉันไม่เคยเห็นเนื้อปลาที่สีสวยแบบนี้มาก่อน !? ” มิล่าน้ำลายไหลออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“ มันคือปลาแซลมอนน่ะครับ ซาซิมิแซลมอน ” มิล่าและเอมอสไม่รอช้าที่จะชิมมันทันที
“ เฮ~ ปลาดิบอย่างงั้นเหรอพวกเผ่าอสูรนี่น่าชอบกินอะไรแปลกๆซะจริง ” มิคาเอลพูดแทรกขึ้นมา
“ อืม~ ความสดใหม่นี้มันอะไรกัน ”
“ มันอร่อยมากๆ ”
“ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไม แต่พอฉันกินมันเข้าไปแล้วฉันรู้สึกชอบมันที่สุดอย่างไงอย่างงั้น ” มิล่าปลื้มปิติจนยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข
“ แล้วเ้าสีเขียวๆและน้ำสีดำๆนี้คืออะไร ? ” เอมอสกล่าวถามโซมะ
“ มันคือวาซาบิและโชยุครับ กินควบคู่ไปกับเนื้อปลาได้เลย ”
“ ว้าวงั้นต้องลองหน่อยละ ”
“ แต่ว่าวาซาบิอย่าทานเยอะนะครั!? ” พูดไม่ทันไรโซมะหันไปมองเอมอสที่กำลังกินวาซาบิทั้งก้อนพร้อมกับเนื้อปลาและเข้าปากไป
“ อ้ากก!!! เผ็ด!! ไม่สิ ไม่แต่มันเผ็ด ขึ้นจมูกขึ้นสมองฉันไปหมดแล้ว!! ” เอมอสกลิ้งนอนไปลงกับพื้นเพราะการกินวาซาบิเข้าไปทั้งก้อนแบบนั้น
“ น..น…น้ำๆ ”
“ ฮ่าๆ ฮ่าๆ ”
ทุกคนต่างก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข เสียงเฮฮาอย่างสนุกสนานดังลั่นออกไปข้างนอกร้านทำให้ผู้คนรวมถึงเผ่าพันธุ์อสูรตนอื่นๆที่ได้ยินเสียงต่างก็พากันแวะเข้ามาใช้บริการที่ร้านของเขา ทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการจนเต็มร้านภายในคืนเดียว ผู้คนต่างใที่ไม่เคยเห็นอาหารและเครื่องดื่มแบบนี้มาก่อนทำให้พวกเขาชื่นชอบเป็อย่างมาก เป็อีกคืนที่โซมะรู้สึกประทับใจที่ลูกค้าของเขาชื่นชอบ
ก่อนที่จะถึงเวลาปิดร้านโซมะได้เดินไปช่วยแซมพยุงมิคาเอลในสภาพที่เมาหลับลงไป เพราะการที่กินเบียร์หลังจากกินสาเกมาทำให้เธอวูบหลับคาโต๊ะไปในที่สุด
“ ว..ไหวไหมนั้นน่ะครับ ? ” โซมะถามด้วยความเป็ห่วง
“ ฮ่าๆ ฉันก็พึ่งจะเคยเห็นยัยนี่สลบไปคาโต๊ะในวงเหล้าเนี่ยแหละ ” แซมหัวเราะออกมาในสภาพที่สะลึมสะลือ
“ ฮ..ฮ่าๆ งั้นกลับดีๆนะครับ ”
“ อ่าขอบคุณนะ ไว้พวกเราจะมาใหม่ ”
โซมะกล่าวลาและขอบคุณแซมอีกครั้งและในที่สุดก็ถึงเวลาปิดร้านแล้ว นี่เป็คืนที่สองที่รู้สึกเหนื่อยมากที่สุดเพราะมีลูกค้าเข้ามาเยอะแบบไม่ทันตั้งตัว แต่แล้วก็ผ่านมันไปได้ด้วยดีสำหรับคืนนี้