คืนนั้นงานเลี้ยงที่ตำหนักเ้าเมืองอู๋อันเต็มไปด้วยเสียงขลุ่ยและกลิ่นสุราหอมหวาน เหล่าขุนนางระดับกลางจากเมืองใกล้เคียงต่างมาแสดงความจงรักภักดีต่อองค์ชายอี้เหลียง ผู้ได้รับพระราชทานตำแหน่งใหม่ในเขตตะวันตก
เฟยอี้มาถึงโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้า เขาแต่งกายเป็ขุนนางฝ่ายคลังธรรมดา แสร้งพูดน้อยยิ้มบาง ๆ และยืนอยู่ริมสุดของลาน
ไม่มีใครทันสังเกตว่า ดวงตาเขากำลังจดจ้องทุกเส้นทางที่เหล่าแขกเดินผ่าน จดจำตำแหน่งยศของแต่ละคน กับคำกล่าวทักทายที่เบาเกินจะจับใจความแต่กลับหลุดชื่อคนบางคนที่ไม่ควรถูกเอ่ยในที่นี้
---
ขณะนั้นเอง เ้าภาพงานเลี้ยง — เ้าเมืองจิ้นอี้ ผู้ที่ขึ้นมาเร็วผิดธรรมเนียม — ก้าวออกมากล่าวคำต้อนรับ
“แผ่นดินที่มั่นคง ้ามือที่มากพอจะรับน้ำหนักแห่งราชวงศ์” เขากล่าว ก่อนยกจอกสุราสูง “ขอให้องค์ชายอี้เหลียงสืบสานสายเืแห่งบัลลังก์ให้รุ่งเรือง”
คำพูดดูเหมือนไม่มีพิษภัย แต่เฟยอี้รู้ทันทีว่ามันคือการเริ่มต้นย้ายศูนย์กลางอำนาจจากเฉิงตู — โดยใช้ชื่อขององค์ชายเป็ฉากบัง
เฟยอี้เลือกไม่ตอบโต้ เขาเพียงยิ้มและรินสุราให้ตัวเอง แล้วเดินไปยังระเบียงด้านนอกที่มีเพียงคนเงียบ ๆ นั่งอยู่ — ขุนนางหนุ่มนามว่า อวี้หาน ผู้เคยเป็บัณฑิตในสำนักของขงเบ้ง แต่ถูกลดตำแหน่งเมื่อสองปีก่อนด้วยข้อหาความคิดสุดโต่ง
---
“เ้ารู้หรือไม่ว่า ดอกเหมยบานได้เพราะลมหนาวก่อนฤดู?” เฟยอี้กล่าวอย่างไร้ปี่มีขลุ่ย
อวี้หานหัวเราะเบา ๆ “หรือเ้าหมายถึง ขงเบ้งคือฤดูหนาว? แล้วลมหนาวปีนี้จะกลายเป็หายนะหรือเปล่า?”
บทสนทนาระหว่างทั้งสองคนยาวนานขึ้น ลึกขึ้น และค่อย ๆ ปลดเปลือกเครือข่ายที่เ้าเมืองอู๋อันกำลังวางไว้ภายใต้ชื่อขององค์ชายอี้เหลียง
เฟยอี้พบว่า มีการเคลื่อนย้ายเงินคลังโดยไร้บันทึกทางการ และการจัดซื้ออาวุธภายใต้ชื่อเมืองอื่น
---
ในค่ำคืนนั้น เฟยอี้แสร้งเมา เดินเซไปยังมุมลาน ก่อนเขียนข้อความสั้น ๆ ลงบนไม้ไผ่ และซ่อนไว้ในแขนเสื้อของหญิงนักดนตรีที่เขารู้ว่าเป็คนของสำนักข่าวกรองจากเฉิงตู
เขากระซิบเบา ๆ ก่อนจากว่า:
“รายชื่อผู้ร่วมวง ต้องส่งถึงมือท่านเซียงกั๋วก่อนเที่ยงเดือนหน้า ไม่เช่นนั้นอำนาจในราชสำนักจะสั่นคลอนจากภายใน”
---
รุ่งเช้า เฟยอี้ออกจากเมืองอู๋อันทันทีโดยไม่มีพิธีลา เขาไม่เหลียวกลับไปมองตำหนักที่มีธงสีทองโบกไหวอยู่เหนือยอดไม้
เขาเขียนในบันทึก:
> “ลมหายใจของผู้แพ้ มักหอมกว่าเสียงคำรามของผู้ชนะ เพราะมันเตือนว่า ชัยชนะอาจหลอกเราให้หลับ ก่อนยามศึกจริงจะมาถึง”
---
ในตอนถัดไป: เมื่อเฟยอี้ถูกตั้งคำถามโดยราชสำนักเอง — ว่าเขากำลังภักดีต่อใครกันแน่? เขาจะเดินหมากต่อหน้าศัตรู หรือถอยเพื่อจับเงาที่ซ่อนอยู่หลังม่านราชบัลลังก์?