เข้าวันที่สามของการปิดเทอมถึงจะพูดแบบนั้นอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเดี๋ยวก็กลับมาเปิดเทอมแล้วผมนอนกางแขนกางขาอยู่บนพื้นบ้านในห้องรับแขกของบ้านเมลเมื่อคืนผมไม่ได้กลับบ้านเพราะมัวแต่วิ่งไล่กันจนเหนื่อยเลยเลือกจะนอนที่นี่ดีกว่า
เสียงก็อกแก็กจาก้าหัวให้ผมยันตัวลุกมองเมลที่กำลังจัดของบางอย่างลงถุงใบขนาดกลางดูเรียบร้อยผมแอบชะเง้อมองของด้านในมันเป็กล่องสีขาวตัดชมพูถ้าให้เดาคงไม่พ้น Sex Toys แน่นอน
“มีคนสั่งหรอ” เมลหันมามองผมก่อนจะหันกลับไปจัดของตามเดิม
“อือ สองอันน่ะ”
ผมนั่งมองเมลที่กำลังนั่งแพ็คของอย่างชำนาญจะว่าไปการขาย SexToys ผมว่ามันก็ไม่ได้แย่นะถ้ามองแบบคนหัวโบราณการขายของแบบนี้มันเป็ของที่ผิดศีลธรรมแต่ถ้ามองในมุมกลับด้วยยุคนี้มันเป็ยุคที่เปิดกว้างอีกอย่างตามแพลตฟอร์มดังผมก็เคยเห็นมีคนขายกันเยอะแยะเลยมองว่ามันการจะขายซื้อขายของพวกนี้มันก็ไม่ต่างกับการขายของทั่วไปเลย
“มึง กูถามหน่อย มึงเคยใช้เซ็กส์ทอยป่ะ”
“ไม่เคยนะ ทำไมอ่ะ”
“กูแค่สงสัยอ่ะ แบบเวลาคนซื้อถ้าเค้าถามวิธีใช้แล้วมึงอธิบายยังไงวะ”
“ข้างกล่องไง ข้างกล่องมันมีวิธีใช้อยู่แต่ถ้าไม่มีก็ส่งโบว์ชัวร์ให้เขาแค่นั้นเอง ทำไม ถามแบบนี้จะมาช่วยกูขายหรอ”
“ไม่เอาหรอก กูหน้าด้านไม่พอ”
เมลส่ายหัวก่อนจะลุกเดินออกไปยังหน้าบ้านผมนั่งของพวกนั้นอยู่ครู่ก่อนจะหันไปหยิบมือถือขึ้นมาเล่นฆ่าเวลาแทนนิ้วเรียวไถโซเชียลเล่นไปพลางจนไปหยุดกับโพสหนึ่งผมเหลือบดูโปรไฟล์เหมือนจะไม่ใช่ของพี่คลื่นแต่เหมือนจะถูกแท็กแทนแคปชั่นเขียนเอาไว้ว่า ‘happybirthday my heart’ ภาพของพี่คลื่นเอามือวางบนหัวหญิงสาวพวกเขายกยิ้มกันอย่างมีความสุขกดเลื่อนดูอีกภาพเป็ภาพพี่คลื่นหอมหัวหญิงสาว
ผมมองหน้าจอนิ่งพลางเม้มปากจู่ๆเหมือนใจของผมก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา ดวงตาเริ่มอุ่นไม่นานน้ำตาก็ไหลเมลเดินเข้ามาจากด้านนอกก่อนจะจับลงที่บ่า
“เป็ไรมึง”
ผมเงยหน้ามองเมลย่อตัวนั่งลงพลางจับมือถือหันจอดูผมเหลือบเห็นเมลทำหน้าขมวดคิ้วก่อนจะวางมือลงบนกลุ่มผมพร้อมกับขยี้เบาๆ
“มึง เขา…เขาเป็แฟนกันหรอ”
“กูไม่รู้เหมือนกัน มึงโอเคมั้ยเนี่ย”
ผมส่ายหัวฟุบหน้าลงกับแขนปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาพลางยกมือกุมที่หน้าอกด้านซ้ายรู้สึกก้อนเนื้อด้านในมันเจ็บจี๊ดเหมือนใครมาแทงเลย
เสียงสั่นจากโทรศัพท์ของเมลเมลหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์อะไรบางอย่าง
“กูจะเอาของไปส่ง ไปด้วยมั้ย”
ผมเงยหน้าพลางวางมือถือลงกับพื้นหันมองเพื่อนด้วยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาเมลยกมือกุมหน้าจับประจันหน้ากัน
“อย่าพึ่งคิดไปไกล บางทีสิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่ตามที่คิดก็ได้ อย่าไปคิดมากเข้าใจมั้ย”
ผมพยักหน้ายกมือเช็ดน้ำตาเม้มปากฮึบไม่ให้ตัวเองร้องออกมาอีกเมลยื่นมือมาดึงผมให้ยืนขึ้นก่อนจะหยิบกระเป๋าคาดอกมาให้ผมใส่
“ป่ะ ไปข้างนอกกันดีกว่า”
เมลดึงผมให้เดินตามยื่นหมวกกันน็อกมาให้ผมใส่ก่อนจะขึ้นซ้อนท้ายมอไซค์ขับรถออกไปจากบ้านเมลมากยังห้างสรรพสินค้าใช้เวลาเดินทางประมาณสิบนาทีถึงเราเดินเข้าห้างมารอลูกค้าของเมล ไม่นานก็มีหญิงคนหนึ่งอายุราว ๆมารับของผมยทนรอเมลคุยกับลูกค้าอยู่ครู่ก่อนจะจากไป
“เสร็จแล้ว ไปเดินเล่นกัน”
เมลดึงผมให้เดินตามเราเดินเล่นกันอยู่กันสักพักก่อนจะตัดสินใจไปนั่งพักเหนื่อยกันที่โซนนั่งเล่นมีนเป็โต๊ะไม้มีปลั๊กไฟให้คนมานั่งเล่นสามารถชาร์จแบตได้ผมไถมือถือเข้าโซเชียลเพื่อดูอัพเดทแต่ไม่ได้เข้าแพลตฟอร์มเดิมเพราะยังไม่พร้อมที่จะเห็นโพสต์บาดใจผมเลือกเข้าอีกแพลตฟอร์มเป็อินสตราแกรมแทน
“วันนี้มึงไม่ได้ใส่จี้มาหรอ”
ผมมองเมลก่อนจะก้มที่คอตัวเองจะว่าไปก็นึกขึ้นได้เหมือนวันนี้ผมจะไม่ได้ใส่มาจริงๆ
“คงลืมแหละ”
ผมยิ้มฝืนให้เพื่อนเพื่อไม่ให้อีกคนเป็ห่วงนิ้วเรียวเลื่อนอินสตราแกรมเรื่อย ๆจนไปหยุดโพสต์หนึ่งเป็โพสต์ที่พี่คลื่นถูกแท็คจากผู้หญิงคนเดิม
‘คิดถึงจัง ใกล้จะได้เจอกันแล้วน้าาาา’
ภาพพี่คลื่นถือดอกไม้ในชุดรับปริญญากับผู้หญิงคนเดิมที่กำลังยื่นหน้าหอมแก้มเขาผมกำมือถือเม้มปากแน่นใจเจ็บขึ้นมาอีกแล้วมือถือในมือถูกเมลดึงไปก่อนจะถูกปิดหน้าจอวางลงบนโต๊ะ
“ไม่ต้องดูละ พอ”
หัวใจเต้นตุบๆมันเจ็บไปหมดจนพูดไม่ออกพอยิ่งหนีแต่กลับยิ่งเห็นหรือว่าพระเ้ากำลังทำโทษผมที่ผมแอบเอารูปพี่คลื่นไปแปะกำแพงผมสูดหายใจเงยหน้าเพื่อกลั้นน้ำตา
“ถ้ากูบอกว่าไม่ให้มึงคิดเยอะคงไม่ได้ใช่มั้ย”
ผมเข้าใจที่เมลบอกผมรู้ตัวเองดีว่าเป็คนคิดมากแต่มันไม่สามารถห้ามไม่ให้สมองคิดเื่นั้นได้เสียงของใครบางคนให้พวกเราหันไปมองหญิงสาวในชุดเสื้อเชิ๊ตครอปสีขาวกางเกงยีนส์ขายาวและที่สำคัญเธอหน้าเหมือนผู้หญิงที่อยู่ในรูปกับพี่คลื่นเลย
“ขอโทษนะคะ เราขอนั่งด้วยคนได้มั้ยคะ”
แต่ผมว่าใช่แหละ
บรรยากาศภายในโต๊ะอึมครึมรู้สึกอึดอัดผมมองคนมาใหม่ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเธอส่งยิ้มเป็มิตรมาแต่ความรู้สึกที่ััได้มันกลับแปลก
“ว่าแต่พวกเธอมาเที่ยวกันหรอ”
“อ่า ใช่ครับ”
เป็ผมที่ตอบไปผมแอบสังเกตว่าเธอเอาแต่พิมพ์คุยโทรศัพท์ เธอชะเง้อมองที่กลางโต๊ะก่อนจะเอ่ยถาม
“เราขอชาร์จแบตตรงนี้ได้มั้ยคะ พอดีแบตมือถือเราใกล้จะหมดแล้วอ่ะค่ะ”
“อ่า เชิญค่ะ”
เธอวางโทรศัพท์ลงกับโต๊ะก่อนจะหยิบสายชาร์จขึ้นมาเสียบกับปลั๊กกลางโต๊ะสายตาของผมเหลือบเห็นแชทบนหน้าจอมือถือภาพโปรไฟล์ของคนในแชทผมจำได้ว่านั่นคือเฟสของพี่คลื่นงั้นแสดงว่าเธอก็คงเป็คนๆเดียวกับที่อยู่ในรูปคลื่นสินะ
พอได้รู้แบบนี้มันเจ็บใจจุง
บรรยากาศบนโต๊ะยังคงเงียบอีกครั้งส่วนเธอก็ยังคงคุยกับคนในแชทไม่วางสักพักเธอก็วางมือถือลงบนโต๊ะก่อนจะเริ่มหันมาชวนพวกเราคุย
“จะว่าไปพวกคุณเป็แฟนกันหรอคะ”
“ป่าวค่ะ เราเป็เพื่อนสนิทกัน”
เธอยกมือขอโทษพัลวันพร้อมกับทำสีหน้ารู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรครับ ก็มีคนบอกบ่อยๆ”
พวกเราคุยกันไปได้สักพักจนได้รู้ชื่อของเธอเธอชื่อคาร่า ส่วนที่เธอมานั่งที่โต๊ะก็เพราะมารอแฟนและแฟนของเธอที่ว่าก็คือคนในแชทซึ่งก็คือพี่คลื่น
ว่าแล้วก็เจ็บใจโคตรแต่ผมก็ต้องพยายามกลั้นอารมณ์และน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมา
“แฟนเราน่ะ เขาทำงานหนักมากเลยค่ะไม่ค่อยได้มีเวลาพักกว่าจะชวนมาได้ก็แทบแย่เลยค่ะ”
“อ๋อ”
ผมนั่งเงียบไม่ได้พูดอะไรปล่อยให้เมลเป็คนตอบคาร่าแทนแอบกำมือแน่นใต้โต๊ะพลางสูดหายใจเข้าเล็กน้อย
เสียงสั่นจากโทรศัพท์ของคาร่าหน้าจอโชว์แอ็คเคาท์รูปพี่คลื่นเธอกดรับโทรศัพท์พูดคุยกับคนในสายอย่างอารมณ์ดี
“ได้ค่ะ ร่าอยู่ตรงโซนที่นั่งพักตรงฝั่งธนาคารค่ะ แหมพี่คลื่นก็อย่างอแงสิคะ ค่ะ บายค่ะ”
เม้มปากเบนสายตาออกไปด้านนอกหน้าต่างพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลแต่ก็ไม่ทันผมก้มหน้าแอบเช็ดน้ำตาไม่ให้ใครเห็น ใต้โต๊ะรู้สึกได้ว่าเหมือนมีใครสะกิดเท้าผม
“เรากับเพื่อนขอตัวก่อนนะ พอดีต้องไปทำธุระกันต่อ”
“โอเคๆ งั้นบ้ายบายนะทั้งสองคน”
ผมเช็ดน้ำตาเสร็จก่อนจะหันไปก้มหัวลาคาร่าที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเมลดึงแขนผมให้เดินตามในขณะที่ผมก้มหน้าเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดเราเดินมาถึงที่จอดรถมอเตอร์ไซค์เมลเป็คนใส่หมวกกันน็อกให้ผมก่อนจะพากันขึ้นค่อมรถมอเตอร์ไซค์เมลจับผมให้ซุกกับหลัง ผมปล่อยน้ำตาและความรู้สึกที่กลั้นเอาไว้ออกมาจนหมดมือของผมกำเสื้อของเมลแน่น
“ปล่อยออกมาให้หมด แล้วค่อยคิดทีหลังว่าจะทำอะไรต่อ”
ลมจากมอเตอร์ไซค์ตีเข้าหน้าผมปล่อยให้น้ำตามันไหลไปตามลมทอดมองวิวตามทางมองท้องฟ้าที่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนสีพลางตั้งคำถามกับตัวเอง
หรือบางทีผมควรจะถอดใจจากพี่คลื่นดีนะ