ซ่งซิงเหลียนมองชาย 5 คนที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นลานบ้านของเธอตั้งแต่เช้าตรู่เธอเพียงมองเฉยๆพวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือคำสั่ง ไม่สิเธอยังไม่ได้สั่งด้วยซ้ำพวกเขานั่งลงหน้าลานบ้านตั้งแต่ตะวันยังไม่ขึ้น ก่อนจะมองศิษย์ทั้งสามที่นั่งบนเก้าอี้อย่างราชาราวกับจะตัดสินโทษผู้กระทำผิดยังไงอย่างนั้นคงจะเป็นเจ้าฝีมือเจ้าพวก 3 ตัวที่เปิดประตูต้อนรับว่าที่แรงงานทั้ง 5 ของพวกมันน่ะสิทำไมเธอจะไม่รู้เท่าทันเจ้าพวกตัวร้ายนี้
" กุ๊กๆๆๆคุกเข่ารออย่างนี้นี่แหละท่านอาจารย์น่ะเป็นคนที่จิตใจดีมาก "
" จิ๊บๆๆใช่ๆจิตใจดีถ้าพวกนายขอโทษยอมรับผิดอย่างจริงใจ "
" แต่ว่านะศิษย์พี่พวกเราก็เคยขอโทษท่านอาจารย์ตลอด แต่ก็ยังถูกลงโทษอยู่เลยไม่ใช่เหรอ " เอียนหยาหลานพูดแทงใจดำกลางป้อมก็ในเมื่อมันเป็นความจริงที่ว่าต่อให้ขอโทษยังไงก็ยังไม่ยกโทษให้อยู่ดี
" จิ๊บๆๆๆนายจะไปเข้าใจอะไรอย่างน้อยการขอโทษก็รู้ว่าตัวเองผิดไม่ใช่หรือ "
" กุ๊กๆๆๆๆๆ ทำไมเข้าใจยากอะไรขนาดนั้นก็ในเมื่อขอโทษแล้วที่รับโทษเร็วๆจะได้ไม่ต้องจะได้ไม่ต้องถูกเหมารวมกับโทษอื่นยังไงล่ะ " เจ้าศิษย์น้องคนนี้ทำไมโง่ขนาดนี้นะวันสองตัวไม่เข้าใจเอาซะเลย
เฉินเย่ที่นั่งคุกเข่าฟังทั้ง 3 โต้แย้งก็ได้แต่ยิ่งก้มหน้าด้วยความรู้สึกหงุดหงิดลงไป จะไม่ให้เขาหงุดหงิดได้ยังไงก็ในเมื่อเขาต้องมานั่งฟังทั้ง 3 ตัวนี้พูดพร่ำเหน็บแหนมพวกเขาอยู่อย่างนี้ยิ่งเครียดๆอยู่ว่าจะถูกลงโทษยังไง
คนที่พูดไม่น่ากลัวคนที่น่ากลัวย่อมไม่พูดเป็นสุภาษิตสอนใจในชีวิตของเราบริการเสมอ อีกอย่างวันนี้เป็นวันที่ชี้ชะตาของพวกเขา
เสียงฝีเท้าเบาแต่ส่งเสียงสะท้อนแทงใจ ทำให้พวกเขายิ่งต้องก้มหน้าหงุดหลงกว่าเดิมและพยายามทำตัวให้ดูน่าสงสารเข้าไว้ถึงแม้ว่าจะรู้ตัวว่ามันไม่ได้ผลกับคนตรงหน้าก็เถอะออร่าความเป็นผู้นำมันรุนแรงซะจนกดพวกเขาลงกับพื้นอย่างนี้
ฝีเท้าตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาก่อนจะเหมือนเห็นลางๆว่ามือเล็กๆจับคอเจ้าไก่และเจ้านกจอมพูดมากโยนออกจากเก้าอี้และเอียนหยาหลานที่โดนถีบออกมาก็ลอยละลิ่วกองกับพื้นข้างหลังของนี่ๆๆถึงกับขนาดถีบวิญญาณให้เจ็บตัวได้ไม่เชื่อเลยสายตาเลยจริงๆมีคนที่สามารถสู้กับผีได้ด้วยและผู้คนมีวิชาที่สามารถสู้กับผีได้ก็คงจะมีแต่พวกนักพรตปราบผีเขา
" กุ๊กกกก/จิ๊บบบ โอ๊ยท่านอาจารย์ "
" โอ๊ยท่านอาจารย์ " เอียนหยาหลานที่โดนถีบออกมาก็ลอยละลิ่วกองกับพื้นข้างหลังของพวกเขา
ภาพเด็กหญิงตัวน้อยชุดกระโปรงสีเขียว่อ่อนกับเสื้อผูกโบว์เล็กๆสวมรองเท้าแตะผิวขาวชมพูสะท้อนแสงเป็นชุดที่ไม่สมควรสวมในหน้าหนาวเลยแต่ถ้าว่าที่บ้านแห่งนี้ตั้งแต่ที่พวกเขาเข้ามาก็ยังต้องถอดเสื้อโค้ดออกเลยนี่เรียกว่านี้อากาศหนาวไม่สามารถเข้ามาที่บ้านแห่งนี้ได้สิ่งที่เขาเคยได้ยินในตำนานว่าค่ายกลสินะ
ดวงตาของชายทั้ง 5 อย่างตรงกันลอบมองหน้าด้วยความชื่นชมดูเหมือนว่าไม่ว่ายังไงพวกเขาก็จะต้องเกาะขาทองคำนี้ไว้
" เงยหน้าขึ้นมา " น้ำเสียงหวานสดใสแต่แฝงความเย็นเยือกโดยสั่งการเขาไม่ได้มีความรู้สึกอะไร แต่ทำให้พวกเขาถึงกับเย็นยะเยือกแผ่นหลังด้วยความกลัว ทั้ง 5 ที่เงยหน้าขึ้นแต่ไม่สบตากับเด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้าเลยแม้แต่น้อยใครจะกล้าล่ะถึงแม้จะไม่ได้สบตาแต่เขาก็มองเห็นชัดๆว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นใครที่สามารถถีบวิญญาณดวงหนึ่งกับไก่และนกโยนออกไปกองอยู่ด้านหลังพวกเขาเนี่ยจะใช่คนธรรมดาหรือ
เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าแล้วพวกเขาพูดไม่ออกเด็กหญิงตัวน้อยร่างอวบเล็กๆผิวขาวอมชมพูเส้นผมสีดำค่ะผูกผมไว้อย่างลวกๆดวงตากลมโตเหมือนดวงดาวนับล้านดวงสดใสริมฝีปากชมพูจมูกที่โด่งรั้นเล็กๆเป็นความน่ารักและงดงามเหมือนกับเทพนิยายตัวน้อยๆกลิ่นอายความสูงศักด์์ออกมาจากตัวเธอทำให้พวกเขาได้แต่คำกลัวในใจว่านี้เจ้านายใหญ่ฉบับฉบับย่อ mini ชัดๆ
ไม่ต้องตรวจ DNA เลยก็เหมือนขนาดนี้
สายตาจับจ้องพวกเขา นั่งลงบนเก้าอี้อย่างสบายๆเท้าคางบนผนักเก้าอี้ท่วงท่าแบบนี้ก็ยิ่งสร้างความกดดันให้กับพวกเขาทั้ง 5 อย่างมากพวกเขาเจองานช้างคูณ 2 เข้าแล้วหรือเปล่า
" นายท่านครับคือ..." ดูเหมือนว่าเจ้าซันจอมพูดมากจะพลั้งปากไปแล้วเมื่อเห็นเมื่อเห็นสิ่งที่เขาเห็นประจำนั่นคือความเคยชินท่วงท่าแบบนี้คือการที่เจ้าหน้าใหญ่กำลังจะสั่งการพวกเขา
" เจ้านายใหญ่คือใคร " เป็นคำถามที่ดูไม่ได้อยากได้คำตอบ
" คือเจ้านายใหญ่ก็คือนายท่านผู้นำตระกูลปัจจุบันครับ "
" อ๋อเหรอใครล่ะ..." เหมือนจะกวนประสาทนิดๆแต่คุณหนูตรงหน้าก็คงจะอยากรู้จริงๆว่าใครคือนายท่านใหญ่
" ถ้านับตามลำดับแล้วก็เป็นคุณปู่ของคุณหนูครับ "
อย่างนี้เหรอต้องเรียกว่าอะไรดีนะซ่งซิงเหลียน เรียบเรียงคำพูดว่าควรจะเรียกว่าคุณปู่หรือนายท่านใหญ่ดีก็คงแต่นี่เงียบในใจแล้วแล้วว่าเอาไว้ค่อยถามว่าอยากจะให้เธอเรียกอะไรดีกว่า เพราะเธอก็ไม่ได้สนิทกับครอบครัวนั้นสักเท่าไหร่ แค่ต้องการได้ประโยชน์บางอย่างเท่านั้นเองแหละรอยยิ้มหวานของไม่ได้ทำให้พวกเขาใจชื้นขึ้นเลยเพราะดวงหน้าน่ารักมีรอยยิ้มก็จริงแต่ดวงตานั้นมันเอื่อยเฉื่อยไร้อารมณ์สักจนพวกเขาอีกเกิดเห็นภาพหลอนว่านายท่านใหญ่กำลังนั่งอยู่ด้วยซ้ำไป
" คุณหนูใหญ่ครับ พวกผมคือว่าจะมาขอโทษครับที่ไม่สามารถ ไม่สิพวกผมมาขอโทษครับที่ไม่ทำตามคำสั่งของนายท่านใหญ่ให้ปกป้องคุณหนูให้ดีแต่กลับแค่ทำงานแค่ครึ่งเดียว "
" ทำงานครึ่งเดียวโดยการหาข้อมูลฉันแล้วส่งไปอย่างเดียวสินะ "
นั่นๆเอาแล้วไงพวกเขาเดาไม่ผิดเลยว่าคุณหนูคนนี้ไม่ได้มีชื่อแค่คำว่าคุณหนูแต่สายเลือดมันบ่งบอกถึงการกระทำความฉลาดที่ไม่ต้องพูดออกมาก็เดาทุกอย่างออกได้ดีนะที่พวกเขายอมรับผิดก่อน
" ไม่ว่าคุณหนูจะสั่งให้ทำอะไรพวกเราก็จะทำครับและจะฟังคำสั่งจากคุณหนู ต่อไปนี้พวกเราจะเป็นคนของคุณหนู "
" รวมถึงคำสั่งของนายท่านใหญ่พวกนายหรือเปล่า "
" ไม่ครับ คุณหนูใหญ่คือเจ้านายขอคนเดียวของพวกเรา "
ดวงตาแน่วแน่ของชายทั้ง 5 สบตาของเจ้านายคนใหม่ของพวกเขาอย่างยืนยันคำตอบความภักดีและซื่อสัตย์ให้กับเธอตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
" รู้อะไรไหม ฉันไม่ได้อยากได้คนมาปกป้องหรอก "
" ครับผม " ชายทั้ง 5 ตอบอย่างพร้อมเพียงกันใครจะอยากได้ตัวถ่วงอย่างพวกเขาล่ะก็ในเมื่อเจ้านายคนใหม่คนนี้ไม่ได้เป็นคนธรรมดาที่มีเลือดเนื้อหนังจะถูกกระสุนปืนและมีดแทงได้
" ฉันแค่ต้องการคนที่ทำตามคำสั่งเท่านั้นเองพวกนายทำได้หรือ "
เรื่องนี้เองหรือพวกเขานึกว่าเรื่องอะไรแค่ตรงตามคนทำตามคำสั่ง
" ซื่อสัตย์ภักดีต่อคำสั่งฉันสั่งไปซ้ายก็ต้องไปซ้ายไม่ยินยอมไปขวาเด็ดขาดพวกนายจะทำได้หรือ "
ยิ่งเรื่องพวกนี้พวกเขายิ่งทำได้ง่ายซะยิ่งกว่าการกินข้าวที่บ้านอีก
" สุดท้ายฉันเป็นพวกประเภทแม้แต่ผียังถอยพวกนายจะยังตามฉันอยู่หรือ "
เห็นชายทั้ง 5 นิ่งไปหลายอึดใจแต่ว่าแววตาของพวกเขาไม่ได้สับสนกับคำถามของเธอเลยแม้แต่น้อยทำให้เธอค่อนข้างสงสัยเจ้าพวกนี้อยู่ว่าพวกเขาจะตอบคำถามเธอแบบไหนเพราะโดยรวมแล้วคำตอบนี้ง่ายมากเลยทีเดียว
" อันนี้ผมขอตอบแทนพวกที่เหลือได้ไหมครับ " เฉินเย่ที่ดูเหมือนจะเรียบเรียงคำถามจากคุณหนูใหญ่คนนี้เพื่อตอบได้แล้ว
" พวกเราจะทำตามคำสั่งคุณหนูจะซื่อสัตย์และภักดีต่อคุณหนูคนเดียวแม้แต่ถ้าจะให้สู้กับผีจริงๆพวกเราก็จะสู้ แม้ว่าพวกเราจะไม่สามารถสู้ได้ก็ตามแต่ว่ายังไงก็ขอให้คุณหนูช่วยสงสารพวกเรา "
" หมายถึงอะไรสงสารพวกนาย " ไม่เข้าใจอย่างยิ่งเลยทีเดียวอะไรคือสงสาร สู้กับผีไม่ได้แล้วต้องสงสารเขาหรือ
" ช่วยส่งพวกยันต์ปราบผีหรือไม่ก็ยันต์กันผีให้พวกเราทีครับ " ก็ดูท่าแล้วเจ้านายคนใหม่คงจะพาพวกเขาเข้าสุสานบ่อยๆแน่ๆ
" ฮ่าๆๆฮิๆๆ " ซ่งซิงเหลียนอดขำขันไม่ได้จนหัวเราะนานอย่างอดไม่อยู่พวกนี้มันก็ตลกจริงๆเหมือนกับเจ้าสามศิษย์ว่านั่นแหละกลัวขนาดไหนแต่ก็ยังต้องเดินต่ออยู่ดีกลัวผียังไงก็ต้องเดินหาผีอย่างนั้น
" ของพวกนั้นมันไร้ประโยชน์สู้พวกนายทำใจให้จริงๆเข้าไว้ฉันจะสอนวิชาปราบผีให้ไม่ดีกว่าหรือ " น้ำเสียงไม่จริงจังหยอกเย้าแต่ประโยคจริงจังนั้นทำให้พวกชายทั้ง 5 ต่างยืนตรงด้วยความกล้าหาญยิ่งกว่าที่เคย
" ถ้าได้ฝึกวิชานั้นเราก็แม้แต่ผีพวกเขาก็จ
ะตีให้ตายเพื่อคุณหนู "
" ฉันสัญญาแม้แต่ผีผู้ชายก็จะตีให้ตายได้จริงๆนั่นแหละ "