บทที่ 18 เฮ่อซานหลาง
เมื่อเฮ่อถิงฟางได้ฟังข่าวที่สายลับนำกลับมารายงาน ก้อนหินที่กดทับหัวใจของเขาก็สลายไปในที่สุด
ก็ดีเหมือนกัน นี่คงเป็ความประสงค์ของ์ เขาจึงไม่จำเป็ต้องส่งคนไปลงมืออีก
ขณะที่เฮ่อถิงฟางเดินผ่านสวนดอกไม้ เขาเห็นบุตรชายคนที่สามของตระกูลกำลังนั่งวาดภาพอยู่ในศาลาแปดเหลี่ยมริมสระน้ำ
เฮ่อซานหลางสวมอาภรณ์ผ้าแพรลายเมฆสีน้ำเงินเข้ม ผมดำสนิทรวบด้วยกว้านหยกลายดอกกล้วยไม้ ร่างกายตั้งตรงดั่งต้นสนเขียว ผิวขาวราวกับผัดแป้ง
ผู้คนในฉางอันต่างรู้กันดีว่า เฮ่อซานหลางงามดั่งหยก บุคลิกสง่างาม
แม้ตอนนี้จะอายุยี่สิบสี่ปีแล้ว แต่หากมองไปทั่วเมืองหลวง ก็ไม่มีคนรุ่นหลังคนใดจะเทียบชั้นกับเฮ่อซานหลางในด้านบุคลิกและกิริยาได้
ผู้ที่มาประจบประแจงเฮ่อถิงฟางที่จวนตระกูลเฮ่อ ล้วนต้องกล่าวชมบุตรชายคนที่สามของตระกูลเฮ่อว่ามีความงดงามโดดเด่น
แต่เฮ่อถิงฟางกลับรู้สึกขัดหูขัดตากับบุตรชายคนเล็กคนนี้มากที่สุด
"ท่านพ่อ" เฮ่อซานหลางเหลือบมองเงาร่างของเฮ่อถิงฟางแล้วเอ่ยเรียกเสียงเ็า
น้ำเสียงห่างเหินราวกับเป็คนนอก
"วาดภาพอีกแล้วหรือ?"
เฮ่อถิงฟางเห็นภาพดอกกล้วยไม้ที่วาดค้างไว้ครึ่งหนึ่งบนโต๊ะ ก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที
"วัน ๆ เอาแต่ผลาญเวลาไปเปล่า ๆ ไม่ทำอะไรเป็ชิ้นเป็อัน ตระกูลเฮ่อของเราจะมีบุตรชายเยี่ยงเ้าได้อย่างไร!"
เฮ่อซานหลางราวกับเคยชินกับท่าทีของบิดาเสียแล้ว แขนเสื้อของเขาพลิ้วดั่งเมฆลอยผ่านโต๊ะ ก่อนจะรินน้ำชาให้ตนเองอย่างไม่ใส่ใจ
"ลูกไม่อาจเทียบท่านพ่อได้ ท่านพ่อมีวิธีการดุจสายฟ้าฟาด ลูกได้แต่เกรงกลัว"
มุมปากของเฮ่อซานหลางยกขึ้นเป็รอยเยาะหยัน
รอยเยาะหยันนั้นแฝงไว้ด้วยความแค้นเคือง ไม่ยอมจำนน และรังเกียจ
อกของเฮ่อถิงฟางพลันกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธที่พลุ่งพล่าน เขาทนเห็นท่าทีเช่นนี้ของเฮ่อซานหลางไม่ได้
"เฮ่อเยี่ยนชิง!"
เขาคว้าม้วนภาพบนโต๊ะมาฉีกทิ้งลงสระน้ำ
"มีอะไรให้เรียนตั้งมากมาย กลับเลือกที่จะไปเลียนแบบคนตาย!"
สิ่งที่ทำให้เฮ่อถิงฟางโกรธจริง ๆ ไม่ใช่เพราะบุตรชายไม่ขวนขวายความก้าวหน้า แต่เป็เพราะเขารู้ว่าบุตรชายกำลังเอาอย่างผู้อื่น
เอาอย่างเผยหลิงอวิ๋น บุตรชายของเผยติ้งหลี่ ศัตรูคู่แค้นของเขา!
เผยหลิงอวิ๋น บุตรชายผู้โดดเด่นแห่งฉางอันในอดีต สอบได้ตำแหน่งทั่นฮวาั้แ่อายุสิบเจ็ด มีพร์ด้านอักษรศาสตร์อันเลิศล้ำ ได้รับการขนานนามร่วมกับเซวียอวี้เฉิงว่าเป็หยกคู่แห่งบุ๋นและบู๊
ขี่ม้าพิงสะพานเอียง สตรีแขนเสื้อแดงโบกมือเรียกขานเต็มตึก
เฮ่อซานหลางอายุน้อยกว่าเผยหลิงอวิ๋นสามปี ั้แ่เด็กก็ยึดเผยหลิงอวิ๋นเป็แบบอย่าง คอยติดตามเรียนรู้จากเขา
เฮ่อถิงฟางสั่งสอนอย่างไรก็ไม่อาจห้ามปรามได้
เฮ่อถิงฟางมีบุตรชายสามคน บุตรชายคนเล็กเฮ่อเยี่ยนชิงเป็ผู้ที่ฉลาดหลักแหลมที่สุด ทำให้เขาเคยฝากความหวังไว้มาก
แต่หลังจากตระกูลเผยประสบเคราะห์กรรม ความสัมพันธ์ระหว่างบิดาและบุตรก็ไม่เคยดีขึ้นอีกเลย
เฮ่อซานหลางทำตัวราวกับ้าแก้แค้น คอยขัดแย้งกับครอบครัว
ครอบครัวให้เขาเข้ารับราชการด้วยอำนาจวงศ์ตระกูล แต่เขากลับใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ยินดีอยู่แต่ในตำแหน่งว่างเปล่าที่ไม่มีผู้ใดสนใจ
ครอบครัวจัดการแต่งภรรยาและอนุภรรยาให้ แต่เขาไม่สนใจใยดี จนสุดท้ายต้องจบลงด้วยการหย่าร้าง
เผยหลิงอวิ๋นตายแล้ว เฮ่อซานหลางยิ่งเลียนแบบกิริยาท่าทางของเผยหลิงอวิ๋นตอนมีชีวิตอยู่หนักขึ้นไปอีก
เมื่อเขาดื่มชาก็จะใช้เพียงถ้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวจากเมืองเยว่โจวที่มีสีเขียวมรกตดุจยอดเขานับพัน
เมื่อเขาต้มชาก็ใช้เพียงชาไป๋ลู่จากูเาซีซาน หอมละมุนดั่งดอกกล้วยไม้
เขาสวมใส่เพียงผ้าไหมอวิ๋นจิ่น เปล่งประกายดั่งผิวน้ำในทะเลสาบ
เขาวาดภาพเพียงต้นกล้วยไม้ ม้วนภาพถมเต็มหีบตำรานับสิบใบ...
ผู้คนต่างรู้กันว่า เฮ่อซานหลางนั้นเป็คนหรูหราฟุ่มเฟือย แต่กลับลืมไปว่าแต่ก่อนผิงหลิงอวิ๋นผู้โด่งดังที่สุดในฉางอันนั้น ชอบเพียงเครื่องลายครามสีเขียว ดื่มเพียงชาไป๋ลู่จากเขาซีซาน สวมใส่เพียงผ้าไหมอวิ๋นจิ่น และรักเพียงดอกกล้วยไม้เท่านั้น
"คนที่ตายไปแล้วสิบปี เ้าจะไปเลียนแบบเื่อัปมงคลนั่นทำไม! เ้ายังไม่รู้สำนึกอีกหรือ!"
เฮ่อถิงฟางอยากจะด่าให้บุตรชายได้สติขึ้นมาเสียให้ได้
เฮ่อซานหลางเบือนหน้าไปมองม้วนภาพที่ถูกโยนลงสระน้ำ กระดาษค่อย ๆ ถูกน้ำซึมซับจมลงสู่ก้นสระ
ราวกับถูกคำพูดของผู้เป็บิดาทิ่มแทง ความสิ้นหวังและความมืดมนคืบคลานเข้าสู่ดวงตาของเฮ่อซานหลาง สองมือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำแน่น
"ใช่ จื่อซิ่นตายแล้ว เขาถูกพวกท่านฆ่าตาย"
เฮ่อซานหลางหัวเราะเยาะ แววตาที่เหลือบขึ้นนั้นเหมือนกับเผยหลิงอวิ๋นในวัยเยาว์ราวกับแกะ
เขาเดินตามรอยเท้าของเผยหลิงอวิ๋นวัยสิบเจ็ด มีชีวิตอยู่ในเงาของคนผู้นั้น
"ในเมื่อโลกนี้ไม่มีเขา ข้าก็จะเป็เขาเอง"
"ข้าก็คือเขา"
เฮ่อถิงฟางโกรธจนหน้าเขียวคล้ำ
"เ้าบ้าไปแล้วจริง ๆ! ใครอยู่ข้างนอก นำไม้หวายมา!"
"ท่านพี่! เกิดอะไรขึ้นอีกแล้วเ้าคะ?"
ฮูหยินเฮ่อพาหลานสาวมาเดินเล่นที่สวนดอกไม้ พอมาถึงก็เห็นเฮ่อถิงฟางกำลังจะลงโทษบุตรชาย
"ท่านพี่ ซานหลางร่างกายอ่อนแอ ทนรับการลงโทษเช่นนี้ไม่ได้ ถึงท่านจะโกรธก็อย่าได้ลงมือกับซานหลางเลย!"
ฮูหยินเฮ่อรีบเข้าไปขวางระหว่างบิดาและบุตร กอดบุตรชายคนเล็กไว้ด้านหลังแน่น
ต่างจากสามี ฮูหยินเฮ่อรักและเอ็นดูซานหลางที่สุด ในจวนแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องแม้แต่เส้นผมของซานหลาง
"เ้าก็เอาแต่ตามใจเขา เขาถึงได้กลายเป็เช่นนี้!"
เฮ่อถิงฟางมองภรรยาที่คอยตามใจบุตรชายแล้วรู้สึกปวดหัว เห็นหลานสาวยืนอยู่ข้าง ๆ จึงไม่อยากทำเื่ใหญ่โต สุดท้ายก็จำใจสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปด้วยความโกรธ
ฮูหยินเฮ่อรีบวิ่งตามเฮ่อถิงฟางไปเกลี้ยกล่อม
เฮ่อซานหลางยืนอย่างเดียวดายในศาลาแปดเหลี่ยม ดวงตาสะท้อนภาพผิวน้ำที่ระยิบระยับ สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน กลีบดอกไม้สีแดงปลิวว่อน