สมาคมจอมราชัน...
เซียวเยี่ยพึมพำเสียงเบาสมาคมจอมราชันนั้นถือเป็สมาคมที่มีมีกำลังทางการเงินแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสี่สมาคมใหญ่!
ถังเจิ้นหยวนผู้เป็ประธานสมาคมกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่านับแสนล้านทรัพยากรทั้งหมดของสมาคมจอมราชันล้วนถูกสร้างขึ้นด้วยอำนาจเงินสมาชิกที่เป็ระดับหัวกะทิในสมาคมต่างได้รับสวัสดิการที่สูงลิ่วและพวกเขายังทุ่มให้กับเหล่าเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับความสนใจเป็พิเศษอีกด้วย
ด้วยพร์ของหลินเสวียิที่เป็ผู้ตื่นรู้อาชีพนักกระบี่เหมันต์ระดับSจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะถูกสมาคมจอมราชันเลือกตัวไป
อย่างไรก็ตามในฐานะที่สมาคมจอมราชันเป็หนึ่งในสี่สมาคมใหญ่พวกเขาคงไม่ยอมเสียหน้ามาเล่นงานคนไร้สังกัดอย่างเซียวเยี่ยเพื่อเห็นแก่หลินเสวียิเพียงคนเดียวหรอก
และนี่คือโอกาสที่เซียวเยี่ยจะได้พัฒนาตัวเองอย่างเงียบๆและรวดเร็ว!
เซียวเยี่ยอ่านข่าวสารอื่นๆที่มีดีแค่พาดหัวเรียกแขก แล้วเปิดดูแผนที่เขตพื้นที่เก็บค่าประสบการณ์ฉบับล่าสุด
จากแผนที่แสดงเขตพื้นที่เก็บค่าประสบการณ์รอบเมืองซ่างจิงฉบับล่าสุดมีเขตพื้นที่เก็บค่าประสบการณ์ที่อันตรายต่ำสำหรับผู้ตื่นรู้ระดับ ต่ำกว่า 30และเหมาะกับเซียวเยี่ยอยู่ไม่น้อย!
[ทุ่งร้างทิศเหนือ]
[มอนสเตอร์ที่กระจายอยู่: ฝูงหมาป่ากลายพันธุ์]
..........
[เหมืองร้าง]
[มอนสเตอร์ที่กระจายอยู่: ค้างคาวพิษศพ]
..........
[โบราณสถานเขาหนานซาน]
[มอนสเตอร์ที่กระจายอยู่: เผ่าก๊อบลินขนาดใหญ่]
..........
[สุสานวายุคลั่ง]
[มอนสเตอร์ที่กระจายอยู่: ทหารโครงกระดูก]
..........
สำหรับผู้ตื่นรู้ทั่วไปการฟาร์มมอนสเตอร์ไม่จำเป็ต้องเน้นปริมาณ แต่เน้นที่คุณภาพ
โดยเฉพาะมอนสเตอร์ระดับต่ำใน่แรกเหล่านี้เป็เพียงทางผ่านให้เพิ่มระดับเพื่อรอการเปลี่ยนผ่านเท่านั้น
แต่สำหรับเซียวเยี่ยมอนสเตอร์ทุกชนิดสามารถมอบคุณสมบัติเสริมพร์หรือทักษะให้เขาได้ผ่านการเซ่นสังเวย!
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็มอนสเตอร์ระดับต่ำหรือระดับสูง ยิ่งล่าได้หลายชนิดเท่าไรก็ยิ่งดี!
การกวาดล้างมอนสเตอร์ในแผนที่ระดับต่ำทั้งหมดที่กล่าวมาจึงเป็เื่ที่เซียวเยี่ยต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพียงแค่ต้องจัดลำดับก่อนหลังเท่านั้นเอง
ค้างคาวพิษศพ...
ดวงตาของเซียวเยี่ยเป็ประกายขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นรายชื่อมอนสเตอร์ในเหมืองร้างหลังจากที่เขาได้ััถึงอานุภาพอันร้ายกาจของพิษเพลิงิญญาในหอคอยแห่งการทดสอบเขาก็เริ่มหลงใหลในสายการต่อสู้แบบเคลือบพิษมากขึ้น!
หากสามารถซ้อนทับพิษชนิดใหม่เข้าไปได้อีกมันจะเป็อาวุธวิเศษในการฟาร์มมอนสเตอร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดการกับมอนสเตอร์ระดับบอส
อีกทั้งเหมืองร้างแห่งนี้ตั้งอยู่ใต้ดินที่มืดมิดมีเส้นทางซับซ้อนราวกับเขาวงกต จึงไม่ค่อยมีผู้ตื่นรู้คนอื่นๆ เลือกมาที่นี่ซึ่งเหมาะมากสำหรับการหลบเลี่ยงสายตาผู้คน
เมื่อคิดได้ดังนั้นก็ไม่รอช้า!
เซียวเยี่ยแวะที่ร้านขายยาริมถนนเขาควักเงินกว่าหนึ่งพันเหรียญัซื้อยาเพิ่มพลังชีวิตมาสองชุดยาเพิ่มมานาหนึ่งชุด และยาถอนพิษอีกหนึ่งชุด หลังจากเตรียมการทุกอย่างพร้อมสรรพเขาก็มุ่งหน้าสู่เหมืองร้างทันที
ประตูเมืองที่ใกล้กับเหมืองร้างที่สุดคือประตูทิศเหนือของเมืองซ่างจิงเพื่อป้องกันการรุกรานของฝูงมอนสเตอร์เมืองซ่างจิงทั้งเมืองจึงถูกล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองที่ลงอักขระค่ายกลไว้อย่างแ่ามีเพียงประตูเมืองทั้งสี่ทิศ เหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตกเท่านั้นที่สามารถเข้าออกได้
ที่ประตูทั้งสี่ทิศมีกองกำลังทหารฝีมือดีเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดผู้ตื่นรู้ทุกคนที่เข้าออกเมืองซ่างจิงจะต้องผ่านการลงทะเบียนอย่างละเอียด
ว่ากันว่ามาตรการเหล่านี้ไม่ได้มีไว้ป้องกันเพียงมอนสเตอร์เท่านั้นแต่ยังไว้ป้องกันผู้ตื่นรู้จากประเทศศัตรูที่แฝงตัวเข้ามาด้วย
หลังจากผ่านขั้นตอนการลงทะเบียนที่เข้มงวดเซียวเยี่ยก็ได้ก้าวเข้าสู่โลกภายนอกที่เป็สนามแห่งการล่าของจริงเป็ครั้งแรกในฐานะผู้ตื่นรู้อาชีพ!
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือทุ่งร้างอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาซากอารยธรรมมนุษย์ในอดีตถูกเหล่ามอนสเตอร์และดันเจี้ยนกัดเซาะทำลายไปตามกาลเวลาหลายร้อยปีหลงเหลือไว้เพียงร่องรอยของถนนที่พอจะมองออกลางๆ เท่านั้น
เมื่อเริ่มห่างไกลจากตัวเมืองซ่างจิงเหล่าผู้ตื่นรู้ก็เริ่มบางตาลง เซียวเยี่ยจึงเปิดแผงสถานะของตนเองขึ้นมา
[เซียวเยี่ย]
[อาชีพ: ผู้ถูกทวยเทพทอดทิ้ง]
[ระดับ: 15]
[พลังชีวิต: 1950; มานา: 230]
[พลังโจมตี: 175; พลังป้องกัน: 320]
[พละกำลัง: 50; ความแข็งแกร่ง: 105]
[ความคล่องตัว: 75; จิติญญา: 5]
[พร์เริ่มต้น: เทวลักษณ์บกพร่อง]
[คุณสมบัติเสริมพร์: พลังป่าเถื่อน (ระดับ D), สังเคราะห์แสงเยียวยา(ระดับ S), พิษเพลิงิญญา (ระดับ A)]
[ทักษะ: ก้าวย่างกระแสวารี (ระดับ B), เือสูรเดือดพล่าน(ระดับ A), พุ่งชนบ้าระห่ำ (ระดับ A)]
ในตอนนี้หลังจากที่เซียวเยี่ยสวมใส่โล่าพยัคฆ์ร้ายพลังป้องกันและพลังชีวิตของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!
ทางด้านพร์เขาได้รวบรวมคุณสมบัติเสริมพร์มาได้สามอย่างคือ พลังป่าเถื่อนสังเคราะห์แสงเยียวยา และพิษเพลิงิญญา
ขณะเดียวกันเขายังได้รับทักษะเรียกใช้มาอีกสามทักษะคือก้าวย่างกระแสวารี เือสูรเดือดพล่าน และพุ่งชนบ้าระห่ำถือว่าแข็งแกร่งขึ้นจากตอนที่เพิ่งตื่นรู้เป็อย่างมาก!
ด้วยการเสริมพลังจากคุณสมบัติที่ได้จากมอนสเตอร์หลากหลายชนิดเซียวเยี่ยเชื่อมั่นว่าในตอนนี้แม้ต้องเผชิญหน้ากับผู้ตื่นรู้อาชีพระดับ Aเขาก็ไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย!
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือทักษะโจมตียังสร้างความเสียหายได้น้อยไปหน่อยนอกจากเือสูรเดือดพล่านแล้ว เขาก็ไม่มีทักษะโจมตีอื่นๆ เลยทำได้เพียงอาศัยความเสียหายและความเร็วโจมตีที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในสภาวะคลุ้มคลั่งมาใช้ในการต่อสู้เท่านั้น
ในตอนนั้นเองเซียวเยี่ยพลันนึกถึงเหตุการณ์ในหอคอยแห่งการทดสอบที่เขาเคยใช้แต้มแก่นอัคคีเสริมแกร่งทักษะภาวะคลุ้มคลั่งให้กลายเป็เือสูรเดือดพล่าน
นึกไม่ถึงว่านี่จะเป็ประโยชน์ที่แท้จริงของแก่นอัคคี!
ในตอนนี้ที่เขาผ่านหอคอยแห่งการทดสอบมาได้แล้วเขาน่าจะสะสมแต้มแก่นอัคคีไว้ได้มากพอสมควรใช่ไหมนะ?
“ตรวจสอบแต้มแก่นอัคคี!”
เซียวเยี่ยเอ่ยเสียงเบาทันใดนั้นหน้าต่างแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[แต้มแก่นอัคคีที่ได้รับ: 85!]
“ตรวจสอบทักษะที่สามารถเสริมแกร่งได้!”
จากนั้นรายชื่อคุณสมบัติในช่องพร์และช่องทักษะก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเซียวเยี่ย:
[พลังป่าเถื่อน (ระดับ D) สามารถเสริมแกร่งได้!]
[ก้าวย่างกระแสวารี (ระดับ B) สามารถเสริมแกร่งได้!]
นอกจากนี้คุณสมบัติและทักษะอื่นๆ ต่างแสดงเป็สีเทา ซึ่งหมายถึงแต้มแก่นอัคคีไม่เพียงพอ
ที่แท้มันเป็อย่างนี้นี่เอง!
เซียวเยี่ยเริ่มเข้าใจกลไกการเสริมแกร่งด้วยแก่นอัคคีแล้วคุณสมบัติและทักษะทุกอย่างจะต้องใช้แต้มแก่นอัคคีเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณในการเสริมแกร่งแต่ละระดับ!
ตอนอยู่ในหอคอยแห่งการทดสอบเซียวเยี่ยเสริมแกร่งภาวะคลุ้มคลั่งระดับ B ให้เป็เือสูรเดือดพล่านระดับA โดยใช้แต้มแก่นอัคคีไป 10 แต้ม
แต่ตอนนี้หาก้าเสริมแกร่งเือสูรเดือดพล่านระดับAให้เป็ระดับ S เขาต้องใช้แต้มแก่นอัคคีถึง 100แต้ม!
แม้จะสะสมแต้มจากการพิชิตหอคอยแห่งการทดสอบมาทั้งหมดก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้นสังเคราะห์แสงเยียวยาซึ่งเป็ระดับ S อยู่แล้วหาก้าเสริมแกร่งเป็ระดับ SS จะต้องใช้แต้มแก่นอัคคีมากถึง1,000 แต้ม!
ดูเหมือนว่าภารกิจที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการล่าแต้มแก่นอัคคีมาให้ได้มากที่สุด!
เซียวเยี่ยจำได้ว่าตอนที่ฆ่าสมุนก๊อบลิน1ตัว เขาได้มาเพียง 1 แต้มหรือแม้แต่ตอนสังหารแมงมุมเพลิงิญญาตัวจ้อยนับร้อยตัว เขาก็ได้มาเพียง 10กว่าแต้มเท่านั้น... เขาจึงไม่กล้าใช้มันอย่างสุรุ่ยสุร่ายเลยจริงๆ!
หากว่าในอนาคตเขามีคุณสมบัติเสริมมากขึ้นการเสริมแกร่งทักษะหรือคุณสมบัติพร์ก็ยิ่งต้องมีการเลือกสรรอย่างรอบคอบเพื่อใช้แต้มแก่นอัคคีไปกับสิ่งที่จำเป็ที่สุด
แต่อย่างไรก็ตามการเสริมแกร่งเือสูรเดือดพล่านก็ไม่ใช่ทางเลือกที่แย่ทักษะการเพิ่มพลังโจมตีในชั่วพริบตาซึ่งมีเฉพาะในมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์กึ่งมนุษย์แบบนี้ถือเป็ขั้นสูงในบรรดาทักษะประเภทเดียวกัน!
และข้อได้เปรียบของเซียวเยี่ยก็คือคุณสมบัติและทักษะเหล่านี้ที่ผู้ตื่นรู้คนอื่นๆไม่อาจได้ แต่เขาสามารถพวกมันอย่างง่ายดายผ่านการเซ่นสังเวย!
พลังป่าเถื่อนจากก๊อบลินสังเคราะห์แสงเยียวยาจากภูตพฤกษาะ พิษเพลิงิญญาจากแมงมุมเพลิงิญญา...
นี่คือข้อได้เปรียบที่ฟ้าประทานมาให้เขาเพียงผู้เดียว!
..........
เมื่อเดินตามการนำทางบนแผนที่มาเรื่อยๆในที่สุดเซียวเยี่ยก็มาถึงเหมืองร้างแห่งนั้น
เหมืองร้างตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารอันห่างไกลปากทางเข้าเหมืองพังทลายลงไปกว่าครึ่งส่วนที่เหลืออยู่ถูกค้ำยันไว้ด้วยเศษหินที่ดูไม่มั่นคงพร้อมจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่อยากมาที่นี่
เมื่อเห็นสภาพเหมืองร้างที่ดูราวกับสิ่งปลูกสร้างรอวันพังเช่นนี้เซียวเยี่ยก็ต้องรวบรวมความกล้าและเตรียมใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะก้าวเท้าเข้าไป
“สำรวจรอบนอกดูก่อนแล้วกัน ถ้ามีทีท่าว่าจะถล่มลงมา จะได้เผ่นทัน”
เซียวเยี่ยหยิบหลอดแก้วออกมาจากกระเป๋าภายในนั้นมีสิ่งมีชีวิตคล้ายแมลงหิ่งห้อยเกาะนิ่งอยู่แสงเรืองรองของมันสว่างพอที่จะส่องสว่างรอบตัวเซียวเยี่ยในระยะ 3-4เมตร
แมลงชนิดนี้ถูกเรียกว่าแมลงเรืองแสงเป็สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ชนิดหนึ่งที่เซียวเยี่ยซื้อมาจากพ่อค้าหาบเร่ริมทาง
มันทั้งราคาถูกและให้แสงสว่างได้ยาวนานจึงเป็ของจำเป็สำหรับการลงดันเจี้ยนใต้ดินทุกรูปแบบ
เซียวเยี่ยถือแมลงเรืองแสงไว้ในมือก้าวเดินอย่างระมัดระวังลงไปตามขั้นบันไดที่ทอดยาวสู่ส่วนลึกของเหมือง
กำแพงหินที่ขรุขระรอบด้านบ่งบอกได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้มีอายุอย่างน้อยหลายร้อยปีแล้ว
ไม่นานนักบนพื้นก็เริ่มปรากฏวัตถุสีดำลักษณะคล้ายเม็ดทรายกระจายอยู่ทั่วไป
“มูลค้างคาว...”
เซียวเยี่ยเหน็บแมลงเรืองแสงไว้ที่เอวอย่างระแวดระวังมือข้างหนึ่งกระชับหอกเหล็กหยาบไว้ มืออีกข้างถือโล่าพยัคฆ์ร้ายอาศัยแสงริบหรี่จากแมลงเรืองแสงค่อยๆ ก้าวเดินต่อไป
ทันใดนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงกระพือปีกดังพรึ่บพรั่บจากบนเพดานอุโมงค์ด้านหน้า และวินาทีถัดมาเงาสีดำมากมายก็พุ่งกระโจนเข้าหาเซียวเยี่ย นับได้สิบกว่าตัวเป็อย่างน้อยพวกมันคือค้างคาวพิษศพนั่นเอง!
แต่ละตัวมีขนาดใหญ่โตราวกับเหยี่ยว!
เซียวเยี่ยรีบก้มตัวลงพร้อมกับยกโล่าพยัคฆ์ร้ายขึ้นกำบัง่ศีรษะและหน้าอกไว้ทันทีเขารู้สึกได้ถึงแรงกระแทกอันรุนแรงและเสียงปะทะดังติดต่อกันทว่าเซียวเยี่ยแค่เซถอยหลังไปเพียงครึ่งก้าวโดยไม่ได้รับาเ็ใดๆ
นี่คืออานุภาพอันทรงพลังของอุปกรณ์ทองคำอย่างโล่าพยัคฆ์ร้าย!
ผลการปัดป้องอันแข็งแกร่งทำให้เซียวเยี่ยต้านทานพลังโจมตีจากการซุ่มโจมตีระลอกนี้ไว้ได้ทั้งหมดค้างคาวพิษศพสิบกว่าตัวที่พุ่งชนโล่ของเซียวเยี่ยไม่ต่างอะไรกับการพุ่งชนกำแพงเหล็กมีหลายตัวถึงกับมึนงงจนร่วงลงไปกองกับพื้น
เซียวเยี่ยเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้ารีบยกหอกในมือขึ้นแล้วแทงลงไปที่ค้างคาวพิษศพแทบเท้าอย่างดุดัน!
ฉึก!
เสียงหอกทิ่มแทงทะลุเนื้อเยื่อดังก้องตัวเลขค่าความเสียหายเด้งออกมาจากร่างค้างคาวพิษศพตัวนั้นในทันที
[-157!]
ในขณะเดียวกันแถบพลังชีวิตของมันก็ปรากฏขึ้น
[ค้างคาวพิษศพ]
[ระดับ: 11]
[พลังชีวิต: 43/200]
พลังชีวิตของค้างคาวพิษศพ1ตัวอยู่ที่ประมาณ 200 แต้มในตอนนี้เซียวเยี่ยสามารถปลิดชีพมันได้เกือบสามในสี่ส่วนด้วยการแทงเพียงครั้งเดียวเขาจึงแทงซ้ำอีกครั้งเพื่อส่งมันไปสู่สุขคติ
แสงสีขาวสายหนึ่งไหลเข้าสู่ตัวเซียวเยี่ยทันทีแถบค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดซึ่งถือว่ามหาศาลมากสำหรับระดับของเซียวเยี่ยในตอนนี้!
ทว่าการตายของค้างคาวพิษศพตัวหนึ่งกลับทำให้ตัวอื่นๆแตกตื่นและบินว่อนไปทั่ว ภายในเหมืองที่มืดมิดและคับแคบเซียวเยี่ยจึงไม่อาจหลบพ้นได้เขาถูกค้างคาวตัวหนึ่งที่อ้อมไปด้านหลังฉวยโอกาสกัดเข้าที่แผ่นหลังอย่างจัง!
[-29!]
แม้ความเสียหายจะไม่สูงนักแต่ข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเซียวเยี่ยในทันใด
[คุณติดสภาวะพิษศพ!]
[-5!]
[-5!]
[ค่าสถานะมึนงงกำลังสะสม...]