“แม่หนูหนิงเอ๋อ เ้ากำลังจะเดินไปไหนหรือจ๊ะ” ชายชราเดินมาขวางหยุนหนิงเอ๋อไว้ สายตาของเขามองสำรวจไปที่ร่างเล็กอย่างไม่ปิดบังความหื่นกระหายของตนเลยแม้แต่น้อย
หยุนหนิงเอ๋อแทบจะอาเจียนกับสายตาหยาบคายนั้น อีกทั้งใบหน้าของชายชรายังห่างไกลกับคำว่าอัปลักษณ์ไปหลายขุม นางถอยห่างอย่างรังเกียจ “ท่านปู่เป็ใครหรือ?”
“แหม...แม่หนูหนิงเอ๋อทำไมจำข้าไม่ได้เสียแล้วเล่า ก่อนหน้านี้พวกเรากำลังจะได้เป็สามีภรรยากันอยู่แล้วด้วยซ้ำ เ้ามาถามว่าข้าเป็ใครอย่างนี้ท่านพี่อย่างข้าน้อยใจนะ”
หยุนหนิงเอ๋อมองชายชราที่ยืนอยู่ตรงหน้าให้ชัดอีกครั้ง แต่นึกเท่าไหร่นางก็ยังไม่รู้จักเขาอยู่ดี แต่จากคำพูดของเขานางก็เดาได้แล้วว่าชายชราคนนี้คือชายชรามากตัณหาแซ่หม่าที่หยุนไป๋กับหม่าหลงบังคับให้เ้าของร่างเดิมแต่งออกไปนั่นเอง
“จะมาท่านพงท่านพี่อะไร หากท่านปู่กับท่านย่าของข้ายังมีชีวิตอยู่ พวกเขาคงเรียกท่านว่าบรรพบุรุษไปแล้วมั้ง”
“เ้าพูดเก่งขึ้นเยอะเลยนะ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่...”
“ท่านไม่ต้องมาพูดจากำกวม ข้ากับท่านไม่เคยพูดคุยกันพอที่ท่านจะมารู้จักนิสัยใจคอของข้า ตอนนี้ท่านหลีกทางไปเถอะ ข้ายังมีธุระที่ต้องไปทำ” หยุนหนิงเอ๋อเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว ทั้งๆ ที่นางทำท่ารังเกียจออกอย่างนี้ แต่ชายชรายังมายืนขวางอยู่ได้
“เ้ากำลังจะไปบ้านร้างท้ายหมู่บ้านหรือ เส้นทางค่อนข้างไกล เดี๋ยวข้าจะเดินไปส่งเ้าเอาไหม” ชายชรายังไม่ยอมหลีกทาง แม้จะรู้ว่าหยุนหนิงเอ๋อไม่ชอบ แต่เขากลับชอบที่ได้หยอกล้อนาง
แม้ทุกคนจะเรียกเขาว่าชายชราแซ่หม่า แต่อายุของเขาคงไม่น่าจะเกินหกสิบปี และเขาก็ยังดูแข็งแรงมาก หยุนหนิงเอ๋อมองประเมินชายชราตรงหน้าอย่างใช้ความคิด จากนั้นนางถอยหลังไปหลายก้าวแล้วเอามือไปประกบที่รอยแผลเป็และเริ่มสำรวจในมิติว่านางจะหยิบอะไรออกมาเป็อาวุธได้บ้าง ขณะที่นางกำลังจะหยิบไม้เบสบอลออกมาก็มีเสียงใครคนหนึ่งะโเรียก
“หนิงเอ๋อ! เ้ากำลังทำอะไรอยู่ ข้ารอเ้าอยู่ที่บ้านตั้งนานแต่ก็ไม่เห็นเ้ามาสักที กลัวว่าจะเกิดเื่กับเ้าก็เลยออกมาตาม” ลี่จิงจิงหันไปมองชายชรา “แล้วนี่ใครกัน ใช่ท่านลุงใหญ่ถังหรือเปล่า”
“เขาไม่ใช่ท่านลุงใหญ่ของข้าหรอกเ้าค่ะ เป็ชายชราที่อยู่หมู่บ้านข้างๆ ” หยุนหนิงเอ๋อรีบเดินไปหาลี่จิงจิง “เรารีบไปกันเถิดเ้าค่ะ อย่าไปสนใจเขาเลย ข้าคิดว่าเขาคงเป็คนสติไม่ดี”
ตาเฒ่าหม่ามองตามหยุนหนิงเอ๋อไปอย่างใช้ความคิด เมื่อก่อนหยุนหนิงเอ๋อเป็เด็กสาวขี้อาย รูปร่างผอมแห้งไม่น่าดู แต่เพราะรสนิยมของเขาชอบเด็กสาวอายุน้อย เขาจึงตกลงมอบเงินสองตำลึงให้กับหม่าหลงเพื่อให้อีกฝ่ายพาหยุนหนิงเอ๋อมาแต่งกับเขา แต่ไม่นึกว่าแม่นางน้อยจะไม่ยินยอมจนเื่รู้ไปถึงหยุนถัง เมื่อหยุนถังออกหน้าให้หลานสาว สุดท้ายหม่าหลงต้องนำเงินสองตำลึงมาคืน และเขาก็จำเป็ต้องรับเงินคืนอย่างไม่เต็มใจ
แต่ที่เขาเห็นวันนี้ หยุนหนิงเอ๋อดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาก ส่วนเว้าส่วนโค้งเริ่มมีให้เห็น รูปร่างแบบนี้กระตุ้นอารมณ์เป็อย่างยิ่ง และเมื่อนึกถึงว่าเมื่อก่อนเขาเกือบจะคว้านางมาเป็ภรรยาได้แล้ว คราวนี้เขาจะไม่ปล่อยให้นางหลุดมือไปแน่ ‘หยุนหนิงเอ๋อ ครอบครัวเ้าล้วนเห็นแก่เงิน ในเมื่อเงินสองตำลึงไม่สามารถซื้อเ้ามาได้ เช่นนั้นเงินห้าตำลึงเล่า คนที่บ้านของเ้ายังจะปฏิเสธอยู่ไหม แม้เ้าจะรังเกียจข้า แต่ในเมื่อข้าอยากได้ เ้าก็อย่าคิดว่าจะหนีข้าพ้น’
“หนิงเอ๋อ ตาเฒ่าคนนั้นหน้าตาไม่ค่อยน่าไว้ใจเลยนะ เวลาเ้าจะเดินมาที่ท้ายหมู่บ้าน เ้าต้องระวังตัวไว้ด้วย หรือไม่หากเ้ามีธุระกับข้า รอให้ข้าไปหาเ้าที่บ้านเองก็ได้ ข้าเป็วรยุทธ์ ข้าย่อมดูแลตัวเองได้” ลี่จิงจิงบอกกับหยุนหนิงเอ๋ออย่างเป็ห่วง
“ถึงแม้ข้าจะไม่มาหาท่านที่บ้าน แต่ทุกวันข้าก็ต้องเดินมาที่ไร่อยู่ดี ท่านอย่าลืมว่าไร่ของบ้านข้าก็อยู่ที่ท้ายหมู่บ้านเหมือนกัน เอาเป็ว่าข้าจะระวังตัวเองให้ดีนะเ้าคะ ท่านไม่ต้องเป็ห่วง”
“หากมีเื่อะไรให้ข้าช่วย เ้าก็บอกมาได้ไม่ต้องเกรงใจ หากข้าช่วยไม่ได้ พี่เจี้ยนจงก็ช่วยเ้าได้เหมือนกัน”
“ตกลงเ้าค่ะ หากข้ามีเื่อะไรให้ท่านช่วย ข้าจะไม่เกรงใจแน่นอน” หยุนหนิงเอ๋อเปลี่ยนไปพูดเื่อื่นแทน “วันนี้เป็วันที่พวกท่านย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ ยังไงวันนี้ก็ต้องเลี้ยงฉลองกันสักหน่อย ข้าเตรียมอาหารมาเยอะแยะเลยเ้าค่ะ”
มื้อค่ำวันนั้น หยุนหนิงเอ๋อเตรียมอาหารขึ้นบ้านใหม่มามากมาย และรายการอาหารแต่ละอย่างก็เป็อาหารสำหรับงานมงคลทั้งสิ้น
“วันนี้ข้าเตรียม ปลานึ่งซีอิ๊ว เกี๊ยวหมูมีทั้งแบบนึ่งและแบบซุป ปอเปี๊ยะทอดไส้วุ้นเส้นผัดกับถั่วงอกและเห็ดหูหนู เค้กข้าวนึ่งใส่เกาลัด บัวลอยต้มน้ำตาล เส้นหมี่ผัดไข่ หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงกินคู่กับหมั่นโถว ตบท้ายด้วยผิงกั่วสดๆ” หยุนหนิงเอ๋อใช้ตะเกียบกลางคีบอาหารให้มู่หรงเฉินเป็คนแรก จากนั้นก็คีบอาหารให้เด็กแฝดทั้งสี่ทีละคน “พวกท่านลองชิมอาหารฝีมือข้าดูว่าถูกปากหรือไม่ อยากให้ข้าปรับปรุงรสชาติให้เป็แบบไหนก็บอกข้าได้เลย”
“อาหารมื้อนี้ข้าต้องขอบคุณแม่นางหยุนเป็อย่างมาก แต่พวกเรามีที่ดินอยู่ถึงสองหมู่ ข้าตั้งใจว่าจะปลูกข้าวและปลูกผักไปขาย จากนี้ข้าคงไม่รบกวนเ้าอีกแล้ว” มู่หรงเฉินบอก
“ปลูกข้าวกับปลูกผักขายหรือเ้าคะ ท่านปลูกผักตอนเช้าแล้วตอนเย็นสามารถเก็บไปขายได้เลยหรือ อีกอย่างท่านคิดว่าการปลูกผักมันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ ท่านเคยทำมาก่อนหรือเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อยิ้มถาม
เจอเข้ากับคำถามนี้มู่หรงเฉินถึงพูดไม่ออก บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เปลี่ยนไปทันที แม้แต่เด็กน้อยทั้งสี่คนยังเกือบจะวางตะเกียบลงแล้ว
“ท่านอย่าเพิ่งปฏิเสธน้ำใจของข้าเลยเ้าค่ะ ที่ข้าทำไปทุกอย่างเพราะข้าเต็มใจ อีกอย่างข้าเต็มใจทำให้ท่านคนเดียว” หยุนหนิงเอ๋อหันไปส่งยิ้มให้มู่หรงเฉินอย่างหวานหยด โดยที่ไม่รู้เลยว่าคำพูดของตัวเองนั้นมันคลุมเครือขนาดไหน นางคิดแค่ว่านางอยากเอาชนะใจมู่หรงเฉินให้สำเร็จโดยเร็ว ยิ่งรู้ว่าตอนนี้เขาเป็พระเอกและนางก็เป็นางเอกของเื่ รีบรุกแล้วเอาชนะใจเขาให้ได้ เขากับนางก็จะได้ใช้ชีวิตด้วยกันเร็วขึ้น ‘แค่คิดว่าจะจีบผู้ชาย แต่ภาพในหัวทำไมมันไปถึงวันส่งตัวเข้าหอเสียแล้วเล่า ใบหน้าหล่อๆ ตัวสูงๆ ผิวขาวๆ กล้ามท้องเป็ลอนงาม อุ๊ยเขิน...หยุนหนิงเอ๋อ ยัยคนลามก’
ลี่เจี้ยนจงกับลี่จิงจิงได้ฟังก็ถึงกับตะเกียบหล่น เต็มใจทำให้ท่านคนเดียวมันหมายความว่ายังไงกัน แม่นางหนิงเอ๋อช่างเปิดเผยเสียจริง สองพี่น้องรีบอุ้มคุณหนูกับคุณชายออกจากห้องกินข้าวไปอย่างรวดเร็วเพราะกลัวแม่นางหนิงเอ๋อจะพูดคำพูดที่ไม่เหมาะสมออกมาอีก จากนั้นก็ปล่อยให้มู่หรงเฉินและหยุนหนิงเอ๋อนั่งอยู่ในห้องด้วยกันตามลำพัง
“แม่นางหนิงเอ๋อนั้น เอ่อ...นางปกติดีใช่ไหม” ลี่เจี้ยนจงถามน้องสาว
“คงเพราะพี่เฉินของเราหน้าตาหล่อเหลา หนิงเอ๋อก็เลยตกหลุมรักั้แ่แรกเห็น ข้าคิดว่าพวกเขาเหมาะสมกันอยู่นะเ้าคะ หนิงเอ๋อทั้งหน้าตาดีและนิสัยดี หากว่าพวกเขาลงเอยกันได้ พี่เฉินกับคุณหนูคุณชายจะได้มีคนดูแล” ลี่จิงจิงตอบพี่ชายและเริ่มวิเคราะห์ถึงความเป็ไปได้
“มันก็คงจะดีหากพวกเขามีความคิดเหมือนกัน แต่ข้ายังกังวลเพราะสถานะของพี่เฉินกับหนิงเอ๋อมันต่างกันมาก อีกอย่างพี่เฉินเพิ่งถูกทำร้ายจิตใจมาอย่างหนัก คงยากที่เขาจะเปิดใจรับหญิงอื่น ข้าคิดว่าหนิงเอ๋อต้องผิดหวังกับความรักครั้งนี้เสียแล้ว”
ลี่เจี้ยนจงกับลี่จิงจิงสงสารเ้านายมาก หลังจากที่เ้านายถูกครอบครัวตัดสัมพันธ์และถูกภรรยาทอดทิ้ง ซ้ำก่อนที่ภรรยาของเ้านายจะหย่าและทิ้งลูกทั้งสี่คนไป นางยังวางยาจนเกือบจะทำให้เ้านายกลายเป็คนพิการไปแล้ว หลังจากวันนั้นเ้านายก็กลายเป็คนเงียบขรึมไปมาก พวกเขาได้แต่หวังว่าสักวันเ้านายจะรักษาแผลใจได้
เมื่อรู้ว่าเวลานี้หยุนหนิงเอ๋อมีใจให้เ้านายของตน ลี่เจี้ยนจงกับลี่จิงจิงก็แทบจะช่วยเหลือหยุนหนิงเอ๋อให้เข้ามาเป็นายหญิงคนใหม่ของพวกตนจนแทบจะทนไม่ไหว แต่น่าเสียดายที่เ้านายคงยากที่จะเปิดใจ อีกทั้งยังมีคุณหนูกับคุณชายน้อยอีก เด็กๆ จะยอมให้ผู้หญิงคนอื่นมาแทนที่มารดาของตนได้หรือ สองพี่น้องแซ่ลี่ได้แต่ถอนหายใจ ‘หนิงเอ๋อน้อย พวกเราสองพี่น้องจะช่วยเ้าเท่าที่จะช่วยได้ก็แล้วกัน ที่เหลือก็อยู่ที่ความสามารถของเ้าแล้ว”
ลี่เจี้ยนจงกับลี่จิงจิงไม่คิดว่าคำพูดของพวกเขาจะถูกเด็กๆ ทั้งสี่คนนั่งฟังอยู่อย่างสนใจ เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าตกหลุมรักคืออะไร แต่เข้าใจว่าท่านอาหนิงเอ๋ออยากมาดูแลท่านพ่อกับพวกเขา เช่นนั้นก็หมายความว่าท่านอาหนิงเอ๋ออยากมาทำหน้าที่แทนท่านแม่ เด็กน้อยทั้งสี่คนเริ่มมีความคิดบางอย่างเกี่ยวกับหยุนหนิงเอ๋อ แต่พวกเขาทั้งสี่คนกำลังคิดอะไรอยู่นั้นไม่มีใครรู้ได้