แล้วพอคิดถึงแฟนหนุ่มของเธอแล้ว ลู่ลี่อินก็แทบอยากจะไปเลิกกับเขาในตอนนี้ทันที เพราะว่าชาติก่อน พอเธอแต่งงานกับเขาแล้ว เธอก็ได้มีหน้าที่คลอดลูกและก็ทำงานงกๆ จนแก่ใกล้จะตายลงไป เธอก็ยังไม่เคยได้หยุดทำงานทำการเลย
ทำให้ลู่ลี่อินคิดว่า พอเธอได้เกิดใหม่อย่างนี้แล้ว อีกทั้งเนื่องจากตอนนี้ ตัวเธอก็สามารถรับรู้เื่ราวในอนาคตมามากแล้วอีกด้วย เพราะฉะนั้นเธอก็จะมีวิธีร่ำรวยได้ด้วยตัวของเธอเอง โดยไม่ต้องไปพึ่งพาพวกผู้ชายที่ไม่ได้เื่อย่างแฟนหนุ่มของเธอเฉกเช่นชาติที่แล้วหรอกนะ
อีกทั้งตอนนี้เธอทั้งยังสาวและสวยอยู่ด้วย เพราะฉะนั้น เธอก็ยังจะสามารถหาสามีใหม่ที่ทั้งหล่อและร่ำรวยได้กว่าแฟนคนปัจจุบันของเธอเสียอีกด้วยนะสิ
“แล้วนี่แม่จะไปดูพี่สาวเหรอ? ฉันไปด้วยสิ”
ทันทีที่เธอหยุดคิดเื่ของตัวเธอเองในชาติก่อนแล้วนั้น ลู่ลี่อินก็หันมาสนใจเื่ของพี่สาวของเธอต่อในทันที
“ก็ใช่นะสิ! แกอยากจะมาก็มา เพราะฉันก็จะไปดูเสียหน่อยด้วยว่า ทำไมสายจนป่านนี้แล้ว พี่สาวของแกยังไม่ตื่นขึ้นมาทำอาหารอีกได้น่ะ”
หลังจากที่ตอบกลับลูกสาวเสร็จ ซูหงก็รีบตรงไปที่ห้องของลูกเลี้ยง จะพูดว่าห้องก็ไม่ได้ เพราะว่า ห้องนอนที่ลูกเลี้ยงอาศัยอยู่ในบ้านของพวกเธอนั้น มันก็เป็แค่ห้องเก็บฟืนที่ใช้ไม้เก่าๆ ตีขึ้นมากั้นเอาไว้แค่เท่านั้น
แต่ก็ยังดีที่ว่าลู่ไจ้ไจ้ ยังมีความสามารถหาเอาอะไรมากั้นให้เป็สัดส่วน จนสามารถนอนอยู่ในสถานที่แบบนี้ได้น่ะ
“ลู่ไจ้ไจ้ นี่แกไม่ได้ยินที่ฉันเรียกแกหรือไงฮะ?”
ทันทีที่ซูหงและลู่ลี่อินมาถึงที่ห้องนอนของลู่ไจ้ไจ้แล้ว พวกเธอก็เปิดเข้าไป แล้วซูหงก็พบว่าลูกเลี้ยงของเธอที่ถูกเธอเรียกหหลายครั้งแล้ว ยังคงนอนอยู่บนเตียงไม้เก่าๆ แล้วก็ยังไม่มีท่าทีจะตื่นขึ้นมาเลย
จนซูหงต้องใช้เท้าเขี่ยไปที่ร่างของลู่ไจ้ไจ้อย่างแรง และพอเห็นว่าตัวลู่ไจ้ไจ้ไม่ตื่นสักที ซูหงก็คิดได้ว่ามันเริ่มจะแปลก ๆ แล้วล่ะ
ด้านลู่ลี่อินที่ตามแม่ของเธอเข้ามาในห้องของพี่สาว เธอก็ได้แต่คิดว่า พี่สาวของเธอนี่ ช่างอาภัพเสียจริงๆ และพอเห็นว่าแม่ใช้เท้าเขี่ยตัวพี่สาวอย่างรุนแรง ลู่ลี่อินที่รู้อยู่แล้วว่าตัวลู่ไจ้ไจ้ไม่สบายนั้น แต่ตัวเธอก็ไม่ได้ห้ามอะไรแม่ของเธอที่ทำรุนแรงกับพี่สาวของเธอเลย
เพราะเธอก็ไม่ได้รักพี่สาวคนนี้เลยนะสิ แล้วที่เธอยอมเรียกลู่ไจ้ไจ้ว่าเป็พี่สาวของเธอนั้น มันก็เป็บุญของตัวลู่ไจ้ไจ้มากแล้วล่ะนะ
“อ่า! ตัวร้อนมากเลย”
ซูหงได้ลองเปลี่ยนจากเท้าเป็มือ เพื่อไปจับตัวของลูกเลี้ยงของเธอดู เธอก็พบว่าตัวลู่ไจ้ไจ้นั้นร้อนมากจริงๆ
“แม่อย่างนี้ เราจะทำยังไงดีล่ะ?”
ลู่ลี่อินก็แกล้งถามแม่ของเธอ เพราะเธอก็ไม่คิดจะช่วยพี่สาวคนนี้เื่ไปหาหมออยู่แล้วล่ะ เพราะการที่มีพี่สาวคนนี้นั่นเอง ทำให้คนอื่นต่างพากันชอบว่าให้ตัวเธอนั้น เป็เหมือนนางมารร้ายที่ชอบรังแกพี่สาวอยู่ตลอดเวลาได้นะสิ
เชอะ!
ก็ใครใช้ให้แม่ของพี่สาวนั้น ต้องมาตายไปไวแบบนี้ล่ะ ส่วนพ่อของเธอนั้น เขาก็ไม่ชอบพี่สาวคนนี้อีกด้วยเช่นกันนั่นแหละ
เพราะฉะนั้นบุคคลที่ไม่มีประโยชน์ทั้งยังชอบทำให้เธออับอายได้อย่างนี้นั้น ก็สมควรรีบตายๆ ไปก็ดีแล้วล่ะ
“หึ! จะทำอะไรล่ะ ก็ปล่อยไว้อย่างนี้แหละ อีกอย่างในเมื่อพี่สาวของแกไม่สบายอยู่ งั้นแกก็มาช่วยฉันทำอาหารเช้าด้วยเสียเลยนะ”
พูดจบซูหงก็ไม่ได้รอให้ลูกสาวของเธอได้เอ่ยปฏิเสธออกมา เธอก็จัดการลากลูกสาวมาที่ห้องครัวของบ้าน แล้วกว่าสองแม่ลูกจะช่วยกันทำอาหารมื้อเช้าของวันนี้ ให้สำเร็จได้นั้น พวกเธอก็ทำมันผ่านไปได้อย่างทุลักทุเลพอสมควรเลยล่ะ
เนื่องจากตัวซูหงที่ั้แ่ตัวลู่ไจ้ไจ้โตพอสามารถทำงานบ้านทุกอย่างให้เธอได้ ซูหงก็ไม่เคยหยิบจับงานบ้านอีกเลย
และเช่นเดียวกันกับลู่ลี่อิน ถึงแม้ว่าชาติก่อนตัวเธอจะยากจนก็จริง แต่สามีของเธอก็ไม่เคยให้เธอได้ทำงานบ้านเลย และพอเธอถูกแม่ลากมาทำอาหารแบบนี้แล้ว เธอก็ชักจะคิดหนักแล้วล่ะ ว่าตัวเธอสมควรจะให้แม่ของเธอ พาตัวพี่สาวไปรักษาหรือเปล่าน่ะ
แต่คิดดูอีกที เดี๋ยวเธอก็จะออกไปจากบ้านหลังนี้แล้ว เธอก็เลยคิดว่า ปล่อยให้เป็เวรกรรมของใครของมันเถอะนะ เพราะว่าเธอก็ไม่ได้อยากเป็คนดีสักเท่าไหร่ด้วยนะสิ
ในเมื่อมันเป็ดวงของพี่สาวของเธอที่ต้องมาตายลงไปในวันนี้แล้วด้วย และถึงแม้ว่าลู่ลี่อินจะได้เกิดใหม่และสามารถล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคตแค่บางอย่างได้ แต่เธอก็ไม่อยากจะให้พี่สาวของเธอคนนี้ หายป่วยและไม่ตายลงไปไม่เหมือนอย่างเช่นเดียวกันกับชาติที่แล้วหรอกนะ
เพราะเธอก็คิดว่า การที่พี่สาวของเธอจะได้ตายลงไปอย่างนี้ มันก็อาจจะช่วยให้พี่สาวหมดเวรหมดกรรมให้ไวยิ่งขึ้นก็ได้