กลิ่นหอมอันคุ้นเคยยังให้หญิงสาว ที่กำลังปั้นแป้งมีรอยยิ้มผุดขึ้นบนมุมปาก ทว่าแพขนตานางกลับชุ่มด้วยน้ำตา ซาลาเปาไส้หมูใส่เซียงกู (เห็ดหอม) หั่นเป็ชิ้นเล็กๆ คืออาหารที่นางเฝ้าคิดถึง ฝีมือท่านลุงจงชินกับท่านป้าหลงอี้นั้นเป็ที่หนึ่ง จนนำพาชื่อเสียงมาสู่เหลาสราญอันเลื่องชื่อของเมืองฉาง
“เหยียนเอ๋อร์... เหตุใดจึงร้องไห้เล่า เ้าไม่อยากปั้นซาลาเปาช่วยป้าหรอกหรือ” หลงอี้ทำหน้าใ เมื่อหันไปเห็นว่าหลานสาวน้ำตานองใบหน้า
“เปล่าเ้าค่ะ ข้าแค่... คิดถึงท่านป้า”
ภาพไฟลุกโชนมอดไม้อาคารสามชั้นนำพามาซึ่งเสียงสะอื้นไห้ ไฟไม่ได้พรากแค่กิจการที่ท่านลุงท่านป้าภาคภูมิใจ หากแต่มันพรากชีวิตคนที่นางรักทั้งสองไปด้วย
“ไม่เจอกันแค่ห้าวัน เหตุใดจึ่งคิดถึงป้ามากเช่นนี้เล่า” หลงอี้ถามด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
“ข้าคิดถึงท่านป้าจริงๆ ท่านป้าไม่เปลี่ยนใจแน่หรือเ้าคะ” เสียงหวานออดอ้อนผู้เป็ป้าสะใภ้ นางชวนท่านป้าออกเดินทางไปเมืองเหนือด้วยกัน เพราะตอนนี้ท่านแม่ไปกับนางไม่ได้แล้ว อนุรั่วเฟยถูกส่งไปยังอารามห่างไกล ท่านแม่จึงต้องอยู่ดูแลท่านพ่อ
“กิจการกำลังรุ่งเรือง จะปลีกตัวไปได้เยี่ยงไร”
“มีคนไว้ใจได้ดูแลอยู่ ท่านป้าไปกับพวกข้าเถอะนะเ้าคะ”
“วันนี้มาแปลก ปกติเ้าไม่ชอบเดินทางมิใช่หรือ” หลงอี้มองหลานสาวพร้อมคลี่ยิ้มเอ็นดูให้
นางแต่งให้มู่จงชินมาสิบปี แต่กลับไม่มีบุตรด้วยกัน พอแต่งอนุเข้ามาสองคน ก็พบว่าไม่มีใครตั้งครรภ์สักที สุดท้ายจึงให้หมอตรวจร่างกายสามีแล้วพบว่า เป็เขาที่มีปัญหา ไม่สามารถมอบบุตรให้แก่พวกนางได้ เหล่าอนุต่างร่ำไห้เสียใจ แต่นางกลับทำใจได้ อย่างไรเสียนางก็มีอี้หานกับจื่อเหยียนหลานรักอยู่ทั้งคน กิจการเหลาแห่งนี้นางตั้งใจจะยกให้จื่อเหยียน
“เ้าค่ะ แต่ตอนนั้นข้าอยากใช้ชีวิตให้คุ้มเ้าค่ะ”
“หมายความว่าเช่นไร”
“ข้าหมายถึงอยากออกไปเห็นสถานที่ต่างๆ พร้อมกับคนที่ข้ารักอย่างท่านลุงท่านป้า ท่านแม่แล้วก็พี่ใหญ่”
“ปากหวานเสียจริง เ้าช่างเจรจาแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่” ใจของหลงอี้อ่อนยวบไปแล้ว พักหลังเหยียนเอ๋อร์ของนางน่ารักเหลือเกิน
“ความจริงข้าอยากอ้อนท่านป้าแบบนี้นานแล้ว แต่ข้าไม่กล้าเ้าค่ะ” นางกล่าวไปตามความจริง เมื่อก่อนนางช่างขี้อายยิ่งนัก
“เช่นนั้นก็ทำบ่อยๆ เถิด ป้าชอบ ท่านลุงของเ้าเองก็ชอบ”
“ชอบแล้วใจอ่อนไหมเ้าคะ”
“เอาไว้ป้าหารือกับท่านลุงของเ้าอีกที”
จื่อเหยียนคลี่ยิ้มหวานให้ป้าสะใภ้ที่นางรักประดุจมารดาอีกคน เหตุที่นางอยากพาท่านป้าไปด้วย เพราะนางจำได้ว่า ่เวลาหลังจากที่พี่ชายตกน้ำ ท่านป้าเองก็จะประสบอุบัติเหตุ จนทำให้ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่เป็เดือน หากได้เดินทางไปด้วยกันคงเลี่ยงเหตุการณ์นั้นได้
“ลูกนี้ทำพิเศษสำหรับเ้า” หลงอี้ชูซาลาเปาก้อนใหญ่พิเศษ ที่ปั้นให้หลานสาวโดยเฉพาะ ซาลาเปาไส้หมูใส่เซียงกูเยอะๆ
“ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านป้าช่างดีต่อข้า”
“เพราะป้ารักเ้า ว่าแต่แม่ของเ้าเป็เช่นไรบ้าง” หลงอี้ถามถึงน้องสาวสามี
“สบายดีเ้าค่ะ”
“อืม ก่อนหน้านี้ที่เ้ามาบอกกับป้าว่า แม่เ้าจะออกเดินทางไปด้วย ป้ายังนึกกลัวว่า หนิงลี่กับพ่อของเ้าจะหมางใจกันเสียอีก”
“เหตุใดจึงคิดเช่นนั้นเล่าเ้าคะ”
“เพราะป้าเองก็เคยผ่าน่เวลานั้นมาแล้วอย่างไรเล่า” คนสูงวัยกว่ายิ้มอ่อน สามีแต่งอนุเข้ามาถึงสองคน มีหรือนางจะมีความสุข
“ท่านป้ามี่เวลาที่หมางเมินกับท่านลุงหรือเ้าคะ”
“มีสิ บ่อยด้วย ส่วนใหญ่เกิดจากความใจแคบของป้าเอง”
“ใจแคบ” จื่อเหยียนเลิกคิ้วด้วยความสงสัย
“ใช่ คนอย่างป้าก็มี่เวลาใจแคบเหมือนกัน ในยามที่สามีไปหาเหล่าอนุอย่างไรเล่า”
ต่อให้ถูกสั่งสอนมาว่า เป็เมียเอกต้องใจกว้าง แต่ลึกๆ นางกลับไม่ยินดีทุกครั้ง ที่สามีไปค้างที่เรือนอนุ กระนั้นก็กล้ำกลืนฝืนยิ้ม แสร้งว่าตนไม่รู้สึกอะไร
“อ้อ ท่านป้าคิดว่า ท่านแม่จะหมางเมินกับท่านพ่อ เพราะอี๋เหนียงรั่วเฟยหรือเ้าคะ”
“อืม แม่เ้าหัวอ่อนเหมือนเ้าเมื่อก่อนนั่นแหละ”
“เหตุใดใช้คำว่าเมื่อก่อนเล่าเ้าคะ”
“เพราะป้ารู้สึกว่า ตอนนี้เ้าเปลี่ยนไป เ้าเป็คนที่เข้มแข็งขึ้น”
“แล้วดีไหมเ้าคะ” จื่อเหยียนคลี่ยิ้ม
“ดีสิ ดีมากๆ จำเอาไว้นะเหยียนเอ๋อร์ อย่ายอมให้ใครหน้าไหนมารังแก”
“หากท่านป้าหมายถึงสองแม่ลูกอย่างอี๋เหนียงรั่วเฟยกับน้องสาม ไม่ต้องห่วงแล้วเ้าค่ะ จื่อหรานนางไม่มีแม่ ก็เหมือนเสือไม่มีเขี้ยวเล็บ”
“เ้าอย่าดูเบานาง อย่างไรเสียนางก็ยังมีท่านย่าของเ้าหนุนหลัง ไหนจะบรรดาคุณหนูตระกูลต่างๆ ที่แม่ของนางเพียรให้นางไปผูกมิตรไว้อีก”
รั่วเฟยเป็ผู้ไม่รู้จักพออย่างแท้จริง นางพร่ำสอนเคี่ยวกรำลูกสาวคนเดียวให้ผูกมิตรกับชนชั้นสูงเพียงเพื่อหวังผลประโยชน์ในภายภาคหน้า ต่อให้ลูกของนางต้องเป็ลูกไล่ คอยรองมือรองเท้าคุณหนูพวกนั้นก็ไม่สนใจ จื่อหรานเองก็เหมือนจะชอบ เพราะเวลาได้รับหนังสือเชิญร่วมงานต่างๆ ใบหน้านางมักจะเชิดขึ้นเสมอ