ในระหว่างที่เธอกำลังจะขนหมูป่าลงจากูเา หลินชิงชิงบังเอิญพบพ่อกับแม่ของเธอกำลังเดินกลับมาถึงบ้านพอดี เมื่อพวกเขารู้เื่หมูป่า ทั้งสองต่างถามเธอด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
"ชิงชิง ลูกปลอดภัยดีไหม?" หวังจื้อเหยาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
หลินชิงชิงยิ้มให้แม่เพื่อคลายความกังวล "หนูปลอดภัยดีค่ะแม่ ตอนที่หนูเข้าไปช่วยเหลือสหายหลี่ หมูป่าก็ได้รับาเ็สาหัสอยู่แล้วค่ะ หนูยิงมันไปทีเดียวมันก็ตายแล้วค่ะ" เธออธิบายให้คนเป็แม่ฟัง
หลินเจิ้งเทียน พ่อของเธอขมวดคิ้วด้วยความเป็ห่วง "คราวหลังหนูเจอหมูป่า ให้รีบวิ่งหนีไปให้ไกลเลยนะ อย่าเสี่ยงชีวิตอีก"
หลินชิงชิงพยักหน้ารับคำ "ค่ะพ่อ หนูจะระวังตัวให้มากขึ้นค่ะ" เธอรับปากพ่อของเธอทันทีก่อนจะเอ่ย
"พ่อคะ เดี๋ยวพ่อช่วยลุงหวังขนหมูป่ากลับบ้านนะคะ หนูขอไปดูสหายหลี่ก่อนนะคะว่าเป็ยังไงบ้าง"
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เธอเห็นชายหนุ่มยังคงรอเธออยู่ที่เดิม คนร่างสูงลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นร่างของเด็กสาวเข้ามาใกล้ๆ
"เหนื่อยไหมครับ สหายหลิน?" เขาถามด้วยความเป็ห่วง
"เหนื่อยมากค่ะ" หลินชิงชิงตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้าง "หมูตัวนี้หนักไม่ใช่เล่น แต่ละคนถึงกับลิ้นห้อยเลยค่ะ"
"สหายหลินนี่เก่งจริงๆ นะครับ สามารถยิ่งธนูได้อย่างแม่นยำ จนทำให้หมูป่าตัวใหญ่ขนาดนั้นขาดใจตาย ผู้ชายอย่างผมยังอายเลย" หลี่เหว่ยเอ่ยชม พลางแอบมองปฏิกิริยาของหญิงสาว
หลินชิงชิงหัวเราะเบาๆ แก้มแดงระเรื่อ "ก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอกค่ะ แค่บังเอิญโชคดีเท่านั้นเอง"
"ผมก็โชคดีที่ได้เจอสหายหลิน" หลี่เหว่ยพึมพำกับตัวเอง แต่หลินชิงชิงก็ได้ยิน ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อ
"สหายหลี่พูดอะไรนะคะ ฉันไม่ได้ยิน"
หลี่เหว่ยรีบแก้ตัว "เปล่าครับ ผมแค่บอกว่า หมูป่าตัวใหญ่มาก คงได้เนื้อเยอะเลย" เขาพูดพลางจ้องมองหลินชิงชิง ดวงตาเป็ประกาย
หลินชิงชิงรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อสบตากับคุณพระเอก หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับชายหนุ่มคนไหนมาก่อน ทันใดนั้นสายตาของเธอก็หันไปเห็นทุกคนกำลังช่วยกันหามหมูป่าเข้ามาในบ้าน
"เอ่อ... เดี๋ยวฉันไปตักน้ำให้ทุกคนแก้กระหายก่อนนะคะ"หลินชิงชิงพูดพร้อมกับเบนสายตาไปทางอื่น พยายามซ่อนความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ
เธอเดินไปยังโอ่งน้ำ นำน้ำวิเศษจากมิติมาผสมให้เจือจาง ก่อนจะตักน้ำใส่กระบอกไม้ไผ่แจกจ่ายให้ทุกคนที่ช่วยกันขนหมูป่าลงมาจากูเา
"ทุกคนดื่มน้ำเย็นๆจะได้ชื่นใจค่ะ" หลินชิงชิงยื่นกระบอกน้ำให้กับทุกคนก่อนจะยื่นให้หลี่เหว่ยเป็คนสุดท้าย
"ขอบคุณครับ" หลี่เหว่ยเอ่ยก่อนจะเอื้อมมือมาคว้ากระบอกน้ำไป เขาจงใจแตะมือเธอเบาๆ หลินชิงชิงสะดุ้ง รีบชักมือกลับ
หลี่เหว่ยแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ ยกกระบวยขึ้นดื่ม "อืม...หวานชื่นใจจริงๆ" เขาพูดพร้อมกับสบตาหลินชิงชิง
หญิงสาวได้แต่ก้มหน้า หัวใจเต้นแรง ไม่รู้ว่าเพราะความเหนื่อย หรือเพราะสายตาเ้าเล่ห์ของคุณพระเอกกันแน่เธอได้แต่บ่นอุบอุบอยู่ในใจคนเดียว
'โอ๊ยทำไมพระเอกเื่นี้ไม่ตรงปก' ในนิยายหลี่เหว่ยจะเป็คนเ็า ไม่เปิดใจรักใครง่ายๆ เพราะโดนคนสนิทหักหลังทำให้ครอบครัวต้องพลัดพรากจากกัน แม้แต่นางเอกของเื่กว่าจะรักกันก็ปาไปครึ่งเื่ แต่ทำไมพระเอกที่แสนจะเ็าผู้นั่นถึงได้อ้อยเธอเก่งเหลือเกิน จนเธอจะเป็โรคหัวใจอยู่แล้ว
ทุกคนที่ดื่มน้ำต่างรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอันยาวนานดูเหมือนจะมลายหายไปในพริบตา
"ฮ่าาาา...ชื่นใจจริงๆ" หวังเค่อเอ่ยขึ้นพร้อมกับวางกระบอกน้ำลงกับพื้น "น้ำบ้านนายนี่มันดื่มแล้วชื่นใจจริงๆ เมื่อกี้ยังเพลียๆ อยู่เลย ตอนนี้หายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้ง"
"น้ำลำธารหลักบ้านนะมันจะหวานๆหน่อยดื่มแล้วชื่นใจจริงๆ"หลินเจิ้งเทียนเอ่ยขึ้น
หลังจากหายเหนื่อยเขาก้าวเข้ามาสำรวจหมูป่าอย่างพิจารณา "หมูตัวนี้น่าจะหนักเกิน 300 จิน เดี๋ยวพ่อจะให้หวังจื่อเทาที่เป็คนเชือดหมูประจำหมู่บ้าน มาเชือดหมูป่าตัวนี้ให้ จะได้แบ่งให้พ่อหนุ่มคนนี้กับครอบครัวอาเค่อที่มาช่วยลูกในการหามหมูป่าลงจากูเา"
หลินชิงชิงพยักหน้าเห็นด้วย "หนูว่าพ่อจะเก็บเนื้อหมูป่าชิ้นสวยๆ เอามาทานดีกว่านะคะ ส่วนที่เหลือหนูว่าพวกเรานำไปขายให้พวกชาวบ้านดีหรือไม่ พวกเราจะได้มีเงินมาซ่อมแซมบ้านของพวกเราด้วย ตอนนี้รั้วก็ผุพังมาก ถ้าหากสัตว์ป่าลงมาจากูเามากระแทกรั้วไม่กี่ทีก็คงจะพังแล้วค่ะ" หลินชิงชิงเสนอความคิดเห็นกับบิดา
"พ่อก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน" หลินเจิ้งเทียนเอ่ยตอบลูกสาว "งั้นเดี๋ยวพ่อเอาหมูไปเชือดก่อนนะ เดี๋ยวพ่อจะพาพ่อหนุ่มยุวชนคนนี้ไปให้หมอหลี่ดูอาการาเ็เอง ลูกพักผ่อนอยู่ที่บ้านเถอะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"
หลินชิงชิงยิ้มกว้าง "ขอบคุณค่ะพ่อ เดี๋ยวหนูช่วยแม่ทำกับข้าวอร่อยๆ รอพ่อนะคะ"
หลินเจิ้งเทียนพยักหน้าให้ลูกสาว ก่อนจะประคองหลี่เหว่ยนำไปบ้านหมอหลี่ที่อยู่ไม่ไกลนัก
หลินชิงชิงมองตามหลังคนทั้งคู่ไปจนลับสายตา ก่อนจะหันกลับเข้าบ้านไปช่วยแม่เตรียมอาหารเย็น
ไม่นานนัก หลินเจิ้งเทียนก็พาหลี่เหว่ยมาถึงบ้านหมอหลี่ เขากำลังนั่งอ่านตำราสมุนไพรอยู่ เมื่อเห็นหลินเจิ้งเทียนมาพร้อมกับหลี่เหว่ยก็รีบลุกขึ้นต้อนรับ
"เจิ้งเทียน นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" หมอหลี่เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
"พ่อหนุ่มหลี่คนนี้ ถูกหมูป่าทำร้ายนะ เขาก็ได้รับาเ็ ผมเลยพาเขามาให้หมอหลี่ดูอาการพ่อหนุ่มยุวชนคนนี้เสียหน่อยนะครับ" หลินเจิ้งเทียนตอบกลับมา
หมอหลี่พยักหน้ารับ "เอาเถอะ วางเขาลงตรงนี้ เดี๋ยวตาแก่จะดูอาการพ่อหนุ่มนี้ให้เอง" หมอชรากล่าว
หลินเจิ้งเทียนวางหลี่เหว่ยลงบนเตียงอย่างเบามือ ก่อนจะขอตัวกลับไปจัดการเื่หมูป่าต่อ
ไม่นานนักหลินเจิ้งเทียนก็เดินทางมาถึงลานหมู่บ้านพร้อมกับพวกลูกๆ ของหวังเค่อ หมูป่าตัวใหญ่ที่ถูกจับได้ถูกมัดไว้กับเสาไม้กลางลานหมู่บ้าน ข่าวการล่าหมูป่าได้ก็แพร่สะพัดไปทั่ว ชาวบ้านต่างพากันมามุงดูหมูป่าตัวใหญ่
"วันนี้พวกเราโชคดีจริงๆ ที่ได้ช่วยหนูชิงชิงขนหมูลงมาจากูเาพลอยทำให้พวกเราได้ลาภปากไปด้วย" หวังเค่อเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง
"หมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้ คงทำอาหารอร่อยๆ ได้หลายมื้อเลยนะครับพ่อ" หวังเฉียงเอ่ยขึ้น
หลินเจิ้งเทียน ยิ้มให้เพื่อนสนิท "ใช่แล้ว ไม่นึกว่าชิงชิงจะโชคดีเช่นนี้"
"ชิงชิงเก่งจริงๆ" หวังเค่อกล่าวชม "เธอฆ่าหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนั้นได้ ถึงแม้ว่ามันจะาเ็สาหัส แต่ฝีมือการยิงธนูของลูกสาวนายก็ไม่เลวเลยนะ" หลินเจิ้งเทียนยิ้มรับคำชมจากเพื่อนสนิท เขาเองก็ไม่คิดว่าชิงชิงจะยิงแม่นเหมือนกัน ปกติเขาเห็นเธอยิงได้แต่สัตว์ตัวเล็กเท่านั้น
ในขณะที่พวกเขาคุยกันไม่นานนัก หวังจื่อเทา คนเชือดหมูประจำหมู่บ้านก็มาถึง เขาผิวปากอย่างทึ่ง เมื่อเห็นขนาดของหมูป่า "โห..เจิ้งเทียน หมูตัวนี้ใหญ่มากเลยนะ นายคงจะกินคนเดียวไม่หมด ที่เหลือเอาแบ่งขายให้พวกชาวบ้านก็ได้นะ"
ชาวบ้านที่รายล้อมต่างพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาไม่ได้กินเนื้อกันมานานแล้ว กว่าจะได้กินเนื้อหมูอีกทีก็ตอนปีใหม่โน้น
หลินเจิ้งเทียนพยักหน้าให้ทุกคน เขาแบ่งเนื้อให้พ่อหนุ่มยุวชนปัญญาและครอบครัวหวังเค่อออกไป จากนั้นก็เก็บเนื้อชิ้นสวยๆ ไว้ให้ครอบครัวของเขา 50 จิน ที่เหลือเขานำมาขายให้ชาวบ้าน บางคนก็เอาคูปองมาแลก บางคนไม่มีคูปองก็ขอซื้อเงินสดก็มี
เขาขายหมูได้คูปองต่างๆ มา 50 กว่าใบ และได้เงินมา 80 หยวน ซึ่งถือว่าเป็เงินก้อนใหญ่
"นี่แหละนะ ที่เขาว่า โชคดีมีลาภลอย "หวังเค่อพูดพลางตบบ่าเจิ้งเทียนเบาๆ
เจิ้งเทียนยิ้ม "ใช่แล้ว แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเรามีน้ำใจแบ่งปันให้คนอื่นด้วย"
ชาวบ้านต่างพึงพอใจกับเนื้อหมูที่ได้มา ใบหน้าแต่ละคนเปื้อนยิ้มแห่งความสุขใจ ต่างพากันกล่าวขอบคุณหลินเจิ้งเทียนที่แบ่งปันให้
"ขอบคุณมากนะเจิ้งเทียน"
"นายช่างมีน้ำใจเสียจริงๆ"
เสียงขอบคุณดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน หลี่อ้ายเจียก็เดินตรงมาหาหลินเจิ้งเทียนด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
หญิงชราะโลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว "แก..ไอ้ลูกอกตัญญู ได้หมูป่ามาแทนที่จะเอาไปให้บ้านใหญ่ แต่แกดันเอามาขายให้คนอื่นแทนซะได้ เ้าสามแกนำเงินพวกนี้นำมาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ"
ทันใดนั้นบรรยากาศที่เคยครื้นเครงก็เงียบสงัดลง ทุกสายตาจับจ้องไปที่หลี่อ้ายเจียและหลินเจิ้งเทียน
หลินเจิ้งเทียนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมารดาด้วยแววตาไร้ความรู้สึก เขาที่ทำงานหนักที่สุดในบ้าน พอเขาแยกครอบครัวออกมาแม่ของเขากลับให้ของและเงินติดตัวมาน้อยนิด แทบไม่พอกิน ถ้าไม่มีหมูป่าตัวนี้ครอบครัวของเขาคงจะลำบากมากเช่นกัน เขาเอ่ยกับคนเป็แม่เสียงเรียบเฉยราวกับพูดกับคนแปลกหน้า
"แม่ครับ แม่คงจะลืมอะไรไป ตอนนี้พวกเราบ้านสามได้ทำการแยกบ้านออกมาแล้ว แล้วอีกอย่าง เงินที่ผมได้มาตอนแยกบ้านก็ได้มาแค่ 10 หยวน ซึ่งมันไม่พอซ่อมบ้านหลังนี้หรอกนะ แล้วในสัญญาตอนแยกบ้านก็ระบุไว้อยู่แล้วว่าครอบครัวของพวกเราจะให้เงินและอาหารแม่ปีละครั้งตอนปีใหม่ แต่ปีนี้ผมคงให้เงินแม่ไม่ได้ เพราะผมต้องเอาเงินไปซ่อมบ้านกับรั้วที่ใกล้จะพังเต็มที ผมให้แม่ได้แค่เนื้อหมู 5 จินเท่านั้น แม่จะเอาหรือไม่เอา ก็แล้วแต่แม่เลย"
หลินเจิ้งเทียนยื่นเนื้อหมู 5 จินให้มารดา หลี่อ้ายเจียรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าต่อหน้าธารกำนัล เสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านดังก้องอยู่ในหัวราวกับเสียงผึ้งแตกรัง หลี่อ้ายเจียต้องข่มความอับอายไว้ ก่อนจะกัดฟันคว้าห่อเนื้อออกมาแล้วสะบัดหน้าเดินจากไปด้วยความคับแค้นใจที่ไม่อาจเรียกเอาเงินจากบ้านสามไปได้
"ไอ้หลินเจิ้งเทียน..เดี๋ยวนี้แกช่างปีกกล้าขาแข็งแล้วนะั้แ่แยกบ้านออกมา แกมันไอ้คนอกตัญญู ฉันไม่น่าเก็บมันมาเลี้ยงเลย น่าจะปล่อยให้มันตายๆ ไปซะั้แ่มันเป็เด็กทารก" หลี่อ้ายเจียสบถกับตัวเองเบาๆ เพราะเธอเองก็ไม่อาจเปิดเผยความลับนี้ให้ใครได้ยินเช่นกัน
.....................................................................................
อีพี่ก็อ้อยยัยน้องเก่ง ยัยน้องคงไม่พ้นเงื้อมมืออีพี่หรอก
ไรต์มาเปิดปมพ่อของนางเอก มาลุ้นกันว่าพ่อนางเอกคือใคร