“ สวัสดีครับพี่ดาริน ” ตะวันกล่าวทักทายผู้จัดการสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูเธอขับรถออกจากบ้านั้แ่เช้ามาหาดาราหนุ่มที่บ้านพักที่เขาพักอยู่ เห็นพี่ดารินบอกว่าเขามีถ่ายตอนเก้าโมงเช้าเลยต้องรีบมาก่อนเวลา
“ สวัสดีจ๊ะตะวัน เราไปกันเลยไหม ตะวันทานข้าวเช้ามาหรือยัง ”
“ ทานมาเรียบร้อยแล้วครับ ไปกันเลยก็ได้ ”
“ งั้นดีเลย กว่าจะแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จก็ใช้เวลาพอสมควร อีกอย่างตะวันหยุดมาอาทิตย์หนึ่งแล้วไปก่อนคนอื่นสักนิดใครจะได้ไม่ว่าเอาได้ ” เพราะดาราหนุ่มเกิดอุบัติเหตุทำให้กองถ่ายหยุดชะงักถ้าขืนไปช้าอีกคนอื่นจะเอาไปนินทาเอาได้
“ ครับ งั้นผมขอไปบอกพี่สิงห์ก่อนแบปนึงนะครับว่าจะไปแล้ว ”
“ ได้จ๊ะ งั้นเดี๋ยวพี่ไปรอที่รถนะ ”
ตะวันพยักหน้าลงเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าบ้านเพื่อไปหาร่างสูงที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น
“ พี่สิงห์ผมไปทำงานแล้วนะครับ ”
“ อืม ถ้ามีอะไรก็โทรมาบอกพี่ได้เข้าใจไหม ”
“ ครับ ผมไปล่ะนะ ”
เมื่อบอกลาคุณพี่สิงโตเสร็จแล้วตะวันก็เดินไปหาผู้จัดการสาวสวยที่รออยู่ในนรถยนต์แล้วทั้งคู่นั่งรถไปที่กองถ่ายละคร ซึ่งระยะทางจากบ้านพักที่เขาอยู่กับที่ตั้งของกองละครนั้นอยู่ไม่ไกลกันมากขับรถไม่กี่นาทีก็ถึงจุดหมายแล้ว
ตอนนี้ที่กองถ่ายละครมีเพียงช่างไฟช่างแต่งหน้า แล้วก็ผู้กำกับที่ต้องดูความพร้อมสถานที่ก่อนถ่ายทำจริงตะวันไม่รู้จักใครในที่นี่ เขาลงจากรถแล้วเดินตามผู้จัดการของตัวเองไปมีบางคนที่เห็นเขาก็เข้ามาทักทาย ถามว่าหายดีแล้วเหรอ สบายดีไหม ร่างบางทำเพียงส่งยิ้มกลับไปให้คนถามส่วนที่เหลือพี่ดารินจะเป็คนตอบให้เขาเอง จากนั้นก็มากระซิบบอกเขาว่ามีใครชื่ออะไรบ้างทำหน้าที่อะไร เขาก็พยักหน้าไปแล้วจดจำชื่อคนทุกเอาไว้ในใจ
“ เดี๋ยวพี่พาตะวันไปแต่งหน้าก่อนนะ ” ดารินเอ่ยก่อนจะพานักแสดงหนุ่มไปที่เต็นท์แต่งหน้าของนักแสดง
“ คุณดารินสวัสดีค่ะ ” ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองเอ่ยทักผู้จัดการสาวสุดสวยที่เดินเข้ามาในเต็นท์ด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง
ในกองถ่ายละครนี้มีช่างแต่งหน้าทั้งหมดสามคนคนที่เข้ามาทักเป็ช่างแต่งหน้าคนประจำของดาราหนุ่มอย่างตะวัน อีกสองคนเป็ผู้หญิงชื่อเก๋กับนิด
เพราะยังเช้าอยู่ในเต็นท์จึงไม่มีนักแสดงคนอื่นพวกเขาเลยมีเวลาว่างมานั่งเมาส์มอยกันพอเห็นว่ามีนักแสดงมาแล้วก็ลุกขึ้นมาทำงาน
“ สวัสดีค่ะพี่บอล รินพาตะวันมาแต่งหน้าค่ะ ”
“ ได้ค่ะ น้องตะวันมานั่งเลยค่ะเดี๋ยวพี่แต่งหน้าให้ ”
“ ครับ ” เดินไปนั่งที่เก้าอี้
หลังจากที่ตะวันแต่งหน้าเสร็จแล้วก็มานั่งอ่านบทละครรอเข้าฉากความจริงในใจของเขาตอนนี้รู้สึกประหม่าอยู่นิด ๆ กลัวว่าจะแสดงออกมาไม่ดี เพราะเขาเองก็ไม่เคยทำงานแสดงมาก่อนอาชีพเดิมก็เป็แค่พนักงานธรรมดาที่วัน ๆ ก็อยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น
นักแสดงคนอื่นๆ เริ่มทยอยมากันแล้ว ดวงตากลมโตลอบมองใบหน้าของนักแสดงคนอื่น ๆ ที่กำลังนั่งแต่งหน้ากันพวกนักแสดงทุกคนสวยหล่อกันหมด นี่เขามานั่งทำอะไรตรงนี้เนี่ย! มีแต่คนหน้าตาดี ๆ กันทั้งนั้น
เอ๊ะ!ไม่ใช่สิตอนนี้เขาอยู่ในร่างตะวันที่เป็ดาราดังนั้นเขาก็ต้องหน้าตาดีด้วยสิ
อืมเขาว่าหน้าตาเขาก็หล่อพอตัวอยู่นะ อยู่ในระดับดีเลยล่ะ
“ ตะวันพร้อมแล้วใช่ไหม ” ผู้กำกับละครถามตะวันก่อนที่จะเริ่มถ่ายจริง
“ ครับ ” ถึงบอกว่าไม่พร้อมก็ไม่ได้แล้วไหม มาขนาดนี้แล้วเขาก็ต้องพร้อมแล้วแหละอีกอย่างเขาก็ไม่อยากเป็ภาระของคนอื่น ๆ ชายหนุ่มบอกกับตัวเองว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด
ฟู่ตื่นเต้นชะมัด
“ ไม่ต้องเครียดนะ ทำใจสบาย ๆ ”
“ ครับ ” สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จนเต็มปอด หัวใจของเขาเต้นถี่ขึ้นตอนที่อ่านบทไม่รู้สึกอะไร แต่พอจะเริ่มถ่ายแล้วก็อดรู้สึกตื่นประหม่าไม่ได้
“ เราจำบทได้แล้วใช่ไหม ” พยักหน้าลงเล็กน้อยเขาจำบทได้แล้วแต่ยังไม่ค่อยแม่นมากเท่าไร
ผู้กำกับรู้เื่ที่ดาราหนุ่มความจำเสื่อมแล้วไม่กี่วันก่อนผู้จัดการของอีกฝ่ายโทรมาบอกล่วงหน้าแล้วหลังจากวางสายไปเขาก็กังวลเื่การแสดงของตะวันอยู่ไม่น้อย ว่าจะสามารถทำออกมาได้ดีเหมือนกับเมื่อก่อนหรือเปล่าถ้าไม่ได้พวกเขาคงจะลำบาก เพราะละครถ่ายทำไปครึ่งเื่แล้ว จะเปลี่ยนคนแสดงก็ต้องเสียเวลาหาคนมาเปลี่ยนและมาเริ่มถ่ายใหม่อีกได้แต่หวังว่าให้ผลออกมาดีแม้ว่าจะไม่ดีเท่าเก่าก็ไม่เป็ไร
แอ็คชั่น
กล้องเริ่มบันทึกภาพการแสดงผู้จัดการสาวยืนมองตะวันอย่างเป็ห่วง เธอกลัวว่าดาราหนุ่มจะตื่นเต้นจนทำออกมาไม่ดี แต่ผลที่ออกมาดีกลับดีเกินคาด ตะวันแสดงออกมาอย่างธรรมชาติทำให้เธอรู้สึกโล่งอกไปเปราะหนึ่งที่เหลือก็ต้องดูหลังจากนี้
“ พัก 5 นาทีครับ ช่างแต่งหน้าไปซับหน้าให้นักแสดงหน่อย เหงื่อเต็มหน้าหมดแล้ว ”ผู้กำกับเอ่ย
“ ได้ค่ะ ”
“ เป็ยังไงตะวัน โอเคไหม ” ผู้จัดการสาวเดินเข้ามาพุดคุยกับดาราหนุ่มหลังจากที่ผู้กำลังสั่งพัก
“ ครับ ”
“ ร้อนไหม มาเดี๋ยวพี่พัดลมให้ ”
ตะวันพยักหน้าแดดที่ทะเลค่อนข้างแรงเขาเริ่มร้อนนิด ๆ รู้สึกเหงื่อชุ่มไปทั้งตัว พอดีลมเย็น ๆ จากผู้จัดการสาวที่คอยพัดลมให้ก็ดีขึ้น ห้านาทีผ่านไปตะวันก็ต้องกลับมาอยู่หน้ากล้องต่อ
พวกเขาถ่ายกันไปจนถึงตอนเย็นและแล้วการถ่ายทำของวันนี้ก็จบลงไปด้วยดีทุกคนนั่งทานอาหารก่อนจะแยกย้ายกันกับที่พักของตัวเองวันนี้ตะวันรู้สึกเหนื่อยมากเขาอยากกลับไปพักผ่อนมากกว่าเลยขอตัวกลับก่อน ไม่ได้อยู่ทานอาหารร่วมกับคนอื่นๆ เขาเอ่ยลาทุกคนจากนั้นผู้จัดการสาวก็ขับรถมาส่งเขาที่บ้านพัก
“ กลับมาแล้วเหรอ ”
“ ครับ ”
“ ถ่ายละครเป็ยังไงบ้าง ”
“ ตอนแรก ๆ ก็รู้สึกเกร็งครับ แต่พอถ่ายนาน ๆ ก็สนุกดีครับ ”แล้วก็เหนื่อยด้วย ประโยคอย่างหลังตะวันไม่ได้พูดออกมา ไม่คิดเลยว่าการเป็ดาราแล้วจะเหนื่อยขนาดนี้นี่แค่วันเดียวเท่านั้นนะ
“ ถ้าทำแล้วชอบก็ดี ” เพราะถ้าคนน้องบอกว่าไม่ชอบรู้สึกอึดอัดเขาก็จะไม่ให้ตะวันทำอีกแค่เสียค่าปรับไม่กี่บาทเขามีปัญญาจ่ายให้อยู่แล้ว
“ หิวหรือยัง หื้ม ”
“ หิวมากกก ” ตอบเสียงยาว
“ หึ งั้นขึ้นก็ไปอาบน้ำให้สบายตัว แล้วค่อยมาทานข้าวพร้อมกัน ”
“ ครับ พี่สิงห์รอผมแปบนึงนะ ” ว่าเสร็จก็รีบวิ่งเข้าห้องไป
ราชสีห์ส่ายหัวให้กำลังความเป็ว่าที่ภรรยาโตจนจะแต่งงานงานแล้วยังทำตัวเป็เด็กไปได้ วิ่งแบบนั้นไม่กลัวล้มหรือไงที่จริงพรุ่งนี้เขาต้องเดินทางกลับแล้วคงอยู่ต่อไม่ได้ เพราะมีงานอีกมากที่ต้องกลับไปทำหลังจากที่หยุดงานมาหลายวันตอนนี้งานคงจะล้นโต๊ะทำงานของเขาไปแล้ว
ไม่นานร่างบางก็แต่งตัวในชุดพร้อมนอนลงมาทั้งสองคุยกันเล็กน้อยระหว่างทานข้าวเย็น
เมื่อขึ้นมาบนห้องราชสีห์ก็บอกคนน้องว่าพรุ่งนี้เขาต้องกลับไปทำงานต่อแล้วคงจะไม่ได้กลับพร้อมกับอีกคนตะวันฟังแล้วก็รู้สึกโหวงเหวงในใจ ไม่อยากให้ร่างสูงกลับไปเลย แต่จะขัดก็ทำไม่ได้ ในเมื่ออีกฝ่ายต้องกลับไปทำงานจะมาอยู่กับเขาตลอดคงเป็ไปไม่ได้
“ ตะวัน มานั่งตรงนี้มา ” เมื่อเห็นว่าคนเป็น้องเงียบราชสีห์ก็ใจไม่ดี ตะวันเองก็ไม่พูดอะไร แต่ก็ยอมเดินไปนั่งข้างร่างสูง
“ พี่จะให้ผู้จัดการของตะวันมาพักที่นี่ด้วย ระหว่างอยู่นี่ตะวันจะได้ไม่เหงาดีไหมครับ ”
“ ครับ ”
“ เอาไว้วันที่ตะวันกลับ พี่จะมารับดีไหมครับ ”
“ พี่สิงห์จะมารับผมจริงเหรอ ” สีหน้าของตะวันดีขึ้นเมื่อได้ยินว่าคนตรงหน้าบอกว่าจะมารับ
“ จริงสิ พี่จะโกหกทำไม ”
“ สัญญาแล้วนะ งั้นเรามาเกี่ยวก้อยสัญญากัน ” ยกนิ้วก้อยขึ้นมาชูตรงหน้าของร่างสูง
“ ครับ สัญญา ” ราชสีห์มองนิ้วก้อยเล็ก ๆ ของร่างบางเขายิ้มออกมาเล็กน้อยก่อยจะยกนิ้วก้อยของตัวเองมาเกี่ยวกัน