11
คนที่มิคิดว่าจะได้พบ
ยังไม่ทันที่อิงมี่จะได้โต้ตอบอะไรคนตรงหน้าก็ถูกเสียงเรียกของเซี่ยเฟยหงดึงความสนใจไปเสียก่อน
“ท่านพี่!!”
“ไม่สิ...ตอนนี้ต้องเรียกว่าเซี่ยอ๋องสินะขอรับ…”ร่างสูงเดินยิ้มมาแต่ไกลทันทีที่เห็นพี่ชายเขาไม่ได้พบหน้าพี่มาประมาณสามสี่ปีได้กระมัง เพราะหลังจากงานมงคลแล้วท่านพี่ต้องย้ายไปนั่งตำแหน่งอยู่ที่เมืองเหอป๋อที่อยู่ถัดจากเมืองนี้ไปค่อนข้างไกลทีเดียว
“ก่อนอื่น…เ้ามีเื่ที่ต้องจัดการนะเฟยหง…” เซี่ยอ๋องพูดพลางปรายตามองมาทางอิงมี่ที่ตอนนี้ลุกขึ้นมายืนตรงกลางระหว่างเซี่ยอ๋องและเฟยหง
“เ้าปล่อยให้สตรีเข้ามาดูการฝึกรบได้อย่างไร?”เฟยหงมองตามก่อนเอ่ยว่า
“เรียนท่านพี่...สตรีคนนี้คือหานอิงมี่ภรรยาของข้าเอง”
“น้องอิงมี่อย่างนั้นรึ...ไม่เจอกันนานมินึกว่าตอนนี้เ้าจะเติบโตเป็สตรีที่งดงามถึงเพียงนี้” เซี่ยอ๋องพูดด้วยความประหลาดใจแล้วก็กลับมาเื่ที่พูดค้างไว้…
“แต่ถึงอย่างไรนางก็มิมีสิทธิ์จะมาอยู่ตรงนี้หรอกนะ…”
“มีสิเ้าคะเพราะข้าน่ะจะไปออกรบกับท่านพี่เฟยหง” อิงมี่พูดพลางหยิบพระราชโองการของฮ่องเต้ส่งให้เซี่ยอ๋องอีกฝ่ายรับไปดูด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ แล้วก็ส่งคืนให้นาง
“คู่ของพวกเ้าช่างรักกันเสียจริงขนาดเ้าจะไปรบ นางยังขอตามไปด้วย” หลังเซี่ยอ๋องพูดจบอิงมี่ก็แอบสำลักเล็กน้อย
รักหรือเ้าคะ…คุณชายใหญ่อย่าเข้าใจแบบนั้นสิเ้าคะ แต่เซี่ยเฟยหงกลับตอบว่า
“ใช่แล้วขอรับพวกเรารักกันม๊ากมากก” แล้วก็ถามเซี่ยอ๋องว่า
“ว่าแต่ทำไมท่านพี่ถึงได้มาร่วมรบกับเราหรือขอรับ?”
“มีพระราชโองการเรียกตัวพี่มาน่ะสิ…จะว่าไปไม่ได้ออกรบเสียนาน ตอนนี้ฝีมือพี่ด้อยกว่าเ้าแล้วล่ะเฟยหง”
“มันก็ไม่แน่หรอกขอรับ”พลันอิงมี่เห็นเป็โอกาสดีจึงพูดขึ้นมาว่า
“ข้ายังไม่มีอาชาเลยเ้าค่ะ”
“งั้นหรือ?”แล้วนางก็หันไปฟ้องเซี่ยอ๋อง
“เ้าค่ะก็ท่านพี่เฟยหงไม่ยอมพาข้าไปดูอาชา”
“ทำไมล่ะเฟยหง?”เซี่ยอ๋องหันไปถามเฟยหงอย่างคาดคั้น
“ยะ…ยุ่งกับการฝึกซ้อมกองทัพน่ะขอรับ งั้นข้าไปซ้อมต่อนะขอรับ” แล้วเฟยหงก็เดินจากไป
‘หึใช่ที่ไหนกันเล่า! ท่านพยายามขัดขวางข้าไม่ให้ไปต่างหาก’
เซี่ยอ๋องจึงหันมาทางอิงมี่แล้วบอกว่า
“งั้นเดี๋ยวข้าพาเ้าไปเลือกอาชาที่คอกม้าหลวงละกัน”
“จะดีหรือเ้าคะท่านเซี่ยอ๋องมิต้องฝึกซ้อมหรือ?”
“มิเป็ไรข้ามิจำเป็ต้องรีบร้อนซ้อมตอนนี้ อีกอย่างอย่าเรียกข้าเต็มยศเลยเรียกแบบที่พวกเราเคยเรียกเถอะ…ยกเว้นต่อหน้าผู้อื่น”
“พี่เฟยชงงั้นหรือเ้าคะ?”อิงมี่ถามด้วยความไม่แน่ใจ
“ใช่แล้วล่ะส่วนพี่ขอเรียกเ้าว่าอิงมี่ละกัน” เขาพูดแล้วยิ้มบางๆ
“เ้าค่ะ”อิงมี่พูดแล้วยิ้มตอบคุณชายใหญ่จะรู้ไหมหนอว่าตอนนี้หัวใจของนางกำลังเต้นไม่เป็จังหวะ คิดถูกจริงๆที่ดื้อดึงจะตามคุณชายรองมาด้วย ถึงตัวนางจะไม่ได้ขอแค่ได้มองคุณชายใหญ่ใกล้ๆ อย่างนี้ก็พอใจแล้วระหว่างทางเซี่ยอ๋องก็ได้ชวนนางคุยเื่เก่าๆ ในอดีต
“น้องอิงมี่จำตอนนั้นได้หรือไม่ที่เ้าแกล้งเอาตำราเรียนของเฟยหงไปซ่อนน่ะ”
“จำได้สิเ้าคะเอ๊ะ...ตอนนั้นท่านพี่เฟยชงก็ร่วมมือด้วยนี่เ้าคะ”
“จริงรึข้ามิเห็นจะจำได้”
“ไม่เอาน่าอย่าเนียนสิเ้าคะ”
“แล้วก็ตอนนั้นที่เ้าแกล้งทำผีหลอกใส่น้องข้าจนน้องข้าฉี่ราด จำได้หรือไม่”
“เอ๋…”
“เ้าจำมิได้หรือ?”
“มีตอนนั้นด้วยหรือเ้าคะ?”
“ใช่แล้วตอนนั้นน่ะเฟยหงนอกจากจะฉี่ราดแล้วยังะโเสียลั่นจวน”
“อ้อ…คลับคล้ายคลับคลาแล้วล่ะเ้าค่ะ...”
“แล้วตอนนั้นที่เ้าโกรธอะไรข้าสักอย่างแล้วแอบวางยาถ่ายลงในขนมที่ท่านน้าชุนฮวาเอามาให้ข้ากินล่ะจำได้รึไม่?”
แน่นอนว่าจำได้เ้าค่ะ ก็ตอนนั้นท่านพี่เฟยชงน่ะไม่ยอมมาเล่นเดินหมากกับข้าตามที่สัญญากันไว้นี่นาแต่ตอนนั้นข้าก็มิรู้เหมือนกันเ้าค่ะว่ายาถ่ายที่ใส่ให้ท่านพี่กินมันจะร้ายแรงขนาดนั้น…ตอนนี้ข้ายังรู้สึกผิดอยู่เลยแต่กับคุณชายรองข้ารู้สึกผิดมิลง…
“จำได้เ้าค่ะตอนนั้นข้าต้องขออภัยด้วย ข้ายังไม่รู้ความ”
“มิเป็ไรๆฮ่าๆๆ”
“แล้วก็…….”
“ฮะๆๆๆ”
“นี่ๆยังมีอีกนะ….”
ทั้งคู่เดินคุยกันเรื่อยๆ ไปตามทางส่วนมากจะเป็เื่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ไม่ก็เื่ราวในวัยเยาว์ซึ่งตัวนางเองก็เพิ่งรู้ว่าตัวนางมีวีรกรรมมากกว่าที่นางคิดส่วนมากจะเป็การแกล้งเฟยหง สงสัยที่ต้องมาแต่งงานกับเขาก็เพราะรับกรรมกระมัง…
เอ…นางยังไม่ได้เอ่ยขอบคุณคุณชายใหญ่สำหรับเื่ในวันนั้นที่เขาเคยช่วยชีวิตนางไว้เลย
“พี่เฟยชงขอบคุณมากที่ตอนเด็กๆ พี่…”
แต่ไม่ทันไรทั้งคู่ก็เดินมาถึงคอกม้าเสียก่อน…
อิงมี่จึงคิดว่าเอาไว้ก่อนละกัน…อย่างไรก็ต้องอยู่ร่วมกันในสนามรบไปอีกนาน!