Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 63 ผ่านฉลุย

    ตอนที่ 63 ผ่านฉลุย

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****

     

     


    “จ้าวแห่งเวทเพลโตในอดีตเคยเป็นนักบวชชั้นสูงระดับพระอครคาดินัล เขาคือนักบวชที่เริ่มสงสัยในพระอำนาจของพระเจ้า แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนแรก แต่เขาก็ยังเป็นผู้ที่กล้าที่จะท้าทายกับศาสนจักร เป็นผู้ที่เอ่ยความคิดที่ว่าโลกไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาล อีกทั้งยังคิดทฤษฎีใหม่ๆ กลายเป็นยักษ์ที่ให้พวกเราได้ยืนบนบ่า ทฤษฎีแรกที่เขาคิดค้นก็คือ ...”


    เมอร์ลินเริ่มกล่าวประวัติของจ้าวแห่งเวท เพลโต 


    น้ำเสียงในการเล่าเรื่องของเขามีทั้งทุ้มต่ำมีทั้งขึ้นเสียงสูง รักษาจังหวะการเล่าเรื่องราวกับออสตินกลายเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งที่กำลังฟังเขาเล่านิทาน


    ประวัติของเพลโตถูกเล่าออกมาจากปากของเด็กน้อยผมสีเงินไม่ต่างไปจากการฟังละครที่น่าตื่นเต้นฉากหนึ่ง การคิดค้นทฤษฎีได้แต่ละอย่างล้วนใช้การสังเกตที่หลักแหลมของเพลโต อีกทั้งการดั้นด้นทำการทดลองแล้วนำผลลัพธ์มาวิเคราะห์หาผลสรุปล้วนแล้วแต่สร้างความตื่นเต้นให้กับออสตินได้เป็นอย่างดีทั้งสิ้น


    ต้องรู้ไว้ว่าครั้งหนึ่งออสตินเคยเป็นคนที่เล่าประวัติคร่าวๆ ของเพลโตให้เมอร์ลินได้ฟัง ทว่าตอนนี้เขากลับได้ฟังในสิ่งที่เมอร์ลินเล่าออกมา มันมีความละเอียดและลึกซึ้งยิ่ง


    เมอร์ลินได้อ่านหนังสือหลายเล่ม แน่นอนว่าหนังสือหลายเล่มล้วนแล้วแต่ถูกเขียนด้วยผู้เขียนที่ต่างกัน 


    เพลโตเป็นตัวตนที่เคยมีอยู่ในสามหมื่นกว่าปีก่อน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นจ้าวแห่งเวท แต่เขาก็ไม่ได้มีอายุขัยที่ยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นประวัติและเรื่องเล่าของเขาย่อมมีหลากหลาย


    พวกเขาเหล่านั้นล้วนนำเสนอเพลโตในหลายมุมมอง ซึ่งรวมไปถึงการสร้างทฤษฎีแต่ละทฤษฎีอีกด้วย 


    ประวัติของเพลโตที่ถูกเล่าออกมาจากปากของเมอร์ลิน แน่นอนว่าเมอร์ลินไม่ได้นำมาจากหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง แต่เขาเล่ามันออกมาจากความเข้าใจของตนเอง


    เขาเล่าความน่าจะเป็นของเพลโตจากการวิเคราะห์ข้อมูลมากมายที่เขาได้รับมา


    แน่นอนว่าเขาสามารถเอ่ยมันออกมาได้อย่างฉะฉาน


    นอกจากนี้เขาเองก็สนใจในเรื่องทฤษฎีต่างๆ ด้วย นั่นจึงทำให้เขาเล่ามันออกมาได้อย่างเมามัน


    ครั้งนี้ศาสตราจารย์ออสตินก็รู้สึกเคลิ้มไปอีกเช่นกัน เวลาผ่านไปถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก่อนที่เขาจะรู้สึกตัวในตอนที่เมอร์ลินกำลังเล่าถึงทฤษฎีหนึ่งที่เพลโตได้สร้างขึ้นมา


    มืออันเหี่ยวย่นของออสตินตบไปที่ใบหน้าของตนเองเบาๆ เพื่อเรียกสติคืนกลับมา


    เมื่อมองเวลาก็พบว่าตอนนี้เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงคืนแล้ว


    “หยุด ... พอได้แล้ว ฉันพอใจกับคำตอบข้อนี้ของเธอมาก” 


    ครั้งนี้ออสตินมองไปยังเมอร์ลินอย่างอึ้งๆ เขาไม่คิดว่าเด็กน้อยอายุสิบเอ็ดปีจะทำให้เขาเคลิบเคลิ้มไปกับการบรรยายได้ขนาดนี้


    หากเหล่าศาสตราจารย์เฒ่าในมหาวิทยาลัยเก่าของเขารู้เรื่อง พวกเขาคงจะหัวเราะเขาจนฟันหักเป็นแน่


    ออสตินมองเด็กชายผู้มีเรือนผมสีเงินที่กำลังดื่มน้ำอย่างไม่เชื่อในสายตาตัวเอง 


    นี่เป็นเด็กอัจฉริยะแบบใดกันถึงได้รู้เรื่องทฤษฎียากๆ ได้ลึกซึ้งแบบนี้


    ตอนนั้นเองออสตินก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้


    ‘ทฤษฎี? ทฤษฎีเหล่านี้ไม่ใช่ว่ามันอยู่ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยเวทมนตร์ระดับทองหรอกหรือ?’ ใบหน้าของเขาแสดงมาอย่างรู้สึกทึ้งในความคิดของตนเอง


    ทฤษฎีเหล่านี้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่นักเรียนโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นสูงจะเรียนรู้ได้อย่างแน่นอน ต่อให้สามารถเรียนรู้ได้ พวกเขาก็ต้องทุ่มเทจนสามารถสอบเข้าในระดับมหาวิทยาลัยเวทมนตร์ผ่านได้


    องค์ความรู้ของเมอร์ลินในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะก้าวหน้าเกินกว่านักเรียนทั่วไปไปมากแล้ว


    นั่นทำให้ออสตินเริ่มไม่แน่ใจว่าเด็กน้อยควรจะเรียนอยู่ในโรงเรียนเวทมนตร์หรือไม่


    ‘หรือฉันควรส่งเขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยโดยตรงดี?’


    ‘บ้าไปแล้ว! นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่ เด็กคนนี้อายุแค่สิบเอ็ดปีเท่านั้น ด้วยอายุเพียงแค่นี้แม้แต่โรงเรียนเวทมนตร์ชั้นสูงก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ ...’


    ตอนนั้นเองในหัวของออสตินเหมือนกำลังจะตีกับความคิดของตนเอง


    จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงของเมอร์ลินที่ดังขึ้นมา ทำให้เขาตื่นออกจากภวังค์ของตนเอง


    “พวกเราเริ่มคำถามข้อที่สามได้รึยังครับ?” เมอร์ลินเอ่ยพร้อมกับหันไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาตอนนี้เวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว


    แม้เขาจะชินกับการไม่ได้นอนเพราะฝึกฝนเคล็ดวิชาพลังสมาธิของออสติน แต่สถานการณ์ในตอนนี้นั้นต่างออกไป เขาไม่เพียงไม่ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาแต่ยังตอบคำถามทดสอบของออสติน ดังนั้นมันจึงเป็นการเปลืองแรงกายยิ่ง


    ทว่าชายชรากลับไม่ได้ตอบคำถามของเมอร์ลินในทันที เขายังคงจ้องมองเด็กน้อย


    “นี่ความหล่อของผมทำให้คุณพ่อจ้องมองจนตาค้างขนาดนี้ได้เลยหรอ บ้าจริง! ผมไม่ควรเกิดมาหน้าตาหล่อเหล่าขนาดนี้เลย มิน่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาใครๆ ในหอสมุดก็จ้องมองมาที่ผม มันเป็นเพราะความหล่อของผมนี่เอง” เมอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจ


    ใช่แล้ว นี่เป็นการแสดงออกที่จริงใจ เขาเชื่อในความหล่อของตนเอง


    หลังจากที่เขาได้ส่องกระจกในบ้านของออสตินครั้งแรก เขาก็ยิ่งเชื่อแบบนี้เสมอมา


    เมื่อได้ยินคำพูดนี้ออสตินก็ตื่นจากภวังค์และแสดงใบหน้าน่าเกลียดออกมา


    “ให้มันน้อยๆ หน่อย ตอนนี้ก็ดึกแล้ว ไว้พวกเราค่อยมาต่อกันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” ออสตินเอ่ยตัดความ


    “หืม?” เมอร์ลินเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ ทั้งๆ ที่เขาเตรียมพร้อมมาแล้วแท้ๆ


    “ไม่ต้องหืม ต้องหือ เป็นเด็กเป็นเล็กตอนนี้ควรเข้านอนได้แล้ว ไป ไป”


    ว่าแล้วชายชราก็เดินไปที่ห้องนอนของตนเองทันที


    ห้องพักของพวกเขาเป็นห้องชุดที่มีสองห้องนอนและหนึ่งห้องรับแขกที่โอ่อ่า


    หลังจากที่มหาทวีปปราศจากสงคราม พวกเขาก็เริ่มสนใจในศิลปะวัฒนธรรมมากขึ้น นั่นทำให้เมืองต่างๆ มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม และมีโรงแรมที่พักที่สวยงามน่าพักแบบนี้


    เมอร์ลินยิ้มและส่ายศีรษะเล็กน้อย เนื่องจากเขาไม่ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาพลังสมาธินั่นทำให้เขาเริ่มง่วงแล้วเหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงเข้านอนตามคำพูดของออสติน


    ในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ทั้งสองรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว ออสตินก็ทำตามคำพูด เขาเรียกเมอร์ลินให้มาตอบคำถาม


    แน่นอนว่าเขาไม่ได้จำกัดเวลาในการตอบคำถามอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นคำถามห้าสิบข้อเมอร์ลินจึงใช้เวลาตอบหลายวัน


    จากเดิมที่คิดว่าเพียงเวลาหนึ่งคืนควรเสร็จสิ้น กลายเป็นว่ามันลากยาวไปเกือบหนึ่งอาทิตย์


    หลังจากที่เมอร์ลินตอบคำถามทั้งหมดของออสตินได้ ชายชราก็ยิ้มออกมา


    “ดี! ดีมาก! เธอสอบผ่าน! เชื่อได้ว่าการสอบเทียบครั้งนี้เธอสามารถทำมันได้อย่างสบายแน่นอน” เขากล่าวด้วยเสียงหัวเราะ


    เห็นได้ชัดว่าออสตินมองเห็นถึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมของเมอร์ลิน


    การตอบคำถามเช่นนี้แทบจะไม่ต่างไปจากตอนที่เขาสอบปากเปล่ากับนักศึกษาระดับแพทตินั่มที่เขาสอนเลยด้วยซ้ำ แม้ว่าหัวข้อที่ถามจะต่างออกไปก็ตาม