ราชันย์ราชบัลลังก์เลือด

    ตอนที่ 20 กระชากวิญญาณ

    ลั่วเทียนไม่รอให้ฮั้วฉานกล่าวต่อ เขาสร้างม่านอักขระกาลเวลาขึ้นมาโดยให้มีเฉพาะตัวเขาและฮั้วฉานเท่านั้นที่สัมผัสการเปลี่ยนแปลงของเวลาได้ ด้านนอกม่านอักขระกาลเวลาแทบจะหยุดนิ่งในทันที ส่วนด้านในเหมือนเวลาเดินปกติทั่วไป
    ลั่วเทียนใช้อักขระกาลเวลากักขังบุคคลที่ต้องการแล้วเขาจำเป็นต้องใช้พลังงานเป็นอย่างมากในการควบคุมหากผู้ที่ต่อกรด้วยอยู่ในระดับสูง แต่หากเป็นผู้บ่มเพาะพลังงานขั้นเซียนปฐพีแล้ว แทบจะไม่สิ้นเปลืองพลังงานของตัวเขาเองเลย
    ลั่วเทียนเดินเข้าไปหาพร้อมกับจิตสังหารที่พรั่งพรูในตัวเขาส่งไปทางฮั้วฉาน ตอนนี้ฮั้วฉานสังเกตได้แล้วว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าตัวเขาเองมันไม่ปกติ
    สิ่งที่ฮั้วฉานมองเห็นคือทั้งลูกค้าและคนของหอการค้า ต่างพากันหยุดนิ่งไปกันหมด จะมีแต่ก็ตัวเขาและบุคคลตรงหน้าที่สามารถเคลื่อนไหวได้
    ถึงแม้จะเป็นแบบนั้นแต่ฮั้วฉานก็ยังคิดว่าบุคคลตรงหน้าอาจจะทำอะไรสักอย่างให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่กลัวเนื่องด้วยคนที่เขาเผชิญมีระดับการบ่มเพาะพลังงานขั้นผู้ฝึกตนและจิตสังหารที่เขาแทบจะไม่รู้สึกอะไร อีกอย่างด้วยระดับการบ่มเพาะพลังงานที่ห่างกันถึงสองขอบเขตทำให้ฮั้วฉานมั่นใจมากขึ้น
    ลั่วเทียนกล่าวกับฮั้วฉานด้วยความเย้ยหยันถึงความโง่งมที่มองสถานการณ์ไม่ออก "เจ้าจงจำไว้ชื่อของข้าคือลั่วเทียน แม้แต่สวรรค์หรือนรกภมูิ ก็ยังต้องให้เกียรติข้า พวกมดปวกอย่างเจ้าแม้จะตายเป็นร้อยชีวิตก็ยังมิควรให้ข้าต้องลงมือ"
    ลั่วเทียนกล่าวเสร็จเขานำแจกันโบราณสีเขียวออกมาใช้อีกรอบ หลังจากลั่วเทียนเปิดจุกออกเขาก็กล่าวกับควันสีดำที่ลอยอยู่ตรวหน้า "ไปจัดการนำวิญญาณของมันมาเป็นอาหารให้กับเจ้าซะ แล้วก็ให้เหลือแต่ร่างกายของมันไว้"
    "ได้เลยนายท่าน" กล่าวเสร็จควันสีดำก็ลอยไปตรงหน้าฮั้วฉานทันที
    ขณะนี้ฮั้วฉานอาการของเขาไม่เหมือนกับตอนแรกที่ไม่มีความเกรงกลัวอะไรเลย จิตใจของเขาแทบจะระเบิดออกมาทันที ความกลัวเริ่มกัดกินจิตใจเขา ฮั้วฉานได้เอาแต่คิดว่ามันเป็นแบบนี้ได้ยังไง
    ปัง ! ฮั้วฉานรีบคุกเข่าลงพื้นเสียงดัง จนหัวเข่าของเขากระดูกแทบหัก ด้วยความกลัวที่ว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้คุกเข่าอีก พร้อมกับกล่าวออกไปว่า "นายน้อยผู้สูงส่ง โปรดให้อภัยผู้โง่เขลาเบาปัญญาอย่างข้าด้วย" ฮั้วฉานกล่าวกับลั่วเทียนทั้งน้ำตา
    ลั่วเทียนไม่กล่าวอะไรอีกต่อไป ควันสีดำทำการกระชากวิญญาณออกมาจากร่างของฮั้วฉานทันที ฮั้วฉานได้แต่ร้องเสียงหลงว่า "ไม่......เอื้อก"
    ควันสีดำใช้โซ่ผูกคอฮั้วฉานลากวิญญาณให้เข้าไปในแจกันทันที ก่อนที่เขาจะลอยเข้าไปในแจกันก็กล่าวกับลั่วเทียน "ขอบคุณนายท่านสำหรับอาหาร"
    ลั่วเทียนปิดจุกแจกันโบราณทันที พร้อมกับปลดปล่อยม่านอักขระกาลเวลา หลังจากม่านกาลเวลาหายไปแล้วร่างของฮั้วฉานก็ร่วงลงสู้พื้นทันที ทำให้ผู้คนบริเวณนั้นตื่นตกใจกันหมด อยู่ดี ๆ ทำถึงได้มีคนลงไปนอนกับพื้น
    พนักงานอีกคนของหอการค้ารีบเข้ามาตรวจสอบถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับฮั้วฉานว่าทำไมถึงล้มลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น
    หลังจากตรวจอาการของฮั้วฉานแล้ว พนักงานก็มีสีหน้าตกใจขึ้นมาทันทีเพราะเขาทราบดีว่าฮั้วฉานได้ตายลงแล้ว ด้วยความมีสติของพนักงานคนนี้ เขาแสร้งบอกคนบริเวณนั้นว่าฮั้วฉานแค่เป็นลม แล้วรีบนำร่างของฮั้วฉานออกไปจากบริเวณนั้นทันที เพื่อที่จะต้องไปรายงานให้ผู้ดูแลหอการค้าทราบ และรีบมาตรวจสอบถึงสาเหตุ
    เย่หลันคิดถึงเหตุการณ์ที่จู่ ๆ ฮั้วฉานก็ล้มลงไป ขณะที่กำลังกล่าวกับลั่วเทียน นางคิดว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นต้องมาจากลั่วเทียนเป็นแน่