ถนนสายแสงจันทร์ (จบ)

    บทที่7

    การแต่งตัวของเขาในวันนี้แตกต่างกว่าเมื่อครั้งอดีตอย่างสิ้นเชิงนับแต่รองเท้าที่ขัดเป็นมันปลาบขึ้นไปถึงกางเกงขายาวสีน้ำตาลตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อดี เสื้อเชิ้ตผ้าไหมลายพิมพ์สเลเตอร์ แม็คไบรด์ วันนี้ ได้เปลี่ยนแปลงรูปโฉมเป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ

                  ความอ่อนโยนเมื่อครั้งวัยหนุ่มได้เลือนหายไปจากใบหน้าแววแห่งความกระตือรือร้นความชื่นบานแจ่มใสและมองโลกในแง่ดีราวจะไม่เคยพ้องพานเขามาก่อนเลยการเจริญวัยขึ้นเป็นผู้ใหญ่ได้นำความแน่วแน่มั่นคงเข้ามาฝังฝากรอยไว้บนใบหน้าจนสามารถมองเห็นได้อย่างเด่นชัดและยังเสริมสร้างความชาตรีให้กับความคมสันของใบหน้านั้นอีกด้วย

                  ไม่ต้องสงสัยเลยว่า..ความเปลี่ยนแปลงทุกประการที่เกี่ยวกับตัวเขานั้นเป็นไปในทางที่ดีทั้งสิ้นประสาททุกส่วนในเรือนกายของดอว์นยามนี้ ส่งเสียงเพรียกหาเขาออกไปพร้อมๆ กัน ราวกระแสน้ำที่ไม่มีสิ่งใดทัดทานได้มันเป็นทั้งกระแสแห่งความรักและความเสียใจที่หลั่งไหลออกจากตัวเธอปานเกลียวคลื่น

                  แต่กระนั้นดอว์นก็ยังยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ได้ผวาวิ่งออกไปต้อนรับเขาและสีหน้าของเธอก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อยปฏิกิริยาทั้งหลายที่เกิดขึ้นถูกเก็บกดไว้ภายในระหว่างใช้ชีวิตแต่งงานอยู่กินกับซิมป์สันดอว์นได้เรียนรู้ที่จะเก็บความรู้สึกแท้จริงไว้อย่างดียิ่ง

                  เมื่อเธอประสานสายตากับดวงตาคู่สีเทานั้นดอว์นออกจะดีใจที่เธอไม่ได้เริ่มต้นการพบปะในครั้งนี้ โดยใช้อารมณ์เป็นตัวนำความห่างเหินที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้นมันสร้างความหนาวเยือกเย็นให้เกิดขึ้นตอนที่เธอเริ่มต้นพูดขึ้นก่อนนั้น มีความรู้สึกเหมือนกำลังทลายกำแพงน้ำแข็งลง

                  “เฮลโล สเลเตอร์”

            น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลบอกความเป็นกันเอง

            “ดีใจนะคะที่เห็นคุณสุขสบายดี”

                  “ขอบใจ”

            เขาเพียงพยักหน้าขรึมๆน้ำเสียงของเขาเกือบจะหยันเยาะเมื่อเอ่ยต่อว่า

            “ผมถือโอกาสนี้แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของสามีคุณด้วยนะครับ”

                  ดอว์นอดคิดสงสัยไม่ได้ว่ามันเป็นการแสดงความเสียใจที่แสดงออกมาด้วยความจริงใจหรือไม่แต่ก็ไม่ได้ถามเขาอย่างที่คิด

                  “ขอบคุณ”

            เธอพูดเสียงเบาสังเกตเห็นเขากวาดสายตาไปทั่วเรือนร่างก่อนจะกล่าวว่า

                  “ผมคิดว่า จะได้เห็นคุณใส่ชุดสีดำมาเสียอีกนะครับคุณนายลอร์ด..สีแห่งการไว้ทุกข์ให้กับสามีสุดที่รักที่ตายจากไปในเวลาที่ยังไม่สมควร”

            มุมปากของเขาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน

            “แต่นั่นแหละครับสำหรับสมัยนี้พวกคนรวยทั้งหลายเขาก็มองไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องแต่งสีดำไว้ทุกข์ให้กับผู้ตายแล้ว”

                  “จริงค่ะ”

            ดอว์นตอบอย่างยอมรับไม่ยอมตกเป็นเหยื่อคำพูดเสียดสีของเขา เพราะเธอไม่ได้เตรียมตัวมาสำหรับการปะทะคารม

            “สมัยนี้เขาไม่ถือกันแล้วจะแต่งสีอะไรก็ได้”

                  “น่าเสียดายคุณคงสวยมากเวลาแต่งสีดำ”

            เขาพูดเสียงเบาสายตาจับอยู่ที่เรือนผม แต่กระนั้นมันก็ยังมีแววชมเชยแฝงอยู่ในน้ำเสียง

                  ดอว์นยืนตัวแข็ง..พยายามบังคับใจตนเองไว้ไม่ให้หลงกลกับการหลอกล่อของเขาเพื่อจะให้ได้ยินเธอปฏิเสธออกมา

                  “ฉันจะจำไว้ค่ะ”

            นั่นเป็นคำพูดอย่างไม่ยินดียินร้ายเท่าที่เธอจะกล่าวออกมาได้..แต่ก็ยังอดเจ็บลึกๆในใจไม่ได้

                  “รู้สึกว่าเสียงพูดของคุณเปลี่ยนไปบ้างนะ”

            สเลเตอร์วิจารณ์ออกมา

                  “อย่างนั้นหรือคะ?”

                  “มันก็เป็นธรรมดาในเมื่อคุณอยู่ในเท๊กซัสเสียหลายปี”

            เขายักไหล่อย่างไม่สนใจเท่าไรนักแต่แล้วก็ยิ้มออกมา

            “แต่คุณไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกนะเสียงพูดที่มันยานคางน้อยๆนั่นน่ะมันเซ็กซี่ดีออกจะตายไป..แต่มันก็เข้ากับรูปร่างหน้าตาคุณอยู่แล้วนี่จริงไหม?”

                  ดอว์นไม่อยากเชื่อว่าเมื่อมาถึงวันนี้สเลเตอร์ยังเห็นเธอเป็นหญิงสาวหุ่นเซ็กซี่อยู่อีกขณะนี้ดูเขามีความตั้งใจจะบดขยี้ความรู้สึกที่มีอยู่ แต่เธอหวังจะให้มันเป็นอย่างอื่นได้อย่างไรเธอต้องยับยั้งตัวเองไว้ที่จะไม่ทำอะไรรุนแรงลงไปเขาจงใจจะถากถางหยันเยาะให้เธอเจ็บช้ำมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ซึ่งเธอจะตอบออกไปมันก็ไร้ประโยชน์ ดอว์นจึงใช้วิธีนิ่งเฉยเสีย

                  แต่ความเงียบของเธอดูจะทำให้เขายิ่งหงุดหงิดขึ้นกว่าเดิม

                  “คุณสนใจบ้านหลังนี้ไม่ใช่หรือ?”

            เขาล้วงกุญแจออกมาจากกระเป๋ากางเกงเดินผ่านหน้าเธอไปไขกุญแจประตู

            “ผมเองก็เพิ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ไม่นานก็เลยยังไม่มีเวลาปรับปรุงให้มันดูสะอาดขึ้นแต่ไม่เป็นไรหรอก..ราคามันก็ต้องลดลงตามความไม่เอาใจใส่ด้วย”

            เขาผลักประตูให้เปิดออกและหันมาประสานสายตาอยู่กับเธอ

            “ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณสนใจจะซื้อนะ”

                  มันมีแววแปลกใจฉายอยู่ในดวงตาทำให้ดอว์นต้องเร่งให้เขาพาเธอดูบ้านอย่างเป็นงานเป็นการ แม้จะยังไม่แน่ใจว่าจะมีการตกลงซื้อขายกันหรือไม่

                  ในตอนนั้นเธออยากจะลืมเจตนาอันแท้จริงที่ต้องการพบเขาในวันนี้เสียให้สิ้นรู้ว่ามันเป็นความเห็นแก่ตัวที่ยังหวังจะได้รับความเห็นใจจากเขาอยู่แต่ขณะเดียวกันเธอก็ยังต้องคิดถึงแรนดี้ให้มาก

                  “ฉันสนใจค่ะ..”

            เธอเดินนำเขาเข้าไปในบ้านกลิ่นเหม็นอับเนื่องจากบ้านถูกปิดไว้เป็นเวลานานคลุ้งอยู่โดยรอบ

                  ความรักระหว่างเธอกับเขาที่ถูกปิดใส่กุญแจมาเป็นเวลากว่าสิบปีก็คงเป็นเช่นเดียวกันกลิ่นไอของมันย่อมไม่น่าชื่นชมเท่าไรนัก..

            เป็นธรรมดาที่บ้านซึ่งถูกปิดทิ้งไว้จะต้องมีฝุ่นละอองจับอยู่ที่ธรณีประตูและพื้นห้อง..ตู้ใส่จานชามหนึ่งหรือสองตู้ในครัวปิดแน่นเปิดไม่ออกแต่นอกจากนั้นแล้วทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในสภาพดีมากบนเพดานไม่มีร่องรอยที่บอกว่าหลังคารั่ว ไม่มีคราบสนิมเกาะอยู่ตรงท่อน้ำภายในที่ปราศจากเฟอร์นิเจอร์หรือม่านตรงหน้าต่าง ทำให้บ้านดูว่างเปล่าอย่างไรพิกลแต่ขณะที่สเลเตอร์พาดูบ้านจนทั่วอยู่นั้น ดอว์นก็ยังจดจำความหลังครั้งที่มาเที่ยวกับเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าของบ้านคนเดิมได้

                  ในที่สุดเขาก็พาเธอกลับมายังห้องรับแขกอีกครั้ง สเลเตอร์หยุดอยู่ตรงช่องทางโค้งแม้เขาจะบอกเธอด้วยสายตาคร้านๆ แต่กระนั้นมันก็ยังมีความสนใจแฝงอยู่ซึ่งทำให้ดอว์นอึดอัดและตึงเครียดขึ้นทุกครั้งที่หันไปเห็นเข้า ความรู้สึกของเธอในยามนี้เหมือนคนที่ไม่กล้าทำใจให้สบาย..วิธีเดียวที่จะอำพรางความรู้สึกของตนเองได้ก็คือแสร้งทำเป็นไม่สนใจกับเขาเสีย กวาดสายตามองไปรอบๆห้องอีกครั้ง

                  “กำลังตัดสินใจว่าผนังด้านไหนควรจะแขวนรูปของปิกัสโซ่อยู่หรือไง?”

            สเลเตอร์ถามอย่างเสียดสีขึ้นอีก

            “ผมว่ามันคงไม่เข้าท่าเท่าไร่นักหรอกนะถ้าจะเอารูปที่ว่ามาติดไว้ในบ้านธรรมดาๆหลังนี้”

                  “ทำไมถึงต้องเป็นยังงั้นด้วยล่ะ?”

            เธอหันมาเผชิญหน้ากับเขาที่ยืนห่างออกไปเกือบครึ่งห้อง

            “อย่างแมวเซรามิกที่ปิกัสโซ่ออกแบบให้เฮมิงเวย์ก็เคยถูกเอาเข้าไปตั้งในบ้านของเขาที่อยู่ในคีย์เวสท์นี่เหมือนกัน”

            เธอออกจะเบื่อหน่ายกับการที่เขาคอยแต่เยาะหยันถากถางเรื่องความมีเงินและรสนิยมในเรื่องประเภทนี้เสียเหลือเกิน

            “และที่นี่ก็เป็นดินแดนของศิลปิน..ของช่างฝีมืออยู่แล้ว”

                  “แต่มันไม่เหมาะสำหรับมหาเศรษฐีหรอก”

            สเลเตอร์โต้กลับมารอยยิ้มฉาบอยู่ตรงปาก แต่มันเป็นยิ้มหยันมากกว่าจะเกิดจากอารมณ์ขัน

            “ถ้าจะให้เหมาะมันต้องที่คีย์ลาร์โกโน่น คงจะเป็นเพราะเหตุผลนี้ละมังที่ทำให้ผมไม่ค่อยอยากเชื่อว่าคุณจะซื้อบ้านหลังนี้จริงๆ หรือว่าคุณพยายามจะทำให้ที่นี่เป็นถิ่นที่อยู่ของพวกผู้ดีมีเงินขึ้นมา..?”

            หางเสียงห้วนๆนั้นเหมือนจะท้าทายให้เธอตอบคำถามของเขา

            “แล้วคุณจะอยู่ที่นี่นานสักแค่ไหนล่ะ..อาทิตย์หนึ่ง..ปีหนึ่ง..หรือว่าสักสองอาทิตย์..?”

                  “คีย์ เวสท์ เป็นบ้านเกิดของฉันนะ”

            ดอว์นเตือนความจำเขา

            “ทำไมคุณไม่คิดบ้างล่ะว่าฉันอาจกลับมาอยู่ที่นี่เลยก็ได้”

                  “ก็เพราะคุณจากที่นี่ไปตั้งสิบปีแล้วน่ะสิ”

                  “สิบเอ็ด” เธอกล่าวแก้ให้

                  และสเลเตอร์ก้ยักไหล่อย่างไม่แยแสกับการกล่าวแก้นั้น

                  “ใครจะไปนั่งนับ”

            ที่เขาพูดออกมาเช่นนั้นเพื่อให้เธอเชื่อว่าเขาไม่เคยคิดจะนับวันเวลาที่เธอจากไปเลยซึ่งดูเหมือนมันจะทำร้ายจิตใจดอว์นอย่างรุนแรงยิ่งกว่าการที่เขาใช้คำพูดถากถางเรื่องไหนๆ

                  “นั่นสินะ”

            อีกครั้งหนึ่งที่เธอตอบโต้เขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

                  จนกระทั่งถึงตอนนี้เขาก็ยังยึดมั่นอยู่กับการที่จะเรียกเธอด้วยชื่อสกุลที่ใช้ตามสามีอยู่นั่นเอง

                  “ถามจริงๆเถอะ คุณนายลอร์ดว่าคุณมีเจตนาอะไรถึงได้อยากมาดูบ้านหลังนี้นัก?”

                  ชื่อที่เขาเรียกออกมานั้นทำให้ดอว์นอยากจะกรีดร้องใส่หน้าให้เขาหยุดทำอย่างนี้กับเธอเสียที แต่เธอก็ไม่ได้ทำเช่นที่ใจคิด

                  “ฉันก็บอกคุณไปแล้วนี่”

            เธอพูดเสียงแข็ง

                  “ที่จริงมันก็เป็นบ้านเก่าที่สวยแล้วก็น่าอยู่มาก..”

            สเลเตอร์พูดลอยๆ

            “แต่ว่าเรื่องการต่อรองราคานี่คงเป็นปัญหาแต่คนอย่างคุณก็ไม่ใช่ประเภทที่ชอบต่อรองอะไรอยู่แล้ว..”

            เขานิ่งอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อว่า

            “คุณเป็นคนอย่างนั้นจริงๆชอบเลือกสรรสินค้าก่อนจะตัดใจซื้อ จริงไหม?”

                  “คุณคิดว่าฉันควรจะตอบยังไง?”

            เธอถามเสียงเข้มรู้สึกโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว

                  “ก็รองเท้าที่คุณเลือกมันใส่ได้เหมาะเท้าหรือเปล่าล่ะ?”

            เขายอกย้อนกลับมา

                  “ก็ไม่แน่บางทีคนเราอาจจะเบื่อรองเท้าคู่เก่าได้นี่”

            ดอว์นโต้ตอบกลับไปบ้างซึ่งที่จริงแล้วมันไม่ใช่นิสัยของเธอเลย

                  แต่เมื่อเธอเริ่มจะงับเบ็ดที่เขาวางล่อมาโดยตลอดสเลเตอร์ก็เกิดเบื่อที่จะเล่นเกมนี้ขึ้นมา

                  “สำหรับบ้านหลังนี้..”

            เขาเอ่ยขึ้นอีกครั้งภายหลังจากที่นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่

            “คุณก็ได้เห็นแล้วว่าสภาพของมันเป็นยังไงถ้าคุณอยากจะซื้อจริงๆ เราก็จะได้พูดกันอย่างเป็นงานเป็นการรวมทั้งเงื่อนไขในการชำระเงินถึงแม้ว่าคุณไม่คิดจะซื้อไว้เพื่ออยู่ ราคาที่ตั้งไว้มันก็เหมาะสำหรับการลงทุนนะ”

                  “ฉันกำลังคิดอยู่เหมือนกันว่าอยากย้ายมาอยู่ที่นี่เป็นการถาวร”

            ดอว์นเอ่ยออกไปและทันเห็นเขาตวัดสายตาคมปลาบมองหน้าเธออีกครั้ง

                  “แล้วมันขึ้นอยู่กับอะไรล่ะ?”

            สเลเตอร์สัมผัสความจริงใจที่แฝงอยู่ในคำพูดประโยคนั้น

                  “ขึ้นอยู่กับคุณนั่นแหละ”

            ในที่สุดการสนทนาก็นำพามาสู่เรื่องที่เธอต้องการพูดจากับเขาเธอสูดลมหายใจลึกตั้งสติให้มั่น เวลาแห่งการรอคอยได้มาถึงแล้ว

    นิยายแนะนำ

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276