ณ ตำหนักของพระสนมเหมยหลิง
ผิงหลางได้ไปเชิญเหวยเหนียงให้มาเป็ครูสอนเย็บปักถักร้อยให้กับพระสนมเหมยหลิงที่ตำหนักของพระนาง “โอ๊ย!เข็มตำนิ้วจนนิ้วระบมไปหมดแล้ว” พระสนมเหมยหลิงทรงบ่น
“เดี๋ยวหม่อมฉันใส่ยาให้เพคะ”เหวยเหนียงกล่าว
“ไม่ปักแล้ว ดูสิเราตั้งใจแค่ไหน ก็ไม่สามารถปักผ้าได้สวยสู้เ้าได้” พระสนมเหมยหลิงทรงเปรียบเทียบกับผ้าที่เหวยเหนียงปัก
“หม่อมฉันฝึกมาั้แ่เด็กนะเพคะ”เหวยเหนียงคิดว่าเป็เื่ธรรมดา
“คืนนี้มีงานเลี้ยงครูเหวยเหนียงไปกับเราด้วยนะ” พระสนมทรงเปลี่ยนเื่
“ให้หม่อมฉันไปในฐานะอะไรเพคะหม่อมฉันไม่ใช่คนในวังเสียหน่อย” เหวยเหนียงกล่าว
“ตำหนักเราไม่มีนางกำนัลเลยเราก็แค่ไม่อยากดูด้อยในสายตาพระสนมองค์อื่นก็เท่านั้นเอง” พระสนมเหมยหลิงอยากมีนางกำนัลคอยติดตามสักคน
“ก็ได้เพคะ” เหวยเหนียงยอมใจอ่อน
ดังนั้นตกกลางคืนเหวยเหนียงจำต้องแต่งเป็นางกำนัลเพื่อคอยดูแลปรนนิบัติพระสนมเหมยหลิงในระหว่างที่เข้าร่วมงานเลี้ยงที่ฝ่าาทรงจัดขึ้นหลังถือศีลงดเว้นอบายมุขเป็เวลา 7 วัน
******************************
เหล่าขุนนางและพระบรมวงศานุวงศ์ค่อยๆทยอยกันเดินเข้าในอุทยานซึ่งเป็สถานที่จัดงานเลี้ยงสังสรรค์
เนื่องจากพระสนมของฝ่าามีจำนวนมากจึงไม่ได้จัดที่นั่งเฉพาะบุคคล คือใครไปถึงก่อนก็สามารถเลือกที่นั่งได้เลยตามอัธยาศัยดังนั้นพระสนมเหมยหลิงก็เลยเลือกตำแหน่งที่มีแสงจากคบเพลิงส่องมาถึง ฝ่าาทรงจะได้ทอดพระเนตรเห็นพระนางได้ชัดและพระนางทรงจะได้มีโอกาสดูแลปรนนิบัติฝ่าาในค่ำคืนนี้ แต่ทว่า
“เราจองที่ตรงนี้แล้ว” พระสนมปิงปิงตรัสอ้าง
“แต่เรามาก่อนนะสนมปิงปิง”พระสนมเหมยหลิงทรงแย้ง
“เราจองที่ตรงนี้ก่อนจริงๆแค่เราเดินไปคุยกับสนมองค์อื่นก่อนเท่านั้นเอง” พระสนมปิงปิงทรงยืนยัน
“ไม่เห็นจะมีอะไรที่บ่งว่าที่นั่งตรงนี้จองแล้วเลย”พระสนมเหมยหลิงทรงไม่ยอม
“นี่ไงผ้าเช็ดหน้าของเรา”พระสนมปิงปิงทรงหยิบให้ดู
“แค่ผ้าเช็ดหน้าเนี่ยนะ” พระสนมเหมยหลิงตรัส
“ไม่เชื่อก็ถามทหารองครักษ์ของเราสิ”พระสนมปิงปิงทรงหันไปหาซูเยี่ยน
“พระสนมปิงปิงใช้ผ้าเช็ดหน้าวางจองที่นั่งตรงนี้ไว้แล้วพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนกล่าว
“ใครจะไปเชื่อ! ในเมื่อทหารองครักษ์คนนี้เป็คนของเ้า” พระสนมเหมยหลิงทรงไม่ยอม
“เราเป็พยานได้พระสนมปิงปิงมาจองที่นั่งตรงนี้ก่อนแล้วจริงๆ ” พระสนมที่อยู่ตำแหน่งข้างเคียงยอมเป็พยานให้พระสนมปิงปิง
“แต่ว่า….” พระสนมเหมยหลิงทรงเสียดาย พระนางทรงอยากประทับนั่งตรงนี้จริงๆ
“เอ่อ พระสนมเหมยหลิงเพคะพวกเราไปตรงโน้นเถอะนะเพคะ” เหวยเหนียงกล่าว
“แต่ว่าตรงนั้นมันเป็มุมอับแสงนี่” พระสนมเหมยหลิงทรงไม่อยากเสด็จไป
“เชื่อหม่อมฉันเถิดนะเพคะหากพระองค์ทรงยอมไปตรงจุดนั้น ค่ำคืนนี้พระองค์ทรงจะได้อยู่ปรนนิบัติฝ่าาอย่างแน่นอน”เหวยเหนียงกล่าวอย่างมั่นใจ
“เราไม่เชื่อเ้าหรอกฝ่าาทรงจะทอดพระเนตรเห็นเราได้อย่างไร” พระสนมเหมยหลิงทรงทอดพระเนตรเห็นว่าตรงนั้นเป็จุดอับแสง
“เหวยเหนียงเป็หมอดูนางดูดวงไม่เคยพลาด ทรงยอมเชื่อนางสักครั้งนะเพคะ” ผิงหลางช่วยพูด
“ก็ได้! พวกเราไปกันเถอะ”พระสนมเหมยหลิงทรงยอมเสด็จไปประทับนั่งตรงฝั่งตรงกันข้ามกับพระสนมปิงปิงแต่บริเวณนั้นเป็มุมอับแสง ใครมองมาก็แทบจะมองไม่เห็น
เหวยเหนียงที่ปลอมเป็นางกำนัลอยู่นางมองเห็นทหารองครักษ์ข้างกายพระสนมปิงปิงคือซูเยี่ยน นางกลับรู้สึกเ็ปใจอย่างบอกไม่ถูกและคิดในใจว่า "ไหนรับปากว่าจะไม่เข้าใกล้พระสนมปิงปิงไงล่ะนี่เล่นเป็องครักษ์ข้างกายพระนางเชียวนะ”
“เหวยเหนียง! ทำไมสีหน้าเ้าถึงดูไม่ดีเลยล่ะ” ผิงหลางกล่าวทัก
“เปล่า! ไม่มีอะไรเสียหน่อย”เหวยเหนียงรีบหันไปทางอื่น นางไม่อยากมองหน้าซูเยี่ยนอีก
“เ้ากำลังหึงท่านซูเยี่ยนอยู่ใช่มั้ย”ผิงหลางมองออก
“ข้าจะไปหึงเขาได้ยังไงกันล่ะข้าไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาเสียหน่อย” เหวยเหนียงกล่าวเสียงสูงนั่นยิ่งทำให้เหวยเหนียงดูมีพิรุธ
“ฮองเฮาทรงมีรับสั่งให้ย้ายท่านซูเยี่ยนไปอารักขาพระสนมปิงปิงน่ะ”ผิงหลางแก้ตัวแทนอดีตแม่ทัพ
“งั้นหรือ” เหวยเหนียงคิดสงสัยในใจว่า “ฮองเฮาทรงมีพระประสงค์้ากำจัดซูเยี่ยนหรือเปล่านะ”
พอทั้งสามมาถึงจุดมุมอับแสงพระสนมเหมยหลิงก็ทรงบ่น “สนมปิงปิงถือว่าเป็คนโปรดของฝ่าาก็เลยวางอำนาจบาตรใหญ่”
“เป็คนโปรดได้ก็เป็คนชังได้นะเพคะอะไรก็ไม่แน่นอนหรอกนะเพคะ” เหวยเหนียงเตือน
“นั่นฮองเฮานี่! เดี๋ยวนี้พระนางทรงมีพระครรภ์ 5 เดือนแล้วพระนางทรงยังสวยสะพรั่งอยู่เลย” พระสนมเหมยหลิงตรัส
“ฝ่าาทรงเสด็จมานั่นแล้วเพคะ”ผิงหลางกล่าว
“วันนี้ถือว่าเป็วันมงคลพวกเ้าทานอาหารดื่มสุราและชมการแสดงตามอัธยาศัยเถิดนะ” ฝ่าาตรัส
“พะย่ะค่ะ/เพคะ”ทุกคนรับคำ
สักพักทุกคนก็มองเห็นกงกงกำลังจูงเด็กผู้หญิงวัย 8 ขวบเดินผ่านหน้าทุกคน
ผิงหลางคิดในใจว่า “หรือว่านี่คือเด็กผู้หญิง8 ขวบที่เกิดในคืนเดือนหงายและเด็กคนนี้กำลังจะเป็เครื่องสังเวยในพิธีบูชายัญเพื่อเสริมดวงชะตาให้ฝ่าา”
“เราขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักเด็กคนนี้มีชื่อว่าชางเว่ย นางคือลูกบุญธรรมของเราเอง เด็กคนนี้เป็เด็กกตัญญูนางเต็มใจยอมสละชีพเป็เครื่องสังเวยในพิธีบูชายัญในอีกสองวันข้างหน้า” ฮองเฮาตรัส
“ไม่ได้เด็ดขาดข้าไม่ยอมให้ศิษย์พี่ฆ่าเด็กบริสุทธิ์หรอก” เหวยเหนียงกำลังจะเดินออกไปห้าม
“ช้าก่อนเหวยเหนียง! ขืนเ้าออกไปในตอนนี้ มีหวังฮองเฮาทรงสั่งจำคุกเ้าแน่” ผิงหลางรีบรั้งเพื่อนไว้
“เด็กผู้หญิงคนนั้นอุตส่าห์รักและเชื่อใจองค์ฮองเฮาแต่นางกลับหลอกใช้ความกตัญญูของเด็ก กล่อมให้เด็กยินยอมเป็เครื่องสังเวยพิธีบ้าๆ นั่น”เหวยเหนียงไม่พอใจในการกระทำของศิษย์พี่
“ข้ารู้! พวกเราตั้งหลักวางแผนกันดีๆก่อน อย่าวู่วามไป พวกเรายังพอมีเวลาเหลืออีกตั้งสองวัน” ผิงหลางกล่าว
“น่าแปลก! ถ้าดูจากฤกษ์ยามพิธีควรจัดวันพรุ่งนี้นี่ เหตุใดถึงจัดวันมะรืนซะได้” เหวยเหนียงสงสัย
“ฮองเฮาทรงประกาศอย่างเป็ทางการแล้วว่าพิธีจัดวันมะรืนก็คงต้องเป็วันมะรืนนั่นแหละ” ผิงหลางกล่าว
“ทำอย่างไรข้าถึงสามารถหยุดพิธีบ้าๆนั่นได้นะ” เหวยเหนียงยังคงคิดไม่ออก
“ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยเ้าดูนั่นสิ อดีตสามีของเ้ามองเ้าอย่างไม่วางตาเลยนะ” ผิงหลางแอบยิ้ม
เหวยเหนียงมองตามไปทำให้นางได้สบตากับซูเยี่ยนแล้วนางก็รีบหันไปทางอื่นด้วยความโกรธ และคิดในใจว่า “มีความสุขมากเลยใช่มั้ยที่ได้อยู่ใกล้ชิดคนรักเก่าน่ะ”
ซูเยี่ยนรู้ดีว่าเหวยเหนียงโกรธตนเองอยู่เขาคิดในใจว่า “ข้าไม่อาจขัดรับสั่งฮองเฮาได้ ข้าจำเป็ต้องคอยอารักขาพระสนมปิงปิงเ้าเข้าใจข้าบ้างได้มั้ยเหวยเหนียง”
ผ่านไปสองชั่วยาม งานเลี้ยงก็ยังคงดำเนินต่อไปจนฮองเฮาทรงพาพระธิดาบุญธรรมกลับตำหนักของพระองค์ทิ้งให้ฝ่าาทรงดื่มน้ำจัณฑ์จนเมามายอยู่อย่างนั้น
“หม่อมฉันง่วงนอนแล้วเพคะหม่อมฉันขอตัวกลับกระท่อมก่อน” เหวยเหนียงหาวฟอด
“รออีกหน่อยนะ ค่อยกลับพร้อมกัน”พระสนมเหมยหลิงตรัส
“พระองค์ทรงต้องอยู่ตำหนักของฝ่าาเพื่อคอยปรนนิบัติพระองค์ไม่ได้กลับพร้อมหม่อมฉันหรอกเพคะ” เหวยเหนียงทำนาย
“พูดเป็เล่นไปได้อยู่ตรงจุดอับแสงแบบนี้ ฝ่าาทรงทอดพระเนตรไม่เห็นเราหรอก” พระสนมเหมยหลิงทรงไม่เชื่อ
“คอยดูต่อไปสิเพคะ” เหวยเหนียงท้า
“ถ้าเป็อย่างนั้นจริงเรายินดีมอบเพชรนิลจินดาให้เ้าหนึ่งหีบเลย” พระสนมเหมยหลิงทรงยอมทุ่มทรัพย์สินมีค่า
“เอ่อ พระองค์ทรงมีหรอเพคะ”ผิงหลางสงสัย
“ไม่มีหรอก! เพราะเราเชื่อมั่นว่าเหวยเหนียงทำนายไม่แม่นต่างหาก” พระสนมเหมยหลิงตรัส
“หากหม่อมฉันทายถูกพระองค์ทรงไม่จำเป็ต้องมอบอะไรให้หม่อมฉันหรอกเพคะ แค่ต่อไปพระองค์ทรงเป็พระสนมเอกที่ดีก็พอ” เหวยเหนียงกล่าวเตือน
“เราจะได้เป็ถึงพระสนมเอกเลยอย่างนั้นหรือพระสนมเอกไม่ใช่พระสนมปิงปิงอย่างนั้นหรือ” พระสนมเหมยหลิงทรงสงสัย
“ถ้าอ่านจากดวงพระสนมเอกก็คือพระองค์เพคะ” เหวยเหนียงกล่าวอย่างมั่นใจ
“แล้วเราจะคอยดู” พระสนมเหมยหลิงทรงไม่เชื่ออีกนั่นแหละ
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยามเหวยเหนียงถึงขั้นนั่งสัปหงก ในขณะที่พระสนมเหมยหลิงก็ทรงหาวฟอด
“เราง่วงนอนแล้วพวกเรากลับตำหนักกันเถอะ เห็นมั้ยว่าพระสนมองค์อื่นค่อยๆ ทยอยกลับตำหนักแล้วค่ำคืนนี้พระสนมปิงปิงคงได้อยู่รับใช้ฝ่าาเช่นเคยนั่นแหละ” พระสนมเหมยหลิงรู้สึกอยากกลับตำหนักเต็มแก่แล้ว
“ช้าก่อนเพคะฝ่าาเสด็จผ่านมาทางนี้แล้ว” ผิงหลางมองเห็นว่าฝ่าาทรงเดินโซเซเพื่อเลือกพระสนมที่จะคอยดูแลปรนนิบัติพระองค์ในค่ำคืนนี้
“ไหน ไหน จริงด้วยตอนนี้เราดูดีแล้วหรือยัง” พระสนมเหมยหลิงทรงรีบจัดสภาพของพระองค์ให้ดูดีที่สุด
เหวยเหนียงสำรวจพระองค์ให้และกล่าวว่า “ทรงดูดีแล้วเพคะ”
สักพักฝ่าาก็ทรงหยุดเดินก่อนที่จะมาถึงหน้าพระพักตร์ของพระสนมเหมยหลิง
“ฝ่าาทรงเลือกพระสนมโฉมงามคนโปรดคนนั้นเช่นเคยไม่เป็ไร อย่างน้อยพระสนมปิงปิงก็ไม่ถูกเลือก” พระสนมเหมยหลิงทรงรู้สึกแอบสะพระทัย
“ทรงแค้นพระสนมปิงปิงหรอเพคะ”ผิงหลางสงสัย
“หากเราได้อยู่ตรงที่นางนั่งเราคงมีโอกาสเป็คนโปรดเหมือนสนมองค์อื่นบ้าง” พระสนมเหมยหลิงทรงรู้สึกแค้นพระทัยจริงๆ
“แล้วพระองค์ทรงจะขอบคุณพระสนมปิงปิงเพคะ”เหวยเหนียงกล่าว
“เราหมดความเชื่อถือในคำทำนายของเ้าแล้ว”พระสนมเหมยหลิงตรัส
“อะไรนะ! วันนี้เ้ามีระดูอย่างนั้นหรือ”ฝ่าาตรัสเสียงดังจนทุกคนได้ยิน
“ทรงประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ”พระสนมโฉมงามรีบคุกเข่า
ฝ่าาทรงส่ายพระพักตร์แล้วเสด็จมุ่งหน้ามาหาพระสนมปิงปิง
“นั่นไง! ฝ่าาทรงมุ่งตรงไปยังพระสนมปิงปิงแล้วพวกเรากลับกันเถอะ” พระสนมเหมยหลิงกำลังจะหันหลังเพื่อเสด็จกลับตำหนักแต่แล้วเพราะบริเวณแถวพระสนมเหมยหลิงมันมืดมาก ทำให้ฝ่าาทรงทอดพระเนตรไม่เห็นก้อนหินขนาดเท่าฝ่ามือที่วางกีดขวางทางเดินฝ่าาเลยทรงสะดุดก้อนหิน แล้วกำลังจะล้ม
พระสนมเหมยหลิงทรงทอดพระเนตรเห็นเข้าพอดีพระนางรีบวิ่งไปช่วยประคองฝ่าาไว้ ทำให้ฝ่าาไม่ได้ล้มไปกองกับพื้น
ฝ่าาทรงทอดพระเนตรดูหน้าคนที่ช่วยพระองค์ทำให้ฝ่าาทรงถึงกับตกตะลึงในความงามของพระสนมเหมยหลิง
“เ้าคือสนมของเราอย่างนั้นหรือทำไมเราไม่ยักจะจำได้ เ้าชื่ออะไรนะ” ฝ่าาตรัส
“หม่อมฉันชื่อเหมยหลิงเพคะที่พระองค์ทรงจำหม่อมฉันไม่ได้ก็เพราะหม่อมฉันไม่ได้เป็ที่โปรดปรานของพระองค์นี่เพคะ” พระสนมเหมยหลิงตรัสอย่างน้อยพระทัย
“สงสัยแต่ก่อนเราคงงานยุ่งมากเลยจดจำเ้าไม่ได้ แต่ตอนนี้เราถูกใจเ้ามาก เ้างดงามมากเลยนะรู้ตัวหรือเปล่าเหมยหลิง” ฝ่าาตรัส
เหมยหลิงแสดงท่าทีเหนียมอายจนฝ่าาทรงรู้สึกหมั่นเขี้ยว และอยู่ดีๆ ก็อุ้มพระสนมเหมยหลิงแล้วเสด็จไปที่พระที่นั่งของพระองค์
พระองค์ทรงวางหญิงสาวให้ยืนเคียงข้างพระองค์อย่างสง่างามจากนั้นก็ตรัสกับทุกคนว่า “พวกเ้าเฉลิมฉลองกันต่อไปเลยนะ เราขอตัวก่อน” จากนั้นฝ่าาก็ทรงจูงพระหัตถ์ของพระสนมเหมยหลิงกลับตำหนักของพระองค์
ผิงหลางถึงกับอึ้งเพราะมันตรงตามคำทำนายของหมอดูเหวยเหนียงไม่มีผิด
พระสนมปิงปิงทรงรู้สึกผิดหวังพระนางก็เลยวิ่งไปทางป่าหลังวัง
ซูเยี่ยนไม่รอช้า เขารีบวิ่งตามพระนางไปทันทีเพราะกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับพระนาง
เหวยเหนียงรู้สึกน้อยใจแม้นางจะรู้ว่านี่คือหน้าที่ของทหารองครักษ์ แต่นางก็อดน้อยใจไม่ได้อยู่ดี “ข้าขอตัวกลับกระท่อมก่อนนะ”
“เดี๋ยวสิเหวยเหนียงพวกเราตามไปดูกันเถอะ” ผิงหลางชวน
“ไปดูทำไม” เหวยเหนียงคิดว่าไม่มีประโยชน์
“เ้าจะได้เลิกคาใจไงล่ะหากท่านซูเยี่ยนยังคงมีใจให้กับพระสนมปิงปิงจริงๆเ้าก็จะได้ตัดใจจากคนที่ไม่เห็นค่าในตัวเ้า แต่หากเขาทำไปเพื่อหน้าที่เ้าก็ควรให้ความเป็ธรรมต่อท่านซูเยี่ยนเขานะ” ผิงหลางกล่าว
“เ้าอย่าลืมสิว่าข้ากับเขาเลิกกันแล้วนะ” เหวยเหนียงแย้ง
“แม้ทางนิตินัยจะหย่าขาดกันแล้วแต่ใจพวกเ้ายังไม่ได้ตัดขาดกันนี่” ผิงหลางดูออก
“เขาจำข้าไม่ได้แล้วเขาจะมีใจให้ข้าได้อย่างไร” เหวยเหนียงกล่าว
“จิตใต้สำนึกของท่านซูเยี่ยนรักเ้ามากเลยนะเหวยเหนียงข้าดูออก” ผิงหลางกล่าวอย่างมั่นใจ
“งั้นไปดูกันให้ชัดหากเขามีใจให้กับพระสนมปิงปิง เ้าห้ามพูดเื่ของเขาให้ข้าฟังอีก ตกลงมั้ย”เหวยเหนียงยอมตามไปดู
“ได้! รีบไปกันเถอะ”ผิงหลางกล่าว
และแล้วเหวยเหนียงก็วิ่งตามผิงหลางเพื่อตามไปดูพระสนมปิงปิงและซูเยี่ยนที่ป่าหลังวัง
ซูเยี่ยนเห็นพระสนมทรงหยุดวิ่งเพื่อดำริอะไรบางอย่าง
“เสด็จกลับตำหนักเถิดพะย่ะค่ะเื่ที่ฝ่าาทรงเลือกพระสนมองค์อื่นนั้นถือเป็เื่ธรรมดาพระองค์ทรงยังไม่ชินอีกงั้นหรือพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนกล่าว
พระสนมปิงปิงทรงหันมาแล้วโอบกอดฝ่ายชายแบบไม่ทันตั้งตัว จากนั้นก็กรรแสงอย่างไม่อาย “ฮือฮือเรานึกว่าการเป็สนมของฝ่าาจะมีความสุขมาก แต่ที่ไหนได้เรากลับทุกข์ใจยิ่งนักเพราะวันๆ ต้องคอยมาลุ้นว่าวันนี้ฝ่าาทรงจะเสด็จมาหาเราหรือเปล่าเราน่าจะเลือกเ้าั้แ่แรกนะซูเยี่ยน เ้าเป็คนซื่อตรงและมีรักให้กับเราคนเดียวพวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่เถิดนะ”
เหวยเหนียงรู้สึกเจ็บช้ำเมื่อเห็นคนรักเก่าของซูเยี่ยนโอบกอดเขาร้องไห้อยู่อย่างนั้นและกำลังจะหันหลังเดินกลับไป แต่ผิงหลางรีบรั้งเหวยเหนียงไว้ได้ทัน
“ดูเหตุการณ์ไปก่อนเถิดมันอาจไม่เป็อย่างที่เ้าคิดนะเหวยเหนียง” ผิงหลางกล่าว
“พวกเขาเคยรักกันมาก่อนยังไงถ่านไฟเก่าก็คงจะคุอยู่ดี” เหวยเหนียงเชื่อเช่นนั้น
“ท่านซูเยี่ยนเป็คนมีคุณธรรมเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีสามีแล้วหรอก” ผิงหลางเชื่อมั่นในตัวอดีตแม่ทัพ
“ดูเ้าเชื่อมั่นในตัวซูเยี่ยนมากเลยนะ”เหวยเหนียงสงสัย
“อย่าเข้าใจผิดสิเหวยเหนียงข้าแค่นับถือท่านอดีตแม่ทัพ ไม่ได้คิดกับเขาในเชิงชู้สาวตอนนี้เ้ากำลังหึงหวงซูเยี่ยนมาก และกำลังพาลใส่ทุกคนนะ” ผิงหลางเตือน
“ข้าขอโทษ! ข้าควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่จริงๆ ให้ข้ากลับเถอะนะ ข้ากลัวตัวเองอาละวาด”เหวยเหนียงกลัวว่าตัวเองจะสติแตกเผลอทำอะไรน่าอาย
“อดทนอีกนิดนะเ้าเห็นมั้ยว่าท่านซูเยี่ยนไม่ได้กอดพระสนมปิงปิงตอบเลย” ผิงหลางชี้ให้ดู
เหวยเหนียงเลยอดทนดูเหตุการณ์ต่อไป
ซูเยี่ยนค่อยๆ แกะแขนของฝ่ายหญิงออกและกล่าวว่า “โปรดสำรวมด้วยพะย่ะค่ะ พระองค์ทรงเป็ถึงพระสนมโปรดอย่ากระทำในสิ่งที่ผิดคุณธรรมเช่นนี้เลย”
“เ้ายังรักเราอยู่ไม่ใช่หรือในเมื่อฝ่าาทรงมีคนอื่นได้ เราก็มีคนอื่นได้เช่นกัน” พระสนมปิงปิงตรัส
“ทรงอย่ากระทำสิ่งผิดเพื่อสนองความแค้นเลยพะย่ะค่ะฝ่าาทรงมีสนมหลายพระองค์ได้เพราะพระองค์ทรงมีอำนาจ และทุกคนก็ให้การยอมรับแต่พระสนมนั้นจะต้องมีฝ่าาเป็พระสวามีแต่เพียงผู้เดียว หากพระนางทรงมีชู้พระนางก็ทรงต้องได้รับโทษถึงขั้นปะาชีวิต อีกอย่างทุกคนก็จะสาปแช่งผู้หญิงที่ไม่รักษาจารีตคนนั้นด้วยทรงอยากถูกประณามงั้นหรือพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนเตือน
“พวกเราแอบมีอะไรกันไม่มีใครรู้หรอก” พระสนมปิงปิงตรัส
“ความลับไม่มีในโลกนะพะย่ะค่ะคงมีสักวันที่ความลับจะถูกเปิดเผย อีกอย่าง แม้ไม่มีใครรู้แต่พวกเราสองคนต่างรู้แก่ใจดีว่ามันเป็สิ่งผิดคนที่จะทุกข์ใจมากที่สุดก็คือตัวเราเองนะพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนเตือนอย่างใจเย็น
“ไม่ยุติธรรมเลย! ผู้ชายมีภรรยาหลายคนได้ แต่ผู้หญิงกลับมีสามีหลายคนไม่ได้” พระสนมปิงปิงตรัส
“พระองค์ทรงเห็นว่าพฤติกรรมนอกใจเป็เื่ชั่วร้ายแล้วเหตุใดตัวพระองค์เองถึงจะกระทำพฤติกรรมชั่วร้ายแบบนั้นล่ะพะย่ะค่ะตัวใครทำสิ่งชั่วก็ช่างเขา ขอให้ตัวเราอย่าทำก็แล้วกันแค่นั้นใจเราก็เป็สุขแล้วพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนกล่าว
“ที่เ้าพูดเตือนเราแบบนี้เพราะเ้าไม่ได้รักเราแล้วใช่มั้ย”พระสนมปิงปิงตรัส
“ใช่แล้วพะย่ะค่ะกระหม่อมรักเหวยเหนียงไปแล้ว และไม่อาจรักใครได้อีก” ซูเยี่ยนยอมรับ
“แต่พวกเ้าเลิกกันแล้วนี่”พระสนมปิงปิงทรงเห็นว่าทั้งสองหย่าร้างกันแล้ว
“เลิกกันแค่กายแต่ใจไม่ได้เลิกกันนะพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนกล่าว
“ช่างน่าอิจฉาเหวยเหนียงยิ่งนักที่นางได้ใจผู้ชายที่มีรักคงมั่นอย่างเ้าไป” พระสนมปิงปิงทรงอิจฉา
“กระหม่อมเคยรักพระองค์มากแต่เพราะกระหม่อมตกต่ำ พระองค์ก็เลยหนีห่างจากกระหม่อมไปไม่ใช่หรือพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนกล่าวถึงอดีต
“นั่นเพราะเ้าป่วยความจำเสื่อมต่างหาก”พระสนมปิงปิงกล่าวเสียงอ่อนเพราะพระนางเป็ฝ่ายหนีจากไปจริงๆ
“ช่างมันเถอะพะย่ะค่ะอย่ารื้อฟื้นอดีตอีกเลย พวกเรารีบกลับตำหนักเถิดพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนกล่าว
พระสนมปิงปิงจึงยอมเสด็จกลับตำหนักแต่โดยดีพระนางทรงรู้สึกเสียดายที่ตนไม่น่าเลือกคนผิดอาจเป็เพราะพระนางทรงนึกไม่ถึงว่าซูเยี่ยนจะหายกลับมาเป็ปกติดังเดิมได้
ผิงหลางเห็นเหวยเหนียงแอบอมยิ้ม ก็เลยแซวว่า “เป็ไงภูมิใจมั้ยท่านซูเยี่ยนรักเ้าจริงๆ นะ”
“จะเป็ไปได้อย่างไร ในเมื่อเขาจดจำข้าไม่ได้เลยบางทีเขาอาจพูดเพื่อไม่ให้พระสนมปิงปิงยุ่งเกี่ยวกับเขาก็เป็ได้” เหวยเหนียงยังคงไม่เชื่อ
“ไม่ว่าจะเป็เหตุผลใดก็ช่างเถิดขอแค่ในตอนนี้เ้าเห็นว่าท่านซูเยี่ยนเป็คนรักษาจารีตประเพณีและเป็คนรักษาคุณธรรมก็พอแล้วเขาไม่มีวันทำพฤติกรรมคบชู้อย่างแน่นอน” ผิงหลางกล่าว
“ข้าก็ยังกังวลอยู่ดีทำไมข้าถึงทำนายได้ว่าเขาจะเดือดร้อนเพราะยุ่งเกี่ยวกับพระสนมปิงปิงได้นะ” เหวยเหนียงกังวล
“อย่าคิดมากเลยพวกเรากลับไปพักที่ตำหนักพระสนมเหมยหลิงกันเถอะ เ้าเองก็ควรค้างที่นั่นนี่มันดึกมากแล้ว เดินทางกลับกระท่อมมันอันตราย” ผิงหลางชวน
“ก็ดีเหมือนกัน” เหวยเหนียงเห็นด้วย