Room 6
องุ่นพิสุทธิ์
โบสถ์รุ่งอรุณ เมืองลีฟ ชายแดนอาณาจักรมีอา
ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ กำลังนั่งคุกเข่ายกมือขวาทาบอกเพื่อสวดภาวนาต่อหน้ารูปปั้นเทพีสุริยัน ใบหน้าหล่อเหลาหลับตาพริ้มอย่างสงบ มีแสงสะท้อนจากรูปปั้นตกกระทบผิวสีขาวสะอาดสะอ้าน ทำให้มันเปล่งแสงสว่างเรืองรองราวเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ รูปลักษณ์ในตอนนี้ถ้าใครมาเห็นก็ต้องบอกได้คำเดียวว่างดงามราวกับไม่ใช่มนุษย์
ชื่อของเขาคือ ‘วิลล์ โฟรกัน’ ชายผู้มีพร์มากที่สุดในเมืองลีฟ อายุสิบหกกลายเป็ผู้วิวัฒนาการลำดับ 1 ‘ผู้ศรัทธาแห่งแสง’ อายุสิบแปดก็กลายเป็ผู้วิวัฒนาการลำดับ 2 ‘สาวกสุริยัน’ และเมื่อเร็วๆ นี้เขาเพิ่งเข้าสู่ขั้นสูงสุดของลำดับ 2 หากไม่มีอะไรผิดพลาด เขาจะกลายเป็ลำดับ 3 ‘นักบวชแสง’ ภายในสองปี
ด้วยศักยภาพดังกล่าว หากไม่ติดตรงที่ว่าคุณพ่อ ‘ดีแลน คาเดีย’ อาจารย์ของเขา ต้องไล่ตามจับวายร้ายคนหนึ่งที่ขโมยหัวใจแห่งแสงไป ไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะมานั่งจมปลักอยู่ในเมืองยากจนแบบนี้
ดีแลนเป็ผู้วิวัฒนาการลำดับ 5 เดิมไม่ควรมาอยู่สถานที่กันดารแบบนี้ แต่เพราะวายร้ายคนนี้มีพลังมากเกินไป บาทหลวงคนอื่นไม่สามารถจัดการได้ สุดท้ายภารกิจนี้จึงตกเป็ของเขา
สำหรับเมืองลีฟ มันเป็แค่เมืองชายแดนที่ยากจน สภาพอากาศค่อนข้างแห้งแล้ง ผู้คนในเมืองและหมู่บ้านรอบๆ ประกอบอาชีพเกษตรกร ทุกปีต้องจ่ายภาษีให้แก่รัฐบาลและโบสถ์รุ่งอรุณเพื่อขอความคุ้มครองจากกลุ่มโจรที่มีอยู่มากมาย ดังนั้นผลผลิตที่เหลืออยู่จึงแทบไม่พอยาไส้ ต้องอดมื้อกินมื้ออยู่ร่ำไป
นอกจากนี้ยังมีาเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทุกครั้งทางกองทัพมักจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม หากใครไม่มีจ่าย ต้องอาศัยแรงงานแลกเปลี่ยนเอา ผู้หญิงยังดีหน่อย แต่ผู้ชายนี่สิ ดีไม่ดีอาจถูกเกณฑ์ไปเป็ทหาร ด้วยเหตุนี้เมื่อมีา ชาวบ้านมากมายต้องทนทุกข์จากความอดอยาก
ด้วยผลกระทบจากสภาวะดังกล่าว ทุกสามปีเหล่าเด็กหนุ่มสาววัย 15-18 ปี ทั้งในเมืองและหมู่บ้านโดยรอบ ต่างพากันคาดหวังจะเข้ามาอยู่ใต้ร่มเงาของโบสถ์รุ่งอรุณเพื่อหลุดพ้นจากความยากจน
แต่นั่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิลล์ สำหรับชายหนุ่ม คนยากจนเ่าั้ไม่มีค่าอะไรให้กล่าวถึง สิ่งเดียวที่เขา้าคือออกจากเมืองนี้ เพื่อไปเข้าร่วมวิหารหลักในทวีปแห่งแสงอย่างเป็ทางการ
วิลล์ยังคงสวดภาวนาต่อไป อาจารย์ดีแลนบอกว่าขอแค่มีศรัทธามากพอ องค์เทพีก็จะเมตตาเขา เมื่อได้รับพระกรุณา การวิวัฒนาการเข้าสู่ลำดับ 5 ก็ไม่ใช่เื่ยากอะไร ต่อให้้าวิวัฒนาการสู่ลำดับ 6 หรือสูงกว่านั้นก็อาจจะเป็ไปได้ หากว่าเขามีวาสนามากพอ
ขณะกำลังสวดภาวนา เสียงหนึ่งพลันดังก้องในหัว มันเป็เสียงสตรีไร้อารมณ์ วิลล์ตะลึงชั่วขณะ คิดว่าเป็วิวรณ์จากองค์เทพี แต่พอลองไตร่ตรองให้ดีแล้วก็พบว่ามันไม่ใช่
[คุณได้รับเชิญจากนายท่านให้เข้าสู่โถงลึกลับ สถานที่แห่งนั้นทุกความปรารถนาของคุณจะเป็จริง คุณ้าเข้าร่วมหรือไม่]
นายท่าน? โถงลึกลับ?
นายท่านแน่นอนว่าต้องเป็ผู้ชาย แต่องค์เทพีที่เขาศรัทธาเป็สตรีเพศ ดูก็รู้ว่ามันคือการล่อลวงจากปีศาจ วิลล์แค่นเสียงอย่างเ็าก่อนจะดูิ่ปีศาจตนนี้ในใจ
[โถงลึกลับมีสิ่งที่คุณ้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็สมบัติวิเศษ ยาวิเศษ บันทึกเงื่อนไข หรือหนทางสู่ความเป็เทพ ขอเพียงคุณทำสัญญากับนายท่าน ทุกสิ่งจะเป็ของคุณ]
ปีศาจร้ายยังคงหว่านล้อมไม่หยุด วิลล์ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกรำคาญ สมบัติวิเศษ? ยาวิเศษ? บันทึกเงื่อนไข? สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็ของล้ำค่า ปีศาจไม่มีทางให้เขาฟรีแน่
บางทีมันอาจ้าให้เขาทรยศต่อองค์เทพี…
พอคิดได้ดังนั้น วิลล์เริ่มอารมณ์ครุกรุ่น เขากำหมัดแน่น “ไสหัวไป!”
เปรี้ยง! สายฟ้าผ่าลงมากลางโบสถ์รุ่งอรุณ แต่เนื่องจากโบสถ์ได้รับการปกป้องจากพลังศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มันไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ทว่าสายฟ้านี้กลับดึงดูดผู้วิวัฒนาการลำดับ 5 เพียงคนเดียวในเมือง
“เกิดอะไรขึ้น!” ดีแลนพุ่งเข้าหาลูกศิษย์อย่างตื่นตระหนก
“ท่านอาจารย์...” วิลล์เมื่อครู่ยังใกับเสียงฟ้าผ่า พอเห็นอาจารย์ก็สงบลง เขาเริ่มเล่าเสียงล่อลวงของปีศาจให้ฟัง
“เธอทำดีแล้ว” ดีแลนพยักหน้าพึงพอใจ “เฮ้อ... ทุกวันนี้โลกเต็มไปด้วยอาชญากร วายร้าย และภัยพิบัติ เทพมารก็กำเริบเสิบสาน ต่อให้องค์เทพีมีเมตตามากเพียงใด พระองค์ย่อมไม่อาจจัดการเื่ราวมากมายปานนั้น พวกเราเหล่าสาวกก็ได้แต่แบ่งเบาภาระของพระองค์เท่าที่ทำได้”
วิลล์พยักหน้ารับคำสอน ก่อนจะหันไปมองรูปปั้นด้วยแววตาเลื่อมใสยกมือขวาทาบอก “ขอพระองค์ทรงประทานแสงสว่างสู่โลก”
“ขอพระองค์ทรงประทานแสงสว่างสู่โลก” ดีแลนร่วมสวดภาวนาพร้อมศิษย์รัก
......................................................................
น่านน้ำคาบสมุทรอาทารอส เรือโจรสลัดลำหนึ่งแล่นอยู่บนผิวน้ำด้วยสภาพไม่สู้ดีนัก เรือทั้งลำเต็มไปด้วยร่องรอยแตกร้าว ราวกับเพิ่งผ่านการต่อสู้มาอย่างหนักหน่วง
เสียงคลื่นกระทบเรือเป็ระยะ หากเป็คลื่นลูกเล็กก็แล้วไปเถอะ ทว่าพอคลื่นลูกใหญ่มาทีไร บรรดาลูกเรือต่างพากันเผยสีหน้าหวั่นวิตก
ภายในห้องของกัปตัน ‘เมลาลี ซามูเอล’ กัปตันโจรสลัดหญิงผู้เป็เ้าของเรือสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลใจ เรือลำนี้คาดว่าคงแล่นไปได้อีกไม่ไกลนัก ไม่ช้าก็เร็วพวกเธอจำต้องสละเรือ
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน กลุ่มโจรสลัดกุหลาบขาวเพิ่งถูกโจมตีโดยวิหารแห่งท้องทะเล แม้ว่าเธอจะพาคนกลุ่มหนึ่งหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ลูกเรือมากกว่าครึ่งและคนสำคัญของกลุ่มหลายคนก็ต้องสละชีวิตในการต่อสู้ ซ้ำร้ายตอนหนีดันเจอเข้ากับพายุจนเรือเกือบพัง ไม่สามารถแล่นต่อได้อีก หากยังหาเรือมาเปลี่ยนไม่ได้ ไม่ช้าก็เร็วทุกคนจะต้องตายกันหมด
“โชคดีที่ช่างฝีมือของเรายังอยู่ ถ้ารื้อเรือลำนี้แล้วต่อเป็เรือเล็ก พวกเราอาจจะพอมีหนทางรอดบ้าง” หญิงสาวหน้าตาสะสวยกล่าว เมลาลีเงยหน้ามองรองกัปตันคนนี้ก่อนจะถอนหายใจยาว
“อาลีน่า เธอจัดการเื่นี้” เมลาลีออกคำสั่ง
“รับทราบค่ะ”
เมื่อรองกัปตันสาวออกไปแล้ว หญิงสาวก็ยกมือนวดศีรษะ เนื่องจากเกิดเื่ติดต่อกันเกินไป เธอจึงไม่มีเวลาแม้แต่จะงีบหลับ ตอนนี้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความสงบ เมลาลีเริ่มจะง่วงนอนบ้างแล้ว
พักสักหน่อย... เมลาลีบอกกับตัวเองก่อนจะผล็อยหลับบนโต๊ะทำงาน
ไม่นานหญิงสาวก็ฝัน เธอฝันว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนด่านฟ้าเรือ เหม่อมองท้องทะเลอันเวิ้งว้าง ปล่อยให้สายลมพัดผ่านร่างกาย ปล่อยให้แสงแดดสาดส่องกระทบตัว ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามเสียงเพลง เพลงที่ทำให้เธอรู้สึกเคลิบเคลิ้ม
เมลาลีรู้สึกว่าเพลงนี้ราวกับกำลังปลอบประโลมจิตใจ มันมอบความรู้สึกเหมือนกับนอนอยู่ในน้ำ แหวกว่ายไปกับเหล่าสัตว์ทะเล ทั้งสงบสุขและผ่อนคลาย
จะว่าไปเพลงนี้เหมือนเพลงที่ได้ฟังสมัยยังเด็กไม่มีผิด...
เมลาลีชะงักกับความคิดตัวเอง เพลงที่ได้ฟังสมัยเด็กอย่างนั้นเหรอ แต่เพลงนั้นมันคือเสียงล่อลวงจากปีศาจแห่งท้องทะเลนี่นา
หญิงสาวเบิกตากว้าง สติพลันแจ่มใส ตอนนี้เธอพบว่าตัวเองกำลังอยู่ใต้น้ำ ไม่ไกลมีครึ่งคนครึ่งปลาหน้าตาน่าเกลียดหลายตัวพยายามเข้ามาหมายจะกัดกินเธอ
ไซเรน!
เมลาลีตอบสนองแทบทันที พลังวิเศษก่อตัวกลายเป็แรงดันน้ำกระแทกร่างพวกมันจนปลิว หญิงสาวอาศัยจังหวะนี้พยายามว่ายหนีสุดชีวิต แต่ไซเรนพวกนั้นกลับว่องไวยิ่งกว่า ไม่นานก็จับตัวเธอไว้ได้
ถ้าเกิดหากเมลาลีไม่ได้อยู่บนเส้นทางสมุทร ป่านนี้ชะตากรรมคงไม่พ้นต้องจมน้ำตาย ความพิเศษของเส้นทางนี้คือสามารถกลั้นหายใจในน้ำได้นานหลายชั่วโมง หากไซเรนเหล่านี้้าให้เธอขาดอากาศหายใจตายย่อมเป็ไปไม่ได้
และดูเหมือนไซเรนจะรู้ตัวแล้วเช่นกัน จากใช้แรงพยายามกดหญิงสาวให้จมน้ำ ก็กลายเป็เริ่มโจมตีด้วยเล็บและฟัน เมลาลีรีบใช้พลังวิเศษตอบโต้กลับ ยื้อหยุดอยู่นานจนหญิงสาวเริ่มหมดแรง
ต้องมาตายแบบนี้เหรอ...
เมลาลีส่ายหน้าไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา แววตาเปลี่ยนเป็กระหายเื พยายามสู้กลับชนิดแทบจะแลกชีวิต แต่ยิ่งต่อสู้ยิ่งได้รับาแ ตอนนี้เธอเหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว สภาพจิตใจก็เริ่มไม่มั่นคง
ก่อนหน้านี้ต้องมาเจอกับการต่อสู้อันหนักหน่วง ซ้ำรายยังเจอพายุทะเล ต่อมาก็ถูกมนต์สะกดของพวกมัน แม้จะพยายามฝืนแค่ไหน ไม่นานเรี่ยวแรงที่เหลือก็เริ่มหมดลง
ไม่ได้! จะมาตายแบบนี้ไม่ได้!
ดวงตาหญิงสาวแดงก่ำ เธอกัดฟันแน่นพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด และในวินาทีนั้นเอง สร้อยข้อมือตกทอดมาจากตระกูลก็ร้อนลวกก่อนจะแตกสลายพร้อมกับการปรากฏตัวขึ้นของประตู
เมลาลีเบิกตากว้าง แววตาเปลี่ยนเป็มุ่งมั่น ตอนนี้เธอไม่อยากคิดอะไรอีก สองขาดีดน้ำเป็แรงส่งพุ่งเข้ากระชากเปิดประตู หางตาเหลือบมองพวกไซเรนก่อนจะดันตัวเองเข้าไปด้านใน ตอนนี้ขอให้หนีรอดจากพวกไซเรนได้ก็พอ ต่อให้ที่รออยู่หลังประตูคือนรกก็ไม่เป็ไร
………………………………………………………
หลังเปิดใช้งานฟังก์ชั่นเชิญชวนลูกค้า นพก็ยังไม่ได้อกจากรูม เขานั่งอยู่ตรงเคาท์เตอร์ พลางดูสมาชิกใหม่สองคนกระตือรือร้นในการเคลียร์เกม Zombies Hospital ถึงขนาดไม่ยอมล็อกเอาท์ไปไหนอยู่นานสองนาน ไม่รู้ว่าแต่ละคนตายมากี่รอบแล้ว แต่ต่อให้ตายมากแค่ไหน สายตามุ่งมั่นเจือด้วยความตื่นเต้นก็บ่งบอกว่าทั้งคู่ดูจะมีความสุขกับมัน
มาโซคิส?
ใบหน้าของนพเปลี่ยนเป็จริงจัง ไม่ใช่ว่าเขาทำให้สมาชิกใหม่ทั้งสองเสพติดการเป็มาโซคิสหรอกนะ
[ฟังก์ชั่นเชิญชวนลูกค้าเปิดใช้งานอย่างเป็ทางการ บรรลุเงื่อนไขในการได้รับของกำนัล เ้านายโปรดเลือกพื้นที่ติดตั้ง]
เสียงของระบบทำให้ชายหนุ่มละความสนใจจากสมาชิกใหม่ เขาเปิดแผนผังรูมขึ้นมาก่อนจะเลือกพื้นที่ติดตั้งไร่เสมือนจริงลงไป รออยู่ครู่หนึ่งระบบก็แจ้งมาว่าทำการติดตั้งไร่เรียบร้อยแล้ว
นพครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจไปตรวจสอบไร่เสมือนจริง เขาก้าวเดินจากล็อบบี้ไปตามทางเดิน ไม่นานก็ปรากฏตัวหน้าประตูทางเข้า
หลังเปิดประตู ชายหนุ่มก็พบพื้นที่กว้างใหญ่ เขาสาวเท้าเดินเข้าไปด้านในขณะรับข้อมูลจากระบบผู้ช่วย ไร่แห่งนี้มีขนาดพื้นที่ 20 ไร่ มีสระน้ำขนาดใหญ่เชื่อมด้วยคูน้ำแยกพื้นที่เป็สองส่วน ข้างคูปลูกต้นแอปเปิ้ลเอาไว้ตลอดทาง ถัดมาเป็สวนองุ่น สวนส้ม สวนแตงโม สวนลิ้นจี่ และสวนครัวขนาดเล็ก ที่เหลือเป็พื้นที่ว่างเปล่า
ตอนนี้นอกจากองุ่น ผลไม้อื่นยังไม่สุกดี นพลองชิมองุ่นดูพบว่ามันอร่อยกว่าองุ่นจริงเสียอีก น่าเสียดายที่มันเป็แค่องุ่นเสมือนจริงจึงไม่ได้ช่วยให้อิ่มท้อง สุดท้ายพอออกจากโลกเสมือนจริงก็ต้องหาของจริงมาช่วยเติมเต็มความหิวอีกอยู่ดี
ระบบแนะนำว่าองุ่นชนิดนี้มีกรรมวิธีปลูกซับซ้อน รสชาติยอดเยี่ยมทั้งยังช่วยบำรุงสุขภาพ เขาสามารถขายให้กับสมาชิกได้ในราคาลูกละ 100 เครดิต ซึ่งนพคิดว่ามันเป็อะไรที่บ้าบอมาก บำรุงสุขภาพอะไรก่อน นี่เป็โลกเสมือนจริงนะ นอกจากนี้ไม่มีใครยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อของปลอมไม่อิ่มท้องหรอกจริงไหม? สู้เอาเงินไปซื้อของจริงไม่ดีกว่าเหรอ ต่อให้มันอร่อยมากก็ตาม
แม้ในใจจะคิดอย่างนั้น ชายหนุ่มก็ยังเก็บติดมือมาหลายพวงอยู่ดี เขาตั้งใจจะไปให้สมาชิกลองชิมดูโดยไม่คิดเงิน ส่วนเื่ราคาขายที่ระบบแนะนำ นพย่อมไม่เก็บมาใส่ใจ
พอกลับมายังล็อบบี้อีกครั้ง นพเห็นคนสองคนกำลังยืนงุนงงอยู่ตรงทางเข้า ผู้ชายมีรูปร่างท้วม จมูกโด่งเป็สัน ผมสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาสีเดียวกัน หน้าตาแม้ไม่ถึงกับหล่อเหลาแต่ก็นับว่าน่าดู ท่าทางภูมิฐาน อายุน่าจะอยู่่วัยกลางคน ส่วนผู้หญิงเป็สาวสวยวัยทำงาน ผิวสีแทน รูปร่างสมส่วน ผมสีดำสนิท ดวงตาน้ำเงิน ท่าทางทะมัดทะแมง หน้าตาคล้ายลูกครึ่งชาวตะวันตก อายุน่าจะใกล้สามสิบแล้ว
สองคน?
คิ้วของชายหนุ่มขมวดเป็ปม เขาเรียกหาระบบผู้ช่วยเพื่อสอบถาม “ไหนว่าส่งคำเชิญชวนผู้เล่นไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมมีมาแค่สองคน”
[ระบบไม่ได้ส่งคำเชิญให้ลูกค้าทุกคน เฉพาะลูกค้า VIP เท่านั้นถึงจะได้รับคำเชิญชวน ระบบรับประกันได้ว่าลูกค้าทุกคนที่เข้ามาที่นี่มีกำลังทรัพย์มากพอให้ใช้จ่ายอย่างสิ้นเปลือง และมีโอกาสถึง 90% ที่ลูกค้าจะสมัครสมาชิกอย่างเป็ทางการ]
นพเบิกตากว้าง ไม่คิดเลยว่าระบบจะคัดกรองลูกค้าให้เขาด้วย ถ้าระบบพูดความจริงหมายความว่าทุกคนที่มาคือคนมีเงิน ส่วนจะจับลูกค้าได้หรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับเขาแล้ว
นพเปลี่ยนทัศนคติทันที เขาหาจานมาวางองุ่นไว้ตรงหน้าเคาท์เตอร์ จากนั้นกล่าวทักทายทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม “ยินดีต้อนรับสู่เกมรูมหมายเลขเก้า”
คนทั้งสองหันมามองเขาด้วยปฏิกิริยาที่ต่างกัน ผู้ชายดูเหมือนจะตื่นตระหนก ส่วนผู้หญิงแม้ค่อนข้างสงบ แต่ก็ยังบอกได้ว่ามีความกระวนกระวายระคนขอบคุณซ่อนอยู่
“ที่นี่ที่ไหน” ออสตันพยายามทำให้เสียงตัวเองดูปกติ แต่นพดูออกว่าอีกฝ่ายค่อนข้างกลัวที่จะถาม
“เกมรูมหมายเลขเก้าครับ สถานที่แห่งนี้มีไว้สำหรับเล่นเกม” ชายหนุ่มอธิบายเพิ่มเติม
“เล่นเกม?” คิ้วของออสตันขมวดเป็ปม ฝ่ายหญิงเหลือบมองเขาเล็กน้อยก่อนจะหันมาคุยกับนพ
“ฉันต้องทำอะไรบ้าง”
“แค่เล่นเกม?” นพบอกอย่างไม่แน่ใจนัก ในใจสบถด่าระบบ ทำไมลูกค้าที่มันหามาให้ดูไม่เหมือนคนเล่นเกมเป็สักคนเลย หรือพวกเศรษฐีไม่เล่นเกมกัน? แต่บ้านเขาก็เล่นทั้งบ้านนี่นา
“ฉันเข้าใจแล้ว” เมลาลีพยักหน้ายอมรับ สรุปเธอต้องเล่นเกมเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิต แต่เป็เกมแบบไหนกัน เกมใช้ชีวิตเป็เดิมพันหรือเปล่า ได้ยินว่าพวกขุนนางและเชื้อพระวงศ์นิยมเกมประเภทนี้เป็พิเศษ... ยิ่งคิดหญิงสาวก็ยิ่งกังวล ทว่าเธอไม่สามารถแสดงความอ่อนแอออกมาได้
“เกมรูมแห่งนี้บริการในรูปแบบคล้ายหอคอย แต่ละชั้นจะมีเกมอยู่จำนวนหนึ่ง การจะขึ้นสู่ชั้นถัดไปจำเป็ต้องทำตามเงื่อนไขในชั้นนั้นๆ ให้สำเร็จ ยิ่งระดับชั้นสูงเกมก็จะยิ่งยากขึ้น” นพอธิบายเพิ่มเติมเมื่อเห็นว่าผู้หญิงเหมือนจะอยากลองเล่นเกมดู
“เงื่อนไขการผ่านชั้นหนึ่งคือต้องเคลียร์เกมจำนวนสี่เกมขึ้นไป ตอนนี้เกมที่ง่ายที่สุดชื่อว่า Zombies Hospital แต่เกมนี้ต้องมีพละกำลังในการหลบหนี และซอมบี้ก็น่าเกลียดมาก พวกผู้หญิงเลยไม่ชอบเล่นกัน ส่วนเกมที่เพิ่งแก้ไขล่าสุดอีกเกมมีชื่อว่า ‘ค่ำคืนนั้นที่คฤหาสน์’ เป็เกมแนวสืบสวน พวกคุณอยากลองเล่นดูสักเกมไหม”
เมลาลีขมวดคิ้วเมื่อได้ยินว่ามีเกมที่ไม่เหมาะกับผู้หญิง เธอคิดว่าชายหนุ่มดูถูกผู้หญิงเหมือนกับผู้ชายส่วนใหญ่ ดังนั้นหญิงสาวจึงอยากพิสูจน์ว่าผู้หญิงก็แข็งแกร่งไม่แพ้ผู้ชาย
“ฉันจะเล่นเกมแรก”
นพพยักหน้ารับแล้วหันไปหาออสตัน “แล้วคุณล่ะ?”
ชายวัยกลางคนไม่ตอบ แต่จ้องไปที่องุ่นในจานเขม็ง เขาถามอย่างตื่นเต้น “คุณไปเอาองุ่นพิสุทธิ์มากมายขนาดนี้มาจากไหน”