แพรไหมเดินทางมาถึงบริษัทของครอบครัว เธอเข้ามาเรียนรู้งานที่บริษัทั้แ่ยังเรียนไม่จบ จนกระทั่งตอนนี้เธออายุยี่สิบห้าแล้ว หญิงสาวทำงานดีจนคนเป็พ่อไว้วางใจให้เธอตัดสินใจแทนได้หลายอย่าง
ใบหน้าสวยส่งยิ้มให้พนักงานที่ผ่านไปมา ถึงแม้ในใจของเธอจะมีความเครียดมากมายแค่ไหนแต่แพรไหมก็มักจะยิ้มให้กับทุกคนเสมอ เธอไม่้าให้พ่อแม่เป็ห่วง แน่นอนว่าไม่ว่าเื่ของเธอกับวชิรวิทย์จะย่ำแย่แค่ไหนเธอก็ไม่คิดจะบอกพวกท่านทั้งสอง
“สวัสดีค่ะคุณแพร” เลขานุการวัยกลางคนเอ่ยทักทายพร้อมยกมือไหว้เ้านายสาว
“สวัสดีค่ะคุณพริ้ม แพรไม่ได้เข้าบริษัทหลายวันเอกสารเยอะมากไหมคะ” แพรไหมรับไหว้และเอ่ยทักทายเสียงใส
“มีที่รอคุณแพรอนุมัติอยู่สามฉบับค่ะ คุณแพรจะรับกาแฟเลยไหมคะ พริ้มจะไปชงมาให้”
“ก็ดีค่ะ รบกวนด้วยนะคะ” หญิงสาวบอกก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง
นิสัยอ่อนหวานและใจดีของแพรไหมทำให้ทุกคนในบริษัทรักและเคารพเธอมาก หญิงสาวไม่เคยถือตัว ไม่เคยต่อว่าใครอย่างไร้เหตุผล ไม่เคยเอาเปรียบพนักงานในบริษัท และเวลาพูดคุยกับพนักงานก็มักจะใช้น้ำเสียงไพเราะชวนฟังอยู่เสมอ
แพรไหมนั่งตรวจเอกสารต่าง ๆ ไม่เท่าไหร่เวลาก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว พอได้ยินเสียงประตูถูกเปิดเข้ามา คนที่เอาแต่ทำงานอย่างขะมักเขม้นก็ต้องเงยหน้าขึ้นมามองผู้มาใหม่ทันที พอเห็นว่าเป็พ่อใบหน้าสวยก็เผยรอยยิ้มกว้างออกมา
“เที่ยงนี้ไปทานข้าวกับพ่อนะ”
“ได้สิคะ คุณพ่อคิดถึงหนูใช่ไหมล่ะ ไม่ได้เจอหน้าไม่กี่วันก็มาชวนไปทานข้าวแล้ว”
“ก็ใช่ไง เฮ้อ วันเวลาผ่านไปเร็วจนพ่อไม่ทันตั้งตัว ลูกสาวพ่อโตเป็สาวจนแต่งงานมีครอบครัวแล้ว” อนุวัฒน์เอ่ยออกมา เขายังรู้สึกว่าเมื่อวานนี้ลูกสาวยังเป็เด็กหญิงตัวน้อย ๆ ที่เขาเคยอุ้มขึ้นบ่าอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับโตเป็สาวไปแล้ว
“ถึงจะแต่งงานแล้วแพรก็ยังอยู่ข้าง ๆ พ่อนี่คะ ไม่ได้หายไปไหนซะหน่อย” ร่างเล็กลุกขึ้นมาออดอ้อนคนเป็พ่อ
เมื่อเห็นอย่างนั้นอนุวัฒน์ก็ยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของลูกสาวคนเดียวอย่างรักใคร่ ที่จริงเขาไม่ควรรู้สึกแบบนี้ ควรจะดีใจที่ลูกสาวมีครอบครัวต่างหาก ถึงแม้ว่าจุดเริ่มต้นของการแต่งงานแพรไหมกับวชิรวิทย์จะเป็เพราะเื่ธุรกิจ แต่ลูกสาวของเขาก็บอกว่าอยากแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นเพราะแอบชอบมานาน คนเป็พ่ออย่างเขาจะไปขัดได้ยังไงกัน ขอเพียงแค่ได้เห็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนมีความสุขก็พอแล้ว
ตกเย็นของวัน
แพรไหมกลับมาที่บ้านของคนที่ได้ชื่อว่าเป็สามี เธอยิ้มทักทายทุกคนในบ้านแต่พอกลับขึ้นมาบนห้องใบหน้าสวยหวานก็เผยสีหน้าเศร้าสร้อยออกมาทันที เธอไม่ได้อยากรู้สึกแบบนี้แต่ก็อดไม่ได้จริง ๆ กับสิ่งที่อีกฝ่ายทำไว้กับเธอ การเริ่มต้นชีวิตคู่ของเธอกับวชิรวิทย์ไม่ได้เป็อย่างที่เธอเคยคิดเอาไว้ เขาไม่คิดจะเปิดใจ ไม่อยากเรียนรู้กัน เอาแต่แสดงท่าทีรังเกียจในตัวเธอ และย่ำยีทั้งตัวและหัวใจของเธอซ้ำ ๆ เธอนึกภาพไม่ออกเลยว่าแบบนี้จะอยู่ด้วยกันได้ยังไง
“ไม่ลองก็ไม่รู้ อดทนอีกหน่อยนะ สักวันเขาอาจจะเห็นค่าความรักของเธอ” หญิงสาวปลอบใจตัวเองหน้ากระจก ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วพ่นออกมาเต็มแรงเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจ
“สู้ เธออาจจะเปลี่ยนใจของเขาได้” แพรไหมพยายามคิดบวก ในเมื่อตัดสินใจแต่งงานกับผู้ชายคนนี้แล้วเธอก็อยากพยายามทำทุกทางเพื่อให้ชายหนุ่มเห็นค่าเธอ
หญิงสาวตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองและจะเริ่มใหม่กับเขาั้แ่วันพรุ่งนี้ เธอจะทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุดไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับเธอ ถ้าหากเธอยอมบางทีผู้ชายอย่างว่าวชิรวิทย์อาจจะใจอ่อนลงบ้าง
เธอไม่สนใจว่าความคิดของเธอจะโง่เง่ามากแค่ไหน กับการที่เอาความรู้สึกของตัวเองมาเดิมพันกับผู้ชายแบบนี้ แต่เพราะคำว่ารักเธอจึงอยากให้โอกาสหัวใจตัวเองได้ลองพยายามอีกสักครั้ง
หลังจากเสียงรถเลี้ยวเข้ามาจอดในบ้าน ไม่นานร่างสูงของวชิรวิทย์ก็เดินเข้ามาในห้องนอนด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาเดินไปเปลี่ยนเป็ชุดลำลองสบาย ๆ ไม่ใช่ชุดซูตที่สวมใส่เวลาทำงาน ชายหนุ่มไม่ได้สนใจแพรไหมที่อยู่ในห้องเลยสักนิด ทว่าพอเห็นหญิงสาวลุกขึ้นมาเก็บข้าวของในห้องให้เป็ระเบียบหัวคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที เพราะไม่รู้ว่าในตอนนี้เธอคิดจะทำอะไรกันแน่
“ที่นี่มีแม่บ้าน ไม่ต้องฝืนใจทำอะไรแบบนั้นหรอก”
“แพรไม่ได้ฝืนใจสักหน่อย แพรทำเพราะอยากทำ อีกอย่างห้องนี้เป็พื้นที่ส่วนตัว แพรไม่อยากให้ใครเข้ามาวุ่นวายเท่าไหร่”
“ฉันไหมที่ต้องเป็คนพูดคำนี้ อย่าลืมว่าเธอก็แค่มาอาศัยอยู่”
“แพรไม่ลืมค่ะ แต่แพรเป็ภรรยาของพี่ สามีภรรยาก็เหมือนคนคนเดียวกันไม่ใช่เหรอคะ” แพรไหมเปลี่ยนสรรพนามเรียกเขาตามอำเภอใจ
ท่าทางของหญิงสาวในตอนนี้ทำให้วชิรวิทย์พ่นลมหายใจออกมาทันที เขา้าทำให้ผู้หญิงคนนี้เ็ปแต่ทำไมภาพที่เห็นในตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นเลย เหมือนกับว่าแพรไหมยอมทุกอย่างเขาแทน
“คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะสนใจแล้วหันมารักผู้หญิงอย่างเธอเหรอ คิดใหม่ได้นะแพรไหม!”
แพรไหมเผยรอยยิ้มออกมา เธอจะไม่คิดใหม่อย่างที่เขาบอกเพราะเธอตั้งใจแล้วว่าจะทำให้เขาเปลี่ยนใจมารักเธอให้ได้
“ไม่ค่ะ แพรไม่เปลี่ยนใจหรือคิดใหม่อะไรทั้งนั้น เพราะแพรเป็ภรรยาพี่ แพรจะทำให้พี่รักแพรให้ได้ คอยดู” เสียงหวานตอบกลับด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ ถึงแม้เธอจะเป็คนเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่สิ่งหนึ่งที่เธอมีก็คือความแน่วแน่ สิ่งที่ได้ตัดสินใจทำไปแล้วเธอก็จะพยายามให้ถึงที่สุด ไม่ว่าเื่อะไรก็ตามและเธอจะไม่ยอมแพ้ผู้ชายตรงหน้านี้แน่นอน
“เหอะ แล้วเธอจะรู้ว่าสิ่งที่เธอคิดมันเป็เื่ที่เสียเวลาเปล่า เพราะฉันไม่คิดจะแลผู้หญิงอย่างเธอ คนที่ฉันรักมีแค่อิงธารเท่านั้น จำใส่กะลาไว้ด้วย” พูดจบวชิรวิทย์ก็เดินออกจากห้องนอนไปนั่งโซฟาที่ห้องนั่งเล่น
วชิรวิทย์กำมือแน่นเพราะรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นท่าทีไร้ยางอายของเธอที่คิดจะล้างสมองเขา ยังไงเขาก็ไม่มีวันตกหลุมพรางของเธอแน่นอน ในตอนนี้เขาอยากเจออิงธารอีกสักครั้ง อยากรู้ว่าเธอไปอยู่ที่ไหนถึงไร้การติดต่อกลับมา
“อิงกลับมาหาวัฒน์ไม่ได้เหรอ อิงรู้ไหมว่าวัฒน์คิดถึงอิงมาก” ชายหนุ่มพึมพำออกมา พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้แฟนสาวกำลังทำอะไรอยู่ หลังจากที่ทะเลาะกันเธอก็หายไปจากชีวิตของเขาเสมือนว่าเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย
อีกด้านของต่างประเทศ
“ชนแก้ว คืนนี้สนุกกันให้เต็มที่ ฉันเลี้ยงเอง” พูดจบร่างอรชรของอิงธารส่ายสะโพกไปตามจังหวะของเพลงอย่างสนุกสนาน หญิงสาวมีความสุขกับชีวิตในตอนนี้เอามาก ๆ ถึงแม้จะเลิกรากับวชิรวิทย์ไปแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอเสียใจเลยสักนิด เพราะค่าตอบแทนที่ได้จากการเลิกกันทำให้เธอพอใจเป็อย่างมาก
คุณย่าของเขาจ่ายเช็คให้กับเธอเป็จำนวนสิบล้านบาทเพื่อแลกกับการให้เธอออกไปจากชีวิตเขา แต่ถ้าเธอไม่ยอมทำตามที่บอกนอกจากจะไม่ได้เงินแล้ว คงถูกครอบครัวเฮงซวยนั้นตามรังควานไม่จบอยู่ดี ทางเลือกนี้จึงดีที่สุดสำหรับอิงธาร