นิยายรักเล่นกลวนเวียนใจ เพราะรักเล่นกล เขียนโดย.. สลักกานต์
ตอนที่ ๑๔
เหตุจากอดีต
.......ระหว่างที่ชลวิทย์พานิภาสไปแนะนำตัวให้อาจารย์เตโชรู้จัก ปณาลีกับอุรวีก็รีบมาเล่าเื่ต้นน้ำและปฐวี ให้ฝุ่นดินฟัง
.......ฝุ่นดินก็ได้แต่พยักหน้ารับรู้ แต่เธอต้องเตรียมแก้ปัญหาตรงหน้าเธอก่อน ก็นิภาสพูดจ้ออย่างไร้กาละเทศะจนครูโชต้องยิ้มรับอย่างเฉยชา แต่นิภาสก็มิได้รับรู้ ยังคงเม้ากะครูโชต่อหรือหันไปเม้ากะพี่กนกบ้าง กะคนนั้นคนนี้บ้าง
.......“เธอสองคนไปเชิญแฟนของชลวิทย์ให้ไปนั่งดูการซ้อมละครเถอะ อย่าให้เธอเสนอหน้ากับครูโชอย่างนั้น” ฝุ่นดินรีบบอกปณาลีกะอุรวีทันทีที่คิดได้
.......ปณาลีและอุรวีก็รีบรีบทำตามที่ฝุ่นดินบอกทันที ทั้งสองเข้าไปชวนนิภาส และพาเธอไปนั่งดูการซ้อมละครในมุมหนึ่งของห้องซ้อม ซึ่งก็อยู่ใกล้ๆ กับมุมที่มายด์นั่งรอดูการซ้อมละครพร้อมบทละครเื่เดียวกัน
.......นิภาสมองรูปร่างหน้าตาของมายด์ แล้วก็ตาลุกวาว “เธอเธอ” นิภาสเรียกปณาลีและอุรวี “เด็กนักเรียนคนนั้นชื่ออะไรอะ”
.......ยังไม่ทันที่สองสาวจะเอ่ยปากตอบ
.......“หน้าตาดี๊ดี รูปร่างก็น่ากิ๊นน่ากิน”
....... คำพูดนิภาสทำเอาสองสาวตาค้าง..!!
.......“ตอนที่นิได้กะชลนะ ชลก็ประมาณนี้แหละ นอนด้วยแล้วอร๊อยอร่อย” นิภาสพูดจาเปิดเผยชัดเจน จนสองสาวไม่กล้าจะต่อปากต่อคำ
.
.......ระหว่างที่สองสาวพานิภาสมานั่งที่มุมหนึ่งของห้องซ้อม การซ้อมละครก็เริ่มต้นขึ้น วันนี้เป็การซ้อมั้แ่ฉากแรกที่โรมิโอพบจูเลียตครั้งแรก จนถึงฉากที่ทั้งสองแต่งงานกัน
....... แรกๆ ฝุ่นดินก็กังวลว่านิภาสอาจจะไม่พอใจที่เธอต้องใกล้ชิดสวีทหวานกับชลวิทย์ แต่เปล่าเลย.. นิภาสเป็คนดูชั้นดี อาจจะดีมากจนเกินไปด้วยซ้ำ
....... ก็นิภาสดูการซ้อมละครและลุ้นไปกับตัวละครด้วย จนถึงขั้นพูดเชียร์ตัวละครให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ราวกับเชียร์มวยก็ไม่ปาน .. อาทิ “จูบเลย จูบเลย”
...........หรือ..“กอดดดดด เออ!! กอดอย่างนั้น อ้าว..!! กอดไว้นานๆ สิ”
...........หรือว่า..“พูดอะไรกันน่ะ ทำไมไม่กอดกัน”
...........หรือไม่ก็..“มัวแต่พูดอะไรก็ไม่รู้ จูบสิ จูบกัน”
....... แม้ปณาลีกับอุรวีจะพยายามห้ามไม่ให้นิภาสพูดขณะที่ดูการซ้อมละคร แต่ดูเหมือนทั้งสองจะหยุดนิภาสได้ครู่เดียว แล้วเธอเชียร์ให้ตัวละครทำงั้นทำงี้ต่อ
....... กนกมองนิภาสตาเขียวปั้ด เธอก็ไม่รู้สึกอะไร จนกระทั่งการซ้อมสิ้นสุดลง กนกพูดลอยๆ ถึงมารยาทในการชม นิภาสจึงได้สลดลงไปหน่อยนึง
.
....... “ครูครับ ผมขอโทษแทนนิด้วยครับ” ชลวิทย์กราบขอโทษครูโชเมื่อการซ้อมรอบแรกจบลง “นิเค้าไม่รู้ว่าต้องเงียบ”
....... “ไม่เป็ไรหรอก” ครูโชตอบรับอย่างอารมณ์ดี “ถ้าเธอพาเค้าออกงานบ่อยๆ เดี๋ยวเค้าก็รู้เองว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ”
....... ชลวิทย์มองหน้าครูโชแล้วก็ก้มหน้าอย่างอับอาย
....... “อะ” ครูโชส่งเสียงดังขึ้น “ถ้าวันจริงมีคนดูพูดขึ้นมาแบบที่นิพูดนี้ พวกเธอจะทำยังไงล่ะ?”
....... “ก็แสดงต่อไปค่ะ” ฝุ่นดินตอบ
....... “ใช่!!” ครูโชตอบรับฝุ่นดิน แล้วสบตาและสอนทุกคน “สิ่งที่พวกเธอควรฝึกให้ชัดเจนอีกอย่างคือ .. ‘สมาธิ’ .. คือการที่เรามีใจจดจ่ออยู่กับตัวละครที่เราเล่นด้วย.. คือการมีใจจดจ่ออยู่กับเหตุการณ์เที่เกิดขึ้นตรงหน้าตัวละคร เพราะเราจะไม่มีทางรู้เลยว่า แต่ละรอบเราจะพบคนดูแบบไหน?”
.......แต่ละคนพยักหน้ารับรู้ในสิ่งที่ครูโชสอน
....... “นิ” ครูโชเรียกเธออย่างเป็มิตร
....... “คูจะด่าจะว่าหนูก็ดั้ยนะคะ” นิภาสสลด “หนูโดนด่าจนชินแล้ว”
....... “ถ้าในโรงละครมีนินั่งดูอยู่คนเดียว นิจะเสียงดังอย่างไร ครูคงไม่ว่าอะไร”
.......นิภาสตาโต ไม่คิดว่าครูโชจะไม่ว่าอะไรเธอเลยอย่างที่เธอได้ยิน
.......“แต่ในโรงละครมีคนดูคนอื่นๆ อีกหลายคน เสียงพูดของเธออาจจะไปทำให้คนอื่นดูละครไม่สนุกก็ได้ เค้าจะพาลไม่ชอบหน้าเธอเอานะ” ครูโชเน้นเสียงชัดเจน
....... นิภาสเข้าใจทันที เธอยิ้มให้ครูโช “เข้าใจแล้วค่ะว่าทำไมตอนดูละครถึงพูดไม่ได้ หนูจะจำไว้ค่ะ คูโชใจดีที่สุดเลย”
.
....... มายด์เองก็นั่งฟัง แล้วอมยิ้มกับตัวเอง.. แหม.. อาโชเก่งจัง.. รู้จักวิธีพูดให้คนแบบนั้นหยุดพูดได้ โดยไม่ต้องห้ามไม่ต้องด่า .. ต้องฝึกบ้างแล้ว .. มายด์บอกตัวเอง
....... นอกจากวิธีพูดของอาโชแล้ว มายด์ยังเก็บความรู้ทุกอย่างที่อาโชสอนลูกศิษย์ด้วยการจดบันทึก ซึ่งตรงไหนที่ยังเข้าใจไม่ละเอียด มายด์ก็ทำสัญลักษณ์ไว้ แล้วกลับไปถามอาโชที่บ้าน
.......กนกเองก็เพิ่งเห็นว่า.. การใช้อำนาจห้ามปราม.. อาจได้ผลแต่ก็แค่ชั่วครู่ แต่การทำให้เข้าใจอย่างที่ครูโชทำ มันส่งผลดีงามจริงๆ และ.. วันนี้.. ชลวิทย์มาเมียมาเปิดตัวแบบนี้.. ก็แสดงว่า.. ชลวิทย์ไม่ใช่ศัตรูหัวใจอีกแล้ว .. เมื่อคิดได้อย่างนั้น.. กนกจึงบอกตัวเองว่า..ฝุ่นดินต้องเป็ของตน ..
....... แม้ครูโชจะไม่ได้ว่าอะไร แต่ทั้งปณาลีและอุรวีก็รู้สึกว่าตนเองทำหน้าที่ได้แย่มาก ที่ไม่สามารถจัดการให้นิภาสหยุดพูดได้ ในขณะที่ครูโชเตือนแค่ครั้งเดียว นิภาสทั้งรู้ตัว ทั้งจดจำ และยังชื่นชมครูโชอีก
.
....... ณัฐกนกมารับฝุ่นดินตามปกติดังเช่นทุกวันที่ผ่านมา เขาไม่เลือกที่จะนั่งรอในรถ แต่เลือกที่จะเดินเล่นไปมา รอเวลาฝุ่นดินเลิกซ้อมละคร
.......ณัฐกนกเห็นต้นน้ำเดินระบายอารมณ์ไปมาอยู่นอกห้องซ้อม เขาแปลกใจแต่ก็ฉลาดพอที่จะไม่รีบเข้าไปทักทาย พี่นัทเฝ้าดูจนอาหารหงุดหงิดของต้นน้ำเบาลง จึงเข้าไปชวนคุยด้วย
....... ต้นน้ำก็ไม่ได้เล่าเื่ระหว่างเขากับปฐวีพี่นัทฟัง แต่เลือกเม้าเื่ลมฟ้าอากาศไปตามจังหวะการพูด
.
....... พอซ้อมละครเสร็จ ชลวิทย์ก็พานิภาสกลับห้อง ปณาลีกับอุรวีก็มีนัด วันนี้เลยมีแค่ฝุ่นดินกับต้นน้ำเท่านั้น ที่ขึ้นรถสุดหรูของพี่นัทไปกินข้าวและกลับบ้าน
.
....... ระหว่างที่เดินทางไปร้านอาหารก็ต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน เพราะแม่ของฝุ่นดินโทรมาตามให้ฝุ่นดินรีบกลับบ้านด่วน ณัฐกนกจึงบอกให้เขนวนรถกลับไปส่งฝุ่นดินที่บ้านทันที
.
....... แต่พอถึงหน้าบ้านฝุ่นดิน ณัฐกนกลงจากรถ เขาเดินไปส่งหญิงสาวจนถึงหน้าประตูรั้ว และก็ร่ำลากันตรงนั้น จากนั้น.. ณัฐกนกมองส่งฝุ่นดิน จนก็เดินเข้าไปในตัวบ้าน เขาก็กลับขึ้นรถ เพื่อที่จะได้ไปทานอาหารกับต้นน้ำสองคน
....... “ทำไมไม่ชวนพี่นัทเข้าบ้านด้วยล่ะลูก” แม่ฝุ่นดินถามลูกสาวสุดรัก
....... ฝุ่นดินยกมือไหว้แม่ “อ้าว.. ก็แม่บอกให้ฝุ่นรีบกลับบ้านบอกว่ามีธุระด่วน แต่แม่ไม่ได้บอกให้ชวนพี่นัทด้วยได้ ฝุ่นก็เลยไม่กล้าชวน”
....... “เค้าไปรับส่งลูกทุกวันเลยเหรอ”
....... “ค่ะแม่”
....... “วันนี้ไม่ชวน ก็ไม่เป็ไรหรอก แม่เห็นเค้ามาส่งที่หน้าบ้าน ก็เลยถามดู”
....... “ว่าแต่..เื่ด่วนของแม่คือเื่อะไรคะ”
....... “เออ.. เกือบลืม คือ.. พ่อเค้าจะประชุมทีมสส. กับทีมเื้ัการหาเสียงทั้งหมด เื่การวางแผนการเลือกตั้ง พ่อเค้าเลยอยากให้ลูกมาเข้าประชุมด้วย ในฐานะเลขาขอพ่อ ลูกจะได้ศึกษางานด้วย” แม่บอกลูกสาวราวกับเป็เื่ที่แสนปกติ
.......“ก็เพิ่งเลือกกันไปไม่นานนี้เองนี่แม่ แล้วทีมของพ่อก็ชนะขาดแบบยกทีมด้วย จะมีการเลือกตั้งอีกแล้วหรือคะ” ฝุ่นดินแปลกใจ
....... “พ่อเค้าบอกว่า เตรียมให้พร้อมไว้ก่อน เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้” คราวนี้แม่เธอกลับมีน้ำเสียงหนักอกหนักใจอย่างชัดเจน
....... “ค่ะ” ฝุ่นดินตอบแม่สั้นๆ “แต่ฝุ่นจะยังทำละครอยู่นอกบ้านจนกว่าจะเรียนจบนะคะแม่ ตามข้อตกลงของเรา”
....... แม่เธอก็ได้แต่ยิ้มให้กำลังใจลูกสาว
.
....... พี่นัทพาต้นน้ำมาดินเนอร์แสนหวานในโรงแรมสุดหรูของกรุงเทพฯ พอรถคันดำยาวสุดหรูมาจอดในที่จอดรถซุปเปอร์วีไอพี บริกรก็เปิดประตูรถให้ ณัฐกนกลงจากรถหรูมาก่อนแล้วก็ส่งมือเขาให้ต้นน้ำจับ ต้นน้ำก็จับมือพี่นัท แล้วก็ขยับตัวออกมาจากรถ จนมายืนคู่กันต้นน้ำจึงปล่อยมือ “แพงมากแน่เลยพี่นัท”
....... “สำหรับแฟนพี่ แค่นี้ถือว่าน้อยไป”
....... “ยังไม่ใช่ซะหน่อย” ต้นน้ำยังเล่นตัวต่อ
.......พี่นัทถือวิสาสะโอบเอวต้นน้ำเดินเข้าโรงแรม
.......“พี่นัทอย่า.. ” แล้วต้นน้ำก็ต้องหยุดพูด เพราะมีหลากหลายสายตาที่หันมามองเค้ากับพี่นัท
....... ณัฐกนกหน้านิ่งราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร
.......แต่ต้นน้ำกลับอยู่ไม่สุข เขาพยายามเบี่ยงตัวออกจากการถูกโอบเอว แต่ก็พยายามรักษาอาการให้นิ่ง ขณะที่เดินเข้าไปในล้อบบี้โรงแรมสุดหรู
....... “ถ้าพี่ไม่ทำอย่างนี้ คนอื่นเค้าก็มองต้นน้ำเป็บริกรสิ” พี่นัทบอกลอยๆ พลางกระชับวงแขนอีก
....... ต้นน้ำมองไปรอบๆ ก็พอเข้าใจ ก็เขามาในชุดนักศึกษาที่ดูเหมือนชุดบริกรฝึกงานที่เดินไปมาอยู่หลายคน
....... ณัฐกนกเดินโอบตัวต้นน้ำไปจนถึงโต๊ะที่งดงามในมุมที่ส่วนตัวที่สุด ที่เขาโทรมาจองไว้ก่อนหน้านี้ เขาพาต้นน้ำมายืนข้างๆ เก้าอี้ตัวหนึ่ง และขยับเก้าอี้ให้ต้นน้ำนั่ง แล้วจึงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามต้นน้ำ
.......ขณะที่ทั้งสองกับสวีทหวานและเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศ ก็มีไฮโซเกย์สาวคนหนึ่ง เธอเดินเข้ามาหาทั้งสองด้วยความไม่พอใจ
....... “อีนี่ใช่ไหม..? ที่ทำให้นัทไม่ไปหาตี้” เธอพูดพร้อมกับชี้หน้าต้นน้ำ
....... ณัฐกนกยืนขึ้นมองหน้าไฮโซเกย์สาวที่เรียกตนเองว่า ‘ตี้’ อย่าใ..!!
...... ด้านหลังของตี้ ณัฐกนกเห็นเขนเพิ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามา และยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลนัก
....... ต้นน้ำลุกขึ้นยืนมองหน้าพี่นัทของเธอครู่หนึ่ง ราวกับจะรอฟังอะไรบางอย่างจากณัฐกนก แต่พอเขาไม่ได้พูดอะไร ต้นน้ำก็จะขยับตัวจะเดินออกมา
....... “เดี๋ยวก่อน” ณัฐกนกจับแขนต้นน้ำไว้
....... ต้นน้ำหยุดยืน แต่ไม่ได้หันไปมองหน้าใครเลย “เคลียร์ทุกอย่างให้จบ แล้วค่อยพบกัน” พูดจบต้นน้ำก็หันไปจ้องมองณัฐกนกด้วยสายตาที่ณัฐกนกจำต้องยอมให้ เขาปล่อยมือที่จับแขนต้นน้ำช้าๆ
....... ต้นน้ำเดินออกมาจากตรงนั้นทันที
....... “ตี้จะอะไรกับเราอีก ตี้บอกเลิกเราเองนี่ แล้วที่ทำแบบนี้คืออะไร” เสียงณัฐกนกลอยลมมาให้ต้นน้ำได้ยิน แต่เขาเลือกบอกตนเองว่า..ถ้าพี่นัทเคลียร์ไม่จบ ก็ไม่ต้องมาพบกัน..
....... “ต้นน้ำครับ” เขนเรียกชื่อต้นน้ำเบาๆ แต่ก็ดังพอที่จะทำให้ต้นน้ำหยุดฟัง
....... “สักครู่ครับ ผมเพิ่งบอกให้บริกรของโรงแรมไปเอารถเพื่อไปส่ง.. ต้นน้ำครับ” เขนทอดเสียงเพื่อที่จะไม่ออกเสียงคำว่า‘คุณ’ ที่หน้าชื่อต้นน้ำ
....... “ไม่เป็ไร ผมกลับเองได้”
...... “ไม่ได้ครับ” พร้อมกับการพูด เขนขยับเอาตัวมาขวางหน้าต้นน้ำ “เป็หน้าที่ที่ผมต้องดูแลแขกของคุณนัทให้ดีที่สุด”
....... ต้นน้ำได้แต่ยืนนิ่ง แต่.. เมื่อเวลาผ่านไปสักครู่ รถบริการของโรงแรมก็ยังไม่มา ต้นน้ำจึงตัดสินใจถามขึ้น “ขอโทษครับพี่”
....... เขนหันหน้ามารับฟังต้นน้ำ
....... “คนนั้นคือใครเหรอครับ”
....... “ขอโทษครับ ผมไม่สามารถบอกอะไรได้ครับ ต้องให้คุณนัทเล่าเอง”
....... ต้นน้ำถอนหายใจ “แต่ระหว่างที่ผมรอรถ พี่พูดเท่าที่พูดได้ ได้ไหมครับ”
....... ใบหน้าเขนคลายความเคร่งขรึมไปหน่อยนึง “คุณนัทเคยพาคนนั้น ไปโน่นนี่อยู่สองสามวันครับ แล้วก็เลิกพาไปครับ”
....... ต้นน้ำพยักหน้ารับรู้ จะอ้าปากถามต่อ
....... เขนยกมือห้าม “ต้นน้ำครับ ที่ผมบอกได้คือ.. คุณพ่อของคุณนัทเป็ทั้งนักธุรกิจ ทั้งมาเฟียที่คนใจร้ายมาก คล้ายกับมาเฟียในหนังนั่นแหละครับ ท่านไม่ชอบให้คุณนัททำตัวแบบนี้ ต้นน้ำไปไหนมาไหนกับคุณนัท ก็ระวังตัวด้วยนะครับ”
....... คราวนี้ต้นน้ำหันหน้าไปสบตาเขนเพราะอยากรู้ต่อ
....... “รถมาแล้วครับ” เขนพูดพร้อมกับเดินไปเปิดประตูรถให้ต้นน้ำ
....... ต้นน้ำซึ่งอยากคุยกับเขนต่อ จำต้องเดินไปขึ้นรถนั่น “ขอบคุณมากนะครับ คราวหน้าคงได้คุยกันยาวกว่านี้” พูดจบต้นน้ำก็ยกมือไหว้เขน
....... เขนรับไหว้แทบไม่ทัน
.
....... วันนี้ไม่มีการซ้อมการแสดง กนกจึงมารอฝุ่นดินที่หน้าอาคารเรียน
....... “ฝุ่นดินครับ” กนกเอ่ยปากทักทันทีที่ฝุ่นดินเดินลงมาจากตึกเรียน
....... “อ้าวพี่หนก มีไรเหรอคะ”
.......“พี่ว่าจะมาชวนฝุ่นไปติวการแสดงน่ะ” พูดจบ กนกก็มองเลยไปที่ปณาลีและอุรวีที่ยืนอยู่ข้างๆ ฝุ่น ราวกับจะสื่อสารว่า.. เราอยากอยู่กันสองคนนะ..
....... ปณาลีหันไปสบตาอุรวี “เอ่อ....”
....... “งั้นวันนี้ วีพาลีไปส่งอีเมล์ที่หอวีก็ได้ อยู่ใกล้มอแค่นี้เอง” พร้อมกับชี้ให้ลีดู “หอวี เน็ตแรงมากเลยนะ”
....... “ได้ได้” ลีตอบอุรวี แล้วหันไปบอกฝุ่นดิน “เธอก็ไปซ้อมของเธอ ฉันไปทำงานของฉัน แล้วจะกลับบ้านก็มาเจอกันที่ที่นัดพี่นัทนะ”
...... ฝุนดินพยักหน้ารับ เมื่อปณาลีกะอุรวีเดินแยกไปแล้ว เธอก็หันหน้าไปถามกนก “แล้วเราจะไปติวกันที่ไหนดีล่ะพี่ ห้องซ้อมก็ไม่ได้จองไว้ ห้องชมรมฯ ก็มีกลุ่มค่ายอาสาฯ มายืมห้องจัดประชุม”
....... “ไปที่ห้องรับแขก ชั้นล่างของหอพักของพี่ก็ได้”
....... “จะดีเหรอพี่”
....... “ดีสิ ไม่น่ากังวลหรอก หรือ..ฝุ่นไม่ไว้ใจพี่”
....... “ไม่ใช่อย่างนั้นพี่หนก”
....... เมื่อตกลงที่ติวกันได้ กนกก็พาฝุ่นดินไปต่อบทที่ห้องรับแขกของหอพักตนเอง แต่ความที่เป็ห้องรับแขกของหอพัก จึงมีคนเดินไปเดินมาเป็ระยะ แม้ว่าคนเ่าั้ จะไม่ได้มองทั้งสองอย่างสนอกสนใจ แต่การมีผู้คนเดินไปเดินมาให้เห็นสายตา ก็เป็การกวนใจ.. กวนสมาธินักแสดงไม่น้อย
....... “พี่หนก ฝุ่นไม่มีสมาธิเลยพี่”
....... กนกหลบตาฝุ่นดิน พลางใช้ความคิด “งั้นไปซ้อมที่ห้องพักที่ก็แล้วกัน” แล้วกนกก็เก็บบท และเดินนำฝุ่นดินไปโดยไม่รอคำตอบจากฝุ่นดินเลย
....... ฝุ่นดินจำต้องเดินตามกนกขึ้นไปโดยปริยาย
....... เมื่ออยู่ในห้องพักของกนก ทั้งสองก็เริ่มต่อบทกันอีกครั้ง ...เื่ราวในบท .. โรมิโอแอบมาพบจูเลียตเพื่อปลอบประโลมใจจูเลียตที่เสียใจมากจากการตายของทิบอลต์ แล้วทั้งสองก็มีอะไรกัน
.......“พี่ว่าอารมณ์จูเลียตไม่น่าจะเป็แบบที่ฝุ่นดินรู้สึกนะ” กนกพูดขึ้น หลังจากที่การต่อบทรอบแรกจบลง
....... “งั้นลองต่อบทกันอีกรอบนะพี่”
....... “พี่ว่า.. ฝุ่นลองแบบกึ่งๆ ต่อบท กึ่งๆซ้อมไปด้วยเลยดีกว่า”
....... ฝุ่นดิน งง งง กับคำพูดและวิธีการของกนก เพราะครูโชไม่เคยให้ทำแบบนี้เลย แต่เธอก็อยากทดลองดูเช่นกัน จึงพยักหน้ารับ
....... การซ้อมแบบกึ่งๆ ต่อบท กึ่งๆซ้อมจึงเริ่มขึ้น แม้ฝุ่นดินรู้สึกแปลกๆ แต่เธอก็ลองต่อบทต่อไป พอซ้อมกันไปสักครู่.. ดูเหมือนสายตากนกจะเปลี่ยนไป.. เป็สายตาที่.. ทำให้ฝุ่นดินรู้สึกถึง.. ความหื่นกระหายบางอย่าง..ที่ชวนให้เธอขนลุกขนพอง
....... แล้ว.. กนกก็โอบกอดฝุ่นดิน และฝังจมูกกับริมฝีปากตนเองที่พวงแก้มฝุ่นดินทันที
....... ฝุ่นดินทั้งตระหนก..!! ทั้งใ..!!
....... “พี่หนก” เธออุทานชื่อกนก พร้อมกับพยายามแกะอ้อมกอดกนกเป็พัลวัน
....... “พี่รักฝุ่น รักฝุ่นมากจริงๆ นะ ฝุ่นเป็ของพี่เถอะนะ”
จบตอน ๑๔