*เหตการณ์ก่อนหน้านี้จะอยู่ใน่ท้ายของ 'อาถรรพ์สมุดวาดเขียนสั่งตาย'
EP : มนต์ขานสัจจะ
แสงฟ้าสีม่วงไหม้พุ่งซัดกระแทกพื้นดินแห่งมิติหลอนนั้นอีกครั้ง เสียงหัวเราะของ “กัมปนาท” ก้องสะท้อนอยู่ในท้องฟ้าที่ไม่มีขอบเขตเหมือนเสียงระฆังแตกกระแทกหัวใจคนฟังให้เต้นระส่ำ
เมฆาเหยียบพื้นทรายสีดำที่คอยซัดกลืนทุกสิ่งเข้าไปเหมือนบึงหมึก “อาจารย์คง” คุกเข่าลง เอามือแตะพื้นอย่างพยายามอ่านอักขระเร้นที่วิบวับอยู่ใต้ทราย
มัณตราสินีย์ยืนอยู่ไม่ไกล ดวงตาเธอแดงวาบ ริมฝีปากสั่นไหว เสียงคำสาปจากกัมปนาทยังแทรกอยู่ในหัวเธอเหมือนงูที่พูดด้วยภาษาแห่งความแค้น
“เ้าไม่มีทางหนีข้าได้ มัณตราสินีย์… เ้าคือภาชนะของข้า!”
ทรายรอบเท้าเธอเริ่มดูดลงไปช้า ๆ เหมือนจะกลืนเธอให้กลับไปหานายเหนือหัว
เมฆาเงยหน้าขึ้น ะโแข่งเสียงพายุ
“มัณตราสินีย์! ถ้าเธอยังอยู่ที่นี่ เธอจะถูกกลืนไปพร้อมเขา!”
แต่หญิงสาวกลับหัวเราะในน้ำตา
“ไม่ทันแล้ว...ข้าคือเวทของเขา เมฆา...ข้าไม่เหลืออะไรจะกลับไปอีกแล้ว...”
อาจารย์คงลุกขึ้น ดึงยันต์ผ้าขาวจากอกเสื้อออกมา เขียนอักขระสัจจะกลางอากาศด้วยนิ้วเปื้อนเื
“ถ้าเ้าคือเวท...งั้นเราจะสลายเวทด้วยสัจจะ!”
เสียง “กรรไกรแห่งวาจา” ฉีกผืนฟ้า
เมฆาเอื้อมมือจับสมุดวาดเขียนมรณะในมือมัณตราสินีย์ — หน้ากระดาษเปล่งประกายเหมือนมีเืเป็หมึกกำลังเขียนเื่ราวเอง
เขาหลับตา พึมพำช้า ๆ
“สัจจะคือแสง แสงคือเส้นทาง...
เส้นทางคือความจริง — และข้าคือผู้เห็นความจริงนั้น...
จงขานตามข้า มนต์ขานสัจจะ!”
[มนต์ขานสัจจะ]
แสงสีทองเส้นเล็ก ๆ ผุดขึ้นจากริมฝีปากเมฆา เหมือนด้ายทอแสงพาดทับระหว่างโลกและมิติ
อาจารย์คงขานตามเป็เสียงทุ้มต่ำ เสียงทั้งคู่สะท้อนเป็จังหวะคล้ายบทสวดเร้นลับในวิหารที่ถูกลืม
รอบตัวทรายหยุดหมุน
พายุเงียบกริบ
ทุกสิ่งเหมือนหยุดเวลาไว้ชั่วอึดใจ
เมฆาเดินเข้าหามัณตราสินีย์
“ฟังข้านะ — ความจริงคือเ้าไม่ได้อยากทำลายใคร เ้าแค่โดนหลอกใช้”
เสียงของเขามั่นคง “ข้าเชื่อในสัจจะของเ้า”
เธอกระพริบตา น้ำตาไหลออกมา แสงจากมนต์เริ่มคลายโซ่ตรวนเวทของกัมปนาทรอบตัวเธอออกทีละเส้น
ทันใดนั้น กัมปนาทคำรามลั่นมิติ
“สัจจะของพวกเ้าจะดับสิ้นเมื่อข้าขานเท็จ!”
พื้นดินสั่นะเื สมุดในมือมัณตราสินีย์ลุกเป็ไฟเื
เมฆากัดฟันแน่น — เขาชูมือซ้ายขึ้น ขีดวงสัจจะใหม่ทับมิติเดิม
เสียงเขาดังชัด
“สัจจะของข้า — ข้าจะพาเธอกลับไป ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!”
เปรี้ยง!
แสงขาวแตกกระจาย ดึงมัณตราสินีย์เข้ามาในอ้อมแขน
เธอสบตาเขา — เพียงชั่ววินาทีก่อนจะหมดสติ ริมฝีปากเธอเอ่ยเบา ๆ
“ข้า...ไม่สมควรได้รับการให้อภัย...”
“งั้นก็ให้ข้าเป็คนเริ่มต้นมันใหม่ให้เ้า” — เมฆาพูด และตัดเวท
เสียงพายุะเิแตกฟ้า
ทุกอย่างสลายเป็แสงขาว
ร่างของเมฆา อาจารย์คง มัณตราสินีย์ เมขลา และ ครูชัยรัตน์
ถูกดูดออกจากมิติด้วยแรงฉีกอันรุนแรงของ มนต์ขานสัจจะ
แสงนั้นหายไปพร้อมเสียงหัวเราะของกัมปนาทที่ค่อย ๆ จางราวกับถูกเผาในหมึกดำ
แสงจางลง...
เสียงนกแปลกประหลาดร้องจากที่ไกล
พื้นดินแข็ง เย็น มีไอควันสีเงินลอยอยู่รอบ ๆ
เมขลาค่อยๆพยุงครูชัยรัตน์ขึ้น
เธอมองไปรอบ ๆ ตาเบิกกว้าง
“ที่นี่มันที่ไหน...”
ครูชัยรัตน์พูดต่อด้วยเสียงสั่น
“มัน...ไม่ใช่โลกมนุษย์นี่...”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*