สองวันก่อนเสิ่นอันลั่วก็จ้างครอบหลีมาถางป่าและพรวนดินให้ ครอบครัวนี้มีลูกชายถึงสี่คน
นางจ่ายค่าแรงคนล่ะเจ็ดสิบอิแปะ เพราะคนเล็กก็อายุสิบห้าทำงานได้เหมือนผู้ใหญ่แล้ว ถ้าพวกเขาขยัน
ต่อไปนางก็จะจ้างพวกเขาดูแลสวนผักให้นางในอนาคต และในอนาคตจะทำผักดองสูตรต่างๆขาย
เพราะที่นางไปสำรวจตลาดมาผักดองที่นี้รสชาติแย่มากถึงมากที่สุดเท่าที่นางเคยกินมาหรือคนที่นี้ชอบรสชาตินี้กันล่ะ แต่ล่ะวันเสิ่นอันลั่วหมดไปกับการทำผงปรุงรสรส
ยังดีที่ก่อนนี้นางทำไว้บ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นร้อยไหที่ท่านอ๋องสั่ง คงจะทำไม่ทันเป็แน่
ยิ่งใกล้จะถึงวันสอบเข้าสถานศึกษาเสิ่นอันหยวนยิ่งตั้งใจอ่านหนังสือ จะมีบ้างเวลาพักเขาก็มาช่วยนางทำผงปรุงรส
หรืออาจะเป็เพราะบ้านแต่ล่ะหลังห่างกันมาก น้องชายนางถึงไม่ไปเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกันเลยวันๆช่วยพี่สาวทำสวนทำผงปรุงรส
ถึงวันสอบเข้าเรียนของเสิ่นอันหยวนสามพี่น้องพากันตื่นแต่ไก่ขัน ก็เตรียมตัวออกจากบ้าน
วันนี้เสิ่นอันลั่วจ้างให้ลุงจงไปส่งนางสามพี่น้องในเมืองแต่เช้าก่อน เพราะกลัวจะไปสาย
ไปก่อนได้ก็ดีเพื่อความสบายใจ เสิ่นอันลั่วทำข้าวกล่องให้น้องชายคนล่ะกล่องกินขณะเดินทาง
นางทำข้าวผัดหมูกับซาเปาไส้หมูสับ
“อันหยวนไม่ต้องเครียดน่ะ ข้อไหนคิดว่าทำได้ให้ทำไปก่อน ค่อยๆอ่านคำถามแล้วตีความหมายให้ออก ทำได้แค่ไหนเอาแค่นั้นขอแค่เ้าทำจนสุดฝีมือ เ้าเข้าใจไหม ไม่ต้องเครียด พี่ใหญ่กับอันหยางจะคอยให้กำลังใจเ้าที่ด้านนอก”
เสิ่นอันลั่วที่ตื่นเต้น สั่งสอนน้องไปชุดใหญ่ อารมณ์เหมือนแม่ติวหนังสือสอบให้ลูกชายเลย
“ พี่ใหญ่ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ”
เสิ่นอันหยวนตั้งใจฟังที่พี่สาวบอกและพยักหน้ารับคำอย่งเชื่อฟัง ล
“ พี่ใหญ่ท่านดื่มน้ำก่อนข้ากลัวท่านคอแห้ง”
เสิ่นอันหยางที่เห็นพี่สาวพูดจนลิ้นพันกันก็ยื่นกระบอกน้ำให้ด้วยความเป็ห่วง
สามพี่น้องมาถึงหน้าสถานศึกษาก่อนเวลาสอบครึ่งชั่วยาม วันนี้มีคนมาสมัครเข้าสอบกันจำนวนมาก
มีทั้งลูกขุนนางตระกูลเศรษฐีไปจนถึงชาวบ้านที่พอมีฐานะที่จะส่งบุตรหลานเข้าเลยได้
เพราะต้องจ่ายค่าเทอมปีล่ะหนึ่งร้อยตำลึง อย่างว่าละเนอะสถานศึกษาประจำจังหวัด
หลังจากมีเ้าหน้าที่ประกาศใผ้ผู้สมัครสอบยืนต่อแถวตามลำดับเลขที่ในใบสมัครเข้าสอบ
แล้วเดินเข้าไปด้านในเพื่อทำการสอบ
“อันหยวนพี่ใหญ่รอเ้าตรงนี้ สู้สู้น้องรัก”
“พี่รองรอท่านอยู่ตรงนี้อยู่กับพี่ใหญ่ สู้สู้ พี่รอง”
เสิ่นอันหยวนยิ้มแล้วพยักหน้าก็เดินไปต่อแถวแล้วเข้าด้านในไป
“พวกเราไปหาที่นั่งรออันหยวนกันเถอะอันหยาง เ้าอยากกินอะไร”
“พี่ใหญ่ข้าอยากกินขนมร้านนั้นขอรับ”
“ไปเ้าอยากกินอะไรพี่ใหญ่จะซื้อให้เ้ากิน”
น้องชายคนนี้ของนางอยู่ในวัยกำลังกินกำลังโต แต่พี่ใหญ่ว่าเ้าเริ่มอ้วนขึ้นแล้วนะอันหยาง
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเสินอันหยวนก็ออกมาด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
“หิวไหม ไปหาอะไรกินกัน"
สอบก็สอบไปแล้วกองทัพเดินด้วยท้องและตอนนี้นางก็หิวแล้วเหมือนกัน
“ ขอรับพี่ใหญ่”
เสิ่นอันหยวนสอบเสร็จก็เหมือนได้ยกูเาออกจากอก เขาก็ตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนเช่นเคย
“ พี่ใหญ่ข้าอยากกินบะหมี่เป็ด”
เสิ่นอันหยวนผู้หิวตลอดเวลา
“ ได้ไปกินบะหมี่เป็ดกัน”
และสามพี่น้องก็พากันไปนั่งกินบะหมี่เป็ด
อีกสามวันผลสอบถึงจะประกาศ วันนี้ก็กินให้เต็มที่ฉลองที่ได้สอบไปก่อน
ประกาศผลสอบค่อยฉลองกันใหม่อีกที อืม.. เอาตามนี้ล่ะ
…..… ภายในรถม้าคันหนึ่ง
ชินอ๋องมู่ไป๋เชวียนที่พึ่งกลับจากค่ายทหาร เขาไม่ได้กลับจวนมาห้าวันแล้ว
่นี้ที่ชายแดนกำลังมีปัญหา เขาจึงต้องค้างคืนที่นั้น
“นางกับน้องชายเข้าเมืองมาทำอะไร”
“วันนี้เป็วันสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนของสถานศึกษาฉางซินขอรับ”
“อืม” ั้แ่วันนั้นเขาให้คนตามสืบประวัติของนาง
นางเป็ลูกกำพร้าพ่อแม่ล้วนเสียชีวิตไปแล้ว ไม่มีญาติพี่น้องที่ใด
พ่อกับแม่ของนางย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนั้นั้แ่นางยังเล็ก
และนางยังมีน้องชายให้ดูแลอีกสองคน
ตอนแรกเขาที่ได้กินอาหารที่นางคิดค้นขึ้นมาและผงปรุงรสนั้น
เขาคิดอยากได้ตัวนางไปเป็แม่ครัวที่จวนของเขา แต่ดูจากที่นางสามารถ
หาเงินได้เองขนาดนั่น ความคิดของเขาเป็อันต้องพับไป
วิธีที่ปรุงอาหารเมนูผักแบบเดิมให้อร่อยขึ้นของนาง เขาให้พ่อครัวที่จวนของเขา
ลองทำ เขาไม่อยากจะเชื่อว่ามันอร่อยขึ้นมากกว่าเดิมจริงๆ
นี่คือเหตุผลที่ทำให้เขาสนใจในตัวนาง ใช่มันต้องเป็เพราะเหตุนี้ล่ะไม่มีอะไรอื่น
“ให้คนของเราจับตาดูนางไว้ มีอะไรให้มารายงานข้า”
ที่เขาให้คนจับตานางไว้เพราะผงปรุงรสนั่นหรอกนะ มันปรุงอาหารได้อร่อยมากขึ้นจริงๆ
“ขอรับ” องครักษ์รับคำ