ไร่คืนใจ

    ตอนที่ 7

            ตลอดทางภาคินไม่ได้แกล้งอะไรหญิงสาวอีกเพราะเสี่ยงต่อการเจ็บตัวโดยใช่เหตุทั้งจากอุบัติเหตุและจากตัวของหญิงสาวเขาเลยฆ่าเวลาด้วยการชมวิวทั้งสองข้าทางไปเรื่อยๆ สายลมเย็นๆ ที่ลอยมาปะทะใบหน้าทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก สองข้างทางที่หญิงสาวพาเขาขับผ่านเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่บางทีก็เป็๲ป่าตามธรรมชาติบ้าง บางทีก็ไเป็๲ไร่อ้อยบ้าง ไร่ข้าวโพดบ้าง บางทีก็เป็๲ไร่กะหล่ำปลีสลับกับบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ห่างๆ หญิงสาวพาเขาขับขึ้นเนินสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ตามทางที่เป็๲ถนนไหล่เขา ตอนสุดท้ายเธอพาเขาขับขึ้นเนินที่สูงเสียจนเขาต้องเกาะบ่าเธอไว้แน่น ไม่น่าเชื่อว่าเ๽้ามอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่ของเธอจะพาเขาขึ้นมาถึงได้โดยที่เครื่องไม่ดับกลางทาง 

            แต่พิศวงของธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งก็คือเมื่อครู่เขายังต้องไต่เนินที่ตั้งดิ่งแต่ตอนนี้เส้นทางกลับราบเรียบเหมือนอยู่บนพื้นราบ

            นลินไม่ได้พาเขาไปที่บ้านของบุญมาเหมือนอย่างที่คิดไว้แต่หญิงสาวพาเขามาที่ขนำเล็กๆ ริมทางที่มีกระติกน้ำกับห่อสัมภาระวางทิ้งไว้

            " ถึงแล้ว" นลินจอดรถแล้วบอกเพียงสั้นๆ ก่อนจะเดินไต่เนินลงไปที่ด้านล่าง

            ภาคินยืนมองไร่ชาที่ปลูกไว้เป็๲ขั้นๆ มีฉากหลังเป็๲ทิวเขาน้อยใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตาแล้วรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ที่ด้านล่างถัดลงไปนลินกำลังส่งเสียงทักทายกับคนงานที่กำลังตกแต่งใบชาอย่างคุ้นเคย

            " เห็นตามาบ้างไหมจ้ะ"

            " อยู่ปู้น" หนึ่งในนั้นตอบมาเป็๲ภาษาพื้นเมืองแล้วชี้ลงไปทางต้นชาที่อยู่ถัดลงไปทางด้านล่าง

            " ขอบใจจ้ะ" นลินตอบแล้วก้าวยาวๆ ผ่านไปมีภาคินที่ตามมาทีหลังก้าวตามไปติดๆ แต่ยังไม่ลืมหันไปส่งยิ้มทักทายกับสองสามคนที่ยืนมองเขาอยู่

            พอสองหนุ่มสาวเดินผ่านไปการจับกลุ่มพูดคุยกันตามประสาชาวบ้านก็เริ่มขึ้นทันที

            " แฟนยายบัวนี่หล่อเนอะ"

            " เห็นว่าเป็๲เ๽้านายเก่าของคุณนงพะงาไม่ใช่เหรอ"

            " แบบนี้ก็ตามมาจากกรุงเทพน่ะสิ"

            " คุยอะไรกันเหรอ ใครตามใคร" คนงานที่อยู่ใกล้ๆ กันตามมารวมกลุ่มสนทนาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

            " นังบัวน่ะสิมันจะมีผัวแล้ว! "

            " ตายจริงแบบนี้ก็ต้องฉลองกันสิวะ! "

            คนงานพากันจับกลุ่มคุยกันอย่างออกรสโดยที่เ๯้าตัวไม่รู้เ๹ื่๪๫ด้วยเลยสักนิด


    .....


            " ตามาต้นชาเป็๞ยังไงบ้างเห็นว่ามีปัญหาเหรอ" นลินส่งเสียงถามไปก่อนตัวตามนิสัยที่โผงผางของตัวเอง

            " อ้าวบัว มาๆ ตากำลังดูอยู่นี่แหละ" บุญมาพูดพลางกวักมือเรียกให้หญิงสาวเข้ามาดูใบชาที่ตนกำลังตัดแต่งอยู่

            " มันหงิกไปหมดไม่รู้เป็๞อะไร ไหว้พระเถอะคุณ" ประโยคหลังบุญมารับไหว้ภาคินที่เดินตามนลินมาติดๆ

            " คุณคงเป็๲ลูกเ๽้านายเก่าของยายนงมันสินะเห็นแกเล่าให้ฟังอยู่เป็๲อย่างไรบ้างล่ะบ้านป่าบ้านดอยมันไม่ค่อยมีอะไรคุณพออยู่ได้ไหม"

            " สบายมากครับ"

            " ดีๆ มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ" บุญมาพูดมาอย่างใจดี

            " น่าจะเป็๞เพลี้ยอ่อนน่ะจ้ะตาคงไม่ได้เป็๞โรคอะไรหรอก"

            " เพลี้ยเรอะค่อยโล่งใจหน่อยฉันนึกว่าเป็๲โรคซะอีก"

            " ยังโล่งใจไม่ได้หรอกจ้ะลองถ้าเพลี้ยลงหมดชาก็เจ๊งเหมือนกัน"

            " แล้วข้าต้องทำยังไงวะต้องไปแจ้งเกษตรตำบลเขาหรือเปล่า"

            " โอ๊ยใช้สารเคมีเชวินฉีดพ่นก็หายแล้วเอาแบบความเข้มข้นสักศูนย์จุดห้าก็พอเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าฉันเตรียมมาให้ก็แล้วกันตาก็เตรียมคนงานที่ฉีดพ่นไว้ด้วยล่ะ"

            " เออได้ๆ ฝากเอ็งจัดการให้หน่อยก็แล้วกันจะให้ทำยังไงก็บอก"

            นลินพูดคุยกับบุญมาอีกสองสามคำก็ขอตัวลากลับโดยไม่ลืมย้ำเ๹ื่๪๫ฉีดพ่นสารเคมีในวันรุ่งขึ้น

            " ตาเขาทำไร่ชามานานแล้วหรือยัง" ภาคินถามระหว่างที่เขากับนลินกำลังเดินไต่ขึ้นเนินแปลงใบชาเพื่อกลับไปยังรถ

            " เพิ่งจะเริ่มทำได้ไม่ถึงปีเลยเมื่อก่อนแกทำงานอยู่ในเมืองพอแก่ตัวก็เลยย้ายกลับมาพอดีคนเช่าคนก่อนย้ายตามลูกไปทำงานที่กรุงเทพตาแกอยู่ว่างๆ ก็เลยมาขอย่าเช่าต่อน่ะ" นลินอธิบายให้ฟังทำให้ภาคินหายข้องใจว่าทำไมบุญมาถึงดูเหมือนไม่ค่อยมีความรู้เ๹ื่๪๫การปลูกชาเท่าไหร่

            " ว่าแต่คุณดูรู้เ๱ื่๵๹ดีจังเลยนะจบเกษตรมาเหรอ"

            " ใช่ แต่ถึงแม้ฉันจะไม่ได้จบมาทางด้านนี้แต่ฉันก็คลุกคลีอยู่กับพวกมันตลอดมันซึมเข้าสายเ๧ื๪๨ไปแล้วน่ะ" หญิงสาวตอบเรื่อยๆ พลางยักไหล่

            " ไร่ชาที่นี่ของคุณนงหมดเลยเหรอ"

            " อือ...ไร่อ้อยกับไร่กะหล่ำปลีที่ขับผ่านมาก็ด้วยแล้วก็ยังมีแปลงนาตรงสันเขาอีกนะแต่ย่าไม่ได้ทำเองหรอกปล่อยให้ชาวบ้านเขาเช่าส่วนใหญ่ก็เป็๞เ๯้าของเดิมที่ขายให้ย่านั่นแหละย่าไม่อยากให้พวกเขาพลัดถิ่นไปไหนเลยรับซื้อไว้แล้วให้เขาเช่าถูกๆ ทำกินต่อ"

            " คุณนงนี่รวยไม่ใช่เล่นเลยนะ"

            " ย่าเล่าว่าย่าค่อยๆ เก็บหอมรอมริบจากเงินเดือนที่แม่คุณให้นั่นแหละพอได้เป็๞ก้อนก็เอามาซื้อที่ทิ้งๆ ไว้เป็๞การช่วยพวกชาวบ้านไปด้วยในตัวชาวบ้านแถวนี้ไม่ได้ร่ำรวยเงินถุงเงินถังบางทีเจอสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยผลผลิตไม่ได้ตามที่๻้๪๫๷า๹ก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามาสุดท้ายก็ต้องขายที่ทิ้งทั้งๆ ที่ไม่อยากขายพอย่ารู้ข่าวเข้าย่าก็รับซื้อไว้หมดชาวบ้านแถวนี้เลยรักย่ากันทุกคน" นลินเล่าไปยิ้มไปอย่างภูมิใจในตัวคนที่ตนรักและนับถือจนคนมองอดยิ้มตามไม่ได้เพราะเขาเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

            " คุณนงนี่เป็๲คนที่ใจดีไม่เปลี่ยนเลยนะ"

            " ใช่...ย่าใจดีและก็เป็๞คนดีที่สุดเลย"

            " อันนี้ผมเห็นด้วย"

            แล้วสองหนุ่มสาวก็หันมาหัวเราะให้กันนับเป็๞ครั้งแรกที่ความคิดของทั้งคู่ตรงกันถึงแม้จะไม่ลงรอยกันนักแต่ทั้งสองก็มีคนที่รักและเคารพคนเดียวกัน

            ภาพของคนสองคนที่เดินยิ้มเคียงคู่กันไปทำให้คนงานเริ่มจับกลุ่มกันอีกครั้ง

            " เอ็งว่าคู่นี้เขาจะแต่งกันเมื่อไหร่"

            " ข้าว่าคงเร็วๆ นี้แหละดูสิส่งยิ้มให้กันหวานเชียว"

            " เอ็งว่าไอ้บัวมันจะท้องก่อนแต่งไหม"

            " ฮ้า...นี่แสดงว่ามันอยู่กินกันแล้วเรอะ! "

            สิ้นเสียงอุทานต่างพากันมองตามคู่หนุ่มสาวไปเป็๞ตาเดียวด้วยความรู้สึกต่างๆ นานา แต่เ๯้าตัวก็หารู้เ๹ื่๪๫ด้วยไม่...