ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    คำสาบานของฟางเฉิน

    รอบนอกของป่าพงไพรกลายเป็นวุ่นวายสองสำนักต่างก็ส่งคนของตัวเองให้ตามหาผู้มีพรสวรรค์ที่มีจิตวิญญาณระดับเทวะอย่างบ้าคลั่ง มีเพียงแค่สำนักจู่หลงที่สงบนิ่งและไม่สนใจข่าวลืออีกด้านฟางเฉินเดินทาง 7 วันอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดฟางเฉินก็ได้มาถึงบ้านของตัวเอง แต่เมื่อฟางเฉินมาถึงก็พบว่ารอบ ๆบ้านมีร่องรอยการต่อสู้ที่ดุเดือดเต็มไปหมด จิตใจของฟางเฉินสั่นใหวรีบพุ่งเข้าไปในบ้านทันที“อี้เอ๋อ เจ้าเป็นอะไรหรือไม่” ฟางเฉินเข้ามาในบ้านและคำรามออกมาแต่สิ่งที่ฟางเฉินพบเห็นคือร่างของชายชราที่นอนแน่นิ่งพร้อมกับด้านข้างมีกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่ ร่างของฟางเฉินสั่นใหวอย่างรุนแรงพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ร่างของชายชรา“ท่านปู่!!!!” ฟางเฉินคำรามออกมาเพียงแต่ร่างของชายชรานั้นไม่หลงเหลือพลังชีวิตอีกต่อไป ฟางเฉินกัดฟันด้วยความเจ็บปวดและหยิบกระดาษขึ้นมาซึ่งในกระดาษมีข้อความที่เขียนด้วยโลหิตเห็นได้ชัดว่าชายชราใช้โลหิตของตัวเองเขียนขึ้น“ข้าขอโทษนายน้อย ชายชราผู้นี้ไม่สามารถปกป้องคุณหนูได้ ชายชราผู้นี้ทำให้นายน้อยต้องผิดหวัง แต่ก่อนที่ชายชราผู้นี้จะตาย ชายชราก็อยากจะบอกข้อมูลที่ชายชรายังไม่ได้บอก คุณหนูนั้นตอนนี้ถูกคนของตระกูลเสวี่ยซึ่งเป็นตระกูลของนายหญิงนำตัวไป ข้าชายชราไม่สามารถต่อกรกับพวกมันได้เพราะงั้นในอนาคตนายน้อยต้องระวังคนตระกูลเสวี่ยให้มากเพราะไม่รู้ว่าพวกมันคิดจะทำอะไรนายน้อยในอนาคต สุดท้ายนี้ชายชราขอมอบทุกสิ่งที่ชายชรามีให้กับนายน้อย” ฟางเฉินอ่านข้อความทั้งหมดพร้อมกับน้ำตาโลหิตใหลออกมา“ตระกูลเสวี่ย พวกเจ้าจะมากเกินไปแล้ว พวกเจ้าพรากท่านแม่และท่านพ่อไปจากข้ายังไม่พอแต่เจ้ายังพรากน้องสาวและท่านปู่ของข้าไปอีก ข้าฟางเฉินของสาบานว่าข้าและพวกเจ้าจะไม่มีทางอยู่ร่วมโลกกันได้อีกต่อไป” ฟางเฉินคำรามออกมา เสียงคำรามนั้นเหมือนกับมารร้ายที่เต็มไปด้วยความแค้นฟางเฉินได้นำศพของชายชราไปฝังไว้อย่างดีก่อนจะเผาบ้านทิ้ง ฟางเฉินหยิบกล่องที่ชายชราต้องการมอบให้กับตัวเองขึ้นมาและเปิดมันขึ้นมา ข้างในกล่องนั้นมีแหวนมิติที่มีพื้นที่ข้างในกว้างยาว 5 เมตรอยู่และนอกจากนั้นยังมีทักษะอยู่เล่มหนึ่งอีกด้วย“เนตรสวรรค์เร้น” ฟางเฉินกล่าวด้วยความแปลกใจ“นี่น่าจะเป็นทักษะที่เอาไว้ใช้กับจิตวิญญาณดวงตาของเจ้า” ความโลภกล่าว“งั้นเหรอ ถ้าอย่างงั้นก็ดี ความโลภเจ้ารู้จักตระกูลเสวี่ยหรือไม่” ฟางเฉินกล่าว“จากความทรงจำที่ข้าได้รับมานั้นเหมือนจะเคยมีตระกูลนี้อยู่นะ ว่ากันว่าตระกูลนี้เป็นตระกูบโบราณแห่งหนึ่งที่แข็งแกร่งอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้อยู่ทวีปแห่งนี้หรอก แต่ว่าเมื่อเจ้าแข็งแกร่งขึ้นเจ้าจะต้องได้พบกับตระกูลนี้แน่” ความโลภกล่าว“งั้นเหรอ ความโลภเจ้าบอกว่าที่สำนักจู่หลงมีมรดกที่ทรงพลังอยู่ใช่หรือไม่” ฟางเฉินกล่าว“ใช่แล้ว มรดกนั่นเป็นมรดกที่เทพคนที่ข้าดูดกลืนความทรงจำมาเหลือทิ้งไว้ เพราะงั้นข้าจึงรู้วิธีที่ได้รับมันมา ฮี่ ฮี่ ถ้าหข้าเดาเจ้าพวกชนรุ่นหลังนั่นคงไม่รู้วิธีได้รับมรดกนั่นแน่ ๆ” ความโลภกล่าว“ดี ถ้างั้นข้าจะไปสมัครเข้าสำนักจู่หลง” ฟางเฉินกล่าว“ฟางเฉินข้าว่าตอนนี้เจ้าควรจะเก็บเรื่องจิตวิญญาณดวงตาเอาไว้เป็นความลับเพราะว่ามันอาจจะนำหายนะมาหเจ้าได้ อย่างน้อยรอให้เจ้ามีพลังที่สามารปกป้องตัวเองให้ได้ก่อนค่อยเปิดเผย” ความโลภกล่าว“ตกลง”ฟางเฉินเดินทางไปยังสำนักจู่หลงทันที สำหนักจู่หลงนั้นมีพื้นที่ไม่กว้างเท่ากับอีกสองสำนักและสำนักจู่หลงเองก็มีพื้นที่อยู่ติดกับป่าพงไพรเช่นกัน ฟางเฉินเดินทางออกมาจากเมืองและตรงไปยังสำนักจู่หลงที่ตั่งอยู่บนเขาสูงซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะขึ้นไป“บัดซบสำนักบ้าอะไรกันทำไมถึงได้ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงขนาดนี้”“ข้าเดินมาเกือบวันแล้วแต่ยังไม่สามารถไปถึงยอดเขาได้เลย”“เพราะแบบนี้ไงคนส่วนใหญ่ถึงไปเข้าสำนักอู่และเว่ย”“แต่สองสำนักนั่นรับคนที่มีจิตวิญญาณระดับสูงขึ้นไปเพราะงั้นข้าที่มีจิตวิญญาณระดับต่ำเลยไม่มีทางเลือกที่จะต้องมาที่นี่”เสียงคุยกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฟางเฉินเดินขึ้นบันไดมาครึ่งวันแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถขึ้นไปถึงยอดเขาได้เลย หลายคนท้อและเดินกลับก็มีหลายคน แต่ฟางเฉินไม่มีทางกลับอย่างเด็ดขาด“ข้าจะต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้ช่วยอี้เอ๋อ” ฟางเฉินคิดในใจและเดินด้วยความเร็วยิ่งขึ้น“หืมเจ้านั่นมันคือฟางเฉินใช่หรือเปล่า ไม่ใจช่าเจ้านั่นไปมีเรื่องกับตระกูลหวู่หรอกเหรอเห็นว่าตระกูลหวู่ตั้งค่าหัวมันเอาไว้ด้วย” ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าว“แต่ได้ข่าวว่ามันล้มกลุ่มของหวู่หมานได้ในพริบตาเลยนะ”“หรือว่าเจ้านั่นมาถึงระดับจิตวิญญาณแล้ว แต่ว่าเป็นไปได้ยังไง คนที่ไม่มีตระกูลหนุนหลังเป็นไปได้เหรอที่จะมาถึงระดับนี้ได้ไวขนาดนี้” กลุ่มคนที่หยุดพักกล่าวขึ้นเมื่อเห็นฟางเฉินฟางเฉินไม่สนใจเสียงนินทาและเดินต่อไปด้วยใบหน้าสงบ ร่างกายของฟางเฉินตอนนี้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากจาการฝึกโหดของความโลภ การฝึกที่ผ่านมาฟางเฉินต้องทนทุกทรมานหลายครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างตอนนี้เวลาผ่านไป 1 วันฟางเฉินก็เดินขึ้นมาถึงสำนักจู่หลงซึ่งด้านหน้าประตูมีชายหนุ่มกำลังนั่งหลับอยู่“เอ่อ พี่ชาย ข้ามาสมัครเป็นศิษย์ของสำนักจู่หลง” ฟางเฉินกล่าว“หืม!!!! มีคนขึ้นมาถึงที่นี่ด้วยงั้นเหรอแต่ก็เอาเถอะ ข้าสมัคร 10 เหรียญทอง” ชายหนุ่มกล่าวฟางเฉินหยิบเหรียญทองออกมาและส่งให้ชายหนุ่มอย่างว่าง่าย“แจ้งชื่อ อายุ ระดับบ่มเพาะและจิตวิญญาณมา” ชายหนุ่มกล่าว“ข้าชื่อฟางเฉิน อายุ 15 ระดับจิตวิญญาณขั้นที่ 1 มีจิตวิญญาณเปลวเพลิงระดับต่ำ” ฟางเฉินกล่าว“จิตวิญญาณระดับต่ำงั้นเหรอ น่าเสียดายจริง ๆนึกว่าจะมีอัจฉริยะปรากฏ เอาละนี่คือป้ายศิษย์สายนอกของเจ้า ส่วนหน้าที่ของศิษย์สายนอกคือทำความสะอาดบ้านพักให้กับศิษย์สายในรวมถึงคอยช่วยเหลืองานต่าง ๆในสำนักอย่างเช่นการปลูกสมุนไพรและเลี้ยงดูสัตว์อสูรด้วย” ชายหนุ่มกล่าวอธิบายฟางเฉินยืนฟังอย่างตั้งใจ และในที่สุดฟางเฉินก็รู้ว่าศิษย์สายนอกในสำนักจู่หลงจะต้องเป็นคนรับใช้ให้กับศิษย์สายใน แต่ศิษย์สายในนั้นมีน้อยกว่าศิษย์สายนอกเพราะงั้นบางครั้งศิษย์สายนอกที่ไม่ได้ถูกศิษย์สายในเลือกก็จะมีอิสระมากกว่าศิษย์สายนอกที่กลายเป็นผู้ติดตามศิษย์สายใน