บทที่ 72
ออกเดินทางจากเมืองเวย์
ถนนนอกเมืองเวย์
รถม้าคันเก่าๆวิ่งตรงไปบริเวณด้านนอกเมืองกำลังวิ่งตรงออกจากถนนเมืองแห่งนี้
รถม้าเป็นรถม้าคันเก่าๆมีม้าแก่สองตัวคอยลากบริเวณด้านหน้า
มันเป็นรถม้าที่พอจะบรรทุกสัมภาระจำนวนหนึ่งได้มีผ้าเต็นท์สีขาวบางคุมทับบริเวณรถม้าเป็นกระโจม
มาแก่สองตัวถูกซื้อมาในราคาที่ไม่แพงนะรถม้านี้เองก็เป็นรถม้ามือสองที่ถูกขายอยู่ภายในเมือง
ผู้ที่กำลังนั่งขับเคลื่อนรถม้าอยู่คือคุณคินโดยที่ข้างๆตำแหน่งสารถีของรถม้ามีคิวนั่งอยู่ส่วนทางด้านของเดย์และเวนดี้นั่งอยู่บริเวณด้านหลัง
พวกเขาเตรียมตัวในการออกเดินทางมาสักพักตอนนี้เตรียมพวกอาหารและก็ของใช้จำเป็นบรรทุกใส่รถม้าและก็เคลื่อนที่ออกมาจากบริเวณ
รถม้าพวกนี้เคลื่อนไหวไม่เดาพวกรถยนต์ภายในยุคสมัยหรือว่าภายในโลกของพวกเขา
แต่มันเองก็พอจะใช้ในการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากกว่าการใช้เท้าของตนเองเดิน
พวกเขาเดินทางออกมาจากเมืองเวย์ได้ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วตอนนี้เมืองที่อยู่บริเวณด้านหลังเริ่มค่อยๆจางหายไป
พวกเขาออกเดินทางมุ่งตรงมายังทางทิศเหนือตามคำสั่งของเดย์
เวนดี้หลังนั่งอยู่ภายในรถมาพูดขึ้นด้วยความสงสัย “เดย์นี่ตัวของนายไปคุยอะไรกับหัวหน้าทหารเมืองเวย์งั้นเหรอ ”
“ เข้าถึงให้เงินสนับสนุนพวกเรามาถึงสองร้อยเหรียญเงิน” เวนดี้แสดงใบหน้าสงสัย
หลังจากวันนั้นก่อนที่จะออกเดินทางเดย์ได้เดินทางไปสนทนาบางอย่างกับหัวหน้าทหารของเมือง
หลังจากนั้นก็กลับมาและก็นำเงินถึงสองร้อยเหรียญเงินมาให้กล่าวว่าเป็นเงินสนับสนุนที่หัวหน้าทหารของเมืองทำการให้มา
เดย์ส่ายใบหน้าของตนเองไปมาก่อนที่จะพูดขึ้น “ ไม่มีอะไรหรอก ”
“ คนผู้นั้นก็เพียงแค่เรียกไปสนทนาทำความรู้จักเท่านั้น ”
“ ส่วนเงินนั้นเขาก็ให้พวกเราในฐานะที่อยากจะทำการสนับสนุนพวกเราเท่านั้น”
เวนดี้แม้ว่าจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่แต่ว่าเธอเองก็ไม่ได้ถามต่อ
เธอทำการเปลี่ยนเรื่องสนทนา “แล้วถ้าแบบนั้นในตอนนี้พวกเราจะเดินทางไปที่ไหน ”
“ เดินทางไปทางทิศเหนือจะมีที่ไหนที่พวกเราสามารถเดินทางไปได้บ้าง”
เดย์ตอบกลับไปแล้วก็นำกระดาษบางอย่างออกมากระดาษแผ่นนั้นมันเป็นกระดาษแผ่นที่เขานำออกมาแล้วก็ยื่นให้กับเวนดี้ “ฉันได้มาจากร้านหนังสือภายในเมือง ”
“ เป็นแผนที่ที่พอจะระบุเส้นทางได้เดินทางไปทางทิศเหนือตอนนี้ถ้าเดินทางไปอีกประมาณสองวันจะถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ”
“ หมู่บ้าน? ”
“ ใช่แล้วหมู่บ้านแห่งสายลมสถานที่แห่งนั้นมันคือเป้าหมายของพวกเรา”
“ หมู่บ้านแห่งสายลม? ” เวนดี้ไม่น่าสงสัยเพราะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
“ ว่าแต่หมู่บ้านแห่งสายลมตัวของฉันไม่เคยได้ยินเลยนะฉันเองก็ทำความเข้าใจและก็ศึกษาเกี่ยวกับเมืองพื้นที่บริเวณรอบๆมาพอสมควร ”
“ มันเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ภายในซอกเขาเล็กๆเพราะแบบนั้นเลยไม่รู้”
“ แล้วการเดินทางไปถึงสถานที่อย่างนั้นพวกเราจะได้อะไรตอนนี้พวกเราอยากจะเริ่มทำการหาข้อมูลและก็สืบหาเกี่ยวกับเรื่องความจริงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหรอ”
“ เดินทางไปที่สถานที่แห่งนั้นพวกเราจะได้รู้อะไรฉันคิดว่าการเดินทางไปที่สถานที่แห่งนั้นคงจะไม่ได้อะไรมรกหรอกข้อมูลเองก็น่าจะชัดเดียวกัน” เวนดี้ถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“ ไม่หรอกสถานที่แห่งนั้นมีบางอย่างที่เราจำเป็นต้องศึกษา”
“ บางอย่างที่ต้องศึกษา? ”
เดย์นำเอากระดาษอีกแผ่นหนึ่งออกมาแล้วก็ยื่นไปให้เวนดี้ “นี่คือข้อมูลที่ฉันได้มา ”
“ รู้สึกว่าที่หมู่บ้านแห่งสายลมหลังจากเกิดปรากฏการณ์ที่มันเปลี่ยนแปลงของโลกขึ้นมามันจะมีบางอย่างที่แปลกออกไป”
“ รู้สึกว่าตอนนี้ภายในสถานที่แห่งนั้นจะมีศิลาหนึ่งอย่างทีน่าจะบอกเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้”
“ แล้วก็รู้สึกว่าภายในหมู่บ้านแห่งนั้นใกล้ๆน่าจะมีค่ายอพยพผู้รอดชีวิตอยู่ด้วย” เดย์พูดขึ้นมาพร้อมกับหยิบข้อมูลทั้งหมดออกมาให้กับเวนดี้
พูดขึ้นมาพร้อมกับหยิบข้อมูลทั้งหมดออกมาให้กับเวนดี้นี่คือเหตุผลที่ทำให้เขานั้นตั้งใจจะเดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งสายลมที่ตั้งอยู่ห่างออกไปจากสถานที่แห่งนี้ทางทิศเหนือ
เวนดี้หลังจากที่ลองดูข้อมูลทั้งหมดเรียบร้อยแล้วเธอพยักหน้าแล้วก็พูด“ เอาแบบนั้นก็ได้ ”
พวกเขาออกเดินทางมาหนึ่งวันเต็มๆในช่วงกลางคืน
รถม้าจอดบริเวณข้างทางกองไฟกองเล็กถูกจุดขึ้นทั้งสี่คนทำอาหารมือค่ำเป็นซุปเนื้อที่เตรียมมากินกัน
ในขณะที่กำลังกินอาหารมื้อนั้นเดย์พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ฉันเป็นคนเฝ้าเวรคืนนี้ให้เอง ”
“ เดี๋ยวฉันจะตื่นมาเปลี่ยนตอนกลางคืนก็แแล้วกัน” คิวตอบกลับ
เดย์ส่ายใบหน้าไปมา “ไม่จำเป็นหรอกฉันสามารถเฝ้าได้เพราะว่าเดี๋ยวตอนกลางวันฉันก็นอนเอา”
ในตอนนี้เมื่อพักใจกลางป่าหนึ่งสิ่งที่สำคัญก็คือจำเป็นจะต้องมีคนเฝ้า
เพราะว่าถ้าไม่มีคนเฝ้าเวรภายในบริเวณนี้มีโอกาสที่อาจจะโดนโจรหรือว่าพวกสัตว์ร้ายเข้ามาเล่นงานในตอนดึกได้
เดย์คิดภายในใจของตนเอง “ในตอนนี้ร่างกายของเราไม่จำเป็นจะต้องพักผ่อนเลยก็ได้ ”
“ หลังจากที่สามารถสำเร็จเควสการป้องกันเมืองเวย์ในตอนนั้นก็ได้แพ็คเกจสุ่มสกิลมาอีกสามอัน”
“ หนึ่งในสกิลที่ได้รับมามันก็คือสกิล ”
[ ระบบ : สกิลข้ามขีดจำกัดเหนื่อยล้า ระดับ สกิลระดับแพลตตินั่ม [Platinum] ]
[ อธิบายความสามารถของสกิลสกิลนี้สามารถทำให้ร่างกายของท่านสามารถต้านทานความเหนื่อยล้าทุกชนิดได้เมื่อเลเวลเพิ่มขึ้นความสามารถสกิลจะเพิ่มขึ้น]
“ ความสามารถของมันทำให้ร่างกายของเราไม่จำเป็นจะต้องพักผ่อนก็ได้ซึ่งเป็นความสามารถที่ถือว่ายอดเยี่ยม”
“ ความสามารถนี้สามารถทำให้ร่างกายไม่พักผ่อนได้เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆก็สามารถทำได้” เขาได้สกิลที่สามารถส่งเสริมคุณสมบัติทางด้านร่างกายเพิ่มขึ้น
นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างมากตกดึกพวกเขาทำการพักผ่อนเดย์เป็นคนที่เฝ้ายามภายในค่ำคืนนี้
หลังจากนั้นพวกเขาเองก็เริ่มทำการเดินทางต่อในวันถัดมา
ตอนกลางคืนไม่มีสัตว์ร้ายหรือว่าไม่มีโจรเข้ามาดักปล้น
เดินทางต่อเป็นเวลาสองวันเต็มๆหลังจากที่เดินทางแล้ว เส้นทางการเดินทางไม่มีอะไรที่เข้ามาขัดขวาง
ผ่านไปสองวัน
เดินทางมาถึงหมู่บ้านสายลมที่เป็นเป้าหมายของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว
ภายในสถานที่แห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นผืนป่าใหญ่อันกว้างขวางสองทางมีหุบเขาขนาดใหญ่ขวางกั้น
สถานที่แห่งนี้มีหมู่บ้านขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางหุบเขามันคือสถานที่ลึกลับที่ผู้คนภายนอกผ่านทางเข้ามาสักเท่าไหร่
เป็นหมู่บ้านที่ชื่อว่าหมู่บ้านสายลมหมู่บ้านแห่งนี้อยู่บริเวณด้านนอกเส้นทางเพราะแบบนั้นพวกนักเดินทางหรือนักผจญภัยส่วนใหญ่เลยได้ผ่านเข้ามา
สายลมเย็นๆพัดผ่านอยู่ตลอดทั้งวันเป็นเพราะว่าตรงบริเวณหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาทั้งสองข้างที่เป็นเหมือนกับช่องว่างทางผ่านของสายลม
เดย์และพรรคพวกได้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้หลังจากที่เดินทางมาหลายต่อหลายวัน
รถม้าเคลื่อนที่ไปบริเวณด้านหน้าผ่านเข้าไปภายในป่าและหุบเขาสักพักก็ไปพบเจอหมู่บ้านที่เป็นเป้าหมายของตนเอง
หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่ไม่ใหญ่โตมากมายอะไรแต่ก็ไม่ได้เล็กจนเกินไป
เมื่อเดินทางเข้ามาพบเห็นวาหมู่บ้านแห่งนี้ล้อมรอบด้วยกำแพงใหม่ที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่สูงประมาณหกเมตรล้อมรอบเอาไว้ทั่วทั้ง
รถม้าที่เดินทางมาถึงหยุดลงบริเวณด้านหน้า
เดย์ลงมาจากรถม้าอย่างรวดเร็วดวงตามองตรงไปที่ทางเข้าที่ถูกปิดเอาไว้
เขากำลังแสดงใบหน้าสงสัยว่าจะเข้าไปบริเวณด้านในได้อย่างไร ขณะที่กำลังมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นมีเสียงฝีเท้าหนึ่งดังขึ้นจากบริเวณด้านหน้าด้านบนกำแพงหมู่บ้านมีชายผู้หนึ่งปรากฏกายออกมาเอ่ยถามขึ้น“ พวกเจ้าเป็นผู้ได้เดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ด้วยเหตุอะไร? ”
จบบท บทที่ 72
ออกเดินทางจากเมืองเวย์
ถนนนอกเมืองเวย์
รถม้าคันเก่าๆวิ่งตรงไปบริเวณด้านนอกเมืองกำลังวิ่งตรงออกจากถนนเมืองแห่งนี้
รถม้าเป็นรถม้าคันเก่าๆมีม้าแก่สองตัวคอยลากบริเวณด้านหน้า
มันเป็นรถม้าที่พอจะบรรทุกสัมภาระจำนวนหนึ่งได้มีผ้าเต็นท์สีขาวบางคุมทับบริเวณรถม้าเป็นกระโจม
มาแก่สองตัวถูกซื้อมาในราคาที่ไม่แพงนะรถม้านี้เองก็เป็นรถม้ามือสองที่ถูกขายอยู่ภายในเมือง
ผู้ที่กำลังนั่งขับเคลื่อนรถม้าอยู่คือคุณคินโดยที่ข้างๆตำแหน่งสารถีของรถม้ามีคิวนั่งอยู่ส่วนทางด้านของเดย์และเวนดี้นั่งอยู่บริเวณด้านหลัง
พวกเขาเตรียมตัวในการออกเดินทางมาสักพักตอนนี้เตรียมพวกอาหารและก็ของใช้จำเป็นบรรทุกใส่รถม้าและก็เคลื่อนที่ออกมาจากบริเวณ
รถม้าพวกนี้เคลื่อนไหวไม่เดาพวกรถยนต์ภายในยุคสมัยหรือว่าภายในโลกของพวกเขา
แต่มันเองก็พอจะใช้ในการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากกว่าการใช้เท้าของตนเองเดิน
พวกเขาเดินทางออกมาจากเมืองเวย์ได้ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วตอนนี้เมืองที่อยู่บริเวณด้านหลังเริ่มค่อยๆจางหายไป
พวกเขาออกเดินทางมุ่งตรงมายังทางทิศเหนือตามคำสั่งของเดย์
เวนดี้หลังนั่งอยู่ภายในรถมาพูดขึ้นด้วยความสงสัย “เดย์นี่ตัวของนายไปคุยอะไรกับหัวหน้าทหารเมืองเวย์งั้นเหรอ ”
“ เข้าถึงให้เงินสนับสนุนพวกเรามาถึงสองร้อยเหรียญเงิน” เวนดี้แสดงใบหน้าสงสัย
หลังจากวันนั้นก่อนที่จะออกเดินทางเดย์ได้เดินทางไปสนทนาบางอย่างกับหัวหน้าทหารของเมือง
หลังจากนั้นก็กลับมาและก็นำเงินถึงสองร้อยเหรียญเงินมาให้กล่าวว่าเป็นเงินสนับสนุนที่หัวหน้าทหารของเมืองทำการให้มา
เดย์ส่ายใบหน้าของตนเองไปมาก่อนที่จะพูดขึ้น “ ไม่มีอะไรหรอก ”
“ คนผู้นั้นก็เพียงแค่เรียกไปสนทนาทำความรู้จักเท่านั้น ”
“ ส่วนเงินนั้นเขาก็ให้พวกเราในฐานะที่อยากจะทำการสนับสนุนพวกเราเท่านั้น”
เวนดี้แม้ว่าจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่แต่ว่าเธอเองก็ไม่ได้ถามต่อ
เธอทำการเปลี่ยนเรื่องสนทนา “แล้วถ้าแบบนั้นในตอนนี้พวกเราจะเดินทางไปที่ไหน ”
“ เดินทางไปทางทิศเหนือจะมีที่ไหนที่พวกเราสามารถเดินทางไปได้บ้าง”
เดย์ตอบกลับไปแล้วก็นำกระดาษบางอย่างออกมากระดาษแผ่นนั้นมันเป็นกระดาษแผ่นที่เขานำออกมาแล้วก็ยื่นให้กับเวนดี้ “ฉันได้มาจากร้านหนังสือภายในเมือง ”
“ เป็นแผนที่ที่พอจะระบุเส้นทางได้เดินทางไปทางทิศเหนือตอนนี้ถ้าเดินทางไปอีกประมาณสองวันจะถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ”
“ หมู่บ้าน? ”
“ ใช่แล้วหมู่บ้านแห่งสายลมสถานที่แห่งนั้นมันคือเป้าหมายของพวกเรา”
“ หมู่บ้านแห่งสายลม? ” เวนดี้ไม่น่าสงสัยเพราะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
“ ว่าแต่หมู่บ้านแห่งสายลมตัวของฉันไม่เคยได้ยินเลยนะฉันเองก็ทำความเข้าใจและก็ศึกษาเกี่ยวกับเมืองพื้นที่บริเวณรอบๆมาพอสมควร ”
“ มันเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ภายในซอกเขาเล็กๆเพราะแบบนั้นเลยไม่รู้”
“ แล้วการเดินทางไปถึงสถานที่อย่างนั้นพวกเราจะได้อะไรตอนนี้พวกเราอยากจะเริ่มทำการหาข้อมูลและก็สืบหาเกี่ยวกับเรื่องความจริงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหรอ”
“ เดินทางไปที่สถานที่แห่งนั้นพวกเราจะได้รู้อะไรฉันคิดว่าการเดินทางไปที่สถานที่แห่งนั้นคงจะไม่ได้อะไรมรกหรอกข้อมูลเองก็น่าจะชัดเดียวกัน” เวนดี้ถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“ ไม่หรอกสถานที่แห่งนั้นมีบางอย่างที่เราจำเป็นต้องศึกษา”
“ บางอย่างที่ต้องศึกษา? ”
เดย์นำเอากระดาษอีกแผ่นหนึ่งออกมาแล้วก็ยื่นไปให้เวนดี้ “นี่คือข้อมูลที่ฉันได้มา ”
“ รู้สึกว่าที่หมู่บ้านแห่งสายลมหลังจากเกิดปรากฏการณ์ที่มันเปลี่ยนแปลงของโลกขึ้นมามันจะมีบางอย่างที่แปลกออกไป”
“ รู้สึกว่าตอนนี้ภายในสถานที่แห่งนั้นจะมีศิลาหนึ่งอย่างทีน่าจะบอกเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้”
“ แล้วก็รู้สึกว่าภายในหมู่บ้านแห่งนั้นใกล้ๆน่าจะมีค่ายอพยพผู้รอดชีวิตอยู่ด้วย” เดย์พูดขึ้นมาพร้อมกับหยิบข้อมูลทั้งหมดออกมาให้กับเวนดี้
พูดขึ้นมาพร้อมกับหยิบข้อมูลทั้งหมดออกมาให้กับเวนดี้นี่คือเหตุผลที่ทำให้เขานั้นตั้งใจจะเดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งสายลมที่ตั้งอยู่ห่างออกไปจากสถานที่แห่งนี้ทางทิศเหนือ
เวนดี้หลังจากที่ลองดูข้อมูลทั้งหมดเรียบร้อยแล้วเธอพยักหน้าแล้วก็พูด“ เอาแบบนั้นก็ได้ ”
พวกเขาออกเดินทางมาหนึ่งวันเต็มๆในช่วงกลางคืน
รถม้าจอดบริเวณข้างทางกองไฟกองเล็กถูกจุดขึ้นทั้งสี่คนทำอาหารมือค่ำเป็นซุปเนื้อที่เตรียมมากินกัน
ในขณะที่กำลังกินอาหารมื้อนั้นเดย์พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ฉันเป็นคนเฝ้าเวรคืนนี้ให้เอง ”
“ เดี๋ยวฉันจะตื่นมาเปลี่ยนตอนกลางคืนก็แแล้วกัน” คิวตอบกลับ
เดย์ส่ายใบหน้าไปมา “ไม่จำเป็นหรอกฉันสามารถเฝ้าได้เพราะว่าเดี๋ยวตอนกลางวันฉันก็นอนเอา”
ในตอนนี้เมื่อพักใจกลางป่าหนึ่งสิ่งที่สำคัญก็คือจำเป็นจะต้องมีคนเฝ้า
เพราะว่าถ้าไม่มีคนเฝ้าเวรภายในบริเวณนี้มีโอกาสที่อาจจะโดนโจรหรือว่าพวกสัตว์ร้ายเข้ามาเล่นงานในตอนดึกได้
เดย์คิดภายในใจของตนเอง “ในตอนนี้ร่างกายของเราไม่จำเป็นจะต้องพักผ่อนเลยก็ได้ ”
“ หลังจากที่สามารถสำเร็จเควสการป้องกันเมืองเวย์ในตอนนั้นก็ได้แพ็คเกจสุ่มสกิลมาอีกสามอัน”
“ หนึ่งในสกิลที่ได้รับมามันก็คือสกิล ”
[ ระบบ : สกิลข้ามขีดจำกัดเหนื่อยล้า ระดับ สกิลระดับแพลตตินั่ม [Platinum] ]
[ อธิบายความสามารถของสกิลสกิลนี้สามารถทำให้ร่างกายของท่านสามารถต้านทานความเหนื่อยล้าทุกชนิดได้เมื่อเลเวลเพิ่มขึ้นความสามารถสกิลจะเพิ่มขึ้น]
“ ความสามารถของมันทำให้ร่างกายของเราไม่จำเป็นจะต้องพักผ่อนก็ได้ซึ่งเป็นความสามารถที่ถือว่ายอดเยี่ยม”
“ ความสามารถนี้สามารถทำให้ร่างกายไม่พักผ่อนได้เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆก็สามารถทำได้” เขาได้สกิลที่สามารถส่งเสริมคุณสมบัติทางด้านร่างกายเพิ่มขึ้น
นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างมากตกดึกพวกเขาทำการพักผ่อนเดย์เป็นคนที่เฝ้ายามภายในค่ำคืนนี้
หลังจากนั้นพวกเขาเองก็เริ่มทำการเดินทางต่อในวันถัดมา
ตอนกลางคืนไม่มีสัตว์ร้ายหรือว่าไม่มีโจรเข้ามาดักปล้น
เดินทางต่อเป็นเวลาสองวันเต็มๆหลังจากที่เดินทางแล้ว เส้นทางการเดินทางไม่มีอะไรที่เข้ามาขัดขวาง
ผ่านไปสองวัน
เดินทางมาถึงหมู่บ้านสายลมที่เป็นเป้าหมายของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว
ภายในสถานที่แห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นผืนป่าใหญ่อันกว้างขวางสองทางมีหุบเขาขนาดใหญ่ขวางกั้น
สถานที่แห่งนี้มีหมู่บ้านขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางหุบเขามันคือสถานที่ลึกลับที่ผู้คนภายนอกผ่านทางเข้ามาสักเท่าไหร่
เป็นหมู่บ้านที่ชื่อว่าหมู่บ้านสายลมหมู่บ้านแห่งนี้อยู่บริเวณด้านนอกเส้นทางเพราะแบบนั้นพวกนักเดินทางหรือนักผจญภัยส่วนใหญ่เลยได้ผ่านเข้ามา
สายลมเย็นๆพัดผ่านอยู่ตลอดทั้งวันเป็นเพราะว่าตรงบริเวณหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาทั้งสองข้างที่เป็นเหมือนกับช่องว่างทางผ่านของสายลม
เดย์และพรรคพวกได้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้หลังจากที่เดินทางมาหลายต่อหลายวัน
รถม้าเคลื่อนที่ไปบริเวณด้านหน้าผ่านเข้าไปภายในป่าและหุบเขาสักพักก็ไปพบเจอหมู่บ้านที่เป็นเป้าหมายของตนเอง
หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่ไม่ใหญ่โตมากมายอะไรแต่ก็ไม่ได้เล็กจนเกินไป
เมื่อเดินทางเข้ามาพบเห็นวาหมู่บ้านแห่งนี้ล้อมรอบด้วยกำแพงใหม่ที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่สูงประมาณหกเมตรล้อมรอบเอาไว้ทั่วทั้ง
รถม้าที่เดินทางมาถึงหยุดลงบริเวณด้านหน้า
เดย์ลงมาจากรถม้าอย่างรวดเร็วดวงตามองตรงไปที่ทางเข้าที่ถูกปิดเอาไว้
เขากำลังแสดงใบหน้าสงสัยว่าจะเข้าไปบริเวณด้านในได้อย่างไร ขณะที่กำลังมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นมีเสียงฝีเท้าหนึ่งดังขึ้นจากบริเวณด้านหน้าด้านบนกำแพงหมู่บ้านมีชายผู้หนึ่งปรากฏกายออกมาเอ่ยถามขึ้น“ พวกเจ้าเป็นผู้ได้เดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ด้วยเหตุอะไร? ”
จบบท