มนัสวีกอดแขนธราธรไว้แน่น ตัวสั่นสะท้าน เธอช้อนสายตาชวนฝันที่รื้นไปด้วยน้ำตาสบเข้ากับสายตาเ็าดุดันของภูดิศ าแในอดีตและความกลัวที่จะถูกแย่งชิง ‘น้องเติมเต็ม’ไป ทำให้อากาศรอบตัวในวินาทีนั้นอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เป็การเผชิญหน้าครั้งแรกหลังจากการจากลาห้าปีที่เต็มไปด้วยความเ็ปคลุมเครือ และความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ที่พร้อมจะะเิกลายเป็าพันธะหัวใจในเวลาต่อมา
ภูดิศจูงมือคุณหมอลลิตาเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับมนัสวี และธราธรที่อุ้มเติมเต็มอยู่ เขาปรายตามองคนตรงหน้า ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเน้นคำประชดประชันเฉือดเฉือน
"ห้าปีที่หายไป...นึกว่าจะไปได้ดีที่ไหน ที่แท้ก็ซมซานมาพึ่งใบบุญชาวสวน"
ภูดิศปรายสายตามองธราธรด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะตวัดสายตากลับมาที่มนัสวีด้วยคำพูดเหน็บแนมอย่างเหนือกว่า
"รสนิยมต่ำลงไปเยอะเลยนะมนัสวี...หรือว่าเงินก้อนนั้นที่แม่ฉันฟาดหัวไปมันหมดจนต้องรีบหาผัวใหม่มาช่วยหารค่าแพมเพิร์สลูก?"
"พี่ดิศ!หยุดพูดจาดูถูกมนกับพี่ทิวนะคะ!"
มนัสวีตวาดกลับเสียงสั่นตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธระคนหวาดกลัว สายตาของภูดิศที่มองเติมเต็มมันทำให้เธอหวาดระแวงจนแทบกระอัก เธอกลัวเหลือเกินว่าเขาจะเค้นความจริงเื่ลูก หญิงสาวจึงตัดสินใจกำหมัดแน่นแสร้งทำเป็เข้มแข็งโกหกคำโตออกไปเพื่อตัดพันธะ
"ใช่ค่ะ! พี่ทิวคือแฟนของมนเอง เราสองคนรักกันและเขาก็คือคนที่จะมาดูแลมนกับลูกต่อจากนี้... เพราะฉะนั้นกรุณาอย่ามาเกี่ยวพันยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของพวกเราอีก!"
ธราธรซึ่งยืนอุ้มเด็กน้อยอยู่ ใร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ขณะเดียวกันก็เริ่มปะติดปะต่อเื่ราวหรือคาดเดาสิ่งที่เกิดขึ้นได้แม้จะไม่รู้เื่ราวตื้นลึกหนาบางระหว่างคนทั้งคู่โดยละเอียด เหตุการณ์ต่าง ๆ แล่นเข้ามาในหัวราวกับจิ๊กซอว์ที่ต่อได้ลงล็อกพอดี แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมมนัสวีต้องโกหกไปแบบนั้น แต่เมื่อเห็นหยาดน้ำตาและอาการลนลานของน้องสาวสัญชาตญาณปกป้องก็ทำให้เขาเออออพยักหน้ารับคำไปตามน้ำทันที
"ครับ... มนพูดถูก คุณไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายกับพวกเรา"
คำประกาศสถานะใหม่ของคนทั้งคู่ราวกับสาดน้ำมันเข้ากองเพลิง ภูดิศขบฟันกรามกระทบกันแน่นจนเห็นแนวกล้ามเนื้อขึ้นรูปเด่นชัดที่ข้างแก้ม ั์ตาคู่นั้นไหวระริกด้วยไฟโทสะที่สุมรุมอยู่ภายในทว่ากลับไม่ได้ฉายแววพ่ายแพ้ เขากลับยิ้มเยาะอย่างเป็ต่อ...เพราะไม่มีใครรู้เลยว่า ในกระเป๋าเสื้อสูทหรูของเขามีก้อนสำลีเช็ดแผลซับเืของน้องเติมเต็มที่เขาแอบเก็บซ่อนไว้หลังจากทำแผลให้เด็กน้อยเมื่อครู่ก้อนสำลีที่จะใช้ตรวจดีเอ็นเอ (DNA) และสืบเค้นความจริงเพื่อใช้เป็หมากเด็ดในการแก้แค้นและลากตัวเธอมาลงทัณฑ์ในภายหลัง!
"คนรักงั้นเหรอ? หึ...ช่างเป็ครอบครัวที่อบอุ่นจนน่าสมเพช" ภูดิศเค่นเสียงหัวเราะเหน็บแนมเยาะหยัน
"เย้! ดีใจจังเลย ต่อไปนี้ลุงทิวจะมาเป็คุณพ่อของเติมเต็มแล้ว! เติมเต็มจะมีคุณพ่อแล้ว!"
ทันใดนั้น เสียงใสซื่อของเติมเต็มดังแทรกขึ้นมา เด็กชายตัวน้อยะโโลดเต้นดีใจอยู่บนอ้อมแขนของทิว รอยยิ้มตาหยีใสซื่อประทับเด่นหราเพราะคิดตามประสาเด็กว่า ลุงทิวแสนดีจะมาเป็พ่อแท้ๆ คำพูดไร้เดียงสาของลูกชายทุบเข้ากลางใจของภูดิศจนเพลิงหึงหวงและโทสะซัดสมองจนแทบคลั่ง
ชายหนุ่มหน้ามืดด้วยความโกรธจัดที่ลูกของตัวเองกำลังจะยกตำแหน่งพ่อให้ชายอื่น เพื่อตอบโต้และประชดเฉือดเฉือนใจผู้หญิงหน้าไหว้หลังหลอกให้แหลกละเอียด ภูดิศหันกลับไปรวบเอวบางของ ‘แพทย์หญิงลลิตา’คู่หมั้นสาวสวยเข้ามากอดแนบอกอย่างแรง ก่อนจะก้มใบหน้าคมคายลงไป
‘บดจูบลงบนเรียวปากของคู่หมั้นสาวอย่างรวดเร็วและเร่าร้อน’
ต่อหน้าต่อตาทุกคนเพื่อประกาศศักดาว่าเขาก็มีผู้หญิงที่ดีกว่าร้อยเท่า
"อื้อ... ดิศคะ" ลลิตาสะดุ้งเล็กน้อย ถึงกระนั้นก็ยอมรับรสจูบนั้นด้วยความเต็มใจ
ภาพบาดตาตรงหน้าทำให้มนัสวีที่ลึกๆ ในใจยังคงรักภูดิศอยู่หัวใจแตกสลายทันที เธอพยายามเบือนหน้าหนีจากภาพบาดตานั้น ทว่ามันสายเกินไปความจริงที่ได้เห็นกรีดลึกแผลในใจจนยับเยิน ทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลรินเงียบ ๆพร้อมกับหัวใจที่แตกสลายไม่มีชิ้นดี เพราะความเ็ปแล่นริ้วเข้าตัดขั้วหัวใจ
หญิงสาวรีบยกมือบางขึ้นมาปิดดวงตาใสซื่อของน้องเติมเต็มไว้แน่นเพื่อไม่ให้ลูกเห็นภาพอุจาดตาก่อนจะหันไปบอกกับธราธรด้วยเสียงเครือปนสะอื้น
"พี่ทิว... กลับกันเถอะค่ะ! พามนกับลูกกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะคะ !"
ธราธรพยักหน้ารับ รีบกระชับอ้อมกอดอุ้มหนูน้อยเติมเต็มหมุนตัวหันหลัง ก้าวเดินนำพามนัสวีเดินจากไปตามโถงทางเดินยาวอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่แผ่นหลังของคนทั้งสามหันหลังก้าวเดินห่างออกไป ฝ่ามือหนาของภูดิศที่เคยโอบกอดรัดคู่หมั้นสาวก็พลันปล่อยออกทันทีอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มยืนตัวตรง นิ่งเงียบอยู่กับที่ราวกับหุ่นยนต์ที่ระบบกลไกหยุดทำงาน แววตาคมกริบดุดันที่เคยสาดประกายความสะใจบัดนี้กลับว่างเปล่าและจมดิ่งลงสู่เงาของความสับสน
ชายหนุ่มยืนนิ่งเป็เวลานานแสนนาน สายตาจับจ้องตรงแน่ว มองตามหลังแผ่นหลังบางของมนัสวี ทิวและลูกชายตัวน้อยไปจนกระทั่งคนทั้งสามเดินลับสายตาหายลับออกไปจากโถงอาคาร
"ดิศคะ...ดิศเป็อะไรหรือเปล่า ทำไมเงียบไปล่ะคะ"
หมอลลิตาเอ่ยปากถามด้วยความเคลือบแคลงสงสัย เมื่อเห็นคู่หมั้นหนุ่มยืนทื่อเป็ตอไม้และเหม่อมองตามหลังแม่ค้าขายขนมไทยคนนั้นไปโดยไม่แม้แต่จะหันมาสนใจหรือสบตาเธอเลยสักนิด รสจูบเมื่อครู่ช่างไร้ความหมาย บรรยากาศความสงสัยของคู่หมั้นสาวกำลังจะกลายเป็เงื่อนปมใหม่ที่พร้อมจะฉีกกระชากหน้ากากความเข้าใจผิดนี้ให้บานปลาย