ลู่เหยียนหรานหันไปมองลู่เฉินในเวลานี้ นางไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไร...
ความจริงแล้ว ที่ตนไม่เคยแสดงความใส่ใจเขาเพราะลู่เฉินไม่อาจฝึกฝนไปเป็ผู้ฝึกตนได้ ในเมื่อเส้นทางต่างกัน ทั้งสองจึงต้องห่างเหินโดยปริยายแต่ลู่เหยียนหรานยังคงนึกเป็ห่วงอยู่บ้าง
นางเพียงหวังให้ลู่เฉินล้มเลิกความคิดที่จะเป็หมอยาระดับกลางซึ่งแทบจะไม่มีทางเป็ไปได้ ความมุมานะในหนทางอันไร้ความหวัง รังแต่จะทำให้ถลำลึกไปก็เท่านั้น
ทว่าตอนนี้ อาจเป็นางที่คิดผิดมหันต์
ลู่เฉินใช้เพลงกระบี่เอาชนะลู่เยี่ยนทำให้ลู่เหยียนหรานตระหนักได้ทันที ว่าเขาไม่เพียงเป็หมอยาระดับสูง กระทั่งวรยุทธ์ยังสูงส่งเลิศล้ำกว่าตนหากคิดจะเอาชนะลู่เยี่ยน นางก็คงทำได้เช่นกัน แต่ย่อมไม่ง่ายดายเช่นลู่เฉินเป็แน่
ลู่เยี่ยนนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นด้วยความอับอายหลังได้ยินคำพูดของลู่เฉิน
เขาพ่ายแพ้ให้อีกฝ่ายต่อหน้าฝูงชนล้มกลิ้งกับพื้นไม่ต่างจากสุนัขตัวหนึ่ง จากนี้ไป คนในตระกูลคงมองเขาอย่างรังเกียจ
ตนยังมีหน้าอยู่ในตระกูลลู่อีกหรือ?
ความอัปยศเช่นนี้ ยากจะรับไหว...
ลู่เยี่ยนครุ่นคิด ขนาดปู่ของเขาลู่หย่งฟาง ผู้าุโใหญ่แห่งตระกูลลู่ ก็ยังไม่อาจยืนหยัดอยู่ข้างเขาได้ ตอนนี้ ท่านปู่ถูกผู้าุโสามของลู่เฉินตบหน้านอกจากจะทำอะไรมิได้แล้ว ยังต้องขอโทษลู่เฉินท่ามกลางสายตาผู้คนอีก
“ไม่…!”
ดวงตาของลู่เยี่ยนแปรเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำดูคลุ้มคลั่ง
เขาปรี่เข้าหาลู่เฉิน ที่กำลังเดินหันหลังลงจากเวทีอย่างว่องไว
“ลู่เฉิน ตายเสียเถอะ!”
ลู่เยี่ยนยกกระบี่เรืองแสงสีฟ้าในมือเค้นพลังิญญาโจมตีลู่เฉินอย่างไร้สติ
ก่อนพ่ายแพ้ ตนยังไม่มีความคิดที่จะฆ่าคนในการประลองครั้งนี้ทว่าบัดนี้ความตั้งใจได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาอยากให้ลู่เฉินตาย พออีกฝ่ายหันหลัง เขาจึงตระหนักได้ว่านี่เป็โอกาสเดียวหากพลาดไป คงจะไม่มีอีก ส่วนผลที่ตามมาจะเป็เช่นไร เขาไม่คิดจะใส่ใจ...
“ลู่เยี่ยน!”
“บังอาจนัก!”
“หยุดนะ!”
ลู่จินอวิ๋นและคนอื่นๆไม่นึกว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้... ลู่เยี่ยนคล้ายเสียสติไปแล้ว!
เพราะมิได้คาดคิด แม้อยากจะหยุดเขาหากไม่ทันเสียแล้ว...
“รนหาที่ตาย!”
ทว่า ปฏิกิริยาของลู่เฉินนั้นสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนมาก
ลู่เยี่ยนอยู่ไม่ห่างจากจุดที่ลู่เฉินยืนนักพอเขากระโจนเข้าหา คนทั่วไปย่อมไม่อาจตอบสนองได้ทัน แต่ก่อนที่ปราณกระบี่จะััแผ่นหลังของเขาลู่เฉินกลับหันขวับ ก่อนแผ่จิตสังหารออกมา
“ไม่...!”
ผู้าุโลู่หย่งฟางตะเบ็งเสียงอย่างคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นปราณกระบี่ของลู่เฉินกลืนกินหลานชายตัวเองต่อหน้าต่อตา
ถูกลำแสงของปราณกระบี่เข้าไปเช่นนี้หลานชายของเขาจะอยู่รอดได้หรือ?
ลู่หย่งฟางขยับวูบ พริบตาก็ไปถึงตัวหลานชายราวกับสายฟ้าชายชราตวัดฝ่ามือ ใช้พลังิญญาผลักปราณกระบี่ของลู่เฉินออกไป
ทว่า... โลหิตสีแดงสด ก็ยังไหลทะลักออกจากร่างลู่เยี่ยน
แม้ลู่หย่งฟางจะพยายามอย่างเต็มที่แต่ก็ยังไม่อาจช่วยลู่เยี่ยนให้รอดพ้นได้หมดจด แขนขวาของเด็กหนุ่มถูกตัดขาด และตกลงพื้นด้วยปราณกระบี่สีฟ้าสว่าง
เืทะลักออกจากาแกล่าวได้ว่าหากลู่หย่งฟางช้ากว่านี้ ลู่เยี่ยนคงยากที่จะเอาชีวิตรอด
“สุนัขขี้ขลาดกล้าทำร้ายผู้คนวันนี้เ้าต้องตายด้วยมือข้า!”
พอลู่หย่งฟางเห็นแขนขวาของลู่เยี่ยนโดนฟันจนขาดก็เหมือนถูกกระตุกเครา หันขวับไปทางลู่เฉิน และฟาดฝ่ามือใส่อย่างแรง
กลับไม่ฉุกคิดบ้าง ว่าเื่นี้จะไม่เกิดขึ้นหากหลานชายตัวเองไม่ไปลอบโจมตีลู่เฉิน แล้วจะมาหาว่าลู่เฉินทำร้ายหลานชายเขาได้หรือ!
ลู่เยี่ยนกล้าลอบโจมตีลู่เฉินเช่นนี้หากเขาสังหารอีกฝ่ายขึ้นมาจริงๆ ใครจะพูดอะไรได้ ถึงอย่างไร ลู่เฉินก็ไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบ...
ลู่หย่งฟางอยู่ในขั้นก่อ์แล้วเด็กหนุ่มจะป้องกันฝ่ามือของผู้าุโที่กำลังโกรธจัดได้อย่างไร ต่อให้ลู่เฉินแข็งแกร่งดุจปีศาจแต่เขาก็ยังเป็เพียงผู้ฝึกตนขั้นกายเบาตอนกลาง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับขุมพลังที่เหนือกว่าเช่นนี้ย่อมไม่อาจโต้ตอบได้
พายุพลังิญญาโหมกระหน่ำประหนึ่งจะบดขยี้ทุกอย่างให้เป็ฝุ่นผง
“ลู่หย่งฟาง เ้ากล้าหรือ!”
ลู่เทียนซิงพุ่งเข้าไปขวางหน้าลู่เฉินขณะเดียวกันก็เอ่ยปากตวาดเสียงดัง พร้อมซัดฝ่ามือด้วยพลังที่ทัดเทียมกันกลับไป
ที่ลู่เยี่ยนจู่โจมลู่เฉินในครั้งนี้ลู่เทียนซิงไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น จึงไม่ทันได้เตรียมการหรือมีเวลาพอที่จะหยุดยั้งแต่ครานี้ลู่หย่งฟางลงมือด้วยตัวเอง ต่อให้ต้องแลกด้วยสิ่งใด เขาก็ต้องปกป้องหลานชายให้ได้
“ผู้าุโใหญ่ หยุดนะ!” ลู่จินอวิ๋น ประมุขตระกูละโกร้าว
เตรียมขยับตัว กลับต้องชะงักค้างเพราะลู่เทียนซิงชิงตัดหน้าไปเสียก่อน
ถ้าผู้าุโสามหยุดมิได้เขาค่อยเข้าไปแทรกแซงก็ยังไม่สาย ตอนนี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของอีกฝ่ายจะดีกว่า หากคนผู้นี้ลงมือลู่หย่งฟางคงไม่อาจทำร้ายลู่เฉินได้
ตูม!
พลังิญญาของลู่เทียนซิงกับลู่หย่งฟางปะทะกันโดยมีคนทั้งสองเป็ศูนย์กลาง ทั่วทั้งลานประลองถูกปกคลุมด้วยสายลมน่าครั่นคร้ามแม้แต่บรรดาผู้ชมรอบข้าง ยังรู้สึกได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวจนหน้าเปลี่ยนสี
ขณะที่ลู่หย่งฟางซัดฝ่ามือก็อดกลัวมิได้ หากลู่เฉินตายภายใต้น้ำมือของเขาจริงๆ ชะตากรรมของตนคงจะน่าสังเวชไม่น้อย
“ผู้าุโใหญ่อย่างข้าประมาทเกินไป!” ลู่หย่งฟางพูดช้าๆ พยายามสงบสติอารมณ์ แล้วเหลือบมองลู่เฉิน
“ลู่หย่งฟางในฐานะผู้าุโตระกูล เ้าทำเกินไปแล้ว คิดกลับดำเป็ขาว ทั้งยังตั้งใจจะสังหารอนุชนอีก”ลู่เทียนซิงโกรธจัด
เกรงว่าคนส่วนใหญ่คงคิดเห็นตรงกันว่าลู่หย่งฟางกำเริบเสิบสาน ยังไม่ต้องพูดถึง ว่าเดิมทีเื่นี้ก็หาใช่ความผิดของลู่เฉินแต่ถึงเขาจะผิดจริง ในฐานะผู้าุโตระกูล ก็ไม่อาจแสดงท่าทีกับอนุชนเช่นนี้ได้ประมุขตระกูลกับผู้าุโคนอื่นๆ ยังไม่ทันพูดสิ่งใด เขาก็จะสังหารลู่เฉินเสียแล้ว
“ข้าก็แค่หุนหันพลันแล่นทว่าลู่เฉินก็ชั่วร้ายเช่นกัน เขาคิดจะสังหารลู่เยี่ยน ถ้าข้าไม่เข้ามาแทรกแซง ลู่เยี่ยนคงจะตายไปแล้ว!” ลู่หย่งฟางไม่ยอมรับ ซ้ำยังโต้กลับข้างๆ คูๆ
“ผู้าุโใหญ่ ทุกคนล้วนเห็นเด่นชัดว่านี่มิใช่ความผิดของลู่เฉิน ท่านเองก็น่าจะเข้าใจดี” ลู่จินอวิ๋นเอ่ยเสียงเย็นด้วยความโกรธจัด
“เป็เช่นที่ประมุขตระกูลกล่าว!” ลู่หย่งฟางกัดฟันพูด แม้ไม่เต็มใจแต่จำต้องยอมรับ
เมื่อหันไปเห็นลู่เยี่ยนหมดสติเขาก็รีบปราดไปพยุงหลานชายขึ้นมาป้อนยา
ฟึ่บ!
ทันใดนั้น เงาร่างสีดำก็ทะยานมาจากระยะไกลไม่ช้าก็ร่อนลงบนลานประลอง
“ไอ้บ้าที่ไหน กล้ามาทำร้ายน้องชายข้า!”
ทันทีที่เห็นลู่เยี่ยนหมดสติสีหน้าของผู้มาใหม่ก็เปลี่ยนไป พลางเพ่งเล็งไปที่ลู่เฉิน
คนผู้นี้มีนามว่าลู่อิงเป็พี่ชายของลู่เยี่ยน ลู่อิงมีรูปร่างเ้าเนื้อ ดวงตาเรียวดูเ้าเล่ห์ร้ายกาจ ชนิดที่แค่สบตาก็รู้สึกอึดอัดใจ
ปีนี้เขามีอายุครบยี่สิบในหมู่ทายาทสกุลลู่ นับว่าเป็คนโดดเด่นผู้หนึ่ง
กระนั้น ลู่อิงก็มิได้อยู่ในตระกูลแล้วแต่มิใช่เพราะถูกขับไล่ออกจากตระกูล หากแต่กำลังศึกษาอยู่ที่สำนักจ้านหลง
สำนักจ้านหลง เป็สำนักศึกษาที่มีชื่อเสียงยิ่งในแคว้นเทียนตั้งทั้งยังเป็หนึ่งในสี่สำนักหลักจากบรรดาสำนักน้อยใหญ่ทั่วดินแดน จัดอยู่ในลำดับที่สองรองจากสำนักศึกษาซื่อเย่
หากอยากเข้าเรียนในสำนักจ้านหลงก็ต้องมีความสามารถโดดเด่น ทั่วดินแดน มีผู้ฝึกตนไม่น้อยที่ใฝ่ฝันอยากเข้าไปศึกษาในสำนักมีชื่อแห่งนี้เพื่อพัฒนาฝึกฝนตัวเอง ทว่ามีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่สามารถเข้าสู่สำนักได้
การที่ลู่อิงเข้าไปเรียนในสำนักจ้านหลงได้ถือเป็ความภาคภูมิใจของตระกูลลู่
เมื่อสองปีก่อน ลู่อิงเป็ผู้ฝึกตนขั้นล้างไขกระดูกตอนปลายอีกเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงเข้าระดับก่อ์ นับว่าเก่งกาจอย่างไร้ที่ติ
หลายคนในตระกูลจึงคิดว่าลู่อิงเป็ตัวเลือกที่เหมาะสมกับตำแหน่งประมุขตระกูลคนต่อไป และบางคนถึงกับพร่ำเพ้อ ว่าสกุลลู่ที่อยู่ใต้การนำของลู่อิงจะต้องกลายเป็ตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองชิงเฟิงแน่