บทที่ 1 กลิ่นคาวเื
เขตการปกครองที่ 211
ทวีป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เวลา 15.30 น.
“ประกาศ ขณะนี้เป็เวลา 15.30 น.แล้ว เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมง 30 นาทีในการกลับเข้าที่พักอาศัยขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมกลับเข้าเขตปลอดภัยด้วย”
ท่ามกลางเสียงประกาศผ่านลำโพงขยายเสียงตามสถานที่สาธารณะผู้คนพากันต่อคิวเข้าแถวเพื่อขึ้นรถไฟและรถโดยสารกลับบ้านหลังเลิกงานสำหรับคนที่มีอันจะกินหน่อยก็ใช้บริการรถแท็กซี่หรือมีรถส่วนตัวระบบขนส่งสาธารณะเกิดความแออัดเนื่องจากประชาชนอพยพมาอยู่อาศัยจำนวนมาก เสียงฝีเท้าแตรรถ และผู้คนขวักไขว่ ให้ความรู้สึกราวกับว่าาและการกลายพันธุ์ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เ้าหน้าที่“ลอว์เรน เชเลนสกี้” กับสุนัขคู่ใจที่มีป้ายคล้องคอชื่อว่า “ไซเรน”สุนัชสายพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด เดินตรวจตราท่ามกลางฝูงชนทั้งเขาและเพื่อนสี่ขาถูกฝึกมาเป็พิเศษเพื่อตรวจตราหาสัญญาณหรือสิ่งผิดปกติและแน่นอนว่าเพื่อตามหาพวกมิวแทนท์ที่อาจแฝงตัวในที่สาธารณะ แต่หน้าที่หลักของพวกเขาคือการดูแลความสงบเรียบร้อยเพื่อป้องกันอาชญากรรมและสิ่งผิดกฎหมายเขาเดินตรวจตราด้วยสีหน้าเรียบเฉยและรู้สึกเบื่อการเข้าเวรในกะนี้จึงได้บ่นพึ่มพำเบาๆ ในขณะเดินตรวจตรา
“(เมื่อไหร่จะเลิกกะซักทีเบื่อเหลือเกิน)”
ในใจก็พลางคิดว่าจะกินอะไรดีเย็นนี้และเื่ต่างๆ นาๆ ในขณะที่นานๆ จะมีสาวหน้าตาดีผ่านมาให้ชมแก้เบื่อบ้าง เขาเดินสบตากับหญิงสาวผมดำสลวยผิวขาวเนียนในชุดสูทสำนักงานสีดำกระโปรงทรงเอที่กำลังเดินผ่านเขา ริมฝีปากทาลิปสติกสีแดงแต่งหน้าอย่างคมคายดูมั่นใจ ในมือถือกองเอกสาร และเธอเองก็ยิ้มให้พลางทักทาย
“สวัสดีค่ะคุณตำรวจ”
ลอว์เรนพยักหน้ายิ้มเล็กน้อยตอบกลับอย่างเขินอายแต่ก็เก็บอาการไว้พร้อมเอามือจับบริเวณปีกหมวกเพื่อเป็การทักทาย
ในขณะที่สาวเ้ากำลังเดินผ่านก็ได้เผลอทำบัตรใบหนึ่งร่วงจากกองเอกสาร
“คุณผู้หญิงครับทำของตก”
ลอว์เรนเรียกให้เธอหยุดพร้อมกับหยิบบัตรที่ตกอยู่ส่งคืนให้เธอแต่เธอก็หันมายิ้มก่อนทำท่าทางยกหูโทรศัพท์และเดินจากไป ปรากฏว่าเป็นามบัตรของเธอพร้อมที่อยู่และเบอร์โทรติดต่อลอว์เรนจึงเก็บใส่กระเป๋าเสื้อไว้
เขาเป็ลูกครึ่งรัสเซีย-อังกฤษ ผิวสีขาวผมสีทอง หน้าตาดีใช้ได้ ตาสีฟ้าเป็ประกายพึ่งเข้าบรรจุหลังจากเรียนจบหลักสูตรตำรวจ ในอายุ 21 ปี และได้รับมอบหมายให้มาเป็เ้าหน้าที่ประจำสถานีรถไฟในเครื่องแบบยูนิฟอร์มสีน้ำเงินเข้ม พร้อมอุปกรณ์สำหรับสายตรวจไม่ว่าจะเป็เสื้อเกราะ ไฟฉายธรรมดาที่สามารถปรับโหมดเป็ยูวี อาวุธปืนพก 9มม.ตามแบบฉบับของตำรวจทั่วไป แต่มีเพิ่มมาสิ่งหนึ่งก็คือ “กระบองแห่งแสง” หรือกระบองไฟฟ้าที่เสริมเครื่องผลิตรังสียูวีเข้มข้นสูง
“(เฮอะๆจริงๆ ก็มีอยู่แล้วอันหนึ่งจะให้มาเพิ่มทำไม?)”
เขาคิดติดตลกก่อนจะยิ้มเล็กๆที่มุมปากเพราะขำกับความคิดตัวเองที่ดันไปนึกถึงรูปจากอินเทอร์เน็ตที่มีผู้ชายยืนในความมืดในขณะที่สวมถุงยางอนามัยเรืองแสงแถมยังคิดทะลึ่งว่าจะลองยืนเรืองแสงในความมืดแบบนั้นกับสาวที่เขาพึ่งได้รับนามบัตรมาถ้าไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่กลางผู้คนก็คงจะหัวเราะคนเดียวไปแล้ว ทว่าลึกๆเขารู้สึกว่าการที่ต้องได้มาพกกระบองแห่งแสงแทนที่จะได้จับอาวุธอย่างอื่นก็ไม่ได้ชอบเท่าไหร่แต่ก็เถอะมันก็ไม่ได้แย่อะไร เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่าวิธีจะใช้มัน ลอว์เรนคิดไปเรื่อยเปื่อยในขณะที่เดินตรวจตรา
“(อย่างน้อยเราเองมันก็หล่อใช้ได้นะเนี่ยฮ่าๆๆ)”
และแล้วเสียงวิทยุก็ดังขึ้น
“ทางนั้นเป็อย่างไรบ้าง?โอเคมั้ย 045? เปลี่ยน”
“ทางนี้โอเคบัดดี้,046 นายเป็อย่างไรบ้าง? เปลี่ยน”
“เหตุการณ์ปกติ,มีคำสั่งแจ้งมาให้รวมพลที่จุดนัดพบ, 2 นาที, เปลี่ยน”
“ทราบแล้ว,เปลี่ยน” ลอว์เรนเดินอย่างเร่งรีบพลางบอกขอทางกับผู้คนที่สันจรเพื่อเปิดทางให้ตนไปยังจุดนัดพบโดยมีเ้าไซเรนวิ่งนำหน้าและเมื่อถึงจุดนัดพบ รถสายตรวจของคู่หู “ปีเตอร์ สมิธ” ก็จอดรอเขาอยู่แล้วลอว์เรนพึ่งจะสังเกตว่าเพื่อนซี้สี่ขาของเขามีอาการแปลกๆซึ่งมันพยายามจะขึ้นมาดมบนตัวเขา แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเขาสั่งให้ไซเรนขึ้นไปนั่งเบาะหลังในขณะที่มันก็แสดงอาการครางหงิงๆ ส่วนตัวเองก็ขึ้นรถไปนั่งด้านหน้ากับปีเตอร์
“เรามีงานเข้าแล้วล่ะเพื่อน”ปีเตอร์กล่าว
“มีเื่อะไร?”ลอว์เรนตอบ
“นี่แกไม่ได้ยินวิทยุเหรอ?เหล่สาวอีกละสิ” ปีเตอร์หันมามองลอว์เรนพลางสลับดูทางขับรถด้วยสีหน้าเซ็งๆ
“มีคนตายหลายรายในโรงแรมห่างจากพวกเราแค่2 ่ตึก ต้องไปยันไว้ก่อนหน่วยพิฆาตจะมา”ปีเตอร์กล่าว
“รายงานว่าอย่างไรบ้างเพื่อน?”ลอว์เรนตอบ เขารู้สึกช็อคเล็กน้อย
“เืท่วมห้องประชุมเลยยังจะบุจำนวนคนข้างในไม่ได้ ฝีมือพวกกลายพันธุ์ ลงมือตอนกลางวันแสกๆ ได้แบบนี้ไม่น่าจะพวกปกติของพวกเรา” ปีเตอร์กล่าว
“....” ลอว์เรนเงียบ เขาตกตะลึงในสิ่งที่ได้ยิน
เพราะนี่เป็สถานการณ์จริงครั้งแรกของลอว์เรนและปีเตอร์พวกเขาทั้งคู่ยังไม่เคยรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนนอกจากสถานการณ์จำลองในห้องเรียนนักเรียนตำรวจความทรงจำของลอว์เรนกลับไปยังห้องนักเรียนตำรวจอีกครั้ง
มนุษย์แบ่งระดับพวกกลายพันธุ์ั้แ่แรงค์ D ถึง S โดยระดับต่ำสุดคือD ตำรวจอย่างพวกเขาจะสามารถรับมือพวกกลายพันธุ์ั้แ่ระดับ D– C ส่วนหน่วยพิฆาตจะเป็หน่วยถัดไปที่เข้าจัดการกับระดับ B– A และั้แ่ระดับ S คือปีศาจ ต้องใช้นักรบแห่งแสงที่ฝึกฝนอย่างหนักจำนวน1 หน่วย หรือเก่งฉกาจระดับหัวกระทิจำนวนหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็มีพวกกลายพันธุ์ระดับSS และ SSS ด้วย
จากที่ทราบข่าวมาพวกเขาถูกส่งมาแทนที่ตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ก่อนหน้า 2นายในเขตพื้นที่นี้ของหน่วย บรอนซ์ 01 ซึ่งพวกเขาก็เคยได้รับข้อมูลมาว่า“จ่าบรอนซ์” หรือหัวหน้าชุดประจำ สน. ที่พวกเขาสังกัดนั้นเป็คนมุทะลุ ดุดันใจร้อน แต่ว่ามีฝีมือและประสบการณ์ในการต่อสู้สูง
และแล้วก็มีวิทยุจากสน.เข้ามา
“บรอนซ์ 01ติดต่อ 045 046 เปลี่ยน,”
“045 046กำลังฟัง เปลี่ยน,”
“พวกนายสองคนเข้าไปข้างในกับทีมด้วยตรวจดูสถานการณ์ก่อนหน่วยพิฆาตจะมา เนื่องจากเราขาดการติดต่อจากผู้แจ้งทราบแล้วเปลี่ยน,”
“แต่ท่านครับพวกเรายังไม่เค..”
“นี่คือคำสั่ง!จำนวนคนเรามีจำกัดและข้างในอาจยังมีผู้รอดชีวิตและพวกนายมีหมา ทำตามที่ฝีกมาอย่างเคร่งครัดเดี๋ยวเจอกัน เปลี่ยน,”
“รับทราบ,เลิกกัน”
“ลอว์เรนฉันก็กังวลพอๆ กับนายนั่นแหละ แต่เราคงต้องลุยแล้ว” ปีเตอร์กล่าว
“เออเรามาลุยกันเลยเพื่อน” ลอว์เรนตอบ
เมื่อรถจอดหน้าทางเข้าล็อบบี้โรงแรมลอว์เรนเปิดประตูปล่อยเ้าไซเรน มันะโลงจากเบาะหลังและเดินตามเขา สองตำรวจเปิดกระโปรงหลังเพื่อหยิบปืนลูกซองกึ่งอัตโนมัติM4และปืนไรเฟิลจู่โจม HK416 เตรียมะุและบรรจุแม็กกาซีนพร้อมติดไฟฉายปรับโหมดให้ส่องแสงเป็ยูวี ถอดสายคาดอุปกรณ์เสริมออกและสวมใส่ชุด ppeสีขาว ก่อนจะคาดอุปกรณ์และสายคาดที่มีะเิมือชนิดต่างๆ อีกครั้งจากนั้นคลุมฮู้ดและสวมหน้ากากและแว่นตาป้องกัน เนื่องจากสภาพอากาศร้อนชื้นการสวมชุด ppe ในสถานการณ์ปกติจึงอาจทำให้เป็ลมในขณะปฏิบัติหน้าที่พวกเขาจึงต้องใส่มันเมื่อมีเหตุจำเป็เท่านั้น แม้จะดูเสียเวลาในการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ก็ตามแต่ก็ถูกฝึกฝนให้ติดตั้งอย่างรวดเร็วช่ำชอง
ผู้คนที่ผ่านไปมาเริ่มหยุดดูพวกเขาอยู่ห่างๆในขณะที่รถของเ้าหน้าที่สายตรวจ 2 คันจากพื้นที่ใกล้เคียงเริ่มทยอยมาสมทบจำนวน 4นาย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็หัวหน้าชุดปฏิบัติการของพวกเขา รหัส บรอนซ์ 01 ในวิทยุนั่นเอง
“พื้นที่อันตรายขอให้ประชาชนออกห่างจากพื้นที่ด้วย” เสียงลำโพงจากรถตำรวจประกาศซ้ำๆทำให้ผู้คนเริ่มทยอยกันเดินออกห่าง และก็มีนายตำรวจเดินลงมาจากรถด้วยชุด ppeที่เตรียมพร้อม
เขายังไม่ได้สวมฮู้ดคลุมศรีษะและหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่ปรากฎแววตาดุดัน หนวดเฟิ้มสีขาว และหัวโล้นๆ ที่มีรอยสักทับรอยแผลเป็จากอะไรบางอย่างคล้ายรอยกรงเล็บ
“รีบเตรียมอุปกรณ์ซะอย่ายืดยาดและมารวมทีมกับฉัน” บรอนซ์ 01 หรือหัวหน้าสน. ตวาดเร่งคนอื่นๆที่กำลังเตรียมอุปกรณ์และสวมใส่ชุดป้องกันอย่างขมักขเม้น เขามีชื่อว่าจ่าบรอนซ์วิลสัน เป็อดีตนาวิกโยธินที่เคยรบในาชีวภาพก่อนการอพยพ แม้อายุใกล้เกษียณแล้วก็ยังดูฟิตเปรี๊ยะเสมอมีเอกลักษณ์คือรอยสักที่ทับรอยแผลเป็บนหัวโล้นๆ และแววตาที่ดุดันกับหนวดเฟิ้มสีขาว
“ทุกคนพร้อมแล้วครับจ่า”ปีเตอร์บอกจ่าบรอนซ์
“ลุยกันเลยไปๆๆ” จ่าบรอนซ์ออกคำสั่งพร้อมสัญญาณมือ
พวกเขาเข้าบุกทางประตูหน้าตามยุทธวิธีที่ฝึกมาปีเตอร์เปิดฉากด้วยะเิแสงยูวี เสียงะเิดังแสบแก้วหูพร้อมแสงวาบเป็จำนวนถึง8 ครั้ง
ทีมตำรวจผลักประตูเข้าไปในล็อบบี้โรงแรมพวกเขามองไปรอบๆ แต่ไม่พบใคร ทั้งล็อบบี้ว่างเปล่า เ้าไซเรนดมกลิ่นที่พื้นก่อนจะหันมาสบตาและเดินนำทางพวกเขาไปข้างในเมื่อเดินลึกเข้ามายังทางไปห้องประชุมกลับพบว่าไม่มีแสงสว่าง ไฟทุกดวงดับสนิท ลอว์เรนส่องไฟฉายแสงยูวีไปด้านหน้าพบว่ามีแสงสะท้อนคราบเืบริเวณทางเดิน เขาขึ้นลำปืนลูกซองในขณะที่เ้าไซเรนส่งเสียงขู่เบาๆในลำคอพร้อมหมอบลงเตรียมจู่โจม ลอว์เรนส่งสัญญาณมือให้เ้าไซเรนหยุดรอเขาตรงนี้
ประตูห้องประชุมสั่นไหวไปมาส่งเสียงตึงตังมีบางอย่างอยู่ด้านหลังประตู เสียงดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสงบลง จากนั้นประตูก็แง้มออกเบาๆอย่างช้าๆ ของเหลวสะท้อนแสงยูวีไหลนองออกมาพร้อมกลิ่นคละคลุ้งของคาวเื ตามมาด้วยเสียงบดขยี้บางอย่างดังกร้วบๆสลับกับเสียงกระทืบเท้าดังไปมาจากข้างใน
เมื่อมองไปรอบๆบริเวณพบว่า ประตูห้องอื่นๆ ถูกเส้นใยสีขาวจำนวนมากปิดเอาไว้และหน้าต่างก็ถูกใยจำนวนมากบดบังแสง จ่าบรอนซ์เดินเข้าไปตรวจสอบลักษณะของมันพบว่าเหมือนกับใยแมงมุม เขาถูกปีเตอร์สะกิดและชี้ให้มองขึ้นไปบนเพดานก็พบว่ามีบางสิ่งคล้ายมนุษย์ถูกใยห่อแขวนไว้ข้างบน และยังคงเคลื่อนไหวกระดุกระดิกจำนวนหลายสิบตนจ่าบรอนซ์ส่งสัญญาณมือให้ปีเตอร์เข้าไปส่องดูในห้องประชุมแล้วกลับมารายงานปีเตอร์พยักหน้าและค่อยๆ เดินไปยังประตูที่แง้มอยู่อย่างระมัดระวังฝีเท้า
เมื่อเขาหยุดอยู่หน้าประตูจึงค่อยๆ เอนตัวและมองดูด้านในห้องประชุมที่มืดมิดด้วยโหมดอินฟาเรดของสโคปปืน
ภาพที่เขาเห็นคือศพของคนจำนวนนับสิบนอนจมกองเืในสภาพที่ไม่สมบูรณ์กับุ์ขนาดใหญ่สูงเกือบ 3 เมตรที่มีขามากมายิัของมันยังคงเป็เนื้อหนังของมนุษย์แต่ทว่ามีอวัยวะและหนามงอกออกมาจากหลังเป็แมงมุมลักษณะเป็คนปากกว้างที่มีดวงตามากมายผิดปกติบนใบหน้าที่อ้าปากได้ยาวถึงหัวไหล่กำลังกัดกินคนที่ถูกห่อในใยแมงมุมลักษณะคล้ายกับที่เขาเห็นเมื่อครู่บนเพดานลำตัวส่วนล่างกลายเป็ปล้องเหมือนส่วนก้นของแมงมุมไม่มีผิดเมื่อมันงับส่วนหัวของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทำให้เืกระเซ็นไปทั่วบริเวณเกิดเสียงบดกระดูกดังลั่นเสียดแทงอย่างน่าหวาดเสียว
เขาค่อยๆเอนตัวกลับและส่งสัญญาณมือบอกสิ่งที่เขาพบให้กับจ่าบรอนซ์ จ่าพยักหน้ารับทราบและส่งสัญญาณให้ทุกคนเข้าประจำตำแหน่งเพื่อเปิดฉากโจมตีตามยุทธวิธี
เ้าหน้าที่เริ่มปรับโหมดไฟฉายยูวีที่ติดอาวุธปืนให้เข้มข้นระดับต่อสู้ทุกนายประจำตำแหน่งพร้อมบุก ลอว์เรนเตรียมะเิแสงยูวี เมื่อจ่าบรอนซ์ให้สัญญาณเขาปาะเิเข้าไปข้างใน เสียงะเิดังต่อเนื่องพร้อมแสงยูวีวาบ 8 ครั้งติดต่อกัน
สิ้นแสงะเิวาบสุดท้ายทีมตำรวจบุกผ่านประตู ส่องไฟฉายยูวีแรงสูงใส่เป้าหมาย และเปิดฉากระดมยิง
มิวแทนท์ที่กำลังมีอาการมึนงงและไม่ทันตั้งตัวจากะเิแสงยูวีกรีดร้องอย่างทรมานเมื่อถูกระดมยิงอย่างหนักจากปืนไรเฟิลจู่โจมและปืนลูกซองกึ่งอัตโนมัติมันพยายามเหวี่ยงขาที่ยาวและคมกริบใส่ผู้รุกรานไปมา ขานั้นฟาดใส่ 1ในเ้าหน้าที่จนตัวลอยกระแทกกับผนังห้องก่อนจะล้มลงกับพื้น
“ไมเคิลโดนแล้ว!” ตำรวจนายหนึ่งะโ
“อย่าหลุดโฟกัส!เล็งไปที่ขา!” จ่าบรอนซ์ะโสู้เสียงปืนเหล่าทีมตำรวจระดมยิงเข้าที่ขาของมิวแทนท์ ทำให้ขาหักลงทีละข้าง มันค่อยๆถอยหลังไปเรื่อยๆ จนสภาพกลายเป็เหมือนแมงมุมไร้ขาอยู่บนพื้น
ขณะนั้นเองมันก็พ่นใยออกมารัดขาของลอว์เรนก่อนจะลากเขาเข้าไปเขาล้มลงและทำให้ปืนลูกซองตกและไม่สามารถคว้าได้ทัน
“ช่วยด้วย!เฮ้ย!” ลอว์เรนร้องะโสุดเสียง ทันใดนั้นเองเ้าไซเรนก็วิ่งเข้ามามันงับคอเสื้อของเขาเพื่อดึงสู้แรงกับมิวแทนท์แมงมุม แต่ทว่าก็ไม่ได้ช่วยให้แรงดึงช้าลงเลยในขณะที่คนอื่นๆ จำเป็ต้องหยุดยิงเพราะกลัวะุโดนใส่เขา ปีเตอร์และคนอื่นๆพยายามวิ่งคว้าตัวเขากับเ้าไซเรนเป็พัลวันแต่ก็จับไว้ไม่ได้
จ่าบรอนซ์ชิงวิ่งไปดักหน้าก่อนจะสไลด์ตัวไปที่ใยแมงมุมและพยายามใช้มีดพกยูวีตัดใยจนขาด ลอว์เรนหลุดจากการดึงแต่นั่นทำให้มันลากจ่าบรอนซ์เข้าไปแทนเพราะมือและมีดของจ่าติดอยู่กับใยเหนียว และเบื้องหน้าของจ่าบรอนซ์คือปากอันมหึมากำลังอ้ารองับแขนทั้งสองข้างของเขาอยู่
“จ่าบรอนซ์!” ปีเตอร์ะโสุดเสียงเขาหยิบเอาปืนลูกซองขึ้นมาแต่ก็ไม่สามารถยิงได้เพราะจ่าบรอนซ์อยู่ใกล้เป้าหมายเกินไปจ่าบรอนซ์ถึงบริเวณปากของมิวแทนท์แล้ว เข้าใช้ 2ขาที่สวมรองเท้าคอมแบทยันปากบนและล่างของมันเอาไว้ในขณะที่น้ำเมือกน้ำลายของมิวแทนท์พุ่งออกมาใส่เขาด้วยความหิวกระหาย และในความชุลมุนนั้นลอว์เรนคว้าเอากระบองแห่งแสงมาเปิดใช้ลุกขึ้นวิ่งไปยังมิวแทนท์และใช้กระบองฟาดเข้าไปยังบริเวณที่ดูเหมือนขากรรไกรอย่างจังทำให้มันคลายแรงงับก่อนจะระดมฟาดใส่ลูกตานับสิบบนส่วนหัว เสียงเปรี๊ยะๆ ของไฟฟ้ากระทบเนื้อส่งกลิ่นไหม้คนอื่นๆที่มาสมทบต่างก็ชักกระบอกแห่งแสงขึ้นมารุมฟาดร่างของมิวแทนท์กันอย่างต่อเนื่องเกิดาแลึกขนาดใหญ่ไปทั่วร่างของมัน
มิวแทนท์อยู่ในสภาพสภาพอนาถได้เพียงนอนจมกองเือยู่กลางพื้นห้อง แผลจากกระบองทำให้มันหมดแรงและฟื้นสภาพตัวเองไม่ได้ควันจากาแคละคลุ้งไปทั่ว จ่าบรอนซ์เมื่อลุกขึ้นได้ เขาใช้แรงกล้ามเนื้อแขนสลัดใยที่พันรอบมือออกก่อนจะเดินเข้าไปหาสัตว์ประหลาดข้างหน้า พร้อมชักปืน .357 ในขณะที่ตาบางดวงของมันที่ยังไม่แตกจ้องมองมายังเขา
“ไอ้ตัวทุเรศ”จ่าบรอนซ์พูด ยกปืนจ่อเข้าไปใกล้ดวงตาของมิวแทนท์ และยิงลั่นไกอย่างต่อเนื่องจนะุหมดรังเพลิงจากนั้นหยิบะเิเพลิงขึ้นมา ในขณะที่กำลังจะดึงสลักนั้น ลอว์เรนก็ได้คว้ามือของจ่าบรอนซ์ไว้
“เราจะเผาที่นี่ไปด้วยนะครับ”ลอว์เรนกล่าว
“ค่อยเรียกรถดับเพลิงเอาสิวะ”จ่าบรอนซ์ตอบพร้อมสะบัดมือลอว์เรนออก
สลักะเิเพลิงถูกปลดออกและโยนออกจากมือจ่าบรอนซ์เปลวไฟลุกวาบเผาผลาญิัของมิวแทนท์ มันกรีดร้องอย่างโหยหวน เขาเดินหันหลังให้กับมันและตรงมาที่ลอว์เรนจากนั้นเอาสองมือที่เปรอะเปื้อนใยเหนียวๆ จับหัวลอว์เรน ดึงเข้ามาใกล้ๆ หน้าก่อนจะพูดว่า
“จัดการจนหมดสภาพแล้วเผาทำลายทันที! จำไว้ซะไอ้ลูกชาย!” จ่าบรอนซ์กล่าวและผลักลอว์เรนออก
“046เรียกรถดับเพลิงซะ ฉันจะออกไปสูดอากาศซักหน่อย กลิ่นไหม้มันเหม็นชะมัดยาดไมเคิลแกอย่าปวกเปียก รีบๆ ลุกขึ้นมาได้แล้ว”เขาพูดพร้อมเดินเปิดประตูห้องประชุมออกไป
“รับทราบครับจ่า”ปีเตอร์ตอบในขณะที่กำลังเช็คอาการของเ้าหน้าที่ไมเคิลที่ถูกขามิวแทนท์ฟาดจนกระเด็น
“สน.211 เรียกศูนย์บัญชาการ ขณะนี้เกิดเพลิงไหม้สถานที่เกิดเหตุ ยกเลิกภารกิจหน่วยพิฆาต,ทางเราจัดการมิวแทนท์เรียบร้อยแล้ว, เปลี่ยน”
“ศูนย์บัญชาการรับทราบ,กำลังประสานเ้าหน้าที่ดับเพลิง, เลิกกัน”
ลอว์เรนลูบหัวเ้าไซเรนเบาๆ พลางมองดูกระบอกแห่งแสงในมือ ก่อนจะหัวเราะคิกๆกับตัวเอง
“ก็ใช้ได้เหมือนกันนี่หว่าฮ่าๆๆ”
จบตอนที่ 1