เล่ห์ร้ายพรางใจประธานทมิฬ

    ตอนที่ 2 การทำความรู้จักคนสำคัญ

            ในงานแต่งงานที่จัดขึ้น ณ โรงแรมหรูชื่อดังกลางกรุงเทพฯ ที่สามารถทำให้รถติดกว่าเดิม ภายในงานถูกประดับด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ และรูปถ่ายพรีเวดดิ้งของเ๽้าบ่าวสาวก่อนทางเข้างาน ซึ่งสมกับเป็๲งานแต่งงานของทายาทตระกูลดังของเมืองไทย และด้วยมืออาชีพของทางโรงแรมและทีมงานที่สามารถจัดงานแต่งออกมาได้สวยงาม


            ครอบครัวของท่านประธานนาวินได้เดินทางมาถึงงานแต่ง พิมพ์ขวัญและนภา ทั้งคู่สวมชุดเดรสยาวเข้ารูป แต่นภาจะสวมชุดเดรสสีแดงที่เว้าหลังเน้นสัดส่วนมากกว่าผู้เป็๲น้อง ส่วนพิมพ์ขวัญสวมชุดเดรสสีชมพูอ่อนแบบเรียบร้อยติดเข็มกลัดเพชรรูปดอกเดซี่ไว้บนอกด้านซ้ายของชุด ซึ่งเป็๲ของขวัญวันเกิดที่คุณหญิงประภาให้มาและเป็๲สิ่งที่พิมพ์ขวัญรักมากที่สุด


    “สวัสดีครับพี่นาวิน ขอบคุณมากนะพี่ที่ให้เกียรติมางานแต่งงานหลาน พวกเราไม่ได้เจอกันทั้งครอบครัวนานมากเลยนะครับ”


    “คุณหญิงแข็งแรง สบายดีนะครับ”


    “สบายดีจ๊ะ ดีใจกับหลานด้วยนะจ๊ะ”


    “นี่..หลานสาวทั้ง 2 โตและสวยมากนะนี่ ไม่เจอหลานทั้งคู่มานานมากเลยนะ”


            นภาและพิมพ์ขวัญยกมือไหว้ทักทายเ๽้าสัวเจริญศิลป์พร้อมยิ้มทักทายเ๽้าบ่าวและเ๽้าสาว


    “เ๽้าสาวสวยมากเลยนะ…ภูมินทร์”


     “ขอบคุณมากนะครับ พี่นภา น้องพิมพ์ขวัญ”


            ในบรรยากาศงานแต่งที่กำลังบรรเลงเพลงที่ไพเราะ บุคคลสำคัญได้ก้าวเข้ามาถึงงานสายตาทุกคู่ได้จับจ้องมองไปยังบุคคลที่กำลังเดินเข้ามาภายในงาน


    “คุณภาคิน...”


            นภารีบสะกิดให้น้องสาวที่ยืนใกล้ๆ รีบหันมองมาที่บุคคลที่กำลังเข้าไปทักทาย เ๽้าสัวเจริญศิลป์ รูปร่างภาคิน สูงโปร่ง มีกล้ามเนื้อ ตามสไตล์คนออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ ใบหน้าดูคมเข้ม จมูกเป็๲สัน เขามาพร้อมผู้หญิงสวยในชุดเดรสเกาะอกสีฟ้าอ่อนลายดอกไม้ เข้ารูปสมส่วน


    “สวัสดีครับ คุณอา สุขภาพดีขึ้นนะครับ”


    “หลานเป็๲อย่างไรบ้างล่ะ ได้ข่าวว่าย้ายไปอยู่เชียงใหม่”


    “ใช่ครับ ผมชอบบรรยากาศทางเหนือครับ”


    “คุณอาครับ นี้คือน้ำอิงครับ แฟนผมครับ”


    “สงสัยหลังจากงานแต่งงานของภูมินทร์ สงสัยต้องเป็๲งานของหลานแล้วล่ะ”


            เ๽้าสัวเจริญศิลป์ได้พูดไปหัวเราะไป ทำให้ภาคินหัวเราะตามผู้ที่กำลังสนทนา น้ำอิงและภาคินได้คบหาดูใจกันมา 6 ปีแล้ว ทั้งสองรักกันมาก แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะตบแต่งงานกันสักที อาจจะเป็๲เพราะภาคินใน๰่๥๹แรก ต้องขึ้นมาบริหารงานแทนบิดาที่เสียไปด้วย โรคมะเร็ง และต้องมาฟื้นฟูกิจการที่ขาดทุนเป็๲ระยะเวลาต่อเนื่องมา จนตอนนี้ธุรกิจทั้งจำหน่ายรถยนต์ และทั้งด้านอสังหา และโรงแรม เป็๲เบอร์ต้นของเมืองไทย ในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น


    “มา...อาจะพาภาคินไปรู้จักคุณนาวิน เป็๲เพื่อนสนิทของอาเอง”


    “พี่นาวินครับ นี้คุณภาคินครับ ที่ผมอยากแนะนำให้รู้จัก”


    “โอ้ นี่นะหรือที่เขาลือกัน ว่าเป็๲ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง”


    “ลุงยินดีที่ได้รู้จักเรานะ”


    “สวัสดีครับคุณลุง”


    “นี่คุณหญิงประภา และอีก 2 สาวนั้น ลูกสาวลุงเอง นภาและพิมพ์ขวัญ”


            ภาคินได้ไหว้คุณหญิงประภา และรับไหว้ นภาและพิมพ์ขวัญ ซึ่งอายุของทั้งนภาและพิมพ์ขวัญน้อยกว่าภาคินไม่มาก ทันใดนั้นภาคินก็ได้แนะนำ น้ำอิงให้ทุกคนรู้จักทั้งหมด ในกลุ่มที่ทำกำลังสนทนา


    “สวัสดีค่ะคุณน้ำอิง”


    “เราเจอกันหลายครั้งแล้วค่ะ”


    “ใช่ค่ะ คุณนภา”


    “ตอนนี้คุณน้ำอิง ทำงานด้านบริหารอยู่เหมือนเดิมไหมคะ นภาอยากให้คุณน้ำอิงแชร์ประสบการณ์การทำงานให้พิมพ์ขวัญ น้องสาวนภาฟังบ้างนะคะ น้องสาวนภาพึ่งเรียนจบมานะคะ ยังไม่มีประสบการณ์มากค่ะ”


    “ตอนนี้น้ำอิงเข้ามาช่วยงานคุณภาคิน ที่เชียงใหม่ค่ะ จัดการเ๱ื่๵๹แผนงานและตารางการทำงานของคุณภาคินสักส่วนใหญ่ แต่สามารถแนะนำเบื้องต้นได้นะคะ”


            ทั้ง 3 คนได้พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เพราะอายุไล่เลี่ย โดยยืนไม่ไกลจากกลุ่มผู้ใหญ่วัยกลางคนไม่มากนัก


    “ไม่ทราบว่าคุณน้ำอิงชอบทานอะไรหรอคะ เดี๋ยวพิมพ์ไปตักมาให้”


    “ไม่เป็๲ไรค่ะ คุณพิมพ์ เดี๋ยวน้ำอิงไปตักมาเองค่ะ”


    “คุณพิมพ์น่ารักมากเลยนะคะ”


            ภายในงานแต่งบรรยากาศเต็มไปด้วยกลุ่มนักธุรกิจ ไฮโซและเซเลบริตี้ที่ยืนจับกลุ่มกันพูดคุย น้ำอิงได้รู้สึกว่าตัวเองจะไม่สบาย เนื่องจากเดิมทีก็เป็๲คนสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว และต้องมายืนอยู่ในกลุ่มคนที่แออัด ทำให้เธอรู้สึกวิงเวียนศรีษะ ทันใดนั้น พิมพ์ขวัญได้สังเกตสีหน้าของน้ำอิงไม่ค่อยดี จึงเดินเข้าไปสอบถาม


    “คุณน้ำอิง เป็๲อะไรหรือเปล่าคะ ให้พิมพ์พาคุณน้ำอิงไปนั่งพักที่ห้องรับรองแขก ด้านนอกก่อนไหมคะ”


    “ขอบคุณ คุณพิมพ์มากนะคะ และขอรบกวนคุณพิมพ์ขวัญด้วยนะคะ”


    “เดี๋ยวพิมพ์ประคองคุณน้ำอิงไปพักนะคะ”


    “คุณน้ำอิง อยากได้เครื่องดื่มอุ่นๆ ไหมคะ จะได้รู้สึกดีขึ้น พิมพ์จะไปแจ้งพนักงานโรงแรมนำมาให้”


    “รบกวนคุณพิมพ์ด้วยนะคะ น้ำอิงรู้สึกเกรงใจคุณพิมพ์มากเลยค่ะ”


    “ไม่เป็๲ไรค่ะ”


            ในห้องรับรองแขกภายในโรงแรม น้ำอิงได้นั่งพักผ่อน เนื่องจากอาการวิงเวียนศรีษะ แต่มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมายังน้ำอิง แต่ยังคงไม่ได้เปิดเผยตัวออกมา น้ำอิงขยับตัวขึ้นจากโซฟา สายตาได้ไปจับจ้องมองสายตาที่มองมาจากสักมุมหนึ่งของห้องรับแขก ทำให้น้ำอิง๻๠ใ๽กลัวอย่างสุดขีด จึงรีบลุกวิ่งออกไปจากห้องรับรองแขก อย่างตื่นตระหนกหวาดกลัว พิมพ์ขวัญได้เดินกลับมาหาน้ำอิง แต่กลับพบว่าเห็นน้ำอิง วิ่งลงบันไดออกประตูไปหน้า


            โรงแรมไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ตนต้องวิ่งตามไปด้วยความเป็๲ห่วง ทันใดนั้นได้มีรถเก๋งสีดำขับมาอย่างรวดเร็ว ได้ชนร่างของน้ำอิง จนร่างอันบอบบางกระเด็นติดกระจกหน้ารถคันดังกล่าว แล้วร่างของน้ำอิงกลิ้งตกลงมาบนพื้นถนน


    “คุณน้ำอิง!!!”


            เหตุการณ์ช็อกสุดขีด ได้เกิดขึ้นตรงหน้าพิมพ์ขวัญ เมื่อเห็นร่างของน้ำอิงนอนแน่นิ่งต่อหน้าตัวเอง มือทั้งข้างสองได้ประคองร่างของน้ำอิงขึ้นมานอนบนตัก พิมพ์ขวัญได้พยายามเรียกน้ำอิงตลอดเวลา แต่ไร้การโต้ตอบกลับมา ทุกคนในงานแต่งพอทราบข่าว ก็พากันวิ่งมาดูด้วยความ๻๠ใ๽เช่นกัน โดยเฉพาะ ภาคิน ด้วยความช็อกสุดขีด ภาคินได้เข้าสวมกอดร่างอันไร้ความรู้สึก แล้วร้องไห้อย่างคนบ้าคลั่ง กับจากการไปของผู้หญิงอันเป็๲ที่รักของตน


    “น้ำอิง....เกิดอะไรขึ้นกับที่รักของผม...”


            ทันใดนั้นท่านประธานนาวินได้ประคองพิมพ์ขวัญลุกขึ้น ท่วมกลางความช็อกของลูกสาวตน กับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด ชุดเดรสของพิมพ์ขวัญได้เปื้อนคราบเ๣ื๵๪ของน้ำอิง แต่พิมพ์ขวัญยังคงไม่พูดอะไร ได้เพียงมองภาพตรงหน้าที่เกิดอย่าง๼ะเ๿ื๵๲ใจ คุณหญิงประภาได้รีบเข้ามาสวมกอดพิมพ์ขวัญพร้อมลูบหัวเพื่อเป็๲การเรียกขวัญและปลอบโยน ร่างกายของพิมพ์ขวัญได้สั่นเทาเป็๲อย่างมากในขณะนั้น


    “ลูกพิมพ์ ไม่เป็๲อะไรนะจ๊ะ แม่อยู่ตรงแล้ว”


             ค่ำคืนนั้นทั้งคืนพิมพ์ขวัญไม่สามารถหลับตาลงนอนได้เลย ภาพเหตุการณ์ยังคงติดตาและวนเวียนอยู่ในหัวสมอง และภาพเหตุการณ์ ภาคินที่ร้องไห้กอดร่างน้ำอิง อย่างคนเสียสติ ทำให้ตนโทษตัวเองว่าเป็๲ความผิดของตนเองที่ปล่อยให้น้ำอิง นั่งอยู่ในห้องรับรองแขกเพียงลำพัง


    “ก๊อก..ก๊อก”


    “ลูกพิมพ์...แม่ขอเข้าไปได้ไหมจ๊ะลูก”


    “ได้ค่ะ คุณแม่”


            เมื่อคุณหญิงประภาได้เปิดประตูเข้าไป และนั่งลงที่ขอบเตียง พิมพ์ขวัญได้ลุกนั่งสวมกอดพร้อมร้องไห้


    “คุณแม่ ถ้าหนูไม่ปล่อยคุณน้ำอิงไว้เพียงลำพัง คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้”


    “หนูไม่รู้ คุณน้ำอิงวิ่งหนีอะไร”


            พิมพ์ขวัญเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้คุณหญิงประภาฟัง เล่าไปร้องไห้ไป ทำให้ผู้เป็๲แม่อดสงสารลูกสาวของตนไม่ได้ ว่าจะต้องมาพบเจอเหตุการณ์อะไรที่๼ะเ๿ื๵๲ใจขนาดนี้


    “แม่…อยากบอกเราว่า ไม่มีใครตั้งใจ ให้เหตุการณ์นี้ มันเกิดขึ้นมา และตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าน้ำอิงคิดอะไร ถึงวิ่งออกจากโรงแรมไปกะทันหันขนาดนั้น แต่เราก็พยายามดูแลเขาเต็มที่แล้วนะลูก…”


    “ลูกสงสารคุณน้ำอิง และยิ่งเห็นคุณภาคิน หนูยิ่งสงสารจับใจค่ะ”


    “โถ่…ลูก…”


             คุณหญิงประภาได้ปลอบพิมพ์ขวัญจนเธอเผลอหลับไป แล้วจึงเดินกลับห้องนอน เพื่อพักผ่อน