วันเวลาผ่านไป แม้ว่ารอยฟกช้ำจะเริ่มหาย แต่สภาพความเป็อยู่ของหนุ่มวิศวะไม่ค่อยสู้ดีนัก ปั้นต้องใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆ แถมข้าวของในห้องก็ถูกเ้าของหอขู่จะยึดแทนค่าเช่า ชายหนุ่มไม่สามารถแทงบอลกับเ้าหนี้ไหนๆได้อีกแล้ว เพราะเครดิตและชื่อเสียงของเขาติดลบจนไม่มีใครให้เสี่ยงพนันด้วย
ปั้นได้แต่หมดหวังและนั่งดื่มในร้านเหล้าคนเดียวเงียบๆ เขาทำแบบนี้มาหลายวันแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทบจะกลายเป็อาหารเย็น แต่ไม่ทันที่จะสั่งเหล้าเพิ่ม สายตาก็พลันไปเห็นแก๊งเ้าหนี้เ้าเดิม และดูเหมือนกลุ่มชายฉกรรจ์พวกนั้นจะเห็นลูกหนี้ผู้ไม่เคยหาเงินมาจ่ายเช่นเดียวกัน ปั้นวิ่งหนีออกจากร้านโดยที่มีเหล่าชายร่างั์ไล่ตาม มอเตอร์ไซค์คันใหญ่อันเป็สมบัติชิ้นสุดท้ายขับหนีจนลับสายตา
เมื่อจนตรอกถึงขั้นสุด เบอร์โทรศัพท์ที่บันทึกไว้ั้แ่เดือนที่แล้วก็ถูกโทรออกเป็ครั้งแรก
“สวัสดีครับ” เสียงนุ่มลึกจากปลายสายเอ่ย แต่เสียงรบกวนเหมือนเสียงดนตรีกลับกลบเกลื่อนประโยคแทบทุกคำ
“ไอ้โรมัน…ใช่มั้ย”
“นี่ใครครับ” ปลายสายะโถามสู้เสียงเพลง
“กู…ปั้นนะ เพื่อนของไอ้เก่ง เพื่อนของเพื่อนมึงอ่ะ”
“ฮ่ะ!? พูดอีกทีหน่อยครับ ผมไม่ได้ยิน”
“กูไอ้ปั้น! วิศวกรรมปีสาม! เพื่อนไอ้เก่ง! คนที่กระชากคอเสื้อมึงเมื่อปีก่อน!”
“….หือ?”
น้ำเสียงจากปลายสายยังคงประหลาดใจ แต่เมื่อปั้นได้อธิบายว่าเขาคือคนที่เคยหาเื่ในร้านเหล้าเมื่อปีก่อน น้ำเสียงของโรมันก็ดูเหมือนจะเริ่มจำได้ ตอนนี้เสียงเพลงในร้านเหล้าเริ่มหายไปแล้ว ทำให้บทสนทนาของทั้งสองคนเริ่มชัดเจนมากขึ้น
“มึงเอาเบอร์กูมาได้ไง” โรมันถาม
“ไอ้เก่งให้กูมา”
“แล้วมึงมีอะไร”
“พอดี…กู”
พูดแล้วก็อายปาก...
ปั้นไม่เคยยืมเงินคนที่ไม่สนิทมาก่อน เมื่อเริ่มอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงจากปลายสายก็เงียบสนิทราวกับตั้งใจฟัง ด้วยความเมามาก่อนหน้านั้น ทำให้หนุ่มผิวเข้มบรรยายออกไปจนหมดว่าเกิดอะไรบ้าง หลังจากที่พ่นระบายปัญหาทุกอย่างั้แ่ต้นจนจบ เสียงหัวเราะเยาะเบาๆก็เอ่ยให้ได้ยินผ่านทางโทรศัพท์
“ใช่มึงหรือเปล่า…คนที่วิ่งออกไปจากร้านเหล้าเมื่อกี้”
“มึงอยู่….”
“กูนั่งอยู่ในร้านเดียวกันกับมึง เมื่อกี้เ้าหนี้มึงเองหรอ”
“…..”
ปั้นหน้าชา ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเสียงเพลงที่ดังสะท้อนขึ้นมาเป็สถานที่เดียวกัน ชายหนุ่มอยากจะวางสายให้จบๆไป แต่ก็มีความหวังลึกๆว่าเพื่อนของเพื่อน (ของเพื่อนอีกที) อาจจะช่วยเขาได้ไม่มากก็น้อย ตอนนี้เขาไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ต่อให้จะโดนด่าหรือดูถูกเขาก็ยอมทั้งนั้น
“ไอ้เก่งมันบอกว่ามึงปล่อยเงินกู้ กูเลยอยากจะ…”
“แล้วมึงมีอะไรมาค้ำประกันล่ะ”
ไม่ทันที่ปั้นจะพูดจบ โรมันก็เอ่ยแทรกขึ้นมา นักศึกษาวิศวกรรมไม่มีอะไรจะค้ำประกันทั้งนั้น เหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ก็บ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่แล้ว
“ไม่มี” ปั้นตอบเบาๆ ทั้งอายและรู้สึกสมเพชตัวเอง
“ไม่มี…แล้วมึงยังกล้าโทรมาเนี้ยนะ”
“ถ้ามี…ก็คงมีแค่ตัวกูนี่แหละ” ประโยคนั้นเต็มไปด้วยการประชดชีวิต
“ตัวมึง?”
“เออ ตัวกู”
“….”
“….”
เกิดความเงียบงันทิ้งให้ใจโหวงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเสียงปลายสายก็กล่าวขึ้นด้วยความสนใจ
“ถ้าเป็ตัวมึง….ก็น่าจะได้อยู่”
“ฮ่ะ?”
“มาหากูที่คอนโด ขอประเมินราคาของค้ำประกันก่อน ถ้าคุ้ม…เื่เงินค่อยว่ากัน”
ปั้นหน้าชายิ่งกว่าเดิม หัวใจบนหน้าอกข้างซ้ายเต้นตึกๆ เขาไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือรังเกียจตัวเองกันแน่ ในขณะที่อึ้งอยู่ว่าควรจะทำอะไรต่อ ข้อความจากใครบางคนก็ส่งโลเคชั่นมาให้ มันคือคอนโดของเ้าหนี้คนใหม่ ปั้นไม่คิดว่ามันจะง่ายขนาดนี้ แต่อะไรที่มันได้มาง่ายๆ มักทำให้นักพนันไม่สบายใจเสมอ...