ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 96 ขั้นจักรพรรดิ

            ราชามารทิศเหนือได้ยินคำของราชามารตะวันตกหลังจากพิจารณาเล็กน้อยแล้วจึงหันหลังเดินกลับเข้าไปด้านใน

            “เข้ามาเถอะอย่านั่งบนนั้นเลย”

            ราชามารตะวันตกเป็นคนทำตามกฎเขาจึงกระโดดลงจากพรมวิเศษแล้วสะบัดมือเพื่อเก็บเข้าที่จากนั้นก็เดินตามราชามารทิศเหนือเข้าไป

            ภายในเมืองแห่งนี้คนที่กล้าเดินเข้าไปในจวนของราชามารทิศเหนืออย่างเปิดเผยมีอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

            “เจ้ามีความเห็นอย่างไร”

            ราชามารตะวันตกนั่งลงบนเก้าอี้ภายในเรือนเขาหยิบไม้แกะสลักทรงกลมลูกหนึ่งขึ้นมาจับเล่นพลางกล่าวเสียงเรียบ

            “ข้ารู้สึกว่าคนเหล่านั้นต้องการกำจัดอำนาจในหุบเขาสุขาวดีและสร้างอำนาจของตนเองขึ้นใหม่”

            “เจ้าหมายถึงสุสานใหญ่?”

            ราชามารทิศเหนือเฉลียวฉลาดมากราชามารตะวันตกกล่าวไปแค่นั้น แต่เขากลับเข้าใจได้ทันที

            “ไม่ผิดเป้าหมายของคนเหล่านั้นน่าจะเป็นสุสานใหญ่ สุสานมีอยู่กว่าพันปีแล้วถึงเวลาที่ควรจะเปลี่ยนแปลง”

            ราชามารตะวันตกรู้สึกภูมิใจในตนเองมากจากที่ราชามารโดนลอบสังหาร กลับทำให้เขาคิดไปถึงเรื่องของสุสานได้ในสถานการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ แม้แต่เขายังอดเลื่อมใสในพรสวรรค์ของตนเองไม่ได้

            “รู้แล้วเจ้าไปเถอะ”

            ใครจะไปคาดคิดว่าราชามารทิศเหนือจะกล่าวเพียงแค่นี้และเตรียมออกตัวไล่ราชามารตะวันตกกลับไป

            “เอ๋? เจ้าไม่มีอะไรอยากพูดหน่อยหรือ”

            “มีอะไรก็รีบว่ามาอย่ารบกวนเวลาฝึกฝนของข้า”

            ราชามารทิศเหนือกล่าวขึ้นอย่างหมดความอดทนในบรรดาราชามารผู้ยิ่งใหญ่ คนที่ราชามารทิศเหนือไม่ชอบที่สุดก็คือราชามารตะวันตกผู้นี้พลังของราชามารตะวันตกอยู่ในอันดับสามราชามารทิศเหนือและราชามารตะวันออกครอบครองอันดับหนึ่งและสองมาตลอดรวมกับโดยปกติแล้วราชามารตะวันตกคิดแต่จะกินดื่มและมักมากในตัณหาเท่านั้นซึ่งเขาไม่ชอบเลย

            “เจ้าเหนือข้าเห็นว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่จึงอยากมาหารือกับเจ้าสักหน่อย จากการกระทำของอีกฝ่ายในเมื่อครั้งแรกทำไม่สำเร็จจะต้องมีครั้งที่สองตามมาแน่พวกเราจะเป็นเต่าหดหัวอยู่อย่างนี้ไม่ได้เจ้าคิดว่าจะยังโชคดีเหมือนครั้งแรกได้หรือ เจ้าใต้ตายไปแล้วเจ้าออกก็ไม่รู้หายตัวไปไหน ยากจะคาดเดาได้”

            ราชามารตะวันตกมาที่นี่อย่างแรกคือพยายามร่วมมือกับราชามารทิศเหนือรองลงมาค่อยตามหาตัวเหลยป้าเทียนจากราชามารทิศเหนือ

            “เจ้ากลัวตายใช่ไหมล่ะ!”

            ราชามารทิศเหนือกล่าวเสียงเย็นอย่างไม่ใส่ใจ

            “ถ้าใช่แล้วยังไงหรือเจ้าไม่กลัว”

            ราชามารตะวันตกได้ยินคำของราชามารทิศเหนือจึงกล่าวเสียงเย็นพลางมองราชามารทิศเหนืออย่างให้ความสนใจ

            ก่อนหน้านี้แม้ราชามารทิศเหนือจะฉลาดมากแต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ฉลาดเท่าไรนัก ตอนนี้อีกฝ่ายเหมือนมีคนชี้นำอยู่เบื้องหลังไม่มีทางเอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่นเด็ดขาด

            “ร่วมมือกับเจ้านั้นได้อยู่แต่เจ้าต้องมีคุณสมบัติพอที่จะร่วมมือกับข้าด้วย”ราชามารทิศเหนือยังคงกล่าวด้วยรอยยิ้ม แต่ภายในใจกลับนิ่งเฉยเพราะภายในใจของเขายังเหยียดหยามราชามารตะวันตกอยู่

            เพราะพลังของเขาอยู่ในขั้นจักรพรรดิเพียงคนเดียวจากสี่ราชามารผู้ยิ่งใหญ่

            “ก่อนหน้านี้ไม่นานคนเหล่านั้นทำให้ข้าทะลวงไปถึงขั้นจักรพรรดิได้ เจ้ามีคุณสมบัติเช่นนี้หรือไม่”

            ราชามารตะวันตกตะลึงงันไปทันทีที่ได้ยินคำของราชามารทิศเหนือ

            “อะไรนะเจ้าฝึกฝนถึงขั้นจักรพรรดิแล้ว?”

            จากนั้นพลังบนร่างของราชามารตะวันตกจึงพวยพุ่งไปทางราชามารทิศเหนืออย่างบ้าคลั่งตรวจสอบความแข็งแกร่งของพลังภายในร่างราชามารทิศเหนืออย่างละเอียดส่วนราชามารทิศเหนือก็ไม่ได้ต่อต้านใดๆปล่อยให้ราชามารตะวันตกแสดงพลังออกมาตรวจสอบได้ตามใจ

            หลังจากตรวจสอบเรียบร้อยแล้วราชามารตะวันตกใบหน้ากระตุกเล็กน้อย

            “พลังแข็งแกร่งยิ่งนักถึงขั้นจักรพรรดิแล้วจริงๆ!”

            ราชามารตะวันตกดึงพลังกลับมาพลางกล่าวพึมพำเขาคิดไม่ถึงเลยว่าราชามารทิศเหนือจะมีโชคท่ามกลางความยากลำบากจนทำให้พลังยุทธ์ถึงขั้นจักรพรรดิได้สำเร็จ เมื่อก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิไปแล้วพลังจะเหนือกว่าเขาหนึ่งระดับข้ามผ่านคอขวดไปได้ ทำให้พลังแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก

            “ตอนนี้เจ้ามีคุณสมบัติอะไรจะร่วมมือกับข้า” ราชามารทิศเหนือมองราชามารตะวันตกแล้วถามอีกครั้งน้ำเสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ ส่วนราชามารตะวันตกกลับมามีสีหน้าปกติเหมือนจะหัวเราะแต่ก็ไม่หัวเราะ

            “เลื่อนเป็นขั้นจักรพรรดิแล้วแต่พลังของเจ้าไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเท่าไรนัก เกรงว่าเจ้าต้องเสียไปไม่น้อยใช่ไหมล่ะ!”

            สิ่งที่ต้องจ่ายไปนี้น่าจะเป็นการฝืนเลื่อนขั้นตอนที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายการฝืนเลื่อนขั้นนี้เสมือนการตัดเส้นทางในอนาคตของเขาไปแล้วทำให้เขาต้องติดอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นจักรพรรดิระดับต้นไปชั่วชีวิตมิอาจเอื้อมถึงระดับกลางได้เลย

            “แล้วยังไงล่ะตอนนี้หากคิดสังหารเจ้ายังคงเป็นเรื่องง่ายราวพลิกฝ่ามือ”

            ราชามารทิศเหนือกล่าวด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือนทั่วทั้งบริเวณเงียบสงัดลงอย่างน่าประหลาด หากมีเข็มสักเล่มตกลงพื้นคงได้ยินเสียงอย่างชัดเจน

            ราชามารตะวันตกมองราชามารทิศเหนืออยู่อย่างนั้นแววตาของทั้งสองคนเปล่งประกายจ้าราวเปลวเพลิง ไม่มีใครยอมใครหากแววตานี้สามารถสังหารคนได้ ทั้งสองคนคงบาดเจ็บหนักไปแล้ว

            “ผู้อาวุโสทั้งสองโปรดใจเย็นลงก่อน มีเรื่องอะไรนั่งลงแล้วค่อยพูดค่อยจากันเถอะ”

            เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของโถงรับแขกตามมาด้วยบุรุษผู้หนึ่งเดินออกมาจากในนั้น

            เหลยป้าเทียน!

            บุรุษผู้นี้คือเหลยป้าเทียนนั่นเองทว่าเหลยป้าเทียนในตอนนี้ไอพลังกำลังควบแน่น ก้าวหน้าขึ้นกว่าก่อนหน้านี้มากเห็นได้ชัดว่าอยู่ในขั้นราชันระดับสูงแล้ว เหลยป้าเทียนไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้เลยตอนนี้เขายืนอยู่เบื้องหน้าราชามารทั้งสองคนราวกับเขาเป็นคนรุ่นหลังที่ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสอพลอ

            แม้ขั้นราชันระดับสูงจะแข็งแกร่งมากแต่ในสายตาของราชามารทั้งสองคนกลับเป็นเพียงมดตัวใหญ่หน่อยเท่านั้น

            หากคิดสังหารเขาจริงๆเขาคงหนีไม่รอด

            “สหายเหลยมาแล้วนั่งลงสิ”

            ราชามารทิศเหนือเห็นเหลยป้าเทียนมาถึงแล้วเจตจำนงสังหารจึงเบาบางลง แล้วส่งยิ้มให้เหลยป้าเทียน

            “ขอบคุณผู้อาวุโส”

            เหลยป้าเทียนยกมือขึ้นแตะหน้าอกแสดงคารวะต่อราชามารทิศเหนือแล้วเขาก็นั่งลงอย่างว่าง่าย จากนั้นจึงมองทั้งสองคนพลางกล่าว“ผู้อาวุโสทั้งสองมีความตั้งใจเหมือนกัน ความจริงแล้วสามารถหารือกันได้”

            “เจ้าก็คือเหลยป้าเทียน?”

            ราชามารตะวันตกหันมองเหลยป้าเทียนเขาพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสงสัยอย่างอดไม่ได้

            จากข้อมูลที่ได้มาพลังยุทธ์ของเหลยป้าเทียนยังไม่ถึงขั้นราชันระดับสูงอย่างสมบูรณ์ตอนนี้ได้เห็นอีกฝ่ายตรงหน้า พลังของอีกฝ่ายมั่นคงขึ้นแล้วพลังเช่นนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าคนที่ลอบสังหารเขาก่อนหน้านี้สักเท่าไรแม้แต่เขาเองยังต้องใช้ความพยายามกว่าจะจัดการอีกฝ่ายได้

            ส่วนเสิ่นเสวียนกลับสามารถไล่ล่าอีกฝ่ายจนมาถึงหุบเขาสุขาวดีได้พลังของเสิ่นเสวียนเหนือไปจากการคาดเดาของเขาเช่นกัน

            “ขอรับใช่แล้วท่านราชามาร ข้าน้อยเอง”

            เหลยป้าเทียนรู้สึกประหลาดใจมากเขาไม่ได้รู้จักกับราชามารตะวันตก อีกฝ่ายกลับรู้จักเขาได้ทว่าเขาไม่เคยคิดไปถึงเสิ่นเสวียนเลยคิดเพียงว่าตนเองมีชื่อเสียงเลื่องลือในสามแคว้นเท่านั้น

            “ไม่เลวเลยทีเดียว”

            ราชามารตะวันตกนั่งลงแล้วเช่นกันพร้อมกับยิ้มน้อยๆเขาไม่ได้ต้องการแตกหักกับราชามารทิศเหนือ แต่ต้องการร่วมมือกันจึงไม่อยากให้ความสัมพันธ์ตึงเครียดมากนัก

            “เจ้าเหนือข้าเป็นคนอย่างไรเจ้าน่าจะรู้ดี ข้ามาถึงที่นี่ได้นับว่าไว้หน้าเจ้าแล้ว”

            “เจ้าเอาหน้าของเจ้ากลับไปเลยก็ได้ข้าไม่ต้องการ”

            ใครจะคาดคิดว่าราชามารทิศเหนือจะกล่าวอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้

            “ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะมีเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับข้า”ราชามารตะวันตกกล่าว ในหุบเขาสุขาวดีแห่งนี้ เขาไม่เคยรู้สึกถูกด้อยค่าเช่นนี้มาก่อน

            “ได้ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าขอถามเจ้าสักหน่อย ในตอนที่ข้าโดนลอบสังหาร เจ้าอยู่ที่ไหน” ราชามารทิศเหนือมองราชามารตะวันตกด้วยแววตาคมกริบเหมือนว่าหากราชามารตะวันตกโกหกออกมาเพียงเล็กน้อย เขาจะจับได้ในทันที

            “อ๋อข้าเข้าใจแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่ท่าทีของเจ้าผิดปกติไป เจ้าได้ยินคำให้ร้ายมาใช่ไหมหรือว่ามาจากเจ้า”

            ราชามารตะวันตกหันขวับมองเหลยป้าเทียนเขม็งพลันใช้เจตจำนงสังหารที่เด่นชัดพุ่งเข้าใส่เหลยป้าเทียน

            โครม!

            เหลยป้าเทียนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โดนพลังที่รุนแรงกดทับลงไปจนเก้าอี้แหลกละเอียดเป็นผุยผงทำให้เขาลงไปนั่งอยู่กับพื้นทันที

            “ท่านโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”

            เหลยป้าเทียนนั่งอยู่บนซากเก้าอี้กล่าวอ้อนวอนต่อราชามารตะวันตกอย่างยากลำบาก

            “บังอาจนัก!กล้าลงมือต่อหน้าข้าเช่นนี้ อยากตายหรือไร”

            ทันใดนั้นราชามารทิศเหนือกลายเป็นร่างเงากระโจนใส่ราชามารตะวันตกทันที

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน