ตอนที่21 เจนนี่คิดถึงมากรู้ไหมคะ
หยางจวินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจกับข้อมูลที่รับรู้มาจากณิชาเพราะอาการเหม็นหมูของเธอเหมือนกับพฤติกรรมของเ้านายใหญ่ที่ไม่ชอบกลิ่นหมูเช่นกันจึงพึมพำด้วยความแปลกใจว่า
“เอ!คุณเหยาเหม็นหมูเหมือนเ้านายเลย หรือว่าจะไม่ชอบหมูเหมือนกัน”
ณิชาอาเจียนอาหารที่กินเข้าไปทั้งวันออกมาเมื่อไม่มีอาหารหลงเหลืออยู่ในกระเพาะอาหารแล้ว เธอรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยจึงบ้วนปากทำความสะอาดก่อนที่จะเปิดประตูห้องสุขาออกมาโดยเหลือบมองเห็นหยางจวินยืนรออยู่หน้าห้องสุขาด้วยท่าทางกระวนกระวายใจ ทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจที่มีคนห่วงใยตนเอง
“ไปหาหมอตรวจร่างกายดีไหมครับ? หากเป็อะไรจะได้รีบรักษา?”หยางจวินถามความเห็นณิชาด้วยความกังวล
“ไว้หลังจากนี้ก่อนค่ะฉันอยากขายแจกันก่อน จะได้มีเงินไว้รักษาตัวเอง เผื่อว่าฉันไม่สบายจริงๆ”
ณิชายิ้มน้อยๆยอมรับความห่วงใยจากหยางจวินทว่าเธอจำเป็ต้องทำภารกิจสร้างรายได้ชิ้นแรกของตนเองให้เสร็จเรียบร้อยก่อนเพราะไม่้ายืดเยื้ออีกต่อไป โดยเธอบอกหยางจวินกลายๆ เื่การดูแลตนเองเนื่องจากไม่้าเป็ภาระกับใคร
คำพูดของณิชาเกี่ยวกับแจกันและการดูแลตนเองทำให้หยางจวินชะงักครู่หนึ่งเขาเริ่มรู้สึกว่าณิชาพยายามช่วยเหลือตนเองโดยไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากเขายิ่งทำให้เขารู้สึกชื่นชมในความเข้มแข็งของเธออย่างจริงใจ
กู้เลี่ยงหวงเรียกทั้งคู่ให้ไปกินข้าวก่อนที่จะตรวจสอบแจกันของณิชาด้วยความห่วงใยว่า
“เสี่ยวจวินเหยาเหยา มากินข้าวก่อนเถอะ จะได้มีเรี่ยวแรง เื่แจกันค่อยว่ากันอีกที”
หยางจวินและณิชาเดินไปนั่งกินข้าวอีกครั้งซึ่งคราวนี้เมนูอาหารบนโต๊ะไม่มีซี่โครงหมูราดซอสอีกแต่เป็เมนูใหม่ที่เหมือนกับผัดผักรสเผ็ดจัดจ้าน ซึ่งช่วยให้ณิชากินข้าวได้มากขึ้น
ท่าทางการกินที่เอร็ดอร่อยและดูเจริญอาหารของณิชาทำให้กู้เลี่ยงหวงและหยางจวินถอนหายใจด้วยความโล่งอก
..........
เมื่อทุกคนกินอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยณิชานำทุกคนไปตรวจสอบแจกันลายครามบนโต๊ะประเมินเป็แจกันลายครามเนื้อกระเบื้องพอร์ซเลนที่มีลวดลายเถาวัลย์ดอกไม้สีน้ำเงินสวยงามโดดเด่น
กู้เลี่ยงหวงตาโตเป็ประกายอย่างยินดีเพราะััได้ถึงความเก่าแก่ของมันซึ่งเกิดจากประสบการณ์ที่คลุกคลีวงการนี้มานานหลายปีเขาทำการตรวจสอบอีกครั้งอย่างละเอียดด้วยความกระตือรือร้นซึ่งพบว่าแจกันใบนี้เป็กระเบื้องพอร์ซเลนของแท้โดยทำมาจากดินขาวที่ผ่านการเผาด้วยความร้อนสูงจนทำให้เนื้อกระเบื้องเป็เนื้อเดียวกัน ซึ่งแข็งแรงทนทาน ไม่มีแม้แต่รอยขูดขีด
เมื่อกู้เลี่ยงหวงใช้แว่นขยายส่องดูอย่างละเอียดก็พบว่าเนื้อแจกันมีรูพรุนน้อยมากบ่งบอกว่ามีความหนาแน่นสูง เขาใช้ปลายนิ้วลูบไล้เบาๆ อย่างยินดีซึ่งเขามั่นใจว่าแจกันนี้หากถูกน้ำจะไม่ลื่นและไม่มีรอยด่างบนผิวแจกันอย่างแน่นอน
“กระเบื้องพอร์ซเลนของแท้เนื้อเนียนละเอียดสวยงามจริงๆ”
กู้เลี่ยงหวงพยักหน้าเป็ระยะอย่างพึงพอใจเขาพบว่าแจกันลายครามเนื้อกระเบื้องพอร์ซเลนนี้เป็ของแท้ที่อยู่ใน่ปลายของราชวงศ์ถังอย่างแน่นอนจึงสอบถามข้อมูลการประเมินจากณิชาว่าตรงกับตนเองหรือไม่ว่า
“เหยาเหยาหนูว่าแจกันลายครามนี้ มีอายุราวกี่ปีและน่าจะอยู่ใน่ใด?”
ณิชายิ้มน้อยๆพลางตอบกลับคืนกู้เลี่ยงหวงอย่างมั่นใจว่า
“อยู่ใน่ปีคริสต์ศักราช800-900 เป็ยุคปลายของราชวงศ์ถังค่ะ”
อนึ่งรัชสมัยของถังไท่จงราชวงศ์ถังมีความรุ่งเรืองถึงขีดสุดซึ่งมีความรุ่งเรืองทั้งด้านการทหาร ศาสนาศิลปะ การค้าขาย มีนครหลวงอยู่ที่ฉางอัน ซึ่งก็คือเมืองซีอานในปัจจุบันที่สำคัญคืออายุของแจกันลายครามนี้มีอายุอยู่ใน่ดังกล่าวซึ่งสอดคล้องกับยุคราชวงศ์ถัง
กู้เลี่ยงหวงพยักหน้าพึงพอใจกับทักษะประเมินที่แม่นยำของณิชาซึ่งเขาไม่คาดคิดว่าหญิงสาวอายุน้อยจะมีความเก่งกาจเหนือกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ จึงยืนยันคำตอบของเธออีกครั้งว่า
“ใช่ถูกต้องแล้ว เป็ยุคปลายของราชวงศ์ถังจริงๆ ราคาของแจกันใบนี้อยู่ที่ประมาณสามแสนหยวน เหยาเหยารับได้ไหม?”
ณิชายิ้มกว้างอย่างยินดีที่ราคาขายเพิ่มขึ้นจากราคาซื้อถึงสิบเท่าโดยเธอไม่เป็กังวลกับราคาที่ทางร้านจะนำไปขายต่อ ถึงแม้ว่าจะได้มากกว่านี้อีกหลายเท่าก็ตามเพราะคิดว่าหากเธอขายเองอาจยุ่งยากเกินไปจึงพยักหน้าตอบรับราคาอย่างยินดีว่า
“ตกลงค่ะหนูขายราคานี้”
“เหยาเหยาบอกเลขที่บัญชีปู่มาทีจะได้แจ้งการเงินโอนเข้าบัญชีให้”
กู้เลี่ยงหวงพยักหน้าพอใจที่ณิชาไม่เื่มากพลางสอบถามเลขที่บัญชีของณิชาเพื่อที่เขาจะได้แจ้งให้ฝ่ายการเงินของทางร้านโอนเงินเข้าบัญชีให้กับเธอโดยตรงเนื่องจากพนักงานการเงินของร้านขายโบราณวัตถุอยู่อีกแห่งซึ่งกลับบ้านไปก่อนแล้ว
“ขอบคุณค่ะหมายเลขบัญชีคือ........”
ณิชาแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคารของตนให้กับชายชราอย่างยินดีโดยมีหยางจวินยืนยิ้มอยู่ข้างๆ อย่างดีใจที่ณิชาสามารถหารายได้ด้วยทักษะของเธอซึ่งเขาปล่อยให้ณิชาดำเนินการสร้างรายได้เองเพื่อความภาคภูมิใจของเธอโดยที่เขาไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะกังวลว่าจะทำให้หญิงสาวรู้สึกอึดอัดใจโดยเปล่าประโยชน์
“เก่งมากครับคุณเหยาไม่น่าเชื่อว่าจะค้นพบโบราณวัตถุได้ แต่เมืองนี้เคยเป็เมืองหลวงเก่าของราชวงศ์ถังอาจมีโบราณวัตถุหลงเหลืออยู่ตามบ้านคนทั่วไป ที่พวกเราคาดไม่ถึงอยู่อีกมาก”
หยางจวินแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโบราณวัตถุตามจริงซึ่งเขาเชื่อมั่นว่าเมืองซีอานจะยังมีโบราณวัตถุหลงเหลืออยู่เป็จำนวนมากทว่าเป็ทรัพย์สินที่สืบทอดภายในครอบครัว โดยที่ธุรกิจค้าขายโบราณวัตถุของเครือฟิวเจอร์กรุปไม่มีนโยบายให้ลักขโมยหรือแย่งชิงนอกจากคนในครอบครัว้าขายเองด้วยความสมัครใจ
“งั้นผมจะไปส่งคุณเหยาที่หอพักเองนะครับไม่สบายอย่างนี้จะเดินไปเอง ผมไม่วางใจเผื่อเป็อะไรกลางทาง”
หยางจวินเสนอตัวไปส่งณิชาที่หอพักเพราะกังวลเื่สุขภาพของเธอเนื่องจากณิชาแจ้งบนโต๊ะกินอาหารว่าจะไปตรวจร่างกายในวันพรุ่งนี้ทว่าวันนี้เขาไม่้าได้รับข่าวร้ายจากเธออีก จึง้าไปส่งถึงที่พักโดยตรง
ณิชายิ้มรับอย่างเข้าใจแล้วตอบกลับอย่างผ่อนคลายว่า“ก็ได้ค่ะ ส่งแค่ปากทางเข้าหอพักก็พอนะคะ”
เธอไม่้าดึงดูดความสนใจจากพนักงานของร้านที่พักอยู่ในหอจึงเลือกที่จะให้เขาไปส่งทางเข้าหอพักดีกว่าเพราะรู้ดีว่าเธอไม่สามารถปฏิเสธเขาอย่างเด็ดขาดได้ด้วยท่าทางกระตือรือร้นของเขาซึ่งเธอไม่อยากที่จะหักหาญน้ำใจเขาในทันทีทันใด
“ครับพวกเราไปกันเถอะ คุณเหยาจะได้พักผ่อน”
หยางจวินยิ้มกว้างอย่างยินดีเขาวางแผนที่จะแวะรับเธอในตอนเช้าเพื่อพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลทว่าเขาไม่คิดที่จะบอกเธอล่วงหน้าเนื่องด้วยรับรู้ถึงการระมัดระวังตัวของเธอพอสมควรซึ่งเขาไม่้าสร้างความอึดอัดใจให้กับหญิงสาวไว้ล่วงหน้า
……….
สักพักหนึ่งหยางจวินขับรถมาจอดปากทางเข้าหอพักซึ่งณิชาจะต้องเดินต่อไปอีกราวห้าสิบเมตรเขานั่งรอดูณิชาเดินเข้าหอพักไปอย่างห่วงใยเมื่อเห็นว่าเธอเดินเข้าอาคารหอพักไปแล้ว จึงขับรถออกไปอย่างสบายใจ
ครั้นณิชาเข้ามาในห้องพักตนเองแล้วเธอได้ยินเสียงพูดคุยระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวดังแ่เบาออกมาจากห้องข้างๆ ครู่หนึ่งมีเสียงบางอย่างเล็ดลอดมาเป็ระยะซึ่งเธอจับใจความได้ว่า
“อื้ม.....เสี่ยวหานคุณ.......”
“ยี่ยี่คุณหอมไปทั้งตัวเลยรู้ไหม?”
“อย่า.....เสี่ยวหานเดี๋ยวแม่บ้านได้ยิน”
“อย่าร้องเสียงดังสิผมจะทำเบาๆ นะคนดีนะ ผมรักคุณมากเลย ยี่ยี่ที่รัก ขอจูบอีกนิดเถอะ”
“อื้อ.......เสี่ยวหาน........”
สักพักมีเสียงขยับโซฟาในมุมห้องที่น่าจะถูกจัดวางเหมือนห้องเธอมีเสียงเสียดสีและกระทบกันของวัตถุบางอย่าง ระหว่างนั้นมีเสียงครางกระเส่าของฝ่ายหญิงที่ดังขึ้นลงเป็ระยะทำให้เธอนึกภาพตามเสียงได้อย่างชัดเจน
ณิชาส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมของเพื่อนข้างห้องเธอไม่้าเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเื่ส่วนตัวของอีกฝ่ายแม้ว่าการให้ฝ่ายชายเข้ามาในห้องจะด้วยวัตถุประสงค์ใดก็แล้วแต่ล้วนผิดกฎของหอพักแห่งนี้
อนึ่งแม่บ้านผู้ดูแลหอพักเคยแจ้งกับเธอก่อนเข้าพักว่า
“หอพักนี้เป็หอพักคนโสดเท่านั้นนะหากมีแฟนหรือครอบครัว ต้องย้ายไปอยู่อีกหอพักที่ไกลกว่านี้เ้านายใหญ่ไม่้าให้มีเหตุวุ่นวายในหอพัก ก็เลยแยกหอพักคนโสดกับคนมีครอบครัวออกจากกัน หวังว่าอย่าให้มีเหตุที่ฉันต้องออกแรงนะ”
“ถ้าแม่บ้านรู้เองอย่าหาว่าฉันเป็คนบอกละ”
ณิชาถอนหายใจพลางพูดด้วยความกังวลเธอไม่้ามีปัญหาระหว่างเพื่อนข้างห้องในเวลานี้เนื่องจากเธอรู้สึกว่า
ร่างกายตนเองอ่อนแอจนถึงขีดสุดเหมือนกับว่าทารกที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นมานั้นมีการสูบพลังและเืเนื้อของเธอไปเป็จำนวนมากทำให้เธอแทบจะไม่มีแรงต่อสู้กับใครได้
..........
เวลานี้จ้าวหลงเดินไปบ้านพ่อแม่ตนเองซึ่งอยู่รั้วติดกับบ้านปู่เขาเดินทอดน่องอย่างเบื่อหน่ายเพราะไม่ได้คิดที่จะไปกินอาหารเย็นหรือพบกับใครทั้งสิ้นหากมีเฉพาะพ่อแม่เขาย่อมเต็มใจไปทักทายอย่างยินดีแน่นอน
พลันมีเสียงหวานใสพร้อมกับร่างบางโผเข้าหาจ้าวหลงด้วยท่าทางตื่นเต้นยินดีว่า
“พี่ชายหลงมาแล้วเจนนี่คิดถึงมากรู้ไหมคะ?”
เจนนี่หรือหยางเจียอียิ้มกว้างอย่างมีความสุขโดยเธอถือวิสาสะกอดแขนจ้าวหลงแสดงความเป็เ้าของโดยตรง
จ้าวหลงลอบมองบนอย่างเบื่อหน่ายก่อนตอบกลับอย่างเสียไม่ได้เพราะมีสายตาและร่างของพ่อแม่หยางเจียอีเดินตามมาว่า
“พี่ต้องทำงานแล้วงานของกองทัพก็มีทุกวัน ไม่ได้ว่างกลับมาบ้านบ่อยนัก”
“ความจริงเสี่ยวหลงลาออกจากงานก็ได้นะคะเวลานี้พวกเรากำลังเปิดตัวธุรกิจใหม่ ้าคนช่วยเจนนี่พอดีเลย”
กู้เฟินแม่ของหยางเจียอีพูดกับจ้าวหลงอย่างมีความนัยเธอ้าให้ลูกสาวตนเองแต่งงานกับจ้าวหลงมากกว่าจ้าวปินเพราะสัญชาตญาณของความเป็แม่เชื่อมั่นในตัวจ้าวหลงมากกว่ารวมทั้งลูกสาวก็รักกับจ้าวหลงอยู่แล้ว ฉะนั้นการช่วยให้ลูกสมหวังในความรักย่อมเป็หน้าที่ของพ่อแม่โดยปริยาย
“นั่นสิคะเจนนี่กำลังสร้างโรงแรมสาขาในประเทศไทย อีกไม่กี่เดือนก็สร้างเสร็จแล้วและเปิดบริษัททัวร์พานักท่องเที่ยวจีนไปเที่ยวไทยด้วยพี่ชายหลงน่าจะมาช่วยเจนนี่บริหารธุรกิจดีกว่า เป็ทหารเงินเดือนนิดเดียว จะพอเลี้ยงดูเจนนี่หรือคะ?”
เจนนี่พูดเสียงเง้างอดพลางพูดถึงธุรกิจของครอบครัวและตนเองซึ่งเธอมีเพื่อนชาวไทยที่เป็เ้าหน้าที่รัฐตำแหน่งใหญ่โตซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทยเป็อย่างดีจึง้าให้ว่าที่สามีลาออกมาช่วยดูแลธุรกิจร่วมกันดีกว่า
จ้าวหลงลอบถอนหายใจพลางตอบกลับว่า
“ไม่ได้หรอกพี่ชอบงานของพี่มาก และไม่คิดจะเปลี่ยนงานด้วย เงินเดือนน้อยก็ดีงั้นเจนนี่ไปหาคนเงินเยอะสิ”
จ้าวหลงตั้งใจพูดเสียงดังเพราะเหลือบมองเห็นจ้าวปินและอาสะใภ้เดินมาด้วยกันพอดีซึ่งเขาตั้งใจให้จ้าวปินแสดงตัวแย่งชิงหยางเจียอีไปเสียทีเนื่องจากเขาเบื่อที่จะต้องแสดงบทบาทพระเอกอ่อนน้อมเต็มทนแล้ว
“ว่าไงเสี่ยวหลงเพิ่งได้ลามาเยี่ยมคุณพ่อหรือ?”
เย่เจียวจูภรรยาของจ้าวเฟยิซึ่งเป็แม่ของจ้าวปิน ผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องกับจ้าวหลง ถามจ้าวหลงด้วยความแปลกใจ
จ้าวปินเป็ชายหนุ่มหล่อเหลาไม่น้อยกว่าจ้าวหลงทว่าสูงแค่ 184 เิเซึ่งเตี้ยกว่าจ้าวหลง 2 เิเดวงตาคมทอประกายแสดงความเกลียดชังจ้าวหลงอย่างปิดไม่มิดเนื่องจากจ้าวหลงเป็ทั้งศัตรูแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลและศัตรูหัวใจ
“ครับ”จ้าวหลงตอบกลับเย่เจียวจูอย่างเสียไม่ได้เขาเหล่มองแววตาของจ้าวปินที่เหลือบมองหยางเจียอีด้วยความหลงใหล