ตอนที่ 5
เขาหันกลับไปมองเสียงหญิงสาวที่ทักทายเขาด้วยเสียงที่ไม่พอใจ แล้วจะไม่พอใจเื่อะไรกัน เื่นี้เขาก็ไม่อาจจะรู้ได้ แต่เขาจำได้ว่าหญิงสาวคนนี้อยู่ในกลุ่มที่แกล้ง เซียวซูฮวา จนตกน้ำ และเป็ลูกสาวของแม่เลี้ยงเธอ
"ผมมาธุระน่ะครับ กำลังจะกลับแล้ว" เขาตอบไปด้วยเสียงเรียบ
"ไม่ใช่ว่าพี่เอาอะไรมาให้เด็กเหลือขอพวกนี้หรอกหรือ" ถามออกไปอย่างไม่พอใจ ทำไมต้องเอามาให้พวกมันด้วย ให้เธอกินไม่ดีกว่าหรือ
"การที่ผมจะเอาอะไรมาให้ใคร ก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับคุณ อันอ้ายเหริน ไม่ใช่หรือครับ เพราะของนี่มันก็เป็ของผม" เขาไม่เข้าใจเลย ว่าการที่เขาเอาของมาให้ใคร แล้วมันจะเกี่ยวกับเธอตรงไหน จึงพูดเพื่อให้เธอได้คิดว่าไม่ควรที่จะยุ่งเื่ของคนอื่น แต่เหมือนว่าเธอคนนี้จะไม่เข้าใจความหมายที่เขา้าจะสื่อนั้น
"แล้วพี่ซีหยาง เอาของมาให้ กับคนไร้ประโยชน์ทั้งสองคนนี้กันล่ะคะ มัวแต่นอน สำออยสิไม่ว่า งานการก็ไม่รู้จักทำ ี้เีเป็ที่สุดเลยค่ะ"
ตอนนี้เมื่อพูดกันเสียงดัง ชาวบ้านก็เริ่มที่จะอยากรู้แล้วว่าเกิดเื่อะไรกันขึ้น จึงได้เข้ามาฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เขาไม่เคยอยากทำร้ายผู้หญิงมาก่อนเลย แต่คำพูดที่เธอพูดออกมาเขาอยากจะเข้าไปทำร้ายเต็มทีแล้ว พูดมาได้ เอาอะไรคิดกัน คนป่วยอยู่แท้ๆ
"ไม่ใช่ว่าน้องชายของเธอไปแจ้งพวกคุณแล้วไม่ใช่หรือครับ ว่าพี่สาวของเขาไม่สบาย และขอให้ช่วยซื้อยาให้พี่สาวแล้ว ทำไมถึงกลายเป็ว่าเธอี้เีไปได้ล่ะครับ"
เมื่อชาวบ้านได้ยิน ก็มองครอบครัวเซียวด้วยความรังเกียจ ที่เห็นคนป่วย แต่กลับไม่ยอมรักษา แต่กลับมาหาว่าเป็คนี้เีไปได้ แล้วคนอย่าง เซียวซูฮวา ี้เี ก็ไม่มีผู้หญิงในหมู่บ้านที่ขยันอีกแล้วล่ะ
"ที่บ้านไม่มีเงินหรอก คนที่ไร้ประโยชน์อย่างนั้น ปล่อยให้ตายๆ ไปเสียได้ก็ดี มีแต่หาเื่มาให้"
เป็เสียงของคนเป็แม่ พูดแทนลูกสาว เขาไม่นึกแปลกใจเลย ว่าทำไมลูกสาวถึงได้มีนิสัยอย่างนี้กัน ก็ตามแบบแม่มาได้เหมือนมาก
"ชีวิตคนทั้งคน นี่นะครับ ผมไม่คิดเลยว่าบ้านเซียวมีจิตใจโหดร้ายกันอย่างนี้"
เมื่อเขาพูดอย่างนั้น ชาวบ้านต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย ส่วนคนที่เป็สามีหรือก็คือพ่อของเซียวซูฮวา ได้แต่ก้มหน้าหลบ เพราะความอับอาย แต่ด้วยความที่เขาไม่ได้เข้ามายุ่งเื่ในบ้าน ส่วนใหญ่เป็เมียเขาที่จัดการเป็ส่วนใหญ่ เขาจึงไม่ได้รับรู้อะไร และไม่อยากจะสนใจเด็กทั้งสองคน ที่เขาเข้าใจว่า แม่ของเขามีชู้ เมื่อเขารู้และคิดว่าเป็เื่จริงเขาก็ไม่สนใจอีกเลย
"แล้วจะมายุ่งอะไรด้วย นี่เป็เื่ของบ้านเซียว ไม่เกี่ยวกับบ้านหลิง สักหน่อย เราจะทำอะไรก็เื่ของเรา แล้วมาทำอะไรที่บ้านนี้กัน ไม่รู้หรือ ว่าหญิงชายไม่ควรที่จะมาพบกัน"
"ผมก็ไม่ได้เข้าไปในบ้านนี่ครับ ผมแค่นำยาลดไข้ และผมก็ไม่ได้อยู่กันสองต่อสองเสียหน่อย มีป้าเย่วซื่อและเจียวหัว อยู่ด้วย แต่ผมให้ไปต้มยาอยู่และผมก็กำลังจะกลับ แต่พวกคุณก็มาทักผมเสียก่อน"
"อะไรนะเอายามาให้ ฉันไม่เชื่อหรอก ซื้อยาก็ต้องใช้เงิน แล้วจะยอมหมดเงินเพราะผู้หญิงที่ไม่มีอะไรดีสักอย่างคนนี้ทำไมกัน หรือว่าคิดจะรับผิดชอบเื่ที่เกิดขึ้น คิดผิดคิดใหม่เถอะ อย่างเธอน่าจะหาผู้หญิงที่ดีกว่านี้ได้ไม่ยากหรอกนะ" พูดพร้อมทั้งมองมาที่ลูกสาวของตัวเอง มีดีกว่าลูกเลี้ยงที่กำพร้าทั้งแม่ และพ่อก็ไม่ยอมรับ เหมือนอยู่กันแค่สองคนพี่น้องเท่านั้น ส่วนซีหยางกลับมองมาทางทั้งสองคนด้วยความรังเกียจแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
"เป็เื่จริง ซีหยางเอายามาให้จริงๆ คนที่มีจิตใจดีน่ะ ถึงไม่ได้เป็ญาติกัน ก็ยังมาช่วยเหลือยามเจ็บป่วย ช่างน่ายินดีกับยัยหนูเซียวฮวาจริงๆ ที่มีคนช่วยเหลือ ไม่อย่างนั้นอาจจะถึงตาย เพราะไข้ขึ้นสูงได้"
"เป็คนดีจริงๆ ด้วยถือว่าเป็ความ โชคดีแล้ว คนดีย่อมมีคนคอยช่วยเหลือ"
"ไม่ใช่แค่ยานะ ที่ซีหยางให้ ยังมีทั้งไก่ เอาไว้ต้มบำรุงร่างกาย และเห็ดกับผักป่าด้วย แต่ไม่ต้องมีใครคิดที่จะมาแย่งไปหรอกนะ เพราะว่ามันเป็ของที่ซีหยางเอามาให้ฉัน ทำให้ซูฮวากิน คนอื่นไม่มีสิทธิ์"
ตอนแรกสองแม่ลูกที่ได้ยินก็ตาลุกวาว เพราะได้ยินว่ามีไก่ ก็คิดว่าไก่นั้นต้องเป็ของพวกเขาอย่างแน่นอน แต่เมื่อได้ฟังไปเรื่อย สีหน้าที่ตอนแรกเบิกบาน จึงได้ห่อเหี่ยวทันที เพราะไม่สามารถไปแย่งชิงของบ้านคนอื่นได้ ซีหยางมองสองแม่ลูกด้วยสายตารังเกียจ และมองคนที่เป็พ่อที่ไม่มีปากเสียงอะไรในบ้าน ด้วยสายตาเอือมระอา
"ทำไมซีหยาง ไม่เอามาให้บานเราทำให้ล่ะ เื่แค่นี้เอง"
"ผมคงไม่อาจจะทำอย่างนั้นได้หรอกครับ ขนาดเจียวหัว แค่ไปบอกและขอเงินค่ายา พวกคุณยังตีเด็กอย่างนี้เลย ไม่คิดจะมาดูและยังหาว่าี้เีไม่ทำงานอีก"
เมื่อเห็นชาวบ้านมองอย่างดูถูกเหยียดหยาม จึงได้ไม่กล้าพูดอะไรต่อ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่พูดมาล้วนแต่เป็เื่จริง และรีบเดินกลับบ้านใหญ่กันอย่างรวดเร็วด้วยความอับอาย ใครจะไปคิดว่าการทำอย่างนั้นจะมีคนมาเห็นกัน เพราะทุกทีก็ทำอย่างนี้เป็ประจำ ก็ไม่เห็นเป็อะไรเสียหน่อย จึงเห็นว่าเป็เื่ทั่วไป
เมื่อเห็นเื่ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม และชาวบ้านก็กลับบ้านใครบ้านมันแล้ว ซีหยางจึงได้กับบ้านบ้าง เพราะตอนนี้เริ่มเย็นแล้วที่บ้านคงจะเป็ห่วง ว่าเขานั้นหายไปไหนกันแน่
และก็เป็อย่างนั้นจริงๆ เพราะเมื่อเขากลับมาที่บ้าน ทุกคนยืนรออยู่ที่หน้าบ้าน และคอยมองว่าเมื่อไรเขาจะกลับมาเสียที เมื่อเขาเปิดประตูรั้วเข้ามา ทุกคนจึงได้ยิ้มออกมาได้
"ซีหยาง ลูกไปไหนมา ทำไมไม่นอนพักอยู่ที่บ้านกัน"
"นั่นนะสิ พ่อกลับมาไม่เห็นใคร ก็อดที่จะเป็ห่วงไม่ได้"
"ถ้ามาช้ากว่านี้ พี่เขาจะออกไปเดินหาแล้ว"
ส่วนพี่สะใภ้ก็เพียงมองมาด้วยสายตาเป็ห่วง แต่ไม่ยอมที่จะพูดอะไรออกมา เพราะเป็คนเงียบๆ นั่นเอง เขามองทุกคนที่มองเขาด้วยความเป็ห่วงด้วยสายตาซาบซึ้งใจ เพราะนี่เป็ความเป็ห่วงที่ออกมาจากใจ ไม่ได้เสแสร้งแม้แต่น้อย
"ผมอยู่บ้านแล้วเบื่อนะครับ ไม่รู้จะทำอะไรดี จึงได้เข้าป่ามาครับ ได้ทั้งไก่ป่า เห็ดและก็ผักป่ามาด้วย วันนี้เราจะมีไก่ทำอาหารแล้วนะครับ"
"ลูกเข้าป่า และล่าไก่ป่ามาได้ ทำไมลูกพ่อถึงได้เก่งจัง มีอะไรทำให้พ่อแปลกใจอีกหรือเปล่าเนี่ย พ่อไม่ชินกับความเก่งที่เก็บซ่อนของลูกเลย" วันนี้เขาเห็นความแปลกของลูกชายคนนี้หลายอย่างแล้ว
"โอ้โห เก่งจังเลย ไก่ไม่ตายด้วย วันหลังต้องสอนพี่บ้างแล้ว พี่ก็อยากจะจับไก่อย่างนี้เหมือนกัน ได้หรือเปล่า" เฟินหัว มองน้องชายอย่างอดทึ่งในความเก่งไม่ได้
"ได้แน่นอนครับ เดี๋ยววันหลังเราเข่าป่าไปด้วยกัน วันนี้ผมขุดหลุมดักสัตว์เอาไว้ และวางกับดักเอาไว้ด้วย พรุ่งนี้เช้าเข้าไปดูกัน"
"ได้ อย่างนั้นพรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้าแล้ว"
"เอาล่ะอย่างนั้นวันนี้เรามีอาหารจานเนื้อแล้ว เฟินหัว ลูกไปทำ ไก่มาให้แม่หน่อย แม่จะทำ ต้มไก่กิน"
"ได้ครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยครับ"
"ลูกสะใภ้ เอาเห็ดและผักไปล้างด้วย จะได้แบ่งทำอาหาร"
"ได้ค่ะ"
"แม่ให้ผมไปช่วยทำอาหารดีกว่าครับ แม่จะได้ไม่เหนื่อยด้วย"
"แต่ลูกเหนื่อยกว่าแม่อีกไม่ใช่หรือ"
"ผมไม่เหนื่อยหรอกครับ แค่นี้เอง"
"อย่างนั้นก็ได้"
เขารีบเดินตามแม่ไปทันที การได้ช่วยแม่แบ่งเบางาน เป็สิ่งที่เขาอยากทำให้แม่ที่สุด เขาอยากที่จะให้แม่ได้พักเยอะ ส่วนเขานั้นเื่แค่นี้ไม่ได้มีความเหนื่อยแม้แต่น้อย เขาคิดด้วยใจที่มีความสุข
( ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ )