ร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก

    บทที่ 28

    “อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านฌอน พวกข้าต้องการสมัครบัตรสมาชิกที่ท่านแนะนำเมื่อวานขอรับ” เหล่านักผจญภัยมากหน้าหลายตา หลากหลายกลุ่มยืนรอเขาเปิดร้าน และแน่นอนว่าพวกเขาต้องการผ้าห่ม และเต็นท์เอาไว้นอนสำหรับพักแรมกลางป่า “อ่าว..มากันตั้งแต่เช้าเลยรึ.. เอาๆเข้ามาก่อน.. วิธีการสมัคร กับ แต้มที่จะต้องแลกอยู่ตามป้ายเลย พวกเจ้าทั้งหมดก็ลองๆอ่านมันดูก่อนก็แล้วกัน” ฌอนเปิดประตูเสร็จ ก็เดินเข้าไปนั่งหลังเคาน์เตอร์คิดเงินในทันที นักผจญภัยที่มาใหม่ต่างอ่านป้ายประกาศที่ฌอนติดไว้ที่ผนังร้านอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ในขณะที่พวกเขาอ่านอยู่นั้นเอง เหล่าผู้คนไม่ว่าจะเป็นชาวบ้าน หรือนักผจญภัยที่เคยมาใช้บริการต่างพากับวิ่งไปหยิบของมาก่อน และส่วนใหญ่ก็จะเป็นมาม่า เพราะมันเป็นอาหารที่เก็บไว้ได้นาน และถ้าซื้อมันไป พวกเขาก็ต้องได้ทานมันสักวันหนึ่งอยู่ดี “ท่านฌอนขอรับ.. ช่วยคิดเงินสินค้าของข้า และข้าขอแลกแต้มของเป็นเต็นท์ 2 หลังด้วยขอรับ” กลุ่มนักผจญภัยกลุ่มแรกที่เคยมาซื้อสินค้าร้านเขาเป็นกลุ่มแรกๆเอ่ยออกมา“อืมมม... ทั้งหมดก็ 10 เหรียญเงินพอดี... แต้มของพวกเจ้าก็มีครบตามจำนวนพอดีด้วยเช่นกัน.. ทั้งหมด 5,000 แต้ม... วางบัตรสมาชิกกับเงินไว้ตรงนี้..เดี๋ยวของที่เจ้าต้องการก็จะปรากฏออกมาแทนที่เอง” ฌอนเอ่ยออกมา           หลังจากที่กลุ่มนักผจญภัยวางเงิน และบัตรสมาชิก เงินก็หายไปพร้อมกับแต้มภายในบัตรเหลือเพียง 0 แต้ม แล้วเต็นท์ขนาดกลางสองหลังก็ปรากฏท่ามกลางความอิจฉาของเหล่านักผจญภัยที่มาใหม่ และกำลังอ่านป้ายต่างๆของร้าน แล้วเวลาก็ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มนักผจญภัยต่างออกไปทำงานของใครของมัน และมีเพียงแค่ 4 กลุ่มใหญ่เท่านั้นที่สามารถซื้อสินค้าได้มากกว่า 50 เหรียญเงินตามภารกิจที่ฌอนรับมาไว้ หลังจากนั้นมีเรียเจ้าเก่าก็มาหาเขา เอาขนมมาฝากตามประสาคนกำลังหลงรัก พวกเขาพูดคุยกันเล็กน้อย ก่อนจะฝากมีเรียไปบอกท่านเจ้าเมืองว่า เขาต้องการความช่วยเหลือสักเรื่องหนึ่ง แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น ฌอนยังไม่ได้บอกออกไป เพียงแต่จะบอกเมื่อเจ้าเมืองมายังร้านของเขาแล้วเท่านั้น และเมื่อลงรายละเอียดอีกนิดหน่อย มีเรียก็คะยั้นคะยอถามกับเขา “ตอนนี้ข้าต้องการปิดยอดเฉยๆ ที่จริงแล้วเร็วๆนี้จะมีสินค้าใหม่เข้ามาวางขาย แต่ของชิ้นนี้ จำเป็นจะต้องผ่านการทดสอบว่าลูกค้าของเมืองนี้สามารถซื้อมันได้หรือไม่... ข้าจึงลองตั้งไว้ว่า ถ้ามีกลุ่มคนที่สามารถซื้อของได้กลุ่มละ 50 เหรียญเงินในครั้งเดียว.. และต้องมากกว่า 10 กลุ่ม ข้าถึงจะนำมันมาขายได้”ฌอนเล่าออกไปอย่างยาวเหยียด มีเรียเธอก็เข้าใจ และช่วยอุดหนุนท่านฌอนของเธอไป 50 เหรียญเงินพอดี มันจึงทำให้ ภารกิจของเขาผ่านมาได้แล้วครึ่งทางในตอนนี้ หลังจากที่มีเรียจากไปพร้อมกับบอกว่าจะคุยกับท่านพ่อของเธอให้ แต่ก่อนที่เธอจะวิ่งจากไปเหมือนเธอจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “เอ๊ะ!!!... ท่านรู้?....ได้ยังไงกัน.. ข้าไม่เคยบอกกับท่านเลยว่าข้าเป็นบุตรีของเจ้าเมือง” เธอกล่าวออกมาอย่างตกใจ“ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก... แต่พอข้าเห็นใบหน้าที่คล้ายกับพ่อของเจ้า.. ข้าก็นึกออกมาทันทีว่านามสกุลของเจ้ามันเหมือนกับของเจ้าเมือง ข้าเลยเดาๆเอาน่ะ.. อีกอย่างนะ พวกชาวบ้านที่ลือเป็นการใหญ่ว่า สาวงามล่มเมืองอันดับหนึ่งของเมืองแห่งนี้ คือบุตรีของท่านเจ้าเมือง.. แล้วจากที่ข้าเห็น เจ้าคงงามที่สุดแล้ว ตั้งแต่ที่ข้ามาอยู่ที่นี่.. เลยเดาได้ไม่ยาก ”ฌอนกล่าวออกมาพร้อมกับอาการที่เขินหน่อยๆ ที่อยู่ๆตัวเองก็ออกปากชมนางไปอย่างนั้น แต่เขาก็ไม่ได้คิดกับนางแบบคนรักเลยแม้แต่น้อย เขามองดูนางเหมือนเป็นน้องสาวคนหนึ่งเพียงเท่านั้น แต่คำพูดของเขามันทำให้เธอแทบจะดิ้นทุรนทุราย เหมือนกับจะตายได้เลยในตอนนั้น           จนในที่สุดเธอก็ทนอาการเขินอายไม่ไหว เธอต้องออกจากตรงนี้ให้ไวที่สุด มีเรียเดินออกไปจากที่ตรงนั้นด้วยความเร็วที่ผิดปกติ โดยไม่หันมาพูดกับฌอนเลยสักคำ ฌอนที่ตอนนี้กำลังสงสัยกับออาการของนาง แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก จากนั้นเขาก็หันไปเห็นสายลับของหัวหน้าสาขาสมาคมการค้า เขาก็เรียกคนๆนั้นเข้ามาหาในทันที “เรียกข้ารึขอรับ” ชายคนนั้นกล่าวออกมา พร้อมกับทำหน้าสงสัย“ใช่..ข้ามีเรื่องอยากจะรบกวนให้เจ้าไปส่งข่าวให้กับนาทาร์หน่อย” ฌอนกล่าวออกมา“มีเรื่องอะไรอย่างนั้นรึขอรับ..” ชายคนนั้นยิ่งทำหน้าตาดูสงสัยมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก“ข้าต้องการให้กลุ่มของพ่อค้ามาซื้อสินค้า กลุ่มละ 3-5 คน และแต่ละกลุ่มจะต้องซื้อสินค้าให้ได้มากกว่า 50 เหรียญเงินขึ้นไป.... บอกไปแค่ว่า ให้ส่งมาทั้งหมด 5 กลุ่ม หากทำได้ตามที่ข้าขอ ในวันพรุ่งนี้จะมีสินค้าใหม่มาออกวางขาย และสมาคมการค้าจะมีสิทธิได้ซื้อมันเป็นผู้แรก” ฌอนเอ่ย           เมื่อสายลับคนนั้นได้ยินก็ไม่ได้รอช้า รีบกระโดดหายวับไปจากที่ตรงนั้น หลังจากที่เอ่ยลากับฌอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนทางด้านของฌอนก็กลับมานั่งที่เดิม และโรสก็เดินเข้ามาเป็นคิวถัดไป“อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ ท่านฌอน วันนี้มีงานอะไรให้พวกเราทำเจ้าคะ” โรสเอ่ยออกมา“เจ้าก็มาไวเสียจริงๆ.. ช่างเถอะ เจ้าก็มาเอาอาหารไปให้กับน้องๆของเจ้าก่อน.. ย้ำว่าตอนเที่ยงให้มาพบกับข้าอีกที แล้วนำตัวน้องๆที่พอจะทำมาม่าเป็นแล้วมากับเจ้าด้วย” ฌอนเอ่ย“เจ้าค่ะ” เธอตอบกลับมาอย่างงงๆ แล้วก็หยิบมาม่าเดินจากไป มันเหมือนอย่างกับว่าวันนี้เป็นวันที่แสนจะวุ่นวายสำหรับเขา ถัดจากโรสก็เป็นมาสเตอร์สมาคมนักผจญภัยมาส่งสินค้าที่เป็นเนื้อ 20 กิโลกรัม ตามที่ฌอนได้สั่งไว้ เขาเดินทางมาด้วยตัวเองชายผู้นี้มีนามว่า ‘บลูฟิน’ พวกเขาพูดคุยกันเล็กน้อยก่อนจะที่ฌอนจะจ่ายเงินค่าของ ส่วนบลูฟินเองก็ซื้อสินค้าของฌอนไปมากถึง 3 เหรียญทองเลยทีเดียว ต่อมาก็เป็นคิวของช่างไม้ ที่มาส่งจำพวกโต๊ะ และอุปกรณ์ครัว ต่อจากช่างไม้ก็เป็นช่างเหล็ก ที่มาส่งหม้อเหล็กตามที่เขาได้สั่งไปเมื่อวาน ฌอนสั่งให้พวกเขาวางทุกอย่างไว้ที่นอกร้านก่อน จากนั้นเขาก็จ่ายเงินออกไปตามลำดับ “วันนี้ทำไมมันวุ่นวายอย่างนี้ล่ะ” ฌอนบ่นออกมา ในขณะที่เห็นกองทัพของทหาร และพ่อค้าที่จับกลุ่มกันมาซื้อสินค้า ด้านหลังกลุ่มมีนาทาร์ และมอรัสซัสตามมาจากทางด้านหลัง และแน่นอนว่าพวกเขากำลังทะเลาะกันอยู่ จนฌอนต้องถอนหายใจพร้อมส่ายหน้าปอยๆ