เด็กดื้อ
ปัถพีได้แต่ลอบถอนหายใจ ขณะยืนรอพ่ออยู่ช่องจอดประจำใต้อาคาร เพื่อรับบุคคลที่เขาไม่มีความคิดจะหอบหิ้วไปด้วย แต่ก็เปลี่ยนใจเอาเกือบวันสุดท้าย เพื่อป้องกันไม่ให้ปารณมีโอกาสได้เข้ามายุ่งวุ่นวาย สายตาคมกริบจ้องมองสองเรียวขาขาว ก้าวออกจากรถมาอย่างไม่ชอบใจ
‘ทริปนี้ห้ามมีกระโปรงนะครับ ต้องกางเกงเท่านั้น รองเท้าก็ต้องผ้าใบ ห้ามส้นสูง’
เขาส่งไลน์ไปบอกเมื่อวานเย็น แล้วภาพที่เห็นตอนนี้มันคืออะไร ไม่บอกก็รู้ว่าเ้าตัวจงใจจะขัดคำสั่งอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาไม่คิดจะเอ่ยปากตำหนิอะไร หนึ่งคือป่วยการ เปลี่ยนแปลงไม่ทันแล้ว เพราะใกล้เวลาต้องไปขึ้นเครื่องแล้ว กับสองคือต่อให้บอก เ้าตัวก็ใช่ว่าจะยอมดีๆ ซะที่ไหน
“เป็เด็กดีนะน้องดาว อย่าดื้อ อย่าป่วนมาก จนพี่ดินกับทุกคนไม่เป็อันทำงานล่ะ”
ชัยยุทธ์ย้ำเตือนเมื่อออกมายืนอยู่ข้างรถแล้ว คนขับรถกุลีกุจอมาลากกระเป๋าเดินทางของปัถพี ที่มีเพียงใบเดียวไปใส่กระโปรงหลังให้ ทว่าก็ไม่อาจจะทำได้ เมื่อมีสี่ใบนอนจองพื้นที่จนเต็มแล้ว
ปัถพีปรายตาไปเห็นพอดี และรู้ดีว่ามันมากเกินความจำเป็ ไปอยู่อาทิตย์เดียว และอีกนั่นล่ะที่เขาไม่คิดจะเอ่ยอะไร นอกจากไปช่วยเปิดประตูรถให้คุณหนูกลับเข้าไปนั่งได้ส่วนหลังได้อย่างสะดวก
“น้องดาวเคยดื้อเหรอคะคุณพ่อ และถ้ากลัวน้องดาวป่วนจริงๆ จะให้ไปทำไมคะ ที่ฟาร์มจะมีอะไรนอกจากวัว”
คนถูกเตือนยื่นใบหน้าที่แต่งไว้อย่างสวยงามออกมาตรงหน้าต่างรถ แล้วย่นจมูกรั้นๆ ให้พ่อ เป็เชิงว่าอย่ามาเตือนเสียให้ยาก ในเมื่ออยากให้ดุจดาริกาคนนี้ไปคลุกดิน คลุกทราย ก็ต้องทำใจไว้ด้วยว่าคนพาไปจะได้เจอดีแน่นอน
“ดีใจด้วยนะดิน”
ชัยยุทธ์ตบบ่าลูกชายใหญ่ของบ้าน เป็เชิงปลอบใจ ว่าจะต้องเจอการป่วนจากลูกสาวคนเล็กของบ้านอย่างไม่ต้องสงสัย เขาเลยไม่ตอบอะไรนอกจากยิ้ม
“แล้วคนอื่นล่ะ” ชัยยุทธ์มองซ้ายแลขวาเพื่อหาทีมงานที่จะไปด้วยกัน
“เดินทางั้แ่เมื่อวานแล้วครับคุณพ่อ เอารถผมไป จะได้ไม่ต้องแย่งรถทางโน้นใช้ครับ”
ปัถพีตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ท่าทีนอบน้อม พอได้ไฟเขียวจากคนเป็พ่อให้ไปได้แล้ว ก็นั่งหน้าคู่กับคนขับ ราวชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงสนามบิน
เขารีบออกจากรถ ยกกระเป๋าช่วยคนขับ เมื่อมีเวลาจอดตรงหน้าประตูจำกัดจำเขี่ย ส่วนเ้าของกระเป๋านั้นกลับยืนสวยๆ เป็จุดสนใจให้ผู้คนโดยไม่ช่วยสักนิด
แต่เขาไม่คิดจะเอ่ยอะไร พอกระเป๋าเสื้อผ้าทั้งห้าใบ กับกระเป๋าแล็ปท็อปสองใบ เป้สะพายของเขาอีกหนึ่งอยู่บนรถเข็นแล้ว ก็รีบก้าวยาวๆ เข้าประตูไปทันที
“จะรีบอะไรนักหนาพี่ดิน อีกตั้งเกือบสองชั่วโมงเครื่องถึงจะออก”
คนตัวเล็กพยายามก้าวให้ทัน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เลยใช้ปากหยุดคนข้างหน้าเอาไว้ก่อน และมันก็ได้ผลเมื่อเขาหันมามองสองเท้าขาวสวย มีรองเท้าแบบเปิดส้นสูงสี่นิ้วเท่าเดิม ดีหน่อยตรงส้นหนา
คงไม่เป็ปัญหามากตอนเดินบนพื้นดิน เขาอยากจะถามว่ามีผ้าใบติดกระเป๋ามาบ้างไหม แต่ก็ละทิ้งความคิดนั้นเสีย กลัวจะได้คำตอบแบบไม่ตรงใจ อีกทั้งอยากเขกหัวตัวเอง ที่ดันไม่ยอมระบุว่ากางเกงนั้นขาต้องยาว
น้องสาวต่างสายเืเลยจัดกางเกงแต่เป็ขาสั้นมาให้ตามคำสั่ง ไม่อยากเดาเลยว่าเด็กๆ ที่ฟาร์มเห็นขาขาวๆ ยาวเรียวแล้ว ใจจะสั่นจนไม่เป็อันทำงานมากน้อยแค่ไหน
‘ยากอะไร พอไปถึงสั่งเปลี่ยนให้ใส่กางเกงขายาวก็สิ้นเื่’
พอบอกตัวเองได้ดังนั้น เขาก็ชะลอฝีเท้าลง เพื่อให้คนจงใจจะไปป่วนตามมาให้ทัน ก่อนจะเดินเคียงคู่กันไปเพื่อเช็กอิน ระหว่างรอขึ้นเครื่อง
เขาก็ส่งไลน์ไปบอกนพกรให้ส่งพนักงานสาวๆ ในออฟฟิศ ออกไปช่วยหาซื้อกางเกงขายาว ทั้งยีนและผ้าธรรมดามารอไว้ เผื่อคุณน้องดาวจะไม่ยอมติดกระเป๋าไป
และไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่ชอบใจสายตาของเหล่าเพศเดียวกัน ที่ต่างคอยชำเลืองมามองสองเรียวขาขาวยาวและสวยเป็ระยะๆ นั่นด้วย ไม่ว่าจะตอนรออยู่ประตูขึ้นเครื่อง เข้าไปอยู่ในเครื่อง
และแม้กระทั่งผู้คนในสนามบินอุดรธานี ดีที่นพกรมายืนรอรับอยู่ก่อนแล้ว เลยไม่ต้องเป็เป้าสายตาใครต่อใครนาน
“หิวแล้วนะพี่ดิน ไม่หาที่กินข้าวก่อนค่อยเข้าฟาร์มเหรอคะ”
ดุจดาริกาบ่นน้อยๆ เมื่อเข้าไปนั่งในส่วนหลังของรถเพียงลำพังแล้ว ส่วนคนถูกถามนั้นไม่ได้ว่าอะไร แค่หันมายิ้มให้ด้วยความสะใจนิดๆ เพราะตอนอยู่บนเครื่องบอกให้กินของว่าง แต่เ้าตัวกลับส่ายหน้า
“ไปกินที่ฟาร์มดีกว่าครับคุณน้องดาว ทุกคนจัดเมนูแสนอร่อยรออยู่ครับ รับรองว่าอร่อยกว่าร้านไหนๆ ในแถบนี้ครับ ฝีมือป้าจ่อยไม่เป็สองรองใครครับ”
นพกรเป็คนตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ไม่ได้หันมา เพราะกำลังจ้องมองถนนเบื้องหน้า คนอยู่ข้างหลังเบ้ปากน้อยๆ อย่างไม่พอใจ
“อีกนานมั้ยคะกว่าจะถึง น้องดาวหิวจนไส้จะกิ่วอยู่แล้วนะคะ”
อันที่จริงคนพูดไม่ได้หิวมากมายนัก แค่อยากจะป่วนเท่านั้น และดูเหมือนคนเป็พี่ต่างสายเืจะรู้ดีอยู่แล้ว เลยหันกลับมาหาพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัยให้
“ข้อมูลฟาร์มคุณน้องดาวรู้อยู่นี่ครับ เคยสอบแล้ว หรือว่าตอนนี้ลืมหมด”
อีกครั้งที่คนถูกย้อนรอยเบ้ปากใส่ และไม่ตอบใดๆ ออกมา ด้วยรู้ว่าการป่วนของตัวเองไม่เป็ผลเสียแล้ว ในเมื่ออำเภอหนองหานนั้น ไม่ได้ไกลจากสนามบินนัก จะหิวมากน้อยแค่ไหน ก็อยู่ในวิสัยที่อดทนได้อยู่แล้ว เลยจำต้องยอมไปก่อน ไว้ป่วนทีหลังก็ยังไม่สาย ในเมื่อมีเวลาตั้งอาทิตย์ให้คิดหาหนทาง
ใบหน้าสวยแต่งแต้มไว้อย่างลงตัวนั้น ยิ้มออกมาน้อยๆ อย่างพึงพอใจ แล้วนั่งมองวิวทิวทัศน์สองข้างทางไปอย่างสบายใจ ไม่รู้เป็เพราะมีแผนป่วนเอาไว้ หรือเพราะท้องทุ่งอันเขียวขจีของต้นข้าว ที่กำลังเริ่มมีปลายรวงโผล่ขึ้นมาแล้ว ก็ไม่อาจจะบอกได้แน่ชัด
“ถึงแล้วครับคุณน้องดาว”
หญิงสาวยิ้มบางๆ เมื่อนพกรเอ่ยเสียงนุ่ม ขณะหมุนพวงมาลัยรถเข้าประตู มีป้ายเขียนไว้ตัวเป้งๆ ว่า ‘ฟาร์มบุญเลิศหล้า’ เป็ที่สะดุดตาไม่น้อย รถค่อยๆ เคลื่อนเข้าไป ประหนึ่งคนขับอยากให้คนไม่เคยมา ได้ชื่นชมกับบรรยากาศก็ไม่ปาน
“สวยจังเลยค่ะ”
ดุจดาริกาถึงกับลดกระจกลง แล้วสูดหายใจเอาอากาศอันแสนบริสุทธิ์เข้าเต็มปอดเลยทีเดียว สองดวงตาคู่สวยนั้น ก็มองทุ่งหญ้าสีเขียวขจี กว้างขวางโอบอุ้มสองข้างทาง ซึ่งเป็ถนนลาดยางเอาไว้ พลอยทำให้คนเป็พี่ต่างสายเื แอบพึงพอใจไม่น้อยที่เห็นท่าทีอันไร้แง่งอนนั้น
นพกรพารถเข้ามาจอดตรงหน้าตึกสี่ชั้น สร้างจากอิฐมอญทั้งหลัง ดุจดาริการู้ดีทีเดียวว่าชั้นล่างมีห้องอาหาร และห้องประชุมขนาดใหญ่ รองรับคนได้ราวห้าสิบคน
ชั้นสองกับสามเป็ห้องพักพนักงานระดับผู้บริหาร ส่วนชั้นสี่เป็ของครอบครัวหรือสำหรับแขกพิเศษเท่านั้น บนดาดฟ้าก็ยังมีห้องอาหารติดแอร์มีกระจกเป็ผนังทั้งสี่ด้านไว้อีกต่างหาก
“คุณพ่อทำไว้ให้ทุกคนพัก เวลาอยากเปลี่ยนบรรยากาศครับ”
ตอนสอบปากเปล่านั้น คนเป็เ้านายบอกไว้แบบนี้ แต่ก็ให้แปลกใจไม่น้อย ที่ลูกๆ ของพ่อ ไม่มีใครได้มาเยี่ยมเยือนเลย นั่นอาจจะเป็เพราะมีบ้านพักตากอากาศอยู่หลายที่ ไม่ว่าจะเป็เขาใหญ่ อยุธยา หัวหิน เลยไม่รู้จะไปที่ไหนบ้าง อีกทั้งแต่ละคนก็ต่างยุ่งกับการเรียน การงานกันทั้งนั้น
ดุจดาริกาหยุดความคิดอันล่องลอยไว้ เมื่อมีพนักงานออกจากบ้านมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นก็ถูกคนที่ผู้คนเรียกว่าลุงสมปอง ซึ่งเป็ผู้จัดการฟาร์มพาเดินไปในห้องอาหาร จานต่างๆ ถูกกวางเรียงรายไว้ตามแนวยาวของโต๊ะไปหลายเมตร และยังมีโต๊ะสั้นกว่า มีพนักงานนั่งจับจองอยู่ก่อนแล้วสี่ห้าตัว
“โห! น่ากินจังเลยค่ะ น้องดาวหิวั้แ่ลงจากเครื่องแล้วค่ะ”
คนบอกรีบปราดไปหาเก้าอี้ ตัวที่ปัถพีเลื่อนให้แบบไม่ต้องรอให้ออกปากเรียก เพราะหิวขึ้นมาจริงจังเมื่อตอนเห็นอาหารนี่เอง แต่อาหารส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด กลับมีแต่ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา ลาบ น้ำตก ผักสารพัดที่ไม่เคยเห็นในเมืองกรุง ต้มยำอะไรสักอย่าง
ปัถพีเห็นหน้าจ๋อยๆ ของคนมองแล้ว ก็รู้โดยไม่ต้องเดาเลยว่า ไม่ช้าไม่นาน ป้าจ่อยแม่ครัวประจำฟาร์ม จะต้องเดือดร้อนตำส้มไม่ใส่พริกหรืออย่างมากก็เม็ดเดียวมาให้แน่ๆ และอาจจะมีไข่เจียวพ่วงมาอีกสักจาน แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยออกมา ก็มีพนักงานฝ่ายบัญชีที่เขาคุ้นหน้า เดินมาพร้อมถาด
“ส้มตำไทยใสพริกเม็ดเดียว กับปลาเผาแกะเอาแต่เนื้อของคุณน้องดาวครับ”
นพกรเป็คนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่ม ขณะทรุดกายลงนั่ง ปัถพีไปนั่งตำแหน่งหัวโต๊ะ มีสมปองนั่งฝั่งซ้าย คุณน้องดาวนั่งฝั่งขวา
“โห! คุณนพนี่น่ารักจังเลยนะคะ รู้ด้วยว่าน้องดาวไม่กินเผ็ด”
“ผมเห็นตอนเราไปกินส้มตำด้วยกันครั้งก่อนแล้วไงครับ เลยบอกป้าจ่อยไว้”
“ขอบคุณค่ะ ที่จำได้ ไม่เห็นเหมือนคนบางคนเลยค่ะ ที่คิดเอาแต่จะลากน้องดาวมาใช้งาน โดยไม่สนใจอะไร บ่นหิวั้แ่มาถึงก็ไม่ยอมพาแวะกิน หรือซื้ออะไรให้กินที่สนามบินก็ยังดี ชิ!”
ทุกคนต่างหัวเราะเพราะเห็นเป็เื่ขำ ไม่คิดจะเก็บมาใส่ใจ ด้วยรู้ดีว่าทั้งสองเป็สองพี่น้องกัน แม้จะต่างสายเืแต่ก็รับรู้ว่าคนทั้งบ้านรักปัถพีไม่น้อย
“คุณน้องดาวขึ้นไปพักผ่อนนะครับ บ่ายแก่ๆ ผมจะมารับพาไปขับรถดูรอบๆ”
นั่นเป็คำสั่งของเ้านายผู้ยิ่งใหญ่หลังจากท้องอิ่ม แม้ในใจจะไม่ชอบเวลาเขาเบ่งยังไง แต่การจะให้ตามออกไปดูนั่นนี่ยามบ่ายอย่างนี้และแดดแรงขนาดนี้ ดุจดาริกาเห็นทีจะต้องยอมก่อนดีกว่า เื่อะไรจะทำให้ผิวขาวๆ ต้องมาดำเพราะแดดด้วย
“สี่โมงผมจะมารับ ช่วยแต่งตัวใหม่รอด้วยนะครับ และช่วยใส่รองเท้าผ้าใบด้วย ห้ามกางเกงขาสั้นกับส้นสูงเด็ดขาด และให้ลงมารอผมอยู่แถวๆ หน้าประตูด้วยนะครับ จะได้ไม่ช้า”
ประโยคนี้เขาเข้ามากระซิบบอกเสียงเบา พร้อมกับยื่นถุงกระดาษที่ด้านในมีกางเกงไม่น้อยกว่าห้าตัวให้ คนถูกสั่งรับมาถือไว้งั้นๆ ตามติดด้วยการเบ้ปากให้เ้าของแผ่นหลังกว้าง ที่เดินดุ่มๆ ออกจากบ้านตรงไปหารถ มีพนักงานชายหลายคนรออยู่ในนั้นแล้ว
“เช๊อะ! คิดเหรอว่าจะสั่งคนอย่างดุจดาริกาได้ ไม่มีทาง!”
เป็ประโยคตอบโต้ที่อีกคนไม่มีทางได้ยิน และคนพูดก็ไม่คิดจะแคร์ ได้แต่ตรงไปหาลิฟต์ แล้วขึ้นไปชั้นบนกับบุญตา ผู้เป็แม่บ้านพาไปยังห้องพักทันที เมื่อมีห้องกว้างๆ แอร์เย็นๆ การรีบไปอาบน้ำแล้ววิ่งมาทิ้งตัวลงนอนพักให้หายเหนื่อยนั้น เป็อะไรที่ควรทำสุดแล้ว
สี่โมงเย็นคือเวลาที่คนสั่งเอาไว้ ขับรถมาจอดตรงหน้าบ้าน ด้วยความที่ไปตะลุยตรงนั้นทีตรงนี้ที ทำเอาเหงื่อแทบจะท่วมตัว และเหนื่อยไม่น้อย จนต้องเดินเข้าห้องครัว คว้าน้ำเย็นๆ มากินแก้วใหญ่ แถมยังรอบคอบด้วยการคว้าเอาอีกขวดติดมือมาด้วย เผื่อว่าคนตัวเล็กจะบ่นหิวระหว่างทาง
ทว่าเขาแทบจะเรียกคืนความหวังดี ด้วยการเอาน้ำกลับไปใส่ไว้ในตู้เย็นดังเดิม เมื่อออกมาแล้วเห็นเ้าของเรือนร่างผอมบาง ยืนรออยู่ด้วยชุดที่เขาอยากจะลากตัวพาขึ้นไปเปลี่ยนด้วยซ้ำ กางเกงขายาวที่เขาสั่งไว้นั้น
ดันมีกระโปรงยีนสั้นจู๋แทน รองเท้าผ้าใบที่สั่งไว้ ก็มีรองเท้าส้นสูงคู่เดิมแทน เสื้อนั้นก็เล็กและยืดพอดีตัว ผมเผ้าแทนที่จะเกล้าหรือมัดไว้ ก็ปล่อยสยายลงมา ราวกับจะไปเดินห้างมีแอร์เย็นฉ่ำยังไงยังงั้น นี่ตกลงว่าเขาจะถูกป่วนั้แ่วันแรกเลยหรือไง
“ไปกันหรือยังคะ น้องดาวพร้อมแล้ว”
ริมฝีปากเต็มอิ่ม มีสีชมพูฉาบไว้เอื้อนเอ่ย ใบหน้าสวยยังคงถูกแต่งไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็แย้มยิ้มเชิงเยาะเย้ยเขาอีกต่างหาก คงจะดีใจสินะที่ได้ขัดคำสั่ง และได้ป่วน
“งั้นก็ไปครับ”
คนถูกป่วนไม่คิดจะบ่นหรือดุใดๆ ได้แต่เดินนำออกไปหน้าบ้านตรงที่มีรถจอดอยู่ นพกรเดินมาจากตึกหน้า ซึ่งเป็ส่วนของออฟฟิศและส่วนต้อนรับแขกพอดี
“เอารถไปให้เด็กล้างทีนะนพ ตอนเย็นผมต้องไปหาลูกค้าในเมือง รถต้องสวยและดูดี จะได้ไม่ถูกมอง”
นพกรรับกุญแจ ที่เ้านายล้วงออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วโยนให้แทบไม่ทัน จากนั้นก็ทำหน้างงอยู่นิดๆ เพราะเย็นนี้มีนัดที่ไหนกัน ไม่ต่างจากคนใส่กระโปรงสั้นเลย ที่มีอาการไม่เข้าใจ ความปากไวใจเร็วทำให้เอ่ยขึ้นทันที
“อ้าว! แล้วเราจะเอาคันไหนไปสำรวจฟาร์มล่ะคะ”
“เราจะเดินไปครับ ไม่ใช้รถ เพราะจะไม่เห็นทุกซอกทุกมุม”
“ก็ไหนพี่ดินบอกเมื่อตอนบ่าย ว่าจะพาขับรถสำรวจฟาร์มไงคะ” หญิงสาวย้ำหนักๆ ตรงคำว่า ‘ขับรถ’ เพราะได้ยินเต็มสองรูหูเลยทีเดียว นั่นทำให้คนบอกหันมายิ้มแบบเย้ยๆ ให้
“คุณน้องดาวจำที่ผมบอกได้แม่นจังเลยนะครับ เสียดายที่จำไม่หมด ผมเลยไม่จำเป็จะต้องทำตามที่บอกไว้ อีกอย่างรถเขรอะมาก ต้องล้างก่อนเอาไปใช้งานครับ ไปกัน! เดี๋ยวจะค่ำก่อน ผมต้องรีบกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านะครับ และถ้าคุณน้องดาวจะไปด้วย ก็ยิ่งต้องมีเวลาให้แต่งหน้าแต่งตัวเพิ่มขึ้นอีก”
คนพูดเดินถือขวดน้ำนำหน้าไปแล้วหลายก้าว คนหน้างอง้ำถึงได้เดินตามด้วยความไม่พอใจยิ่ง นพกรแอบยิ้มตามหลังสองพี่น้องต่างสายเืที่ไม่มีใครยอมใคร หรือลงให้ใครเลย มีความคิดบ้าๆ ผุดขึ้นมาในหัวเขาครู่หนึ่ง ด้วยเห็นว่าทั้งสองเหมาะและทันกันไม่น้อย
‘จะบ้าหรือไงไอ้นพ เขาเป็พี่น้องกันนะเว้ย’
สองพี่น้องต่างสายเืที่ไม่รู้ว่ามีคนคิดไปอีกทางอยู่นั้น ก็กำลังเดินไปตามถนนลาดยางมีลักษณะคล้ายลูกคลื่น ต้องไต่ขึ้นลงเนินแล้วเนินเล่า เพื่อจะไปยังคอกวัว
“ไหนลองรื้อฟื้นความรู้ที่คุณน้องดาวมีตอนสอบปากเปล่าทีสิครับ ผมอยากรู้ว่านักเรียนนอกจะจำแม่นมากน้อยแค่ไหน หรือว่าเข้าหม้อหมดแล้ว”
คนถือขวดน้ำเดินนำอยู่สองสามก้าวและอย่างสบายๆ เอ่ยขึ้น ส่วนคนตามหลังและอย่างยากลำบากกับส้นสูงกระโปรงสั้นบนทางลาดชั้นและไม่ชินกับพื้นนี้นั้น อยากจะเข้าไปเอาเล็บข่วนให้เืซิบทั้งตัวด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่ถูกท้าทาย เลยมีความอยากเอาชนะมากกว่า
“ฟาร์มเรามีพื้นที่สองพันห้าร้อยไร่ ประกอบไปด้วยทุ่งหญ้า ไร่ข้าวโพด ไร่ถั่วเหลือง โรงเลี้ยงวัว โรงผสมพันธุ์ โรงพยาบาลยามเจ็บป่วย คอกม้าสำหรับใช้ขี่ไปมาในฟาร์ม”
พอพูดมาถึงตรงหน้า ดุจดาริกาก็คิดขึ้นได้ ว่าทำไมเขาไม่ยอมพาขี่ม้าแทน ถ้ารถไม่ว่าง และแม้จะรู้ดีว่าถูกเขาแกล้งก็ตาม
=======================
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
========================
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
