เพราะการพ่นของที่มีเต็มปากออกของซูเจี๋ยนครั้งนี้กินเนื้อที่เป็วงกว้างเกินไปมื้อเที่ยงอันหรูหราจึงถูกทำลายล้างไปโดยสิ้นเชิง สุดท้ายซูเจี๋ยนก็ได้แต่ทำบะหมี่ไข่ใส่มะเขือเทศออกมาอีกชามหนึ่ง
วันหยุดสุดสัปดาห์ก็จบสิ้นไปอย่างยุ่งเหยิงวุ่นวายคล้ายกับไก่บินสุนัขะโเช่นนี้เองเช้าตรู่วันจันทร์ ยามที่ซูเจี๋ยนตื่นขึ้นมา อันอี่เจ๋อก็ออกไปทำงานเรียบร้อยแล้ว
หลังจากะโโหยงๆ วนทั่วห้องอยู่เพียงลำพังรอบหนึ่งซูเจี๋ยนก็จบลงด้วยการกลับเข้าไปในห้องตัวเองอย่างเซื่องซึมซังกะตาย
ยังไม่ต้องพูดถึงว่า ในที่แห่งนี้เมื่อปราศจากอันอี่เจ๋อให้กลั่นแกล้งแล้ว ก็ชวนให้เบื่อหน่ายอย่างมาก
อีกทั้งยังไม่มีคนคอยเตรียมอาหารเช้ามาให้อีกต่างหาก.....
เมื่อคืนวานอันอี่เจ๋อยังได้มอบเงินสดไว้ให้เขาจำนวนไม่น้อยอีกทั้งยังให้เบอร์โทรศัพท์สำหรับสั่งอาหารอร่อยๆ จากร้านข้างนอกเข้ามาทานทั้งยังบอกว่า จะทำอาหารเองหรือจะสั่งเข้ามาจากข้างนอกก็ได้ในขณะเดียวกันก็ส่งบัตรเครดิตใบหนึ่งมาให้ จำกัดวงเงินที่หนึ่งล้านหยวน (~4.3ล้านบาท) บอกว่าอยากซื้ออะไรก็จัดการตามใจชอบได้เลย
ปู่คนนี้ได้กลายเป็เศรษฐีในชั่วข้ามคืน!ซูเจี๋ยนหยิบบัตรเครดิตออกมาลูบๆ คลำๆทว่ากลับไม่มีกะจิตกะใจจะใช้เงินในตอนนี้
ดังนั้นวันทั้งวันของซูเจี๋ยนก็ผ่านไปเช่นนี้เอง : อาหารเช้า–ไม่ได้ทาน; ่เช้า–เล่นเกมส์ออนไลน์,อาหารกลางวัน–เกี๊ยวนึ่งแช่แข็งซองหนึ่ง;่บ่าย–งีบหลับ
เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็เลยเวลาบ่ายสามโมงไปแล้ว ซูเจี๋ยนได้แต่กระสับกระส่ายไปมาอยู่ในบ้านนึกอยากจะออกไปเดินเล่นข้างนอกสักหน่อยจากนั้นจึงเพิ่งนึกถึงปัญหาสำคัญข้อหนึ่งขึ้นมาได้ : อันอี่เจ๋อเตรียมทั้งเงินสดทั้งบัตรเครดิตให้เสียดิบดีแต่กลับลืมให้กุญแจบ้าน!
ควานหาไปทั่วห้องแล้วก็ยังหากุญแจของสาวน้อยซูไม่เจอ ซูเจี๋ยนได้แต่ขยับไปนั่งเหม่ออยู่นอกระเบียงเหมือนเ้านกกระจอกน้อยที่ถูกขังไว้ในกรงได้แต่มองออกไปข้างนอกด้วยแววตาละห้อยหดหู่จนน่าสงสาร ต้องบอกว่าละแวกที่ดินระดับไฮคลาสก็ช่างสมเป็ที่ดินระดับไฮคลาสจริงๆทัศนียภาพโดยรอบนั้นงดงามสบายตาอย่างมาก.....
ถูกขังอยู่ในบ้านมาหนึ่งวันเต็มๆซูเจี๋ยนก็นึกอยากจะออกไปเดินเล่นบ้างแล้ว
หลังจากครุ่นคิดอยู่นานซูเจี๋ยนก็ตัดสินใจโทรหาอันอี่เจ๋อ
ทางฝั่งอันอี่เจ๋อนั้นกำลังติดประชุมอยู่หลังจากเหลือบตามองเบอร์ที่โทรเข้ามาหา ก็อดขมวดคิ้วแน่นไม่ได้
“เจี๋ยนเจี่ยน?”
เพราะคำเรียกหาอันใกล้ชิดสนิทสนมเช่นนี้แม้ว่าท่านประธานกรรมการของพวกเขาจะยังมีสีหน้าเรียบนิ่งอยู่เหมือนเดิมแต่น้ำเสียงกลับอ่อนโยนลงไม่น้อย ดังนั้น บรรดาผู้บริหารระดับสูงที่เข้าร่วมประชุมจึงได้แต่วางท่า‘ฉันไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น’ ออกมาให้เห็นทว่าอันที่จริงใบหูกลับตั้งผึงกันทุกคนแล้ว
ซูเจี๋ยนรู้สึกอึดอัดขัดเขินขึ้นมาเล็กน้อย :“คุณจะกลับมาตอนไหนเหรอ” ชะงักไปครู่หนึ่งก็รีบกล่าวเสริม : “ฉันจะได้เตรียมทำมื้อเย็นให้พอดีเวลา”
อันอี่เจ๋อนิ่งงันไปอันที่จริงคืนนี้เขามีนัดทานอาหารมื้อค่ำเพื่อพบปะพูดคุยทางธุรกิจอยู่แล้วแม้จะไม่ได้สำคัญมากนัก แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะกลับไปทานอาหารเย็นที่บ้านวันนี้ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด หลังจากได้ยินน้ำเสียงนุ่มนวลของสาวน้อยที่ปลายสายอีกฝั่งกล่าวคำพูดเ่าั้แล้วจู่ๆ เขาก็พลันรู้สึกขึ้นมาว่า การกลับบ้านไปทานมื้อเย็นก็เป็ความคิดที่ไม่เลวเลย
ตลอด่หนึ่งเดือนที่ผ่านมามีบางโอกาสที่เขาได้กลับไปทานมื้อเย็นที่บ้านอยู่บ้างแต่จำนวนครั้งก็น้อยนิดอย่างมาก ส่วนใหญ่แล้วเขามักจะทำงานล่วงเวลาหรือไม่ก็มีนัดทานอาหารมื้อเย็นอยู่เสมอส่วนเธอก็จะทำอาหารทานเองอยู่ที่บ้านถึงแม้เธอจะส่งข้อความมาถามทุกวันว่าเขาจะกลับบ้านไปทานอาหารมื้อเย็นหรือไม่แต่ภาษาที่ใช้ก็เฉยชามากเหมือนแค่้าจะรู้ว่าต้องเตรียมอาหารเผื่ออีกที่หนึ่งหรือไม่เท่านั้นถึงแม้พวกเขาได้ตกลงกันไว้แล้วว่าจะแสร้งทำตัวเป็คู่แต่งงานที่รักใคร่กันอย่างสุดซึ้งต่อหน้าคนอื่นแต่ถึงอย่างไร กว่าหนึ่งเดือนก่อนพวกเขาก็เป็เพียงคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันแม้แต่น้อยอีกทั้งต่างฝ่ายต่างก็มีแผลใจของตัวเองอยู่เป็ทุนเดิม
่ที่ผ่านมา เธอไม่เคยโทรหาเขาแบบนี้มาก่อนทั้งในน้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลนั้นยังแฝงเร้นมาด้วยความคาดหวังรอคอยที่ไม่อาจปกปิดไว้ได้สายหนึ่งก่อนหน้านี้ตลอดหนึ่งเดือน เธอมักจะระมัดระวังจนเกินไปเพียงแสดงออกอย่างสุภาพเรียบร้อย ทั้งยังเงียบงันไม่ค่อยพูดจาไม่เหมือนความร่าเริงเป็ธรรมชาติหลังสูญเสียความทรงจำไปเลยแม้แต่น้อยแม้จะมีหลายครั้งที่ตรงไปตรงมาเสียจนทำให้ผู้คนไม่รู้ว่าควรจะร้องไห้หรือหัวเราะดีหรือจะเป็อย่างที่เธอบอกไว้จริงๆ ว่านี่ก็คือตัวตนที่แท้จริงของเธอเพราะสูญเสียความทรงจำไป เธอก็เลยกลายเป็เปิดเผยจริงใจกล้าแสดงนิสัยที่แท้จริงออกมาต่อหน้าเขา?
และด้วยเหตุนี้เอง ยามอยู่ต่อหน้าเธอเขาจึงได้ผ่อนคลายบุคลิกเคร่งขรึมเ็าของตนเองลงโดยไม่รู้ตัว
อันอี่เจ๋อเปิดปากกล่าวตอบ : “ฉันจะเลิกงานกลับบ้านตอนห้าโมงครึ่ง”
เขาครุ่นคิดในใจเพราะฝีมือการทำอาหารของเธอยอดเยี่ยมมาก การกลับบ้านไปทานอาหารก็เลยกลายเป็เื่ที่ชวนให้รู้สึกคาดหวังเฝ้าคอยขึ้นมา
ส่วนบรรดาผู้บริหารระดับสูงทั้งหลายที่นั่งแอบฟังกันอย่างตั้งอกตั้งใจอยู่นั้นก็ได้ยินท่านประธานกรรมการที่ปกติจะเคร่งเครียดเ็าอยู่เป็นิจของพวกเขาถึงกับยอมยกเลิกนัดเพื่อกลับไปทานมื้อเย็นที่บ้าน อีกทั้งพวกเขายังได้เห็นสีหน้าแววตาอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่งของท่านประธานอีกด้วย
มีความสามารถทำได้ถึงขั้นนี้คงจะเป็ใครอื่นไปไม่ได้ที่ปลายสายอีกด้านย่อมต้องเป็คุณผู้หญิงของท่านประธานของพวกเขาแน่นอน! ที่เคยได้ยินมาว่าความรักที่ท่านประธานกับคุณผู้หญิงมีต่อกันนั้นหนักแน่นมั่นคงเสียยิ่งกว่าทองคำตอนนี้เห็นทีจะไม่ผิดพลาดแล้ว
หลังเลิกประชุม ประธานฝ่ายบริหารนามว่า ‘จี้ิเฟย’ ก็เอื้อมมือมาตบบ่าอันอี่เจ๋อแสยะยิ้มล้อเลียนอย่างมีเลศนัย : “อะไรกันได้ยินว่าคืนนี้นายมีนัดทานอาหารกับเฉินเหมียนจากเครือบริษัทตระกูลอิ๋งไม่ใช่เหรอไหงกลายเป็จะเลิกงานกลับบ้านตรงเวลาไปซะได้”
จี้ิเฟยเป็เพื่อนสนิทของอันอี่เจ๋ออีกทั้งยังเป็บุคคลนอกเพียงคนเดียวที่รับรู้เื่การแต่งงานแบบมีเงื่อนไขแฝงเร้นในครั้งนี้ชายหนุ่มทั้งสองกลายเป็เพื่อนสนิทกันั้แ่สมัยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยหลังจากนั้น เมื่ออันอี่เจ๋อได้เข้ามากุมบังเหียนบริหารงานที่บริษัท CMI อย่างเต็มตัวเป็ธรรมดาที่จี้ิเฟยจะเข้ามาช่วยเพื่อนทำงานแบบไม่มีข้อบกพร่องอะไรให้ตำหนิได้
อันอี่เจ๋อไม่แยแสใส่ใจคำถามของเขาแม้แต่น้อยจี้ิเฟยก็ไม่ได้ขุ่นเคืองอะไร เพียงยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปในห้องทำงานประธานกรรมการ : “ดูเหมือนสาวน้อยซูเจี๋ยนนี่ก็ไม่เลวเลยนี่นา!”
อันอี่เจ๋อพลิกเปิดหน้าเอกสารด้วยจิตใจจดจ่อเพิกเฉยต่อการล้อเลียนของเพื่อนสนิทไปโดยสิ้นเชิง
จี้ิเฟยจุปากส่ายหน้า : “ฉันว่านะนายน้อยอัน นายไม่จำเป็ต้องทำตัวเฉยชาตายด้านขนาดนี้ก็ได้มั้ง”
มือของอันอี่เจ๋อที่พลิกเปิดเอกสารค่อยๆหยุดลงอย่างเชื่องช้า จู่ๆ ก็เอ่ยถามขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย : “อาเฟย นายว่า เป็เพราะฉันเฉยชาตายด้านแบบนี้รึเปล่าเธอถึงได้....เลือกจากไป”
จี้ิเฟยขมวดคิ้ว : “แน่นอนว่าไม่ใช่!ต่อให้นายทำตัวไม่แยแสต่อคนทั้งโลกแต่นายเคยปล่อยให้เธอทนรับความเ็ปใจแม้แต่นิดเดียวได้ที่ไหน?”
อันอี่เจ๋อยิ้มอย่างขมขื่น : “งั้นทำไมเธอถึงยัง....”
จี้ิเฟยเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน :“อี่เจ๋อ เป็เธอต่างหากที่ไม่ดีพอสำหรับนาย”
สีหน้าของอันอี่เจ๋อค่อยๆกลับสู่ความเยือกเย็นดังเดิม : “งั้นฉันก็จะไม่เปิดโอกาสให้เธอได้กลับมาอีก”
จี้ิเฟยฝืนเค้นรอยยิ้มแห้งแล้งออกมา :“ถ้านายปล่อยวางเื่ทั้งหมดได้จริงๆ ก็เป็การดีที่สุดแล้ว”
หลังหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาก็กล่าวต่อ :“อันที่จริง ฉันลองไปตรวจสอบมาแล้วล่ะ สาวน้อยซูเจี๋ยนคนนี้พื้นเพเื้ัขาวสะอาดบริสุทธิ์ดีมาก ถึงเธอจะไม่ใช่แบบที่นายชอบแต่ยังไงพวกนายก็แต่งงานแต่งการกันไปแล้ว ไม่สู้นายลองเปิดใจดูซักหน่อย”
“พวกเราก็แค่ตกลงแลกเปลี่ยนกันเท่านั้น”อันอี่เจ๋อกล่าวตอบเสียงเรียบเรื่อย จากนั้นก็ชะงักค้างไปชั่วอึดใจแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองจี้ิเฟย : “ฉันจำได้ว่าซูเจี๋ยนก็ไม่ใช่แบบที่นายชอบเหมือนกันนี่”
จี้ิเฟยตอบยิ้มๆ :“ถึงฉันจะไม่ค่อยชอบสไตล์สาวน้อยวัยใสแบบนั้นเท่าไหร่แต่สำหรับสาวน้อยบ้านนายคนนั้น สัดส่วนเธอเด็ดสุดๆ ไปเลยจริงๆ.....”
“อาเฟย!” อันอี่เจ๋อใช้น้ำเสียงเข้มลึกหยุดวาจาของจี้ิเฟยทันที
“โอเคโอเค เมียเพื่อนจะเอามาล้อเล่นไม่ได้สินะ ฉันไม่พูดมากแล้ว”จี้ิเฟยยอมหยุดปากอย่างฉับพลัน เห็นสีหน้าหนักอึ้งขรึมเครียดของอันอี่เจ๋อแล้วในใจก็ลอบหัวเราะเสียงดัง : เป็ห่วงเป็ใยกันถึงขนาดนี้แล้วชัดๆกลับยังไม่รู้ตัวเองอีก ส่วนเื่ที่ว่าสุดท้ายทั้งสองคนจะจบลงแค่ ‘ข้อตกลงแลกเปลี่ยนกันเท่านั้น’ จริงหรือไม่เห็นทีจะขึ้นอยู่กับเธอแล้วนะ สาวน้อยซูเจี๋ยน!
……………………………….