หลังจากที่ผู้กำกับยศและผู้ช่วยของเขาดูภาพกล้องวงจรปิดจบลง ทั้งสองก็ได้แสดงความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
“ต่อจากนี้จะจัดการยังไงคะผู้กำกับ”
“แล้วเธอคิดเห็นอย่างไร”
“นอกจากจะเป็คนที่แสดงไม่ค่อยได้เื่แล้ว ยังเป็คนโกหกเก่งอีกค่ะ”
“ไม่ใช่! ฉันหมายถึงอีกคนหนึ่ง”
“เอ่อ คนขับรถคนนั้นเหรอคะ! เขาเป็มืออาชีพมากค่ะ! รักษาของเ้านายอย่างเต็มที่ ขนาดผู้กำกับเขายังไม่ไว้หน้าเลย..เอ่อ หนูขอโทษค่ะ”
“ไม่เป็ไร ถ้าทำงาน ก็ต้องตั้งใจทำงานสุดความสามารถ เธอว่างั้นไหม..” ผู้กำกับยศพูดพร้อมกับทอดสายตายาว ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรในใจ
"ใช่ค่ะ"เื่นี้แพรวเห็นด้วย เธอไม่ชอบอย่างยิ่งที่คนไม่ตั้งใจทำงาน
..
นับจากนั้นเวลาก็ผ่านไปอีกสองชั่วโมง
ปรเมศวร์ที่พึ่งเล่นเกมจบลงก็ได้เลื่อนสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง
ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นนิภากับผู้กำกับยศเดินเข้ามาพร้อมกัน หัวใจของเขาเต้นแรงในทันทีเพราะลุ้นอย่างหนัก
‘หรือว่าผู้กำกับจะมาชวนเราไปเล่นหนังด้วยตนเอง’
ทว่าความหวังเล็กๆ ของปรเมศวร์ก็ได้จบลง หลังจากที่นิภาพูดขึ้น
“พี่เมศคะ กลับกันเถอะค่ะ”
'บ้าเอ๊ย ไม่ใช่หรอกเหรอ?'
ถึงจะผิดหวัง ปรเมศวร์ก็ถามกลับด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม
"วันนี้กลับไวอีกแล้ว หรือว่าการถ่ายทำมีปัญหาครับ?"
"ใช่ค่ะ"นิภายังคงตอบสั้นๆ กับเขาเหมือนเดิม เพียงแค่นี้ก็น่าจะชัดแล้วว่าเธอไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้ ไม่รู้ไอ้ตัวเอกคนเก่าทำไมถึงคิดไม่ได้กันนะ
ระหว่างที่คุยกันนิภาก็ขึ้นรถมาเรียบร้อย ปรเมศวร์ก็ออกรถกลับบ้านในทันที
อีกทางด้านหนึ่ง ผู้กำกับยศเดินไปหาหลานของเขาอย่างเป็ห่วงเพราะทำแต่งาน ไม่ได้ดูแลหลานเลย ทำได้แต่ปล่อยไว้ข้างนอก เพราะกองถ่ายไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปก้าวก่าย
“เล่นเกมได้ทั้งวัน ไม่คิดจะทำอะไรเลยงั้นเหรอ?”
“โถ่ลุงยศ ถ้าผมไม่เล่นเกมแล้วจะให้ผมทำอะไรล่ะ วันๆ ลุงก็ทำแต่งาน”
“เออๆ อย่าพูดมาก เดี๋ยวพาไปกินไอติม”
"ลุงพูดแล้วห้ามคืนคำนะ"
"ข้าไม่ผิดคำพูดหรอกนะ"
"หวานปากแล้ววันนี้!"
..
วันนี้ปรเมศวร์ก็ได้ไปส่งนิภาที่คอนโดของเธอตามปกติ แล้วก็กลับห้องของตนเองเมื่อถึงเวลาเลิกงาน
ซึ่งขณะนี้ปรเมศวร์เคร่งเครียดอย่างหนักเนื่องจากแผนที่เตรียมไว้ล้มเหลวั้แ่ยังไม่ทันเริ่ม
‘บ้าเอ๊ย! ต่อจากนี้ฉันต้องทำอย่างไรดี ฉันยังอยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้นะ! ฉันไม่อยากอยู่อย่างลำบากแบบนี้อีกต่อไปแล้ว’
ทันใดนั้นปรเมศวร์ก็ได้ยินเสียงที่เขาได้ยินเพียงคนเดียวภายในโสตประสาท
[ติ๊ง!]
[
~ภารกิจหลัก : เส้นทางนักแสดง (1)
-คำอธิบาย : ทำอย่างไรก็ได้เพื่อที่จะเข้าสู่วงการอย่างเต็มตัว เื่ง่ายๆ แค่นี้คุณน่าจะทำได้
ระยะเวลา : 1ปี
-รางวัล : ทักษะอ่านบทระดับต่ำ
-บทลงโทษ : หักคะแนน 0.5 คะแนน
]
พอปรเมศวร์อ่านข้อความจากหน้าต่างโปร่งใสข้างหน้าอย่างละเอียดแล้ว เขาถึงกับต้องขมวดคิ้วคิดหนัก
‘เส้นทางนักแสดงงั้นเหรอ? ภารกิจนี้กว่าจะเกิดขึ้นในนิยาย ตัวเอกก็เข้าบ้านการแสดงเรียบร้อยแล้ว หรือว่าที่ภารกิจจะเกิดขึ้นมันสอดคล้องต่อความ้าของเรา..’
‘แต่เอาเถอะ! เื่นี้ค่อยคิดทีหลัง ทว่าบทลงโทษมันจะไม่ร้ายแรงเกินไปหน่อยเหรอ? นั่นเป็คะแนนที่ฉันออกกำลังกายตั้งห้าสิบวันเลยนะ!’
อย่างไรก็ตามถึงจะมีภารกิจปรากฏขึ้น แต่ปรเมศวร์ก็คิดไม่ออกอยู่ดีว่าเขาจะทำอย่างไรให้ภารกิจสำเร็จ
‘หรือว่าเราจะไปแคสเพื่อให้ได้งาน ไม่! ตอนนี้เรายังไม่มีเงินทุนพอ ออกไปตอนนี้ลำบากแน่! แต่ถ้าแคสได้จริงก็กว่าจะได้เงิน ระหว่างนี้เราคงไม่มีเงินส่งให้น้องสาวของเรา’
‘…ทำงานนี้ต่ออีกหน่อยดีกว่าค่อยคิด คิดไปตอนนี้ก็ปวดหัวเปล่าๆ เล่นเกมส์กับไอ้จ่อยต่อดีกว่า ถึงยังไงก็เหลือเวลาอีกตั้งหนึ่งปี’
หลังจากนั้นปรเมศวร์ก็ได้ทักแชทไปหาจ่อยหลานผู้กำกับยศ เพื่อที่จะเล่นเกมด้วยกัน
[ไม่ว่างพี่! ตอนนี้กำลังกินmk อยู่กับลุงยศ]
“…”
“แม่ง! ขนาดเด็กยังมีการเป็อยู่ดีกว่าเรา! บ้าเอ๊ย!”
..
ขณะเดียวกันทางด้านผู้กำกับยศและหลานของเขา
“มัวแต่เล่นโทรศัพท์อยู่นั่นแหละ รีบกินจะได้รีบกลับ ลุงมีงานต้องทำต่อ”
“ครับ! พอดีพี่เมศชวนเล่นเกมน่ะ ผมแค่ตอบกลับเขาไปว่าไม่ว่าง”
“เมศ? เขาคือคนขับรถของยัยหนูนิภาใช่ไหม เห็นแกไปสุมหัวเล่นเกมด้วยกันอยู่บ่อยๆ”
“ใช่ครับลุง! คนนั่นแหละ”
“แล้วเขาเป็คนอย่างไร”
“ขี้โม้ครับลุง คนอะไรเล่นเกมเก่งแค่วันเดียว โม้ได้ทั้งวัน” จ่อยพูดประสาเด็ก
“งั้นเหรอ?”
ถึงจะตอบไปส่งๆ แบบนั้น แต่ผู้กำกับยศก็กำลังคิดตาม
‘จะเป็อย่างนั้นจริงๆ งั้นเหรอ’
ระหว่างที่คิด ภาพที่ผู้กำกับยศเจอกันกับปรเมศวร์ตรงหน้าทางเข้าสตูดิโอก็ปรากฏขึ้นมา
‘หน้าตาของเขาก็พอใช้ได้ รูปร่างก็ดูแลเป็อย่างดี ส่วนการแต่งตัว..บางทีเขาอาจเหมาะกับตัวละครตัวนี้ก็ได้..’
..
วันรุ่งขึ้น ปรเมศวร์ก็ไปรับไปส่งนิภาอีกครั้ง การทำงานกับดารานี่ทำงานแทบทุกวัน ถ้า่ไหนเ้านายมีงานถ่ายทำ ่นั้นแทบไม่มีวันหยุด
แต่จะทำอย่างไรได้ แค่ไปรับไปส่ง ไม่ได้ทำงานตลอดเวลาเสียหน่อย ส่วนมากก็กินนอนอยู่กับรถ แถมยังเงินเดือนดีอีกต่างหาก ใครๆ เขาก็อยากทำงานนี้กันทั้งนั้น เพราะว่ามันค่อนข้างที่จะสบาย
ทว่าวันนี้ก็มีเื่แปลกไป เมื่อปรเมศวร์กับนิภาทางมาถึงสตูดิโอที่สุพรรณบุรี นิภาก็ได้พูดบางอย่างกับปรเมศวร์
ซึ่งคำพูดนั้นของเธอทำเอาเนื้อตัวของเขาต้องสั่นอย่างรุนแรง
“พี่เมศคะ ผู้กำกับอยากพบพี่ พี่ตามหนูมาข้างในนะคะ”
“ครับ!”
ปรเมศวร์ตอบรับอย่างตื่นเต้น ภายในหัวคิดเป็ร้อยเื่ว่าผู้กำกับยศ้าพบเขาเื่อะไร
'ต้องเกี่ยวกับการแสดงแน่ๆ'
ข้างๆ เขานิภาก็นึกสงสัยเช่นกัน
‘ผู้กำกับ้าพบพี่เมศทำไมนะ หรือว่าเขาไม่พอใจที่พี่เมศเสียมารยาทใส่เมื่อวาน..หวังว่าเื่นี้จะไม่กระทบถึงเรา ไม่เช่นนั้น...’
ทันใดนั้นแววตาของนิภาก็เ็าขึ้นฉับพลัน ไม่รู้ว่าในใจกำลังคิดอะไรอยู่
ทว่าปรเมศวร์ไม่สังเกตเห็น เพราะเขากำลังดีใจเื่ที่ผู้กำกับยศเรียกพบ
..