บทที่ 5 เทพเ้าโลกิ
“ทะที่นี่ที่ไหนกันทำไมมันมืดจังเลย..มืดจนมองไม่เป็อะไรสักอย่าง”
“แป๊ก..ฟรึบ” เหมือนมีเสียงสวิตปลั๊กไฟดังขึ้น ทันใดนั้นรอบๆ ตัวผมก็เต็มไปด้วยแสงสว่างทันที
“โทษทีลืมเปิดไฟ..ยินดีด้วยดวงจิตของนายได้ถูกเลือกให้ไปอยู่ในดินแดน์จักรวาลระบบ”
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวผมดำตาสีฟ้าเดินมาจับมือแสดงความยินดีผมที่ยืนทำท่าเกาหัวแบบงงๆ อยู่
“ที่นี่ที่ไหนกันเหรอครับ?...เป็์หรือเปล่า?”ผมจ้องมองไปยังหนุ่มในชุดคลุมขาวนั้นด้วยสีหน้าคลาแคลงใจ นี่มันพระเ้าจริงๆ หรือว่าปีศาจกันแน่วะ มีที่ไหนลืมเปิดไฟด้วย?
“จะว่าใช่ก็ใช่...จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่..ที่แห่งนี้เป็เพียงประตูรูหนอนที่จะนำพาดวงจิตของนายไปจุติเกิด ณ ที่แห่งใหม่ที่ดีกว่า..” เสียงใสๆ ดูอบอุ่นดังก้องกังวาลไปทั่ว
“..” เออฟังจากเสียงแล้วค่อยดูเค้าเหมือนพระเ้าขึ้นมาหน่อยแฮะ
“อะไรคือจักรวาลระบบ อะไรคือประตูรูหนอนเหรอครับ..แล้วนางฟ้านางฟ้าสวยๆ อกใหญ่ๆ ผมยาวๆ มีมั๊ยครับ”
ผมพูดด้วยท่าทีกระวนกระวาย เพราะถ้าจะขึ้น์ทั้งที หากมีแค่ผมกับพระเ้าที่ลืมเปิดไฟองค์นี้ผมคงจะบ้าตาย
“นายอย่ากังวลไปเลย..นายจะได้เจอนางฟ้าและเทวดามากมาย ที่ดาวแม๊กกูลบนระบบบจักรดาราไฮดร้า..มันอยู่ห่างจากระบบสุริยะของนายออกไปถึงสามสิบเอ็ดล้านปีแสงเลยนะ”
ชายหนุ่มในชุดขาวกล่าวและยิ้มให้กับผมอย่างเป็มิตร
เออ ค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย
“ สรุป์ที่ว่า มันคือดาวดวงใหม่เองเหรอครับ”
“ใช่แล้วฉลาดดีหนิ..สมกับเป็นายทหารที่อายุน้อยทีสุดจริงๆ ไม่เสียแรงที่ข้าอุส่าห์มาชักนำดวงิญญาด้วยตัวเอง”
แม้จะรู้สึกงุงงงกับชื่อดาวแปลกๆ อยู่บ้างแต่ผมก็พยายามรวบรวมสติ และกลับมากำหนดลมหายใจเข้าออกตามวิธีการฝึกสมาธิ ถึงแม้ผมจะััถึงลมหายใจตัวเองไม่ได้ก็ตาม
“หากเป็เช่นนั้นแล้วก็ขอให้ท่านเทพโปรดชี้แนะดวงิญญาของผมด้วยเถิดครับ”
“หึหึ”เทพหนุ่มหัวเราะออกมาในลำคอเบาๆ เมื่อได้เห็นสายตาคู่นั้น ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ
“เอาละๆ นายคงจะตั้งสติได้แล้วซินะ...เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า..สิ่งแรกที่นายจะต้องรู้คือข้าชื่อโลกิเป็มหาเทพดูแลขอบเขตดาราจักรทางช้างเผือก..ปกกติหน้าที่ชี้นำดวงวิญาณจะเป็ของลูกน้อง..แต่นายถูกใจฉันเป็พิเศษ วันนี้ฉันจึงมานำทางด้วยตัวเอง”
“อ๋อ..เข้าใจแล้วเพราะปกติมันไม่ใช่หน้าที่ของท่านสินะครับ เลยทำให้ท่านเทพลืมเปิดไฟ..ตอนแรกผมก็นึกว่าผมตกนรกไปแล้วซะอีก..”
“ฮาๆๆๆ..นายนี่เข้าใจอะไรไวเหมือนกันนะเนี้ย..”
เทพโลกิยิ้มหยุดกล่าวและหันมามองผมอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าผมนิ่งเงียบและรอฟังอย่างตั้งใจเขาจึงเริ่มกล่าวต่อ
“เอาละก่อนที่นายจะไปเกิด...ฉันมีพรวิเศษให้นายเลือกได้หนึ่งข้อ...พรวิเศษนี้จะเป็ความสามารถติดตัวนายไปตลอดอายุขัยบนดาวใหม่ดวงนั้น..นายคิดอยากจะมีพร์ด้านใดไว้ติดตัวก็จงเลือกเอาตามรายการนี้”
เมื่อกล่าวเสร็จบริเวณสีขาวสว่างจ้าโดยรอบก็เปลี่ยนเป็จอมอนิเตอร์แบบโฮโลแกรมแสดงรายละเอียดของความสามารถพิเศษต่างๆ ขึ้นมามากมาย
ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก ความสามารถต่างๆ มันมีมากมายแต่ละอย่างล้วนแต่เป็พร์ที่แปลกๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็พลังปล่อยสายฟ้า พลังไฟ วารีน้ำแข็ง แสงศักดิ์สิทธ์ และอื่นๆอีกมากมาย
แม้จะดูเหมือนเป็เื่ง่ายๆ ก็แค่เลือกอะไรมาสักอย่าง แต่ผมก็ยังเลือกพร์ที่ถูกใจไม่ได้สักที
“เอ่อท่านเทพโลกิครับ..ดาวที่ผมจะไปเกิดใหม่นี้..มันเป็ดาวแบบไหนเหรอครับ”
“อืม..แป๊บนะ....” เทพโลกิเหมือนจะทำท่าคิดอะไรบางอย่างไม่นานเขาก็เลื่อนส่งแผ่นโฮโลแกรมสีขาวขนาดใหญ่เท่าฝาบ้านมาให้ผมในนั้นีตัวอักษรและรูปภาพเขียนอธิบายเกี่ยวกับดาวแม๊กกูลไว้ทุกอย่าง
ขนาดของมันดูจะใหญ่กว่าโลกเดิมของผมถึงหกเท่า สิ่งมีชีวิตหลากหลายเผ่าพันธ์ต่างแย่งชิงความเป็ใหญ่เหนือดินแดนแห่งนั้นกันอย่างบ้าคลั้ง มีมนุษย์ เดโอ๊ก และเอฟ
วิทยาการของเราก้าวล้ำไปมากไม่ว่าจะเป็ด้านอาวุธ การเดินทาง และการจัดการกับสิ่งของโดยใช้เครื่องย่ออนุภาค และเซรุ่มเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อ
รวมถึงสิ่งที่พวกเราเรียกมันว่าเวทย์มนต์ พวกชาวดาวแม๊กกูลก็มีแต่ตั้งอยู่ในหลักของวิทยาศาสตร์ที่ล้ำหน้าไปไกลกว่าที่คนบนโลกเก่าของผมจะจินตนาการถึง
ยกตัวอย่างง่ายๆ เวลาจอมเวทย์สาวสวยในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยอยากจะปล่อยลูกไฟเผาใครสักคน เธอก็จะต้องมีหินเคลื่อนความถี่จำเพาะหรือเรียกสั้นๆ ว่าหินพลังเวทย์นั้นแหละ พลังงานของหินพวกนี้จะมากน้อยแตกต่างกันไปก็ตามความบริสุทธิ์และสารประกอบของพวกมันเหมือนเพชรหรือพลอยของที่แบ่งเป็มรกต อัมพัน เพชรอะไรพวกนั้น
พลังงานจะถูกเชื่อมโยงกับระบบประสาทของตัวนักเวทย์เองโดยตรงผ่านเครื่องมือที่เรียกว่าเครื่องเหนี่ยวนำอนุภาคที่อาจอยู่ในรูปถุงมือ ดาบ คฑา หรืออะไรก็ตามแล้วแต่จินตนาการของผู้ที่ออกแบบ ซึ่งผู้ใช้เองจะต้องมีความชำนาญมากพอสมควร เพราะการสร้างลูกไฟสักลูกนั้นไม่ยากแต่จะให้มันพุ่งไปใส่เป้าหมายนั้นคือสิ่งที่ยากมากกว่าหลายเท่า ผู้ใช้จะต้องมีสมาธิที่แม่นยำในการที่จะควบคุมทิศทางและรูปร่างของลูกไฟลูกนั้นไปทำลายเป้าหมาย
อีกเื่ การแต่งกายของชาวดาวแม๊กกูลนี้แม้จะใช้เส้นใยและโลหะที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการผลิตเนื้อผ้าหรือวิทยาการโลหะที่ก้าวล้ำยุค แต่รูปทรงและการออกแบบตัดเย็บก็ยังคงเอกลักษณ์มีกลิ่นอายแบบแฟนตาซีโบราณที่คุณอาจเคยเห็นในหนังพวกาดวงดาวต่างๆ มันแทบจะไม่ต่างกันเลย ไม่ว่าจะเป็ทรงผมรูปร่างแปลกๆ ชุดคลุมผืนใหญ่สลักลวยลายงดงามที่ยาวลงมาเกือบถึงพื้น รองเท้าถุงมือรวมไปถึงอาวุธก็มีการออกแบบมาให้เข้าชุดเป็เซ็ตกันได้อย่างลงตัว
ระดับความแข็งแกร่งของสิ่งของและมอนสเตอร์จะถูกแบ่งออกเป็สี่กลุ่มเรียงตามความแข็งแกร่งจากน้อยไปมาก คือ อัลฟ่า เบต้า แกมม่า และคอสมิก ฟังดูเหมือนชื่อรังสีเลยแฮะ
แต่ระดับก็จะถูกซอยย่อยออกเป็เก้าขั้น รวมๆ แล้วก็จะมีทั้งหมดสามสิบหกขั้นนั่นเอง ซึ่งสิงของแต่ละกลุ่มจะสามารถใช้หินธาตุรังสีประจำกลุ่มอัฟเกรดเพิ่มระดับขั้นได้ และการที่จะได้ผลึกธาตุเ่าั้มา ก็ต้องออกไปล่ามอนสเตอร์ที่ดูดซับรังสีพวกนั้นไว้ในเซลล์กล้ามเนื้อ พวกมันจะเติบโตไวกว่าสิ่งมีชีวิตปกติถึงหนึ่งร้อยเท่าดุร้ายและแข็งแกร่งกว่าสัตว์ปกติอยู่มากตามระดับรังซีที่ดูดซับไว้ในร่างกาย
ส่วนระดับยศของนักล่าก็จะถูกแบ่งออกเป็ห้ายศแต่ละยศก็จะถูกแบ่งเป็เก้าระดับ ตามจำนวนสถิติของมอนสเตอร์ที่สังหารได้ เรียงระดับยศจากต่ำไปสูงคือ ผู้กล้า นักรบ จอมพล และสุดท้ายคือาา หากความสามารถของใครก็ตามที่อยู่นอกเหนือจากกฏเกฑที่กล่าวขึ้นมานี้ ผู้คนจะเรียกคนผู้นั้นว่า พระเ้า