“เจ้ารีบขอโทษน้องสาวของข้าเดี๋ยวนี้” โจวซั่วจ้องจิ่นเซวียนเขม็งและยกนิ้วชี้ด่านางด้วยความโมโห ซ่งจื่อเฉินทนมองท่าทีหยิ่งผยองของเขามิไหว จึงซัดเข็มเงินหนึ่งเล่มใส่เขา เสียงฟึ่บดังขึ้น โจวซั่วทรุดลงตรงหน้าของจิ่นเซวียนทันที
“โจวซั่ว เจ้าคำนวณพลาดแล้ว เจ้าอยากยืมมือพี่หวังกำจัดภรรยาของข้า ช่างคิดเพ้อฝันเสียจริง”
“ซ่งจื่อเฉิน เจ้าทำสิ่งใดกับข้า” โจวซั่วชาไปทั้งร่างกาย เขาตะโกนดังลั่นด้วยความหวาดกลัว
“ผู้ที่ต้องขอโทษคือเจ้า มิใช่ภรรยาของข้า ซู่ซินกับพี่หวังบริสุทธิ์ใจต่อกัน เจ้ากลับกระจายข่าวลือไปทั่ว บอกว่าพี่หวังกับซู่ซินหมั้นหมายกันมานานแล้ว ท่านอยากให้พี่หวังเป็นลูกอกตัญญูหรือ?”
สามีองอาจห้าวหาญ ท่าทางตอนที่ซ่งจื่อเฉินปกป้องนางนั้นน่ามองยิ่งนัก
จิ่นเซวียนมองซ่งจื่อเฉินอย่างมีความสุข “สามี ข้าคิดว่าคุณชายหวังกับน้องซู่ซินกำลังจะแต่งงานกันเสียอีก ที่แท้เป็นโจวซั่วที่เล่นแง่ สวรรค์ เหตุใดเขาถึงเป็นคนเช่นนี้เล่า”
“น้องสะใภ้ แม้ข้าจะชอบน้องซู่ซินมากเพียงใด แต่ข้ายังมิได้เชิญแม่สื่อไปสู่ขอนาง ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน” หวังเหิงเองก็โกรธ เขามิคิดว่าโจวซั่วจะคิดร้ายกับเขาเช่นนี้
“พี่จื่อเฉิน พี่ใหญ่ของข้ารู้ตัวว่าผิดแล้ว ท่านให้อภัยเขาเถิดเจ้าค่ะ” โจวซู่ซินใช้เล็บจิกลงบนฝ่ามือของนาง เตือนมิให้ตนเองตื่นตระหนก
“จื่อเฉิน เรื่องนี้ข้าทำมิถูก เจ้าปล่อยข้าไปเถิด” โจวซั่วเหงื่อซึมทั่วหน้าผาก เข็มเงินเล่มนั้นฝั่งอยู่ตรงจุดฝังเข็มที่หัวเข่า เขามิกล้าขยับ เขากลัวว่าหากเขาขยับแล้วเลือดจะออก
“จื่อเฉิน แม้พี่โจวจะทำมิถูกต้องอยู่บ้าง แต่เขาก็ทำเพื่อปกป้องน้องซู่ซิน เจ้าปล่อยเขาไปเถิด” หวังเหิงรู้สึกกลัวซ่งจื่อเฉินเล็กน้อย ตอนที่ซ่งจื่อเฉินอยู่ในสำนักศึกษา เขาราวกับภูเขาน้ำแข็ง เห็นเขาปกป้องภรรยาเช่นนี้แล้ว คงรักภรรยามากจริงๆ เรียกได้ว่าเป็นคนบ้ารักภรรยาสุดๆ
“โจวซั่ว ขอให้เจ้าจำไว้ ภรรยาของข้ามิใช่คนที่เจ้าจะมาหาเรื่องได้” ซ่งจื่อเฉินสะบัดแขนขวา เข็มเงินหลุดออกจากหัวเข่าของโจวซั่วและลอยกลับมาเก็บที่มือของเขาทันที
บุรุษผู้นี้มีความสามารถทั้งบุ๋นและบู๊ กำลังภายในของเขามากมาย ยากที่จะหยั่งถึง
“ภรรยา พวกเราไปซื้อของกันก่อนเถิด เจ้าอย่าโกรธเลย หากหนหน้าเขากล้าทำร้ายเจ้าอีก ข้าจะตัดลิ้นเขาทิ้งเอง” ซ่งจื่อเฉินแตกต่างราวกับเป็นคนละคน เวลาที่เขาพูดกับจิ่นเซวียน เขาช่างอ่อนโยนยิ่งนัก เขาจับมือและปลอบโยนนางจนผู้คนอิจฉาริษยา
“พี่หวัง มิใช่อย่างที่เจ้าคิด ต้องเป็นพวกอิ่นซู่ซู่แน่ พวกเขากระจายข่าวลือเพราะเกลียดพวกเราแน่”
หลังจากลุกขึ้นจากพื้น โจวซั่วก็แก้ตัวกับหวังเหิงอย่างมิคิดละอาย
“พี่โจว ข้ามองเจ้าผิดไปจริงๆ เป็นเรื่องน่าเศร้าของน้องซู่ซินยิ่งนัก ที่นางมีพี่ใหญ่เช่นเจ้า” เดิมทีหวังเหิงก็มิชอบโจวซั่วอยู่แล้ว เขามองโจวซั่วเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งเท่านั้น หากโจวซั่วมิใช่พี่ชายแท้ๆ ของโจวซู่ซิน เขาคงมินับเป็นพี่น้องด้วย
“จื่อเฉิน พานพบมิสู้บังเอิญพบเจอ พวกเรามิได้พบกันนาน เจ้าพาครอบครัวของเจ้าไปดื่มกับข้าสักหน่อยเถิด” หวังเหิงอยากผูกมิตรกับซ่งจื่อเฉิน เขารู้ศักยภาพของซ่งจื่อเฉินดี หากวันใดที่ซ่งจื่อเฉินสอบได้ตำแหน่งจอหงวน เขาจะมีสหายเป็นบัณฑิตจอหงวน เอาไปพูดต่อได้ ทำให้รู้สึกมีหน้ามีตายิ่งนัก
“วันหลังเถิด ข้ายังต้องพาภรรยากลับไปเยี่ยมบ้านเดิม ข้าจะเชิญเจ้ามาดื่มสักจอกแน่นอน” หวังเหิงแสดงเจตนาดีออกมา ซ่งจื่อเฉินจึงมิปฏิเสธเขา โจวซั่วลำพองเช่นนั้น ก็เพียงเพราะจะพึ่งพากำลังของหวังเหิง มิว่าหวังเหิงจะคบเขาเป็นสหายด้วยความจริงใจหรือมีเจตนาแอบแฝง เขาก็ควรสุภาพเสียหน่อย เพื่อใช้โจมตีโจวซั่ว
“พวกเราตกลงกันแล้วนะ วันหลังพวกเราพี่น้องต้องไปดื่มด้วยกัน ตั้งแต่เจ้าออกจากสำนักศึกษา พวกเรากับอาจารย์ต่างก็คิดถึงเจ้ายิ่งนัก” เอ่ยจบหวังเหิงก็ส่งยิ้มตาหยีให้จิ่นเซวียน “น้องสะใภ้ เจ้าวางใจ ข้ามิพาสามีของเจ้าใจแตกหรอก”
“พี่ใหญ่หวังกับสามีของข้าคือสหายร่วมชั้นเรียน พวกท่านมิได้พบกันนานแล้ว ย่อมคิดถึงกันและกันเป็นธรรมดาเจ้าค่ะ วันหลังข้าจะลงมือทำอาหารจานเด็ดด้วยตนเอง ท่านมาทานแกล้มเหล้าที่บ้านซ่งนะเจ้าคะ”
หวังเหิงอยากตีสนิทพวกเขา จิ่นเซวียนค่อนข้างดีใจ อย่างน้อยหวังเหิงผู้นี้จะมิร่วมมือกับโจวซู่ซินจัดการพวกเขาแน่
“ดีเลย เช่นนั้นบ่ายวันพรุ่งนี้ข้าจะไปบ้านของพวกเจ้า ถือโอกาสไปเยี่ยมท่านอาซ่งด้วย” หวังเหิงจดจ่ออยู่กับพวกจิ่นเซวียน และทิ้งพี่น้องแซ่โจวเอาไว้ด้านข้างจนพวกเขาหดหู่ใจ
“ท่านพ่อของข้าออกเดินทางไกล คาดว่าอีกหลายเดือนถึงจะกลับ พี่หวัง พบกันบ่ายวันพรุ่งนี้ขอรับ” ซ่งจื่อเฉินประสานมือคารวะ “พวกเรายังมีธุระต้องไปทำ ขอตัวก่อน”
“รักษาตัวด้วย!” หวังเหิงอมยิ้มมองจิ่นเซวียนกับซ่งจื่อเฉินขึ้นรถม้าไป จากนั้นจึงละสายตากลับมาหาพี่น้องแซ่โจว
“พี่โจว เจ้านำของขวัญพวกนี้กลับไปเถิด ที่บ้านข้ายังมีธุระอยู่ ข้าขอตัวกลับก่อน” หวังเหิงเรียกให้คนเอาของขวัญมาส่งให้โจวซั่ว แล้วเดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย
“คุณชาย คุณชายโจวผู้นี้มิได้มีดีอะไร เขาอยากหลอกใช้ท่านชัดๆ ข้าว่าเรื่องของท่านกับน้องสาวของเขาช่างมันเถิดขอรับ” คนรับใช้ข้างกายหวังเหิง นามว่าเคอซิง เขามิชอบโจวซู่ซิน เขามิอยากให้เจ้านายของเขาแต่งโจวซู่ซินเป็นภรรยา
“ข้าเพียงเล่นด้วยเท่านั้น พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะแต่งนางเป็นภรรยาเอก?” หวังเหิงกระตุกยิ้มเยาะ เขามิโง่ โจวซั่วประจบเขาถึงเพียงนั้น มิใช่เพื่อเงินของเขาหรือ ส่วนโจวซู่ซิน หากนางมิได้หน้าตางดงาม เขาคงมิตามเกี้ยวนาง
“คุณชาย ท่านทำถูกแล้วที่ผูกมิตรกับคุณชายซ่ง พวกเขาสามีภรรยามีวิชาแพทย์ และท่าทางที่ดี หากท่านเป็นสหายกับพวกเขา นายท่านกับฮูหยินจะต้องดีใจมากแน่ขอรับ” คนรับใช้อีกคนนามว่าเคอมู่ สนับสนุนที่เจ้านายของตนจะตีสนิทซ่งจื่อเฉิน
หวังเหิงเดินพลางถอนหายใจพลาง จื่อเฉินผู้นี้โชคดีนัก ภรรยาของเขามิเพียงงดงามราวกับเทพเซียน นางยังมีฝีมืออีกด้วย หากในวันข้างหน้าซ่งจื่อเฉินสอบได้ตำแหน่งจอหงวน บ้านซ่งจะกลายเป็นตระกูลชั้นสูงที่มีชื่อเสียง เขาที่เป็นสหายด้วยย่อมมิเสียหาย! กลับบ้านไปเขาจะต้องเตรียมของขวัญที่มีค่าสักชิ้นสำหรับการดื่มเหล้าในวันพรุ่งนี้
“พี่ใหญ่ ท่านพอใจหรือยัง?ท่านทำให้ข้าโดนดูหมิ่นเหยียดหยาม” โจวซู่ซินขุ่นเคืองโจวซั่วยิ่งนัก เมื่อแผ่นหลังของหวังเหิงเดินไกลออกไป นางบอกให้โจวซั่วเอาเงินมาให้นางเก็บเอาไว้ มิเช่นนั้นจากนี้นางจะมิสนใจความเป็นความตายของเขาอีก
“พี่ชายเหมือนพ่อ เวลานี้ท่านพ่ออยู่ในคุกออกมามิได้ ข้าต้องเป็นคนดูแลบ้าน เช่นนั้นเงินส่วนนี้ข้าจะเก็บเอง” โจวซั่วมิยอมมอบเงินให้โจวซู่ซิน
โจวซู่ซินโกรธเขามากจนพูดมิออก
“พี่ใหญ่ ท่านคิดว่าข้าล้อเล่นหรือ?ในเมื่อท่านอยากดูแลบ้าน เช่นนั้นก็ดูแลไปแล้วกัน จากนี้ข้าจะมิใจอ่อนอีก” โจวซู่ซินพูดขู่แล้วหันหลังจากไปทันที
โจวซั่วเห็นนางโกรธเช่นนั้น เขาจึงรีบไล่ตามไปและบอกโจวซู่ซินว่าให้แบ่งเงินกันคนละครึ่ง
“ข้าให้ท่านได้แค่ห้าตำลึง หากท่านมิยอม จากนี้หากข้าได้ผลประโยชน์ใดจากคุณชายหวัง ข้าจะมิให้ท่านแม้แต่อีแปะเดียว” โจวซู่ซินอยากถือเงินไว้เอง นางตัดสินใจว่าจะเข้าเมืองหลวงเมื่อมีเงินมากพอ เมืองหลวงมีขุนนางชั้นสูง และผู้สูงศักดิ์มากมาย มิแน่นางอาจจะเอาชนะใจขุนนางใหญ่ได้!
หลังจากที่พวกจิ่นเซวียนออกมาจากโรงหมอคังไท่ พวกเขาก็ตรงไปที่ร้านขนมปังเฉินจี้และซื้อขนมสองสามกล่องเอาไปเป็นของขวัญ
กลับไปเยี่ยมบ้านหนนี้ จิ่นเซวียนเตรียมองุ่นไว้สามชุด ให้พ่อเฮงซวย ท่านอาเล็กและท่านย่าเล็ก
นางซื้อขนมอบมาเพิ่มอีกสองกล่องและให้ซย่าตงชิงนำกลับไปบ้านพ่อแม่ด้วย
ซ่งจื่อเฉินให้เกียรติจิ่นเซวียนยิ่งนัก เขาจึงขอความเห็นของจิ่นเซวียน “ภรรยา นอกจากซิ่งเหรินซู[1] แล้ว หานเอ๋อร์น้อยชอบกินสิ่งใดอีกบ้าง ข้าจะซื้อให้นาง”
เชิงอรรถ
[1] ซิ่งเหรินซู หมายถึง คุกกี้หน้าอัลมอนด์ สไตล์โบราณ