“อีก 2 นาที 15 วินาที รถไฟก็มาแล้ว”ธรณีตอบคำบ่นของผมด้วยการดูข้อมูลในสมาร์ตโฟน
“ไม่ยักจะรู้ว่านายมีโทรศัพท์มือถือด้วย ปกติเห็นใช้แต่เอบีเอสอีอย่างเดียว”
“เอวีเอสอี” ชายหนุ่มแก้ให้เขาชี้ไปยังเครื่องที่สวมแทนแว่นตาของตน “ถ้าใช้เ้านี่อย่างเดียวแบตจะหมดเร็วไม่อยากให้บันทึกภาพดี ๆ ก็ดับไป อีกอย่าง เราี้เีชาร์จบ่อย”
ผมไม่ตอบโต้อะไรทำทีชะเง้อมองผ่านกระจกใสสูง 2เมตรที่ปิดกั้นตลอดชานชาลามีช่องเจาะไว้ทำประตูเลื่อนเป็ระยะซึ่งตรงกับตำแหน่งประตูทางเข้าออกรถไฟซึ่งถูกปิดล็อกอยู่มองผาด ๆ ก็รู้ว่าจงใจทำไว้ป้องกันอุบัติเหตุเผลอตกรางรถไฟ เข้าใจคิดดีแทนที่จะปล่อยเป็ที่โล่งให้ยามวิ่งไปเป่านกหวีดไล่คนถอยไปยืนหลังเส้น ก็ทำเป็กำแพงกั้นและประตูอัตโนมัติแทนตัดปัญหาความบกพร่องของคนเฝ้า
ขณะนี้ยังไม่เห็นวี่แววของขบวนรถไฟฟ้าผมเผลอสำรวจวัตถุที่หุ้มรอบข้อมือขวาด้วยความเคยชินก่อนจะพบว่ากำไลอีเอ็มนั้นอันตรธานไปโชคดีที่ธรณีตัดสินใจปลดมันออกเพื่อให้ไม่โดดเด่นสะดุดตา ไม่งั้นคงหงุดหงิดน่าดู เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ดังก้องไปทั่วสถานีตัดกับเสียงจ้อกแจ้กของผู้คน สายตาของผมกวาดไปทั่วชานชาลาพลางพยายามหาแบบแผนของแฟชั่นในยุคนี้ แต่กลับไม่พบที่นี่ไม่เหมือนในหนังไซไฟที่ทุกคนใส่ชุดไร้ตะเข็บสีสะอาดตาเหมือนกันหมดตรงกันข้าม มันเหมือนกับงานแฟนซีที่รวมเสื้อผ้าหลายยุคสมัย ชายคนหนึ่งสวมเสื้อราชปะแตนกับโจงกระเบนอย่างภาคภูมิใจเดินสวนกับหญิงสาวในชุดสูททันสมัยหญิงสูงวัยที่สวมเสื้อเอวลอยกางเกงยีนโฉบผ่านหน้าผมไปด้วยท่าทางมั่นใจไกลออกไปมีคนใส่เสื้อคอจีนและผ้าซิ่น ยืนอยู่ไม่ห่างจากวัยรุ่นที่สวมบอดี้สูทประดับด้วยไฟเอลอีดีซึ่งเปลี่ยนสีได้เองอย่างมีเอกลักษณ์คุ้น ๆ ว่าเสื้อผ้าสังเคราะห์ส่วนใหญ่จะผลิตจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิล
ผมเลิกสนใจสิ่งอัศจรรย์ใจตรงหน้าแล้วหันมาชวนเพื่อนคุยแทน
“สรุป มันคือรุ่นที่สั่งโดยความคิดได้งั้นเหรอ” ผมพูดถึงพัสดุของธรณีเมื่อเช้าซึ่งตอนนี้ย้ายมาอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มมันมีรูปร่างเหมือนแว่นตาที่มีขาแว่นนูนเป็กระเปาะขนาดใหญ่ครอบคลุมรอบบริเวณหูสองข้างถ้าไม่อวดจะเรียกว่าอะไร
“ใช่เป็เอวีเอสอีรุ่นใหม่สุดของบริษัทเอซิสบริษัทนี้เพิ่งชนะการประมูลสินค้าประจำปีมา”
{ ดูจากปริมาณป้ายโฆษณาที่อยู่เต็มบ้านเต็มเมืองคงเป็บริษัทใหญ่พอควรชายหนุ่มอธิบายเสริมเื่การประมูลสินค้าประจำปี (AnnualProduct Bidding (APB) เป็ตลาดที่ถูกรัฐควบคุมบางส่วนตามแิทุนนิยมที่ยั่งยืนโดยการให้ประชาชนและเลือกก่อนที่จะผลิตสินค้า แทนที่จะเลือกหลังจากที่ผลิตสินค้าเพื่อขจัดปัญหาการสิ้นเปลืองทรัพยากรการผลิตมากเกินไปประชาชนที่ถูกสุ่มมาจำนวนหนึ่งได้ทดลองใช้สินค้าแล้วจะโหวตเลือกยี่ห้อที่ประทับใจบริษัทที่ผลิตสินค้ารูปแบบเดียวกันจะได้ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์ของยอดขายตามสัดส่วนคะแนนโหวตบริษัทที่แพ้ก็จะมีตัวเลือกแข่งขันปีหน้าก็ได้หรือยุบมาร่วมมือกับบริษัทที่ชนะก็ได้จะบังคับใช้เฉพาะกับสินค้าราคาแพงซึ่งผลาญทรัพยากรโลกมาก ไม่ว่าจะเป็รถยนต์หรือเครื่องมือเข้าสู่โลกเสมือนที่มีฟังก์ชันอ่านความคิด
“แล้วไอ้เ้าเครื่องเอวีเอสอีมันมีหลายแบบเหรอ อันนั้นก็ใช่รึเปล่า”ผมบุ้ยหน้าไปยังเด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่งที่เยื้องทางขวามือซึ่งสวมหูฟังรูปร่างคล้ายที่คาดผมซึ่งไม่มีแถบคาดตา
“ใช่สิ”เพื่อนมองปราดเดียวก็ตอบในทันที“บริษัทนี้ทำหูตาวิเศษแต่ละรุ่นให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รุ่นT330 อ่านปากคนพูดได้ไกลและแม่นยำเป็พิเศษรุ่นตระกูล Z3 เน้นการซูมออปติคอลได้เป็สิบเท่าอีกรุ่นหนึ่ง จำชื่อไม่ได้ วางขายควบคู่กับสมาร์ตวอตช์ที่เปิดหน้าจอฮอโลสกรีน[1] ส่วนรุ่น Psy103นี่นอกจากเพิ่มคุณสมบัติทั่วไปอย่างความชัดกล้อง ความจุ ชิปประมวลผลแล้วมีจุดเด่นคือสั่งงานด้วยความคิดได้ผ่านเซนเซอร์ความไวสูงที่แนบบนกะโหลกศีรษะส่วนด้านหลังหู”
“งั้นเหรอ”ผมเลิกคิ้วเหมือนไม่เชื่อเต็มร้อย สายตาจดจ้องไปที่กระเปาะทรงสี่เหลี่ยมแวววาวใหม่เอี่ยมที่ครอบหูธรณีอาจจะอิจฉาที่เห็นเขาได้ของเล่นใหม่ “ไหนลองสั่งให้ฉันดูเป็ตัวอย่างได้ไหม”
“ตอนนี้ยังไม่ได้หรอก ดีบี่ต้องเรียนรู้คลื่นสมองเราก่อน ให้เอไอแคลิเบรต[2]ร่วมกับการฝึกฝนอีกอย่างน้อยสิบชั่วโมงจึงจะใช้ได้ เหมือนที่ท่านเคยทำนั่นแหละ เราว่าจะทำคืนนี้”
ธรณีเคยอธิบายให้ผมฟังคร่าว ๆว่าสมองแต่ละคนแม้จะมีส่วนรับผิดชอบหน้าที่หลัก ๆ คล้ายกันแต่ในเครือข่ายประสาทระดับเซลล์มีสัญญาณประสาทแตกต่างกันจึงต้องให้เอไอเรียนรู้และปรับเทียบกับสมองเราก่อน ยิ่งทำบ่อยยิ่งถูกต้องวันที่ผมเข้าสู่โลกประดิษฐ์ครั้งแรกก็ต้องแคลิเบรตเช่นกัน
ผมนึกผิดหวังในใจอุตส่าห์คาดหวังว่าจะได้เห็นเพื่อนใช้พลังพิเศษ รู้ภายหลังว่าเทคโนโลยี ดีบี่ Direct-interfacebrain implant (DIBI) เป็การรับส่งสัญญาณไฟฟ้าเข้าออกสมองโดยตรงเพื่อให้คลื่นสมองเปลี่ยนแปลงตามผลลัพธ์ที่้าเดิมสร้างขึ้นมาสำหรับคนไข้โรคสมองที่สื่อสารไม่ได้ เช่น อยู่ในสภาพผัก[3] อุปกรณ์ที่ใช้ดีบี่มีหลายแบบทั้งหมวกครอบศีรษะ แถบรัดศีรษะเหมือนที่ผมใช้เล่นเกม หรือมีแบบผ่าตัดฝังไว้ในเนื้อสมองซึ่งไม่ได้รับความนิยมนักแม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะมีหลักฐานยืนยันความปลอดภัยแต่หลายคนก็ต่อต้านเพราะกังวลผลข้างเคียง เพิ่งรู้ว่ารุ่น Psy103ของเขาจะใช้แค่สั่งการผ่านความคิดไม่ส่งภาพเข้าสมองโดยตรงเพราะผลลัพธ์ไม่ต่างจากการดูผ่านเลนส์แว่นตาหรือฟังเสียงจากลำโพงเครื่องจึงกะทัดรัดลงจนบรรจุในเอวีเอสอีได้
“โห แบบนี้คนไม่เป็ง่อยกันพอดีเหรอ”ผมนึกถึงภาพตนเองนั่งนิ่ง แล้วหุ่นยนต์ยกอาหารมาเสิร์ฟโดยไม่ต้องปริปากมนุษย์พึ่งพาเทคโนโลยีมากไปแล้ว
ธรณีแค่นหัวเราะ “เชื่อเถอะไม่มีใครใช้ตลอดเวลาหรอกแถมเครื่องนี่ยังมีข้อเสียที่ต้องแคลิเบรตบ่อยๆ เพื่อลดความผิดพลาดอีก เผลอ ๆ ควบคุมด้วยท่าทางหรือเสียงยังเหนือกว่าด้วยซ้ำคนรวยที่เรารู้จักหลายคนก็ไม่เห็นใช้ท่านพูดเหมือนว่าทุกคนจะแห่ไปซื้อของใหม่สุดมาอวดกัน”
ดูเหมือนว่าที่เขาพูดมีส่วนจริง ผมเหลียวซ้ายแลขวาภาพรอบตัวไม่ได้เหมือนในหนังไซไฟดิสโทเปียหลายเื่ที่ทุกคนมีเครื่องแต่งกายล้ำสมัยใช้อุปกรณ์ล้ำสมัยแบบแผนเดียวกันหมด แต่มีความหลากหลายทะลุกาลเวลา เด็กหญิงวัยรุ่นทางซ้ายมือยังสวมหูฟังแบบมีสายคุยโทรศัพท์อย่างร่าเริงทว่าชายวัยทำงานที่ห่างออกไปกำลังเคี้ยวพ็อปคอร์นพลางดูหนังในโลกเสมือนส่วนตัวผ่านส่วนครอบตาของเครื่องเอวีเอสอีซึ่งเป็เหมือนแว่นตาข้างเดียว
“ถ้าเปิดแบบนี้บนถนนตลอดเวลาจะไม่อันตรายเหรอ”
“แล้วทำไมต้องเปิดตลอดนะเขาก็รับผิดชอบตัวเองรึเปล่า”ธรณีตอบในจังหวะเดียวกับที่ชายผู้นั้นกดปุ่มปิดปรับเป็กระจกใสแล้วลุกเดินเอาขยะไปทิ้งเถียงไม่ออกเลย
“เทคโนโลยีในโลกจริงเมื่อพัฒนาถึงจุดหนึ่งก็จะชะงักเมื่อเจอข้อจำกัดบางอย่างทั้งเื่การเมือง จริยธรรม ความคุ้มค่ารวมไปถึงความรู้สึกว่าอำนวยความสะดวกมากเกินไป”ชายหนุ่มพูดต่อเหมือนคัดลอกมาจากตำราสักเล่ม }
ทันใดนั้นแสงไฟสว่างจ้าก็ส่องลงมาที่ชานชาลารถไฟไร้คนขับขบวนยาวแล่นเข้าเทียบท่าอย่างรวดเร็วโดยปราศจากมลพิษทางเสียงจอดสนิทนิ่งสนิทตรงตามเวลากับที่ทำนายไว้พอดิบพอดีประตูโลหะสีเงินแวววาวเลื่อนเปิดออก ผู้คนทยอยขึ้นลงอย่างเป็ระเบียบดูเร่งรีบแต่แฝงด้วยความสงบ ธรณีก้าวนำผมเข้าไปสวนกับสาวสวยคนหนึ่งที่ใส่สูทผูกเนกไทถือกระเป๋าหนังไม่ว่าเพศไหนก็แต่งตัวเสื้อผ้าสไตล์คล้ายกัน ประตูกระจกที่กั้นตรงสถานีปิดเมื่อครบสองนาทีจากนั้นรถไฟฟ้าก็ออกตัวอย่างเงียบเชียบ
เนื่องจากคนไม่พลุกพล่านจึงมีที่นั่งเหลือเฟือธรณีเลือกเบาะสีขาวสะอาดตาริมหน้าต่าง ผมนั่งตรงข้ามเขาสายตาสอดส่องผ่านกระจกไปทิวทัศน์ภายนอกขณะรถไฟลอยฟ้าแล่นฉวัดเฉวียนไปตามรางทอดยาวที่สูงจากพื้นดินระดับตึกสามชั้นท้องฟ้าสีครามสดใสไร้เมฆหมอกแผ่เหนือตึกสีสันสดใสสะท้อนกับแสงอาทิตย์จนเปล่งประกายระยิบระยับผมอ้าปากค้างอย่างตื่นตาตื่นใจเบื้องล่างรถบนท้องถนนเคลื่อนตัวเรียงกันเป็แถวราวกับขบวนมดในขณะที่เหนือขึ้นไปบนฟากฟ้าพาหนะบินได้หลากรูปแบบเคลื่อนตัวระดับความสูงต่าง ๆกันแต่เป็ระเบียบเรียบร้อย รถสี่ล้อติดใบพัดสำหรับครอบครัวลอยนิ่ง ๆข้างรถส่วนบุคคลขนาดกะทัดรัด ในขณะที่รถยนต์ติดปีกกำลังทะยานขึ้นจากลานบินทางลาดยาวพักหนึ่งล้อก็ถูกพับเก็บซ่อนไว้ข้างใน โดยรวมดูไม่คับคั่งเท่าการจราจรภาคพื้นดิน
“ทำไมดูมีรถบินได้หลายแบบจัง”ผมหันไปถามเพื่อน
“ออกแบบมาให้ใช้งานต่างกันไงถ้าเคลื่อนที่ระยะสั้นหรือขึ้นลงที่สูงก็ใช้รุ่นใบพัดถ้าไปต่างอำเภอหรือต่างจังหวัดใช้แบบปีกจะประหยัดกว่า”
“แล้วนั่นล่ะ” ผมชี้ไปที่ยานยนต์รูปทรงประหลาดซึ่งเพิ่งพุ่งผ่านหน้าไปด้วยความเร็วสูงตอนนี้เห็นแต่ท่อไอพ่นขนาดใหญ่ด้านหลังกับด้านล่างที่ปะทุพร้อมกันไม่ต้องหมุนไปแกนตั้งแกนนอนเหมือนในภาพยนตร์บางเื่
“อันนี้ขับเคลื่อนใช้ไอพ่นระบบออโตไพลอตอย่างเดียวราคาแพงเลยไม่ค่อยมีใครใช้เท่าไหร่”
“ทำไม ขับเองไม่ได้เหรอ”
“ถึงบางสถานที่จะอนุญาตให้ใช้ระบบแมนวลแต่รุ่นนี้อันตรายเกินไปที่จะทำ ยังไงมนุษย์ก็บังคับหลายอย่างพร้อมกันไม่ได้ไหนจะควบคุมทิศทางในแนวราบ แนวดิ่ง และยังต้องรักษาสมดุลอีก”
ธรณีเล่าต่อว่าพลังงานสะอาดหลายรูปแบบถูกนำมาใช้ทั้งพลังงานน้ำ พลังงานลมแต่หัวใจสำคัญที่ใช้แก้วิกฤติโลกร้อนเมื่อหลายสิบปีก่อนคือนิวเคลียร์ฟิวชั่น[4]และพลังงานแสงอาทิตย์ตึกสูงทั้งหมดห่อหุ้มด้วยแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหลังแต่หาก้าให้มีแสงลอดผ่านก็จะใช้แบบโปร่งใสที่เรียกว่าโซลาร์วินโดว์[5]ประดับตกแต่งแทนซึ่งเทคโนโลยียุคนี้พัฒนาให้แสงลอดผ่านได้มากขึ้นถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เพิ่มความสวยงามในขณะที่คงประสิทธิภาพการผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ได้มาก
{ “ตึกหลายหลังตั้งใจสร้างให้ดักจับคาร์บอนได้ตามนโยบายของยูเอ็นดี”
“ก็ว่าทำไมชอบทำสวนหย่อมบนดาดฟ้ากัน”ผมยังจำสีเขียวขจีบนตึกหลายหลังที่มองลงมาจากระเบียงคอนโดได้เพื่อนอธิบายต่อว่ากฎหมายสิ่งแวดล้อมของประเทศบังคับให้บ้านทุกหลังติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคายกเว้นสามารถปลูกต้นไม้ในอาณาบริเวณรอบบ้านได้ถึงเกณฑ์ที่เหมาะสมซึ่งคำนวณจากศัพท์หลายคำที่เคยพูดถึงกันในวงกว้างั้แ่ยุคของผมทั้งคาร์บอนเครดิตคาร์บอนออฟเซ็ต เน็ตซีโร่[6]
รถไฟแล่นผ่านตึกมโหฬารในระยะเกือบประชิด พื้นผิวกระจกอาคารรูปทรงกลมนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ปลูกบนระเบียงที่ยื่นออกมาผมเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง ไม่เคยเห็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อนในชีวิตเพื่อนคงสังเกตเห็นอากัปกิริยาของผมจึงอธิบายเพิ่มเติม
“นี่คือยิมคอมเพล็กซ์ (Gym complex) ของรัฐบาลเป็ทั้งสถานที่เล่นกีฬาศูนย์รวมความบันเทิง และมีหน่วยงานราชการบริการประชาชน” ธรณีกล่าวฟังดูไม่น่าเชื่อว่ารัฐบาลจะสร้างสถาปัตยกรรมที่สวยงามหรูหราได้ทัดเทียมกับบริษัทเอกชนบนตึกยังมีพื้นที่เช่าป้ายโฆษณา ่ที่รถไฟโฉบผ่านเร็ว ๆทันเห็นแค่สองอัน อันแรกโฆษณาการเที่ยวต่างประเทศประสบการณ์เหมือนจริงด้วยการบังคับอวตารอีกป้ายเป็รูปเครื่องเอวีเอสอียี่ห้อเอซิสซึ่งรูปทรงแตกต่างจากที่เพื่อนใช้ข้อความด้านใต้เคลมว่ารับสัญญาณสมองได้ชัดแจ๋ว ทำงานที่ซับซ้อนได้ไม่มีพลาด
“แต่ตึกสูง ๆ มีน้อยกว่าที่คิดนะ”ผมตั้งข้อสังเกต
“เขาเริ่มสร้างลงใต้ดินแทนไง เพื่อให้พื้นที่้าเป็ธรรมชาติมากขึ้นบางตึกก็มีส่วนทั้งบนดินและใต้ดิน เมื่อวันก่อนเพิ่งดูข่าวตึกแนวตั้งที่สร้างลึกลงไปที่สุดในโลกมี70 ชั้นลึก 330 เมตร”
จากนั้นธรณีก็พล่ามเื่ประวัติศาสตร์การวางผังเมืองหลังการกระจายอำนาจครั้งใหญ่ด้วยศัพท์แสงที่ผมไม่เข้าใจนักอย่าง สัมประสิทธิ์การจับกลุ่ม หรือ ความเปราะบางเชิงการเชื่อมต่อ[7]เ้าตัวเองก็คงพูดเท่าที่ได้ยินมาโดยไม่ได้เข้าใจทั้งหมด ผมฟังผ่าน ๆโดยเหลียวมองเมืองเบื้องล่างเป็พัก ๆมันเป็รูปบล็อกสี่เหลี่ยมซึ่งเรียงตัวกันเป็ระเบียบเรียบร้อยอย่างที่เขาบอกมีสวนสาธารณะแทรกเป็หย่อม สามารถนับระยะทางในหน่วยบล็อกได้หากเดินด้วยเท้าเปล่าแต่ละโซนจะถูกกำหนดหน้าที่ไว้ต่างกันตามผังเมืองที่วางไว้ล่วงหน้าเห็นได้ชัดว่าบริเวณที่มีตึกสูงเรียงรายเป็ตับซึ่งสะท้อนภาพท้องฟ้าราวกับกระจกเงาน่าจะเป็ย่านธุรกิจในขณะที่อีกจุดหนึ่งอนุรักษ์ไว้เป็บ้านเรือนทรงเก่าสมัยรัชกาลที่ห้าซึ่งผ่านการบูรณะตามกาลเวลา}
“แล้วนั่นอะไร”ผมตัดบทด้วยการชี้ไปที่เส้นทางลอยฟ้าที่อยู่ต่ำลงมาหนึ่งชั้น มีรถไฟรูปทรงแปลกตาซึ่งวิ่งด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาดผ่านไปในอุโมงค์ใสมองเห็นผู้โดยสารนั่งเรียงรายภายในแค่เสี้ยววินาที
“อ๋อรถไฟไฮเปอร์ลูป มันเคลื่อนที่ในแคปซูลสุญญากาศได้เร็วถึง 1,200กิโลเมตรต่อชั่วโมง แน่นอนว่าใช้เดินทางระหว่างภูมิภาค และข้ามจังหวัด”ธรณีอธิบายนิ่ง ๆ แต่อีกฝ่ายอึ้งจนพูดไม่ออก ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะสร้างสิ่งมหัศจรรย์เช่นนี้ได้จริง
เมื่อชื่นชมบรรยากาศภายนอกจนหนำใจแล้วจึงหันมาดูผู้คนภายในขบวนรถไฟชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังกดบางอย่างบนฮอโลสกรีนที่สร้างจากนาฬิกาข้อมือของตนสาวประเภทสองวัยกลางคนนั่งยองก้มมองดูวิวบนพื้นที่ปรับให้เป็กระจกใสทีแรกก็สงสัยว่ามองทะลุรางรถไฟได้อย่างไร จนกระทั่งเพื่อนอธิบายว่าเป็การพรางตัวด้วยการฉายภาพโดยอาศัยกล้องใต้รางรถไฟที่เคลื่อนที่ไปพร้อมตัวรถเป็หลักการเดียวกับหนึ่งในวิธีสร้างผ้าคลุมล่องหนไม่จำเป็ต้องสร้างรถไฟที่ห้อยลงมาจากรางบนเพดานแล้วมองทะลุพื้นกระจกเพื่อชมวิวด้านล่าง
เมื่อหันไปทางซ้ายก็เห็นหญิงวัยรุ่นคนหนึ่งเธอจ้องออกไปนอกหน้าต่างสลับกับหยุดนิ่งเป็พัก ๆน่าจะสั่งการด้วยความคิดให้เก็บภาพโดยใช้กล้องที่ติดบนเอวีเอสอี ผมเห็นเงาสะท้อนของผู้โดยสารที่นั่งถัดไปอีกแถวเขาใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นเดียวกับธรณีดูวิดีโอการปราศรัยบางอย่างของนักการเมือง
“ยุคของท่านก็มีสิ่งนี้แล้วใช่ไหม”เพื่อนเปรยขึ้น คงเห็นผมเพ่งมองสมาร์ตโฟนเครื่องนั้น
“ใช่ถ้าไม่นับพวกสั่งงานโดยใช้ความคิดแบบนายว่า ก็ไม่เห็นมีอะไรใหม่นะ”
“แล้วท่านคาดหวังอะไรล่ะ ในเมื่อมันดีอยู่แล้วแบบฝังในกะโหลกศีรษะก็ไม่ค่อยนิยมกัน เคยมีการสำรวจพบว่าคน 63% รู้สึกคุกคาม 52%อยากให้ถอดใส่ได้ตามใจนึก 33% กลัวโดนล้างสมองหรือมีผลข้างเคียงต่อสมองแถมยังต้องใช้ร่วมกับคอนแท็กต์เลนส์พิเศษเพื่อให้คนอื่นรู้ว่ากำลังบันทึกภาพอยู่การสร้างภาพสามมิติจากสมาร์ตวอตช์ก็กินแบตเตอรี่มากเกินไป” ธรณีอธิบายออกจะยืดยาวเกินความจำเป็ด้วยซ้ำ
“สงสัยดูหนังมากไปหน่อยนึกว่าจะมีพลังจิตเคลื่อนย้ายสิ่งของให้ลอยไปมา” ผมหัวเราะแห้งประชดตัวเองแต่อีกฝ่ายดันซีเรียสจริงจัง
“ยังไม่มีหลักฐานว่ามนุษย์มีพลังจิตนะใกล้เคียงสุดก็มีพวกนาโนบอทที่จับสิ่งของย้ายไปมาได้ เคยเห็นตอนดูโชว์มายากล ถ้าเอามาใช้จริงคงแพงน่าดูถ้าใช้เทคโนโลยีเสริมความสามารถสมองโดยตรงน่าจะเป็ไปได้ยากเพราะมีกฎหมายห้ามไว้”
ผมเพิ่งรู้ว่าการเพิ่มศักยภาพของมนุษย์ด้วยเทคโนโลยีหรือที่นิยมเรียกกันในยุคนี้ว่า ออกเมนเตชัน (augmentation) ถูกควบคุมด้วยกฎหมายอย่างเคร่งครัดห้ามเสริมความสามารถใด ๆ ให้เหนือกว่ามนุษย์คนอื่นเนื่องจากขัดหลักความเท่าเทียมแถมยังเสี่ยงต่อการใช้ในทางผิดมากกว่าทางสร้างสรรค์ ยกเว้นจะใช้ในสถานที่ส่วนตัวที่รัฐไม่รับรู้
ฟังเพลินจนลืมดูเวลาว่าล่วงเลยมาสิบห้านาทีรถไฟฟ้าจอดที่ชานชาลาที่มีตัวอักษรสีแดงกะพริบบนป้ายเหนือขึ้นไป
สถานีสามเสา
“ที่นี่แหละ“เหมือนธรณีเพิ่งตระหนักได้แล้วก้าวออกประตูอย่างฉับไว เกือบตามไปไม่ทันประตูปิดตามหลังผมอย่างฉิวเฉียด ขืนช้าไปอีกห้าวินาทีคงโดนหนีบตาย
[1]Holoscreen หน้าจอแบบโฮโลแกรมคือการแสดงผลที่ฉายภาพแบบสามมิติในอากาศหรือบนพื้นผิวโปร่งใสโดยไม่ต้องใช้จอภาพแบบดั้งเดิมผู้ใช้สามารถมองเห็นและโต้ตอบกับข้อมูลหรือภาพที่ลอยอยู่ได้มักพบในนิยายวิทยาศาสตร์
[2]Calibrate การเทียบมาตรฐานให้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทำงานได้อย่างแม่นยำตัวอย่างเช่น การปรับเทียบจอภาพเพื่อให้สีถูกต้อง หรือใช้กับเครื่องมือวัดเซนเซอร์ เป็ต้น
[3]สภาพผักVegetative state คือ ภาวะที่สมองใหญ่ (Cerebrum) เสียหายรุนแรง แต่ก้านสมอง (Brainstem) ยังทำงานได้บางส่วนส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถรับรู้ หรือทำความเข้าใจได้ พึ่งพาตนเองไม่ได้ทำได้แค่หายใจเอง ลืมตาได้เองร้องไห้หรือหัวเราะโดยไม่มีความหมายตรงกับการแสดงออก
[4]Nuclear fusion กระบวนการที่นิวเคลียสของอะตอมเบามารวมตัวกันเป็นิวเคลียสที่หนักขึ้นพร้อมกับปล่อยพลังงานจำนวนมหาศาลออกมาเป็แหล่งพลังงานหลักของดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์ต่าง ๆ
[5]Solar กระจกหน้าต่างโซลาร์เซลล์ใช้เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์แบบโปร่งใส(Transparent Solar Cell) ติดตั้งภายในกระจกทำให้สามารถใช้เป็ทั้งหน้าต่างอาคารและแหล่งผลิตพลังงานสะอาดไปพร้อมกัน
[6]Carbon Credit คือหน่วยที่ใช้วัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สามารถลดหรือชดเชยได้โดยสามารถซื้อหรือขายเครดิตนี้เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม; Carbon Offset คือกระบวนการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยการลงทุนในโครงการลดคาร์บอน เช่นการปลูกป่า พลังงานหมุนเวียน หรือเทคโนโลยีดูดซับคาร์บอน; Net Zero คือภาวะที่ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดถูกลดลงให้เหลือน้อยที่สุดและก๊าซที่เหลืออยู่ถูกชดเชยด้วยมาตรการลดหรือดูดซับทำให้สมดุลระหว่างการปล่อยและการดูดซับเป็ศูนย์
[7]สัมประสิทธิ์การจับกลุ่ม(Clustering Coefficient) เป็ค่าทางคณิตศาสตร์ที่ใช้วัดแนวโน้มที่โหนด (node)ในเครือข่ายจะเชื่อมโยงกันเป็กลุ่มย่อยค่าที่สูงหมายถึงเชื่อมโยงกันอย่างหนาแน่น
ความเปราะบางเชิงการเชื่อมต่อ (Connectivity-BasedVulnerability) หมายถึงระดับความเสี่ยงหรือจุดอ่อนของเครือข่ายที่พิจารณาจากโครงสร้างการเชื่อมโยงระหว่างโหนด(nodes) หากเครือข่ายมีโหนดหรือการเชื่อมต่อที่สำคัญมากเมื่อโหนดเ่าั้ถูกทำลายหรือขัดข้องอาจส่งผลให้เครือข่ายล่มหรือเกิดความเสียหายในวงกว้างได้