หมอครามจัดการใส่ยาทาแผลที่หัวเข่าเล็กและใช้ถุงเจลเย็นค่อย ๆ ประคบหน้าแข้งที่มีรอยฟกช้ำของเธอด้วยความเบามือ
“ที่ห้องไม่มีน้ำแข็งเหรอถ้าประคบเย็นั้แ่เมื่อคืน ก็จะไม่เป็รอยช้ำขนาดนี้นะ ไม่มีพี่ชายคอยดูแลก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ รู้มั้ยครับ” น้ำเสียงอบอุ่นที่เจือไปด้วยความห่วงใยแทบทำให้สาวร่างเล็กเคลิบเคลิ้ม หากไม่ติดที่เขาคือคนที่เพิ่งขโมยหอมแก้มเธอเมื่อกี้แถมยังมีกระดาษโน้ตที่ส่งข้อความอกุศลให้เธอเมื่อคืนอีก ซึ่งมันยังทำให้เธอขุ่นเคืองอยู่ไม่หาย
“ฉันจะเป็ยังไงมันก็เื่ของฉันนายไม่เกี่ยว ปล่อยได้แล้ว” ไอฝนถือโอกาสที่ชายหนุ่มกำลังประคบเจลเย็นให้อย่างตั้งใจปัดมือเขาออกจนได้ แล้วรีบยกขาเธอลงจากตักของเขาทันที“คิดว่าทำแค่นี้แล้วฉันจะหายโกรธอย่างนั้นเหรอ...ไอ้คนจิตต่ำ!”
หญิงสาวยืนขึ้นกำหมัดแน่นตั้งใจปล่อยออกไปให้โดนหน้าตี๋ ๆ นั่นสักหมัดให้หายแค้น
หมับ!
กำปั้นเล็ก ๆถูกเบรกด้วยมือใหญ่ก่อนจะถึงใบหน้าของชายหนุ่มที่เป็เป้าหมาย แถมร่างเล็ก ๆตอนนี้ยังถลาไปนั่งอยู่บนตักอุ่น ๆ ด้วยแรงดึงของเขาอีกด้วยสองแขนใหญ่รัดร่างเล็กไว้ไม่ปล่อยให้เธอทำร้ายเขาได้
“หึ ๆ พี่ขอโทษเมื่อคืนพี่ไม่รู้ว่าข้างห้องเป็...”
“เป็ใคร?” ไอฝนโพล่งขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่กำลังปะทุเดือดไม่อยากฟังคำแก้ตัวของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็ใคร เขาก็ไม่ควรจะเขียนข้อความต่ำ ๆแบบนั้นส่งให้ทั้งนั้น “เป็ฉันแล้วยังไง เป็คนอื่นแล้วยังไงสุดท้ายอ่านแล้วก็รู้สึกโกรธเหมือนกันนั่นแหละ”
“โอเค ๆ พี่ขอโทษอยู่นี่ไง ตัวเปี๊ยกยกโทษให้พี่นะครับ”น้ำเสียงออดอ่อยส่งไป พร้อมกับแววตาที่มีความออดอ้อนอยู่ในทีแต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองอย่างที่คาดหวัง
“ไม่!! แล้วฉันบอกแล้วไงฉันมีพี่ชายคนเดียว ไม่ต้องมาพี่มาน้องกับฉัน ปล่อยฉันได้แล้ว ปล่อยสิ ปล่อย!!”
“ถึงเราจะเป็แฟนกัน ตัวเปี๊ยกก็ควรเรียกพี่ว่าพี่อยู่ดีเพราะพี่อายุมากกว่า” ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยใบหน้ายิ้มกริ่มอารมณ์ดี
“ใครเป็แฟนนาย สติเลอะเลือนเหรอฉันยังไม่ได้จัดการเื่ที่นายเที่ยวไปบอกคนอื่นว่าฉันเป็แฟนอีกนะ บอกไว้เลยนะฉันสวย และฉันเลือกย่ะ ปล่อย!!” พูดจบหญิงสาวก็ยกแขนตัวเองขึ้นเพื่อจะส่งแขนใหญ่ที่ทับแขนเธออยู่ให้ถึงปากที่ก้มมาหา ตั้งใจจะกัดให้จมเขี้ยว แต่คนตัวใหญ่กว่าขยับแขนหนีทัน
แผนหลักไม่สำเร็จแต่แผนสำรองของเธอได้ผล เท้าเล็ก ๆ ที่ยกขึ้นกระทืบเท้าใหญ่ในเวลาไล่เลี่ยกัน จนคนที่หลบแต่้าลืมนึกถึงด้านล่างไม่ทันได้หลบ
“โอ๊ย!” ฟ้าครามร้องเสียงหลง พร้อมกับปล่อยมือจากร่างเล็กแล้วไปจับเท้าของตัวเองแทน เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กรีบะโออกจากตักแล้ววิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าหล่อใสสไตล์พระเอกเกาหลีระบายยิ้มบาง ๆ ออกมา ั์ตาเป็ประกาย มองตามหลังยายตัวเปี๊ยกของเขาไปจนลับตาเขารู้ว่าเธอออกมาอยู่คอนโดฯ ใกล้ที่ทำงาน แต่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าจะเป็คอนโดฯเดียวกันกับของเขา และที่สำคัญอยู่ห้องติดกันอีกด้วย...โลกกลมจริงๆ
รอยยิ้มจาง ๆที่ระบายอยู่บนใบหน้าของฟ้าคราม เปลี่ยนเป็รอยยิ้มที่กว้างขึ้นจนเห็นฟันขาวสะอาดเรียงกันเป็ระเบียบพร้อมกับส่ายหน้าเบา ๆเมื่อเห็นว่าในห้องของเขายังมีถุงผ้าอีกสองใบใหญ่ของสาวข้างห้องที่เธอไม่ได้หยิบกลับไปด้วยรวมทั้งรองเท้าแตะที่หญิงสาวไม่คิดจะหยุดใส่ให้เสียเวลาลงทุนวิ่งเท้าเปล่ากลับห้องของเธอไป ชายหนุ่มจึงตั้งใจทำตัวเป็เพื่อนข้างห้องที่ดีนำของไปคืนเธอ
ไอฝนวิ่งกลับเข้ามาในห้องล็อกประตูอย่างแ่า ดีที่คีย์การ์ดอยู่ในกระเป๋าเสื้อ เธอจึงยังเปิดห้องได้ก่อนจะเข้าไปนั่งหย่อนตัวหายใจหอบอยู่บนโซฟาด้วยใบหน้าที่ยังคงซีดอยู่เล็กน้อยถึงแม้จะรู้สึกโล่งอกที่ได้กลับมาอยู่ในห้องของตัวเองแล้วก็ตามทว่าหัวใจของเธอยังคงเต้นแรง เหมือนคนที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงมาหมาด ๆสาวร่างเล็กรวบรวมสติอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตนเองออกจากห้องไปทำอะไรมา
“เอ้า! หมดกันเสบียงฉัน” เสียงพึมพำดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าสวยที่แสดงความเซ็งเบอร์สุดออกมา
อุตส่าห์ออกจากห้องไปด้วยความตั้งใจว่าจะไปซื้อเสบียงมาตุนเอาไว้แต่นอกจากเสบียงจะไม่มีแล้ว ตอนนี้รองเท้าแตะจะใส่ เธอก็ไม่มีด้วยเช่นกัน คิดแล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“เฮ้อ!”
ติ๊งต่อง!
เสียงกริ่งประตูห้องดังขึ้นเรียกให้ไอฝนลุกขึ้นกดอินเตอร์คอมดูหน้าคนที่มากดกริ่งหน้าห้องเธอจนได้เห็นว่าเป็หนุ่มตี๋ห้องข้าง ๆ นั่นเอง เขายกถุงผ้าสองถุงของเธอใส่กล้องบอกให้ไอฝนรู้ว่า เขาเอาเสบียงของเธอมาคืนไอฝนรอจนเขาวางของแล้วเดินออกไปจนพ้นรัศมีของกล้องจะจับภาพได้เธอจึงได้โผล่หน้าออกมาดู หันซ้ายหันขวาไม่เห็นเงาของคนข้างห้อง ก็ก้มลงมองที่พื้นจึงได้เห็นถุงผ้าสองถุงวางอยู่ข้างประตูพร้อมกับรองเท้าแตะของเธอด้วย
“นับว่ายังเป็คนดีอยู่บ้าง”หญิงสาวพึมพำในขณะที่เก็บข้าวของเข้าห้อง
ส่วนคนที่แอบมองอยู่ตรงมุมบันไดยังคงมีรอยยิ้มเปรอะเปื้อนอยู่ทั่วใบหน้า
ไอฝนจัดการเปิดถุงแรกนำอาหารสำเร็จรูปที่ซื้อมาไปแช่ไว้ในตู้เย็นก่อนจากนั้นจึงมาเปิดถุงผ้าอีกถุงซึ่งเป็ถุงใส่ขนมแล้วเธอก็พบว่านอกจากขนมที่เธอซื้อมาแล้วยังมีถุงเจลเย็นที่พ่อหนุ่มข้างห้องใช้ประคบให้เธอตอนอยู่ในห้องของเขา และยาอีกหนึ่งหลอดที่มีโน้ตเขียนติดมาด้วย
‘ถุงเจลเอาไว้ประคบรอยช้ำครั้งละสิบห้าถึงสามสิบนาที ส่วนยานี่เอาทาที่แผลถลอกนะครับ...คุณแฟน’
“อี๋...ใครแฟนนาย บ้าเหรอ!?”มือเล็กขยำกระดาษโน้ตแล้วเขวี้ยงลงถังขยะใบเล็กที่มุมห้องได้อย่างแม่นยำ “ว่าแต่เอ...ตอนอยู่ในห้องนั้นนายนั่นเรียกเราว่าอะไรนะ...”
ไอฝนนั่งครุ่นคิด เธอจำได้ว่ามันเป็คำเรียกที่สะกิดใจเธอั้แ่ได้ยินแล้วแต่วินาทีนั้น เธอไม่มีเวลานึกว่าเคยได้ยินคำนั้นจากที่ไหน หญิงสาวนั่งนึกไป มือก็จับถุงเจลประคบรอยช้ำที่หน้าแข้งตัวเองไปด้วย
“อ๋อ!!! นึกออกแล้ว” มือที่จับถุงเจลประคบอยู่ชะงักทันที“นายนั่นบอกว่า...ตัวเปี๊ยกยกโทษให้พี่นะครับ” แววตาเป็ประกายแวววาวตื่นเต้นดีใจ พยายามทำเสียงนุ่ม ๆ เลียนแบบเสียงของนายเสาไฟฟ้า ก่อนจะเปลี่ยนเป็เสียงพึมพำเบาๆ แทน “เรียกเราตัวเปี๊ยกอย่างนั้นเหรอ ทำไมเหมือน...”
ภาพความทรงจำในวัยเด็กผุดขึ้นมาในหัวของไอฝนมันช่างแจ่มชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไปไม่กี่วันนี่เอง
่เย็นหลังเลิกเรียน เด็กหญิงไอฝนซึ่งตอนนั้นเรียนอยู่ม.1มาซื้อน้ำกับเพื่อน ซึ่งก็คือทองชมพูนุชนั่นเอง ขากลับเพื่อนสาวชวนให้เดินกลับทางสนามกีฬาของโรงเรียนถึงแม้ว่าจะเป็การเดินอ้อม แต่ว่าจะได้เห็นหนุ่ม ๆนักกีฬาของโรงเรียนฝึกซ้อมกันอยู่ นั่นก็นับว่าคุ้ม เพราะเพื่อนของเธอได้ข่าวมาว่าวันนี้จะมีนักกีฬารุ่นพี่ที่จบไปแล้วจะมาช่วยซ้อมให้น้อง ๆ ด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีนักกีฬาบาสเกตบอลที่ชื่อฟ้าครามรวมอยู่ด้วย
ตอนแรกไอฝนก็ไม่เห็นด้วยแต่พอเพื่อนรักบอกว่า ฟ้าครามก็มาด้วย เธอจึงได้ยอมเดินมาเป็เพื่อนเพราะในใจก็แอบอยากเจอชายหนุ่มอยู่เหมือนกัน เพราะั้แ่ที่เขาย้ายไปบ้านใหม่แล้วขายบ้านหลังเก่าซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับเธอเมื่อปีที่แล้วเธอก็ยังไม่ได้เจอเขาอีกเลย ว่าแล้วก็...คิดถึง
“น้องระวัง!” เสียงะโดังเข้าหูคนที่มัวแต่เดินคิดถึงใครบางคนไปหน้าแดงไปจนไม่ทันได้ระวังว่าจะมีอะไรลอยมาโดนตัวเองหรือไม่ ไอฝนรู้สึกตัวอีกที ก็มีลูกกลม ๆ สีส้ม ๆลอยมาตรงหน้าแล้ว
“โอ๊ย!” เสียงร้องของไอฝนดังขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะถูกลูกบาสฯ กระแทกหน้าแต่เป็เพราะเจ็บก้นแทน ทั้งนี้ก็เพราะเพื่อนรักพลังม้าดึงหลบได้ทัน...หลบลูกบาสฯได้ แต่เธอก็ล้มลงก้นจ้ำเบ้าไปกับพื้นแทน
“ตัวเปี๊ยกมาเดินอ่อยอะไรอยู่แถวนี้ เห็นมั้ยลูกบาสฯ เกือบกระแทกหน้าเอาแล้ว” คนที่เป็ทั้งรุ่นพี่และเป็ทั้งอดีตคนข้างบ้านวิ่งเข้ามาคว้าลูกบาสฯเอาไว้ได้ในจังหวะที่สาวน้อยวัยใสล้มลงไปก้นกระแทกพื้น เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงระคนไม่ชอบใจไปในตัวฟ้าครามรู้สึกหงุดหงิดที่เห็นยายตัวเปี๊ยกของเขามาเดินเป็เป้าล่อสายตาของผู้ชายหลายๆ คนที่นี่ และหงุดหงิดที่ผู้ชายเหล่านี้ก็เอาแต่มองเธอ เขาอยากจะต่อว่าผู้ชายทุกคนที่จ้องมองเธอพร้อมกับอยากจะเข้าไปจับเธอมากอดซุกอกของเขา ไม่ให้ผู้ชายที่ไหนมองเห็นเธออีกแต่สถานะของเขาตอนนี้ไม่อาจทำได้...ไม่มีสิทธิ์ทำ และไม่มีเหตุผลอ้างได้ว่าทำไมต้องทำ
คนที่ยังไม่กระจ่างชัดกับความรู้สึกในใจของตัวเองจึงได้แต่ปล่อยถ้อยคำที่แสดงความหงุดหงิดเ่าั้ออกไปแทนซึ่งนั่นมันแสลงหูคนฟังยิ่งนัก
“ไอ้พี่ครามฝนไม่ได้มาเดินอ่อย” สาวร่างเล็กโกรธจนลืมเจ็บชั่วคราวลุกขึ้นยืนจนตัวเองสูงกว่าคนที่ลงไปนั่งคุกเข่าข้างเดียวพูดกับเธอ “โกรธร้อยปีอย่ามาดีร้อยชาติ” นิ้วโป้งน้อย ๆ ถูกยื่นไปให้อดีตนักบาสฯ ของโรงเรียนก่อนที่จะสะบัดก้นเดินจากไปด้วยความหงุดหงิดระคนน้อยใจโดยไม่สนใจว่าจะมีใครเดินตามมาหรือไม่และเป็ทองชมพูนุชเองที่หันไปส่งยิ้มเจื่อนให้หนุ่มในดวงใจแทนคำขอโทษก่อนจะรีบวิ่งตามเพื่อนรักไป
“คนอุตส่าห์คิดถึงตั้งใจมาเจอ ยังมาว่าเค้าอีก ไอ้คนนิสัยไม่ดี ไอ้พี่ครามปากเสีย...”เสียงพึมพำดังขึ้นจากสาวหน้างอไม่ได้หยุด จนกระทั่งเพื่อนรักวิ่งตามมาทัน
“ไอ้ฝน ใจเย็น ๆสิแก พี่ครามเขาก็แค่เป็ห่วงแกนะ” ทองชมพูนุชเสียงกระหืดกระหอบวิ่งมาทันดึงไหล่เพื่อนเอาไว้ให้ชะลอความเร็วในการเดินลงหน่อยก็เพื่อนเธอเล่นเดินตัวปลิวจนเธอวิ่งตามจนเหนื่อย
“เป็ห่วง หรือเป็บ้าถึงได้มาปากหมาใส่แบบนั้น หาว่าฉันไปเดินอ่อยผู้ชายเนี่ยนะ เอาสมองส่วนไหนคิด”
“เฮ้ย! แต่แววตาพี่เค้ารู้สึกผิดมากเลยนะ ตอนที่แกเดินออกมาน่ะ” ย