[จบ] ทะลุมิติทั้งที ดันมาอยู่ในร่างตัวแม่สุดแซ่บพร้อมลูกชายทั้งสาม

    บทที่ 34 ผู้ชมยืนกินแตงโม (รีไรต์)

    บทที่ 34 ผู้ชมยืนกินแตงโม (รีไรต์)

             

            “อะไรนะ?” 

             

            คนที่กระโดดออกมาเป็นคนแรกกลับกลายเป็นเฟิงอวี้เหม่ย

             

            เฟิงอวี้เหม่ยมองแม่สามีที่ตกตะลึงอยู่ตรงหน้า แล้วมองพ่อสามีที่ก้มหน้าเงียบไร้คำพูดจา พลางหันกลับไปพบว่าสายตาของตัวเอง กลับพบว่าสายตาของเขากำลังหลบเลี่ยง แม้แต่พี่ชายคนโตที่ดูซื่อ ๆ ก็ไม่มีท่าทีประหลาดใจ กระทั่งพี่สะใภ้คนโตก็ยังมีสีหน้าเรียบเฉย

             

            ที่แท้แล้วในครอบครัวนี้มีแต่เธอคนเดียวที่เป็นคนโง่

             

            “พี่สะใภ้รอง บอกฉันหน่อยสิ สิ้นปีบ้านเราได้เงินมาเท่าไหร่?” เฟิงอวี้เหม่ยพบว่าคนในครอบครัวนี้ไม่ได้คิดว่าเธอเป็นคนในครอบครัวแม้แต่น้อย

             

            “แปดร้อยกว่า” เมิ่งว่านถังพูดช้า ๆ เสริมว่า “แถมยังเป็นแปดร้อยกว่าติดต่อกันสามปี ถ้าไม่เชื่อก็ลองถามหัวหน้าหมู่บ้านดู หรือไม่ก็เดินออกไปถามคนอื่นดู ในหมู่บ้านนี้ย่อมไม่มีความลับ”

             

            เฟิงอวี้เหม่ยเชื่อแล้ว

             

            “ทำไมบ้านมีเงิน แต่กลับไม่ให้ฉันเงินพาเสี่ยวเป่าไปหาหมอ?” เฟิงอวี้เหม่ยเดินเข้าไปถามแม่เฒ่าลู่

             

            เมื่อก่อนเธอคิดว่าแม่เฒ่าลู่เป็นคนอ่อนแอ ถูกพี่สะใภ้รองรังแกทุกวัน เป็นคุณยายที่อ่อนโยนและใจดี พี่ชายคนโตกับพี่สะใภ้คนโตไม่มีลูกเชิดหน้าชูตาในหมู่บ้านไม่ได้ เธอยังบอกอีกว่าต่อไปนี้จะคลอดลูกให้เยอะ ๆ เผื่อในอนาคตจะได้ยกให้พี่ชายคนโตกับพี่สะใภ้

             

            เธอทุ่มเทหัวใจทั้งหมดเพื่อครอบครัวนี้

             

            พอพี่สะใภ้รองมาก่อกวน เธอก็พยายามจะปกป้องครอบครัว ทั้งยังออกมาหน้ารับมือเป็นคนแรก

             

            แต่สุดท้ายแล้ว เธอได้รับอะไรตอบแทน?

             

            “ก็แค่เป้นไข้ ไม่เห็นต้องไปหาหมอด้วยซ้ำ ให้เด็กนอนหลับสักงีบไข้ก็จะลดลงเอง” แม่เฒ่าลู่แก้ตัว

             

            เฟิงอวี้เหม่ยหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง พลางชพเลืองมองไปที่สามีของตัวเอง กลับพบว่าลู่ชิงซุ่นเห็นว่าเธอเป็นตัวน่ารำคาญ

             

            “แยกบ้าน” เฟิงอวี้เหม่ยพูดอย่างหนักแน่น “อาห้า ฉันจะแยกบ้าน!”

             

            ลู่ชิงซุ่นตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธ “เฟิงอวี้เหม่ย เธอคิดจะทำอะไร? ฉันขอบอกให้รู้เอาไว้เลยนะว่าเธอไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ!”

             

            “ถ้าไม่แยกบ้านก็หย่า ลูกเป็นของฉัน”

             

            เฟิงอวี้เหม่ยจ้องลู่ชิงซุ่นอย่างโกรธเคือง เปลือกตาของลู่ชิงซุ่นกระตุก และพูดด้วยความไม่พอใจว่า “หย่าก็ได้ แต่ลูกต้องทิ้งไว้ที่นี่”

             

            “ไม่มีทาง!” เฟิงอวี้เหม่ยพูดเสียงเย็น จากนั้นก็หันไปพูดกับลู่กว่างจวิน “หัวหน้าหมู่บ้าน ฉันไม่วางใจที่จะทิ้งลูกไว้กับครอบครัวลู่ เมื่อกี้คุณก็ได้ยินแล้ว ครอบครัวของเราไม่ได้ยากจน ไม่ใช่ว่าไม่มีเงิน แต่พวกเขาตั้งใจไม่ให้ลูกฉันไปหาหมอ ถ้าไม่ใช่พี่สะใภ้รองให้เงินฉันพาลูกไปหาหมอ ตอนนี้ลูกฉันอาจจะกลายเป็นคนโง่ไปแล้ว ฉันจะหย่า ลูกก็ไม่ให้พวกเขาเหมือนกัน ฉันกลัวว่าถ้าทิ้งลูกไว้ที่นี่จริง ๆ เขาอาจจะมีชีวิตอยู่ไม่นาน”

             

            เฟิงอวี้เหม่ยไม่ใช่คนดง่ แต่ก่อนหน้านี้เธอถูกครอบครัวลู่หลอกจนไม่เห็นหน้าตาที่แท้จริงของพวกเขา

             

            ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าที่บ้านไม่มีเงิน จึงไม่ได้โทษแม่สามี แถมยังเป็นห่วงว่าแม่สามีจะรู้สึกผิด รู้สึกไม่สบายใจ และพยายามหาทางปลอบใจแม่สามีตลอด

             

            แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าที่บ้านไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง พวกเขาแค่ไม่อยากเสียเงินให้ลูกชายของเธอแม้แต่หยวนเดียว แถมยังไม่สนใจใยดีเธอและลูกด้วยซ้ำ สิ่งนี้ทำให้เฟิงอวี้เหม่ยโกรธจัด

             

            “ภรรยาชิงซุ่น อย่าใจร้อน เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกัน เธอกับชิงซุ่นมีความสัมพันธ์ที่ดีมาตลอด ไม่ควรถึงขั้นหย่าร้าง กลับไปสงบสติอารมณ์ในห้องก่อนเถอะ”

             

            ลู่กวางจวินพยายามจะลดเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก

             

            ทว่าเฟิงอวี้เหม่ยกลับตั้งใจแน่วแน่ “หย่า ครั้งนี้ฉันขอหย่า!”

             

            “เฟิงอวี้เหม่ย เธออย่าคิดจะพาลูกชายของฉันออกไปนะ” ลู่ชิงซุ่นถูกแม่ของเขาจิกเล็บ จึงรีบทะเลาะกับภรรยาทันที

             

            “ลองดูสิว่าฉันกล้าหรือไม่กล้า!”

             

            เฟิงอวี้เหม่ยรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ

             

            เธอหันหลังแล้วเดินออกจากห้อง กลับไปที่ห้องของตัวเอง เก็บเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชิ้น อุ้มลูกแล้วเดินจากไป

             

            ลู่ชิงซุ่นวิ่งไล่ตามออกมา แต่เห็นเพียงด้านหลังของเฟิงอวี้เหม่ย

             

            ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็มืดครึ้มลง

             

            เขาเชื่อฟังคำสั่งของแม่ จึงอดทนมาตลอด แต่เขาไม่คิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่รู้จักประมาณขนาดนี้ ทั้งยังยืนกรานจะหย่าให้ได้

             

            เมิ่งว่านถังมองดูด้วยความตกตะลึง รู้สึกว่าลู่ชิงซุ่นช่างโง่เขลาเหลือเกิน ถึงจะกตัญญูต่อพ่อแม่ ก็ไม่ควรกตัญญูถึงขนาดนี้

             

            การเป็นคนกตัญญูต่อพ่อแม่ย่อมเป็นสิ่งที่ควรกระทำ แต่ก็ต้องรู้จักเหตุผล มีความคิดเป็นของตัวเอง และมีสามมุมมอง

             

            เธอรู้สึกว่าวันนี้คงจะแยกบ้านไม่สำเร็จแล้ว จึงตัดสินใจกลับ ก่อนจะไปยังพูดกับลู่กว่างจวินว่า “หัวหน้าหมู่บ้าน วันนี้ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ต้องให้คุณเสียเวลามาที่นี่”

             

            คิ้วของลู่กว่างจวินกระตุกด้วยความตกใจ

             

            นี่คือภรรยาของชิงเย่อย่างนั้นหรือ?

             

            พูดจาราวกับคนในเมือง ฟังแล้วสบายหูไม่น้อย

             

            “ไม่เป็นไร” เขาตอบ

             

            นาน ๆ ทีลู่กว่างจวินจะมีสีหน้าผ่อนคลายเช่นนี้

             

            เมิ่งว่านถังพูดอย่างรู้สึกผิดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรบกวนคุณช่วยพูดกับคนแก่ทั้งสองคนนั้นหน่อยนพ อีกไม่กี่ปีลูกชายฉันก็จะแต่งงานแล้ว พวกเขากลับเอาเงินไปไม่ยอมสร้างบ้านให้เรา แถมไม่ยอมให้พวกเราแยกบ้าน ถ้าปล่อยไว้นานวันความขัดแย้งก็จะยิ่งลึกขึ้น ไม่เป็นผลดีต่อความสามัคคีในครอบครัว ยังไงก็ควรแยกบ้านเร็ว ๆ จะดีกว่า ยิ่งแยกเร็วเท่าไหร่ก็จะได้มีชีวิตที่ดีเร็วเท่านั้น”

             

            ลู่กวางจวินพยักหน้าเห็นด้วย รู้สึกว่าคำพูดนี้มีเหตุผล

             

            “ได้”

             

            “ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมากนะคะหัวหน้าหมู่บ้าน ชิงเย่ยังบาดเจ็บอยู่ ฉันต้องกลับไปดูเขาแล้ว”

             

            เมิ่งว่านถังเดินจากไปอย่างสง่างาม

             

            ลู่กวางจวินหันกลับไปมองครอบครัวของพ่อเฒ่าลู่ สีหน้าไม่ค่อยดีนัก “ภรรยาชิงเย่พูดถูกแล้ว ควรแยกก็ต้องแยก พวกเธออยากอยู่กับใครก็อยู่กับคนนั้น อย่าให้ถึงตอนที่กลายเป็นศัตรูกันแล้วค่อยมาเสียใจทีหลัง”

             

            ลูกชายคนที่สามกับภรรยาทพเลาะกันถึงขั้นจะหย่าร้างกันแล้ว พวกเขาทั้งคู่กลับไม่พูดอะไรสักคำ

             

            ช่างไม่เหมาะสมเอาเสียเลย

             

            ก่อนหน้านี้ ลู่กวางจวินเคยคิดว่าภรรยาของลู่ชิงเหยี่ยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่ได้เรื่องได้ราว คอยแต่ด่าแม่เฒ่าลู่เป้นประจำ  ตอนนี้ดูเหมือนว่าส่วนใหญ่ที่เธอด่าก็ไม่ได้ผิดอะไร

             

            ถ้าเป็นเขาก็คงด่าเหมือนกัน

             

            เมิ่งว่านถังบังเอิญเจอเฟิงอวี้เหมยร้องไห้เดินอยู่ที่ทางแยก เธอเดินผ่านไปอย่างไม่แยแส แต่ใครจะรู้ว่าเฟิงอวี้เหม่ยกลับเดินตามหลังมา

             

            เมิ่งว่านถังเดินมาถึงประตูหลังบ้านแล้ว แต่เฟิงอวี้เหม่ยก็ยังคงเดินตามมา

             

            เมิ่งว่านถังหยุดเดิน เฟิงอวี้เหม่ยรีบเรียกด้วยความร้อนรน

             

            “พี่สะใภ้รอง”

             

            “บ้านเราไม่มีที่ให้อยู่” เมิ่งว่านถังหยุดฝีเท้าแล้วพูดตรง ๆ “บ้านเรามีแค่สองห้องเล็ก ๆ เธอก็รู้ดี ถ้าพี่ชายรองไม่อยู่บ้าน ฉันก็พอจะให้เธอค้างได้สักคืน แต่ถ้าเขาอยู่ การที่เธอมาอยู่ด้วยก็คงไม่สะดวกเท่าไหร่”

             

            เมิ่งว่านถังไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำ แต่สภาพบ้านมันก็เป็นแบบนี้

             

            “พี่สะใภ้รอง ขอให้เสี่ยวเป่าเข้าไปนอนในบ้านสักคืนได้ไหม” เฟิงอวี้เหม่ยรีบอธิบาย “ตัวฉันนอนข้างนอกก็พอทนได้สักคืน แต่เขาทนไม่ได้ไม่ได้ เขายังเล็กอยู่เลย”

             

            “ก็ได้ งั้นตามฉันมา”

             

            เมิ่งว่านถังขมวดคิ้ว หมุนตัวเดินไปทางลานหน้าบ้าน

             

            เฟิงอวี้เหม่ยรีบตามไปอย่างเร่งรีบ

             

            หลังจากเดินผ่านห้องโถง เมิ่งว่านถังชี้ไปตรงเตียงที่เด็ก ๆ ใช้นอนกลางวันแล้วพูดว่า “ถ้าไม่รังเกียจก็นอนตรงนี้ไปก่อนสักคืน เดี๋ยวฉันจะอุ้มลูกเข้าไปให้”

             

            “ขอบคุณมากค่ะ พี่สะใภ้รอง”

             

            “แค่อย่าเกลียดฉันก็พอ”

             

            เฟิงอวี้เหม่ยยิ้มขื่นพลางกล่าวว่า “ฉันจะเกลียดพี่ไปทำไมล่ะ? ฉันยังขอบคุณพี่ไม่ทันด้วยซ้ำ”

             

            เธอไม่อยากถูกคนอื่นมองเป็นคนโง่ แล้วหลอกใช้ไปทั้งชีวิต

             

            ลู่ชิงเหยี่ยยังไม่หลับ พอเห็นเมิ่งว่านถังอุ้มเด็กเข้ามาก็ถามอย่างตกใจ “ลูกใคร?”

             

            “ของน้องสาม”

             

            เมิ่งว่านถังวางเด็กลงบนเตียง โกวต้านและโกวเซิงรีบเข้ามาดูทันที “เสี่ยวเป่านี่!”

             

            ลู่ชิงเหยี่ยขมวดคิ้ว ถามด้วยเสียงต่ำ “เธอเอาเด็กมาด้วย ภรรยาของน้องสามไม่ได้ว่าอะไรเหรอ?”

             

            “ว่าแล้ว” เมิ่งว่านถังหาหมอนเล็กๆ ให้เด็ก “เธอขอให้ฉันอุ้มลูกเขามา”

             

            ลู่ชิงเหยี่ย “???”

             

            เมิ่งว่านถังหันกลับไปเห็นว่าเขามีแต่ความสงสัย แต่ไม่ได้โกรธหรือมีอารมณ์อื่นใด ไม่มีทีท่าพอใจเลยแม้แต่น้อย

             

            “วันนี้ฉันไปหาพวกเขา บอกว่าจะแยกบ้าน แต่พวกเขากลับไม่ยอมแยก”

             

            ลู่ชิงเหยี่ยไม่ได้ยินความเสียใจจากน้ำเสียงของเธอเลยแม้แต่น้อย

             

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ทะลุมิติทั้งที ดันมาอยู่ในร่างตัวแม่สุดแซ่บพร้อมลูกชายทั้งสาม ที่คุณอ่าน

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136