“ท่านพี่ สถานการณ์ที่ชายแดนรุนแรงเพียงใดหรือเจ้าคะ“ หลิวจางหมิ่นถามสามีด้วยความกังวล
“แคว้นเรารบกับแคว้นโจวมาหลายปี ผลัดกันแพ้ชนะอยู่อย่างนั้น ความสูญเสียที่เกิดขึ้นมีมากมาย ชาวเมืองได้รับผลกระทบไม่น้อยเลย” หลินอ๋องตอบภรรยา
“ท่านพี่คิดว่าการรบคราวนี้จะมีผลเช่นไรหรือเจ้าคะ”
“จางฉีซื่อหลบหนีไปแคว้นโจวพร้อมกับสายลับของเรา เขามอบแผนการป้องกันตามแนวชายแดนและแผนที่ทหารให้กับแคว้นโจวเพื่อหวังให้แคว้นโจวเปิดศึกกับเรา โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าท่านแม่ทัพเปาได้ปรับเปลี่ยนแผนการป้องกันเหล่านั้นมานานหลายปีแล้ว”
“ท่านพี่ต้องไปร่วมรบในครั้งนี้ด้วยใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“จางหมิ่น มันเป็นหน้าที่ของข้า เกิดมาในตำแหน่งอย่างข้า อย่างไรก็ต้องทำเพื่อบ้านเมืองและคิดถึงประชาชนเป็นที่หนึ่ง เจ้าเข้าใจข้าหรือไม่” หลินอ๋องพูดเสียงมั่นคง
“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ ข้าเพียงเป็นห่วงความปลอดภัยของท่านเท่านั้น การรบมีอันตรายอยู่รอบด้าน ท่านพี่ต้องระวังตัวเองให้ดีนะเจ้าคะ ข้ากับเฟยหรงจะรอท่านอยู่ที่นี่” หลิวจางหมิ่นพูดพร้อมกับเดินเข้าไปนั่งในอ้อมกอดของสามี
“ข้าสัญญาว่าข้าจะกลับมาหาเจ้าและเฟยหรงให้ได้” หลินอ๋องให้สัญญา
หลินอ๋อง ตงอ๋อง และเหออ๋อง นำขบวนทัพสำรองเดินทางไปสมทบกับแม่ทัพเปาเฉินอวี้ที่ขณะนี้ได้ตรึงกำลังอยู่ที่แนวชายแดนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การจัดทัพตามแนวป้องกันยังจัดในรูปแบบเดิมตามข้อมูลที่จางฉีซื่ออดีตเจ้าเมืองหลินมีอยู่ในมือ เพื่อเป็นการสร้างภาพลวงให้กับจางฉีซื่อและแคว้นโจว
“ท่านเจ้าเมือง ดูท่าแล้ว แผนการป้องกันและแผนที่ทางการทหารในมือของท่านจะเป็นของจริง ท่านดูสิ แนวป้องกันตามแนวชายแดนเป็นอย่างที่ท่านเขียนข้อมูลให้เราอย่างไม่มีผิดเพี้ยน” แม่ทัพต่งพูดอย่างลิงโลด ขณะที่ยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์
“เมื่อทัพของหลินอ๋องเพิ่งเดินทางมาถึง ข้าคิดว่าเขาคงยังไม่ได้เตรียมการตั้งรับกับกองทัพของเรามาเป็นแน่ คืนนี้เรารีบส่งกำลังออกไปโจมตีกองทัพของพวกเขาเลยจะดีกว่า” จางฉีซื่อมองเห็นการจัดแนวป้องกันชายแดนที่ยังเป็นรูปแบบเดิมกับแผนที่อยู่ในมือของเขา เขาจึงยิ่งมั่นใจว่าแม่ทัพเปายังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแผนการ ก่อนหน้านี้คงแค่ปล่อยข่าวลือออกมาเพื่อสร้างความสับสนให้เขาเท่านั้น
“คืนนี้เป็นโอกาสเหมาะที่เราจะยกทัพไปโจมตีอย่างยิ่ง ทัพเสริมของหลินอ๋องเพิ่งเดินทางมาถึง ความเหนื่อยล้าก็ย่อมต้องมี เรามาปักหลักสังเกตการณ์อยู่ที่นี่หลายวันแล้วก็ยังไม่เห็นแม่ทัพเปาเคลื่อนไหวใดๆ ดูแล้วฉายาของแม่ทัพเปาผู้ยิ่งใหญ่ก็คงจะเป็นเพียงเรื่องเล่าเพื่อยกย่องบุรุษเท่านั้นกระมัง” แม่ทัพต่งพูดดูแคลน
“แม่ทัพต่ง ข้ามีเรื่องอยากขอร้องท่านเรื่องหนึ่ง” จางฉีซื่อรวบรวมความกล้าถามออกไป
“ท่านต้องการสิ่งใดหรือ” แม่ทัพต่งหยั่งเชิงถาม
“ข้าต้องการตัวหลินอ๋อง หากเป็นไปได้ ข้าอยากจะจัดการกับเขาด้วยตัวเอง ขอให้ท่านรับปากตกลงกับข้าด้วย”
“หลินอ๋องหรือ เหตุใดท่านถึงต้องการตัวหลินอ๋อง” แม่ทัพต่งถามอย่างไม่เข้าใจ
“เป็นเพราะสิ่งที่เขาทำกับบุตรสาวและครอบครัวของข้า ข้าไม่อาจอยู่ร่วมโลกใบนี้กับเขาได้อีกต่อไป” จางฉีซื่อพูดอย่างเคียดแค้น
“ข้าคงรับปากท่านตอนนี้ไม่ได้ ถึงอย่างไรหลินอ๋องก็เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ การที่ข้าจะตกปากรับคำกับท่านด้วยตัวเองนั้น คงเกินกว่าอำนาจของข้าที่จะตัดสินใจ ท่านเจ้าเมืองโปรดเจ้าใจข้าด้วย แต่ข้าว่าเรามารอดูสถานการณ์ในแนวรบเสียก่อนดีกว่าว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร และข้าคิดว่าการรบครั้งนี้ชัยชนะจะต้องเป็นของแคว้นโจวเราเท่านั้น” แม่ทัพต่งชี้แจงเหตุผลอย่างมั่นใจ
แคว้นโจวเรียกประชุมหัวหน้าหน่วยต่างๆ อย่างรวดเร็วเพื่อวางแผนพิชิตชัยในครั้งนี้ จางฉีซื่อและหลงเปียวได้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย แต่ละคนมีความรู้สึกที่หลากหลาย ชาวแคว้นโจวฮึกเหิมและกระหายชัยชนะจากสงคราม จางฉีซื่อสะใจที่แผนการของตนกำลังจะสำเร็จ และหลงเปียวที่กำลังแอบเก็บข้อมูลเพื่อออกไปรายงานหลินอ๋องอย่างตั้งใจ
“แม่ทัพเปา ท่านวางแผนการไว้อย่างไรหรือ” หลินอ๋องสอบถามแม่ทัพเปาเฉินอวี้
“พอพลบค่ำ ข้าจะนำกำลังทหารเข้าไปเสริมทัพที่แนวชายแดนอีกจำนวนหนึ่งขอรับ” แม่ทัพเปาเฉินอวี้ตอบคำถาม
“สายลับของเราส่งข้อมูลมาว่า คืนนี้แคว้นโจวจะนำกองทัพเข้าทำศึกกับเรา เพราะพวกเขาคิดว่าจางฉีซื่อมีแผนการทางทหารฉบับจริงอยู่ จึงหลงเชื่อในแผนลวงที่ท่านวางเอาไว้ อีกทั้งพวกเขายังคิดว่าทัพเสริมที่ข้านำมาในครั้งนี้กำลังเหนื่อยล้าจากการเดินทาง คงจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา” หลินอ๋องให้ข้อมูล
“เหตุใดแม่ทัพต่งจึงเชื่อแผนการนี้อย่างง่ายดายหรือขอรับ ไม่ใช่ว่าจะเป็นกับดักเพื่อล่อพวกเราให้ออกรบเช่นกันหรือ” รองแม่ทัพเปาเฉินจงถามอย่างระแวงสงสัย
“แม่ทัพต่งของแคว้นโจวมีนิสัยใจร้อนและเป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน เขาสู้รบที่แนวชายแดนกับแม่ทัพเปาเฉินอวี้มาหลายปี คาดว่าครั้งนี้เขาคงต้องการชัยชนะเพื่อที่จะได้มีชื่อเสียงเหนือกว่าแม่ทัพเปาเป็นแน่” หัวหน้าหน่วยอาวุโสท่านหนึ่งวิเคราะห์
“พวกเขาช่างโง่เขลานัก ทัพเสริมที่ข้านำมาทั้งหมดได้เดินทางมาพร้อมกับทัพใหญ่นานแล้ว ส่วนทัพเล็กที่ติดตามมาคราวหลังนี้ เป็นเพียงนายทหารที่ทำหน้าที่ที่กระโจมพยาบาลเท่านั้น” เหออ๋องฉู่เหลียงพูดขึ้น
“อย่างไรพวกเราก็ต้องไม่ประมาท ขึ้นชื่อว่าสงครามถึงแม้เราจะเตรียมตัวมาพร้อมเพียงใด ก็คงจะหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บและการสูญเสียไปไม่พ้น” ตงอ๋องฉู่ฉือพูดอย่างกังวล
“วิชาแพทย์ของตงอ๋อง ในแผ่นดินนี้ข้าคิดว่าคงไม่มีผู้ใดที่จะมีฝีมือเทียบเท่าพระองค์ได้ขอรับ และเป็นความกรุณาอย่างยิ่งที่ท่านอ๋องทรงถ่ายทอดวิชาความรู้เหล่านี้ให้กับทหารของเรา” แม่ทัพเปาเฉินอวี้พูดอย่างซาบซึ้ง
“แม่ทัพเปากล่าวเกินไป มันเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของข้าในฐานะหมอคนหนึ่งเท่านั้น” ตงอ๋องกล่าวเหตุผล
“ข้าว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องออกไปประจำการยังที่ของตนเอง ทุกคนโปรดจำเอาไว้ว่าต้องระวังตัวเองให้ดี ให้ทำตามแผนการที่เราวางเอาไว้อย่างเคร่งครัด และต้องไม่หลงไปตามการยั่วยุของฝ่ายศัตรู” หลินอ๋องพูดเตือนทุกคน